เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 750 โอกาสที่ไม่คาดคิด
บทที่ 750 โอกาสที่ไม่คาดคิด
เดวิดผ่านค่ำคืนนี้ไปอย่างทุกข์ทรมาน เขากลับมาฝันร้ายถึงเหตุการณ์เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนอีกครั้ง
ซึ่งเขาไม่ได้ฝันร้ายแบบนี้มาหลายปีแล้ว
คนเหล่านั้นปรากฏตัวต่อหน้าเขา ภาพเหล่านั้นมาปรากฏในฝันร้ายของเขาด้วย
เฉินหย่าจือสะดุ้งตื่นเพราะเสียงร้องโวยวายของสามี เธอรีบกอดเขาเพื่อปลอบใจ เดวิดเหงื่อไหลโซมกาย แต่เมื่อเห็นเฉินหย่าจือ อารมณ์ก็กลับมาสงบลง
เฉินหย่าจือตัดสินใจว่าพวกเขาต้องรีบออกจากสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยความทรงจำเลวร้ายในวันรุ่งขึ้น ถ้าลู่ฮ่าวกลับมาจากโรงพยาบาลเหรินอ้ายเมื่อไหร่ จากนี้ไปเธอจะเป็นผู้รับผิดชอบธุรกิจที่นี่ ไม่ยอมให้เดวิดมาเหยียบแผ่นดินนี้อีก
ส่วนทางด้านเวิงอิ่งก็ลืมตากระสับกระส่ายทั้งคืน
อย่างแรกคือเธอไม่คุ้นเคยกับการนอนต่างที่ในห้องรับรองแขกของตระกูลซุน อย่างที่สองคือสิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างวัน ทำให้จิตใจของเธอสับสนมากจนแทบจะระเบิด
ซุนเฉิงบอกว่า เดวิดอาจจะเป็นลุงรองของเธอ
แต่เธอยังอยากจะรู้ว่าเรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่ และเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น
ทำไมทันทีที่เดวิดเห็นแม่ เขาถึงปฏิเสธไม่ยอมรับว่าตัวเองมีน้องสาว แม่ต้องเป็นคนที่เคยทำร้ายจิตใจเขาแน่ เขาจึงพยายามหลบหน้าเธอแบบนี้
เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่ฮ่าวไปโรงพยาบาลเหรินอ้ายตามการนัดหมาย ตอนแรกพวกเขาแค่จะจัดการประชุมแลกเปลี่ยน โดยให้เขานำเสนอความรู้ใหม่เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้อวัยวะเทียมแบบใหม่ในทางการแพทย์ แต่บังเอิญว่าวันนี้รองผู้อำนวยการแผนกมีเคสผ่าตัดถึงสองเคส เขาจึงถูกพาตัวไปยังสถานที่ปฏิบัติการเพื่อสังเกตการณ์โดยตรง
ลู่ฮ่าวเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินตามทีมรองผู้อำนวยการแผนกเข้าไปในห้องผ่าตัด
หลังจากการผ่าตัดทั้งสองเคสเสร็จสิ้นก็ถึงเวลาอาหารกลางวันพอดี ลู่ฮ่าวออกมาจากห้องผ่าตัดด้วยความตื่นตาตื่นใจ
ต้องยอมรับว่าโรงพยาบาลเหรินอ้ายในกั่งเฉิงที่นี่มีวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ามาก ทั้งทีมแพทย์และอุปกรณ์ เรียกได้ว่าตรงตามมาตรฐานสากลทุกกระเบียดนิ้ว และยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกมาก
ทันทีที่ลู่ฮ่าวกลับมาที่โรงแรม เขาก็ทำการสรุปรายละเอียดทั้งหมดที่ได้จากการผ่าตัดในวันนี้ พร้อมกับเขียนรายงานบันทึกการผ่าตัด ตั้งใจว่าจะนำกลับไปเพื่อแบ่งปันความรู้ใหม่กับผู้อำนวยการหวังและคนอื่น ๆ
ส่วนทางด้านเฉินหย่าจือขอให้พนักงานของโรงแรมช่วยตรวจสอบเที่ยวบินให้ และพบว่ามีตั๋วบินกลับในตอนเย็นพอดี
เธอเคาะประตูห้องของลู่ฮ่าว เมื่อเห็นว่าเขายังเขียนอะไรบางอย่างอยู่ที่โต๊ะอย่างขะมักเขม้น ก็ถามขึ้น “เสี่ยวฮ่าว วันนี้เหนื่อยหรือเปล่า? มีอะไรที่ต้องทำอีกไหมจ๊ะ?”
