เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 749 เธอเป็นหลานสาวของคุณหรือ?
บทที่ 749 เธอเป็นหลานสาวของคุณหรือ?
หลังจากวางสาย เดวิดก็หันไปมองแม่ของเวิงอิ่งพลางพูดว่า “ตำรวจจะมาถึงในอีกไม่ช้า เชิญไปให้ปากคำที่โรงพักได้เลย”
เมื่อได้ยินคำพูดของเดวิด เธอก็ตกใจจนหน้าซีด
เมื่อวานเขาข่มขู่ว่าจะโทรหาตำรวจ แต่กลับแบตหมด ทำให้โทรศัพท์ใช้งานไม่ได้
“เสี่ยวอิ่ง ช่วยพูดกับลุงของแกหน่อยสิ” แม่ของเวิงอิ่งทำได้เพียงหันไปมองเวิงอิ่ง พร้อมกับวิงวอน
ตอนนี้เวิงอิ่งยังคงสับสน ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ แม่ถึงเอาแต่บอกว่าคุณเดวิดเป็นลุงรองของเธอ
แต่เดวิดทำสีหน้าเศร้าหมอง พูดด้วยน้ำเสียงที่ห่างเหิน
“ขอโทษด้วย ฉันไม่มีครอบครัว นับประสาอะไรกับหลานสาว อย่าพยายามยัดเยียดสถานะกันแบบนี้ โอเคไหม?”
ลู่ฮ่าวเปิดประตูรถ แล้วหลีกทางให้เฉินหย่าจือกับเดวิดเข้าไปในรถก่อน
ตัวเขาเองหันไปพูดกับคุณชายซุนว่า “พวกเราขอตัวก่อนนะครับคุณซุน หลังจากตำรวจมาถึงแล้ว ช่วยอธิบายสถานการณ์อย่างละเอียดที อย่าปล่อยให้คนพวกนี้หนีไปได้ หรือให้ตำรวจติดต่อเราเพื่อสอบพยานเพิ่มเติมก็ได้ครับ”
แม่ของเวิงอิ่งมองดูพี่รองของตัวเองขึ้นรถไป แต่ไม่กล้าเข้าไปขวาง ทำได้เพียงกัดฟันอย่างขัดใจ
ใจหนึ่งก็คิดอยากโทรหาพี่ชายคนโต แต่ตัวเธอเองไม่มีโทรศัพท์มือถือ
เมื่อพ่อของเวิงอิ่ง พี่ชาย และคนอื่น ๆ ได้ยินว่าแม่เจอลุงรองแล้ว สีหน้าพวกเขาต่างก็เต็มไปด้วยความหวัง
เมื่อวานนี้ พวกเขาได้ยินจากแม่ว่าลุงรองหายตัวไปนานกว่ายี่สิบปีกลับมาเยือนบ้านเกิดอีกครั้ง
แต่เนื่องจากเหตุการณ์บางอย่าง ทำให้อีกฝ่ายผิดใจกับพวกพี่น้อง และปฏิเสธไม่ยอมรับครอบครัวอีก
ตอนนี้ แม่เวิงอิ่งบอกครอบครัวว่าจากนี้ไปไม่ต้องไปทำงานอีก ให้แยกย้ายกันไปก่อน
จากนั้นก็มอบหมายลูกชายคนโตให้เฝ้าอยู่หน้าประตูบ้านตระกูลซุน ถ้าเวิงอิ่งออกมาเมื่อไหร่ ให้รีบรายงานทันที
ส่วนเธอกับสามีรีบกลับไปที่บ้านตระกูลเสิ่น เพื่อปรึกษากับพี่ใหญ่ว่าจะต้องตามหาพี่รองที่หนีไปเมื่อวานนี้กลับมาให้ได้ จากนั้นค่อยหาทางลงหลักปักฐานกับเขา
ตราบใดที่ทั้งสองครอบครัวนี้แต่งงานกัน พวกเขาจะสามารถหวนคืนสู่สังคมระดับสูงอย่างยิ่งใหญ่ได้
“โทรหาลุงใหญ่ของลูกซะ บอกว่าแม่เจอลุงรองแล้ว”
“จริงหรือ ถ้าเขาใช่ลุงรองจริง ๆ ทำไมแม่ไม่ขวางเขาไว้ล่ะ ดูเสื้อผ้าที่เขาใส่สิ ตอนนี้เขาต้องรวยมากกว่าตระกูลซุนแน่ ๆ”
“แค่โทรไปบอกลุงก็พอ”
“เราจะทำอะไรวู่วามไม่ได้ รอตำรวจมาจัดการอะไร ๆ ก่อนเถอะ แล้วค่อยออกไป”
“ตำรวจเลยหรือ เขาเป็นพี่รองของแม่นะ กล้าแจ้งตำรวจมาจับพวกเราได้ยังไง?”