ลู่ฮ่าวตอบ “ไม่มีแล้วครับแม่ ผมว่าจะออกไปซื้อของฝากจากที่นี่กลับไปให้หนานหน่านน่ะครับ”
“แม่ซื้อมาแล้วนะ มีครบทุกอย่างเลย”
ไม่เพียงแต่ลู่ฮ่าวเท่านั้นที่คิดถึงภรรยา เฉินหย่าจือเองก็คิดถึงลูกสะใภ้มากเหมือนกัน เธอจึงออกไปซื้ออาหารและขนมอร่อย ๆ มากมายในตอนเที่ยง และเพราะเธอเคยอยู่ที่กั่งเฉิงมาก่อน แน่นอนว่ารู้จักอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ดีที่สุด
เฉินหย่าจือพูดต่อ “พ่อเขาอยู่นานจะยิ่งอารมณ์ไม่ดี เราเลยอยากกลับไปโดยเร็วที่สุด ถ้าคนพวกนั้นมาหาเรื่องอีก คราวนี้เขาคงทำใจลำบาก ก่อนหน้านี้เขาต้องใช้เวลานานกว่ายี่สิบปีถึงจะปล่อยวางจากทุกอย่างได้ แม่ไม่อยากทนเห็นพ่อกลับไปเจ็บปวดอีกแล้ว”
เมื่อพูดถึงญาติ ๆ ของเดวิด ลู่ฮ่าวก็กัดฟัน “แม่ครับ ผมคิดว่าการที่พ่อยอมปล่อยคนพวกนั้นไป ช่างเป็นอะไรที่เสียเปรียบเปล่า ๆ”
เมื่อวานเขาได้ยินเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีตเป็นระยะ ๆ เมื่อมองหน้าแม่ของเวิงอิ่ง ลู่ฮ่าวก็สามารถบอกได้เลยว่าสิ่งที่เดวิดทำลงไปนั้นถูกต้องแล้ว
เฉินหย่าจือส่ายหน้าอย่างขมขื่น “การตอบโต้คนพวกนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าการฉีกแผลเป็นให้เปิดออกอีกครั้ง เจ็บตัวเปล่า ๆ เราไม่มีเหตุผลให้ต้องทำร้ายตัวเองนะ”
เธอบอกลู่ฮ่าว “ลูกเก็บข้าวของเถอะ เดี๋ยวเราจะออกไปกินข้าวแล้วไปสนามบินกัน”
“ครับ” เมื่อเฉินหย่าจือกำลังจะออกไป ลู่ฮ่าวก็เรียกเธอไว้อีกครั้ง และถามอย่างครุ่นคิด “แม่ พ่อคิดกับเวิงอิ่งยังไงครับ?”
เฉินหย่าจือพูดว่า “ไว้ค่อยคุยเรื่องนี้กันหลังจากที่เรากลับไปปักกิ่งแล้วดีกว่า ตอนนี้แม่ไม่กล้าพูดถึงครอบครัวของเวิงต่อหน้าเขาเลย”
หลังจากเฉินหย่าจือออกไปแล้ว ลู่ฮ่าวก็เก็บสมุดบันทึกใส่กระเป๋า ล้างมือ และเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านไปพร้อมพ่อแม่
ขณะที่เขากำลังจะหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายหลัง จู่ ๆ ก็นึกถึงบางสิ่งบางอย่างขึ้นมา จึงกดโทรหาซุนเฉิง
เขาควรบอกซุนเฉิงว่าพวกเขาจะกลับไปปักกิ่งในคืนนี้
ซุนเฉิงได้ยินแบบนั้นก็อาสาว่าจะขับรถไปส่งพวกเขา
ลู่ฮ่าวบอกว่า “ไม่เป็นไร ไฟลต์บินดึกพอสมควร ถ้าคุณพาผมไปส่งที่สนามบินก็ยังต้องตีรถเปล่ากลับอีก พวกเรานั่งแท็กซี่ไปคงสะดวกกว่า”
ลู่ฮ่าวยังกลัวว่าถ้าซุนเฉิงโผล่หน้ามาให้เห็น แล้วพูดถึงเวิงอิ่งขึ้นมา มันจะส่งผลต่ออารมณ์ของพ่อของเขาอีก
[พี่ฮ่าว คือว่า…]
ซุนเฉิงลังเลไม่กี่วินาที ก่อนจะพูดออกมา [ผมอยากขอคำยืนยันบางอย่างจากคุณ]