ซุนเฉิงขับรถพาทั้งสามกลับไปที่โรงแรม
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ทำให้เขาเสียใจมาก หลังจากคิดอยู่นาน เขาก็กล่าวขอโทษ “คุณเดวิด ผมขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้คุณต้องลำบากใจ”
“ไม่เป็นไร”
ใบหน้าของเดวิดยังคงเย็นชา เฉินหย่าจือที่นั่งข้างเขาจับมือเขาไว้ เนื่องจากซุนเฉิงยังอยู่ตรงนี้ เธอจึงไม่ได้ถามคำถามอะไรออกไป แค่อยู่ข้าง ๆ คอยให้กำลังใจเท่านั้น
ซุนเฉิงก็ขับรถเข้าไปจอดที่หน้าโรงแรม ลู่ฮ่าวลงจากรถแล้วอ้อมไปเปิดประตูให้พ่อแม่
ซุนเฉิงเองก็ลงจากรถด้วยเช่นกัน เขาอยากถามเดวิดเหลือเกิน ว่าเขากับแม่ของเวิงอิ่งเป็นพี่น้องกันจริง ๆ หรือเปล่า แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเดวิดที่ยังดูเหมือนไม่พร้อมจะตอบอะไร จึงไม่กล้าถามในตอนนี้ และไม่ลืมกล่าวขอโทษอีกครั้ง แล้วขับรถออกไป
ทั้งสามเข้าไปในห้องพักของโรงแรม ในที่สุดลู่ฮ่าวก็อดไม่ได้ที่จะถามเดวิด “พ่อครับ ผู้หญิงคนนั้นเป็นน้องสาวของพ่อจริง ๆ หรือ?”
เมื่อวานนี้เดวิดเพิ่งเจอครอบครัวเดิมของตัวเองโดยบังเอิญ มาวันนี้แม่ของเวิงอิ่งยังเรียกเขาว่าพี่รองอีก
เดวิดเงียบอยู่นาน ก่อนจะตอบด้วยสีหน้าหนักใจ “ใช่ เคยเป็น”
“น้องสาวแท้ ๆ เลยหรือครับ?” ลู่ฮ่าวพยายามระงับความตกใจ แล้วถามต่อ
เดวิดพยักหน้า “ใช่”
“ถ้าอย่างนั้น เวิงอิ่งก็มีสถานะเป็นหลานสาวของพ่อน่ะสิ”
ลู่ฮ่าวประหลาดใจ ก่อนหน้านี้เวิงอิ่งเพิ่งจะเรียกเขาว่าพี่ชาย ไม่น่าเชื่อเลยว่าตอนนี้พวกเขากลายเป็นลูกพี่ลูกน้องกันจริง ๆ
มีเรื่องเหลือเชื่อแบบนี้เกิดขึ้นบนโลกได้อย่างไร?
เฉินหย่าจือเห็นว่าเดวิดอารมณ์ไม่ค่อยดี จึงพูดกับลู่ฮ่าวว่า
“เสี่ยวฮ่าว กลับไปพักผ่อนที่ห้องก่อนเถอะ รอให้พ่อเขาสงบสติอารมณ์ลงสักหน่อย”
“ครับ ถ้าต้องการอะไรเรียกหาผมนะ”
ลู่ฮ่าวกลับไปที่ห้องของตัวเอง อาบน้ำ จัดการกับอารมณ์ที่วุ่นวาย จากนั้นเริ่มจดจ่ออยู่กับการเตรียมอุปกรณ์สำหรับนำเสนอ
ส่วนซุนเฉิงที่กลับไปถึงบ้าน พบว่าภายในตัวบ้านกลับเงียบงัน
เมื่อเดินเข้าไปในห้องรับแขก ถึงเห็นว่าพ่อแม่ของเขาและเวิงอิ่งนั่งรอเขากลับมา
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกลับมาแล้ว เวิงอิ่งก็รีบเข้าไปทักทาย
ตอนนี้เวิงอิ่งอยากรู้มากจริง ๆ ว่าสิ่งที่แม่ของเธอพูดเป็นเรื่องจริงไหม?
เดวิดเป็นลุงรองของเธอจริง ๆ หรือ?
คุณชายซุนและคุณหญิงซุนต่างก็อยากรู้อยากเห็นพอ ๆ กัน เมื่อเห็นซุนเฉิงกลับมาแล้ว คุณหญิงซุนก็รีบถาม “เสี่ยวเฉิง ส่งพวกเขากลับโรงแรมเรียบร้อยหรือยัง?”
ซุนเฉิงพยักหน้า “ครับ”
“คุณเดวิดพูดอะไรถึงเรื่องนี้บ้างไหม?”