ลู่ฮ่าวรู้ดีอยู่แล้วว่าเขาหมายถึงอะไร ตอบกลับไปว่า “ไม่จำเป็นต้องยืนยัน มันเป็นเรื่องจริง”
ซุนเฉิงได้รับคำตอบยืนยันแบบนั้นแล้ว ก็มองไปที่เวิงอิ่งซึ่งนั่งอยู่ข้างตน
“คุณจะกลับหลันเฉิงเมื่อไหร่?” ลู่ฮ่าวถาม
[อีกประมาณสองวัน ผมจะจัดการเรื่องในมือให้เสร็จแล้วค่อยออกเดินทาง]
“ได้ ไว้เราค่อยเจอกันที่หลันเฉิง”
ลู่ฮ่าวไม่ได้พูดถึงท่าทีของเดวิดหลังจากที่เขารู้ว่าเวิงอิ่งเป็นหลานสาวของตัวเอง ส่วนซุนเฉิงเองก็ไม่กล้าถามอะไรมาก
เขาเพิ่งได้รับเอกสารข้อมูลการสืบสวนเกี่ยวกับตระกูลเสิ่นมาจากพ่อแม่ เนื้อหาข้างในทำให้เขาและเวิงอิ่งถึงกับตกตะลึง พวกเขาไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีเรื่องอุกอาจขนาดนี้เกิดขึ้นได้
คนพวกนั้น ตายด้านทางศีลธรรมไปแล้วหรือยังไง?
…
ตกเย็น ทั้งสามคนก็นั่งแท็กซี่ไปสนามบิน และเดินทางออกจากกั่งเฉิง
เมื่ออยู่กับคนที่ทำให้ผ่อนคลายและสบายใจอย่างเฉินหย่าจือ ไม่นานอารมณ์ของเดวิดก็กลับมามั่นคงอีกครั้ง
ระหว่างรอเที่ยวบิน พลางฟังประกาศเรียกผู้โดยสารไปด้วย เจ้าหน้าที่ประจำสนามบินก็บริการอบอุ่นและเอาใจใส่เป็นอย่างดี เดวิดจับมือเฉินหย่าจือไว้พร้อมกับถอนหายใจ “หย่าจือ คุณยังจำได้ไหม? ครั้งก่อนที่เราออกไปจากที่นี่ พวกเราต้องหนีขึ้นไปบนเรือสำราญเหมือนคนเถื่อน มาคราวนี้ พวกเราสามารถนั่งอยู่ที่นี่ได้อย่างสง่าผ่าเผย ซื้อตั๋วอย่างถูกต้อง และได้รับการบริการแบบ VIP จะว่าไปเรื่องตอนนั้นก็เหมือนผ่านมาครึ่งชีวิตแล้ว”
เดวิดระบายความรู้สึกของเขา เฉินหย่าจือก็สะท้อนใจมากเช่นกันเมื่อได้ยินคำพูดนี้
หลังเผชิญความยากลำบากมากว่ายี่สิบปี ในที่สุดพวกเขาก็ผ่านพ้นมันไปได้
หลังจากแวะเปลี่ยนเที่ยวบินเมื่อถึงครึ่งทาง กว่าจะกลับมาถึงปักกิ่งก็เป็นเวลาบ่ายสามแล้ว
ทันทีที่ลู่ฮ่าวมาถึงประตูบ้าน เขาก็แทบจะลืมผู้ใหญ่สองคนที่อยู่ข้างหลัง และรีบเดินเข้าไปในบ้านทันที
เขาตะโกนเรียกถึงสองครั้งในห้องนั่งเล่น แต่ไม่มีใครตอบกลับ เข้าไปดูในห้องนอนก็เห็นว่าไม่มีใคร
ลู่ฮ่าวรีบไปหาป้าแม่บ้าน “ป้าหลิว หนานหน่านไปไหนครับ?”
“เสี่ยวลู่ กลับมากันแล้วหรือคะ?” ป้าหลิวตอบว่า “เหมือนคุณหวังฉีจะพาหนานหน่านไปที่บริษัทค่ะ”
“ไปบริษัททำไม?” ลู่ฮ่าวถามอย่างร้อนใจ
ป้าหลิวรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าลู่ฮ่าวดูกังวลมาก “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ฉันก็อยากออกไปกับเธอด้วย แต่หนานหน่านไม่ยอม เธอบอกว่าวันนี้คุณจะกลับมา ก็เลยให้ฉันอยู่ดูแลบ้าน”
ลู่ฮ่าววิ่งออกไปอีกครั้ง
ตอนวิ่งออกจากบ้านก็สวนกับคนอื่น ๆ ที่กำลังเดินเข้ามา
เฉินหย่าจือถาม “หนานหน่านล่ะ?”