คุณหญิงซุนก็ต้องการทราบความจริงเช่นกัน จึงลองถามหยั่งเชิงดู
“ไม่เลย คุณเดวิดดูอารมณ์ไม่ดี ผมเลยไม่กล้าถามอะไร”
แต่ซุนเฉิงไม่ใช่คนโง่ เขาพอเดาได้ว่าเดวิดคงเป็นลุงของเวิงอิ่งจริง ๆ
แต่จากท่าทีของเดวิดที่มีต่อแม่ของเวิงอิ่ง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เต็มใจที่จะยุ่งเกี่ยวกับตระกูลเวิงหรือตระกูลเสิ่นทั้งสิ้น
จึงมีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะไม่รู้จักเวิงอิ่งมาก่อน
“พ่อ แม่ ไม่ว่าเสี่ยวอิ่งกับคุณเดวิดจะมีความสัมพันธ์อะไรก็ตาม มันไม่มีทางเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเธอได้หรอกนะครับ”
ซุนเฉิงเอาแต่คิดเรื่องนี้มาตลอดทาง มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่จะยุติปัญหาของตระกูลเวิงได้
เขาพูดกับพ่อแม่ว่า “ผมคิดว่าหลังจากนี้ตระกูลเวิงคงเลิกตามมารังควานเสี่ยวอิ่งสักพัก เอาอย่างนี้ ผมจะพาเสี่ยวอิ่งกลับไปที่หลันเฉิงก่อน ที่นั่นมีงานรอผมอยู่มากมาย และผมยังต้องกลับไปจัดการหลาย ๆ เรื่อง เสี่ยวอิ่งเองก็มีต้นฉบับที่ต้องส่งเหมือนกัน เธอควรกลับไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ ส่วนงานแต่ง ถ้าไม่เป็นการยากลำบากสำหรับทุกคนเกินไปก็เชิญไปร่วมงานของเราที่หลันเฉิงด้วยนะครับ”
เมื่อคุณชายซุนได้ยินแบบนี้ เขาก็พูดด้วยอย่างไม่พอใจ ด้วยสีหน้าแข็งกระด้าง “พูดบ้าอะไรของแก? แกเป็นคนกั่งเฉิง ทำไมต้องถ่อสังขารไปจัดงานแต่งที่เมืองหลันเฉิงด้วย? คนรู้จักของเราทั้งหมดก็อยู่ในกั่งเฉิงกันทั้งนั้น จะให้เราเชิญแขกไปที่หลันเฉิงได้ยังไง”
“การแต่งงานเป็นเรื่องของคนสองคน ผมไม่ต้องการสักขีพยานจำนวนมาก แค่อยากได้รับคำอวยพรจากคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตพวกเราเท่านั้น”
ซุนเฉิงยืนกราน “ผมตัดสินใจแล้ว พวกเราควรมุ่งหน้าทำงานเพื่อสร้างอาชีพเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง พรุ่งนี้ผมจะซื้อตั๋วกลับหลันเฉิงทันทีครับ”
ถ้าพวกเขาอยู่ในกั่งเฉิงต่อไป และครอบครัวเวิงจะแห่มาสร้างปัญหาอีกเรื่อย ๆ เห็นทีพ่อแม่ของเขาคงเปลี่ยนใจคัดค้านการแต่งงานครั้งนี้แน่นอน
และยิ่งนานความกระหายของคนเหล่านั้นก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
โดยเฉพาะตอนนี้มีเดวิดเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าพ่อแม่ของเวิงอิ่งมาขอร้องให้เวิงอิ่งเป็นตัวแทนไปคุยกับเดวิด เรื่องต่าง ๆ คงวุ่นวายมากขึ้นกว่านี้
หลังจากที่ซุนเฉิงพูดจบ เขาก็จับมือเวิงอิ่ง แล้วพูดกับเธอว่า “เสี่ยวอิ่ง ขึ้นไปชั้นบนแล้วนอนพักก่อนเถอะ”
ซุนเฉิงพาเวิงอิ่งขึ้นไปชั้นบน คุณหญิงซุนจึงหันไปถามคุณชายซุนด้วยเสียงต่ำ “เหล่าซุน พวกเราไม่ได้ตรวจสอบตระกูลเสิ่นแล้วหรอกหรือ ได้ยินมาว่าลูกชายคนรองของตระกูลเสิ่นหายตัวไปเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว หรือว่าคุณเดวิดคนนี้จะเป็นลูกชายคนรองของตระกูลเสิ่นจริง ๆ”
คุณชายซุนพยักหน้า “คงอย่างนั้น แม่ของเวิงอิ่งไม่มีทางเรียกเขาว่าพี่รองโดยไม่มีเหตุผล”
อีกทั้งการแสดงออกของเดวิดในตอนนั้น ก็เพียงพอที่จะอธิบายทุกอย่างได้แล้ว
เขาตามสืบข้อมูล พบว่าลูกชายคนรองของตระกูลเสิ่นถูกภรรยาทรยศ และยังสูญเสียลูกสาวอันเป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ เพื่อผลประโยชน์และหน้าตาของตัวเอง ไม่มีพี่น้องคนไหนเลยที่เต็มใจยืนหยัดอยู่ข้างเขา สุดท้ายเขาจึงต้องหนีลงเรือออกไปจากกั่งเฉิง นับตั้งแต่นั้นมา ไม่มีใครได้ยินข่าวคราวของเขาอีก และไม่รู้แม้กระทั่งว่าอยู่หรือตาย
เขาจากไปโดยที่ใจเต็มเปี่ยมด้วยความเคียดแค้น