“ไปบริษัทครับ”
ลู่ฮ่าวขอกุญแจรถจากเดวิด จากนั้นก็รีบขับรถไปที่ออฟฟิศ
เมื่อมาถึงชั้นทำงานของบริษัทแล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะมาจากไกล ๆ
กู้หนานท้องใหญ่เอนหลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้สำนักงาน ปากคาบอมยิ้มอันหนึ่ง กำลังพูดคุยและหัวเราะอยู่กับพนักงานหญิงสองคนที่ดัดผมทันสมัยอยู่ในห้องทำงาน
เขายืนอยู่ที่ประตู มองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน เมื่อเห็นว่าเธอปลอดภัยและมีความสุขดี หัวใจที่ไม่เป็นสุขก็กลับสงบลง
หวังฉีที่เดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือ เห็นลู่ฮ่าวก็รีบกล่าวทักทาย “หมอลู่ กลับมาแล้วหรือครับ?”
“อืม เพิ่งมาถึงน่ะ”
คนในห้องทำงานได้ยินการสนทนาที่ประตูจึงมองไปตามเสียง
เมื่อเห็นว่าเป็นลู่ฮ่าว กู้หนานก็ลุกขึ้นพร้อมกับโบกมือให้เขา
“พี่ฮ่าว”
ลู่ฮ่าวก้าวเข้ามาเอื้อมมือหยิบอมยิ้มออกจากปากของเธอ “ทำไมถึงไม่อยู่บ้าน มาทำอะไรที่นี่?”
กู้หนานอธิบาย “พ่อของเสี่ยวหลิวไม่สบาย เขาก็เลยพาคุณลุงมาที่ออฟฟิศเพื่อให้ฉันช่วยตรวจดูอาการให้ ฉันเบื่อบ้านอยู่พอดี ก็เลยมาที่นี่”
เสี่ยวหลิวพูดขอโทษจากด้านข้าง “ต้องขอโทษด้วยนะครับหมอลู่ ผมทำให้คุณเป็นกังวล”
ลู่ฮ่าวยิ้ม “ไม่เป็นไรครับ”
“กลับบ้านกันเถอะ”
กู้หนานหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมา จากนั้นยันเก้าอี้ลุกขึ้นยืนด้วยมือเดียว แล้วพูดกับพนักงานคนอื่น ๆ “พวกคุณกลับไปทำงานกันต่อเถอะ”
“ลีน่า ไอรีน ฉันไปก่อนนะ”
เมื่อเห็นลู่ฮ่าวเดินจับมือกู้หนานออกจากห้องทำงานไป ลีน่าก็ถอนหายใจด้วยความเศร้าโศก “ทำไมคนที่ทั้งหล่อและดีแบบนี้ถึงเป็นสามีคนอื่นกันหมดเลยนะ”
หลังออกมาจากอาคารสำนักงานแล้ว ลู่ฮ่าวถามขึ้นพร้อมกับทำหน้าเคร่งขรึม “ทำไมเธอถึงออกไปข้างนอกทั้ง ๆ ที่ตัวเองท้องแก่แบบนี้?”
“หวังฉีมารับฉัน ฉันไม่ได้ออกไปเองซะหน่อย พอพวกคุณไม่อยู่ การอยู่คนเดียวก็น่าเบื่อเกินไป แล้วที่ออฟฟิศมีคนไข้ที่รอการรักษา จะให้ฉันปฏิเสธได้ยังไง”
กู้หนานจับมือเขา “ใครบอกให้คุณเลื่อนเวลากลับบ้านช้ากว่ากำหนดกันล่ะ? เราตกลงกันไว้ว่าคุณจะกลับมาภายในสองวันไม่ใช่หรือ?”
ลู่ฮ่าวตอบกลับอย่างรู้สึกผิด “ฉันขอโทษ รองผู้อำนวยการแผนกติดเคสผ่าตัด ทำให้การประชุมต้องเลื่อนออกไปจากกำหนดเดิม”
กู้หนานพูดยิ้ม ๆ “ฉันไม่คิดเลยว่าการที่คุณไปตามหาพ่อในครั้งนี้ จะทำให้คุณได้รับโอกาสที่ไม่คาดคิด”
ลู่ฮ่าวมองเธอ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “มีอะไรที่ไม่คาดคิดเยอะเลยละ”