เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 745 สนับสนุนเวิงอิ่ง
บทที่ 745 สนับสนุนเวิงอิ่ง
ซุนเฉิงช่วยเวิงอิ่งเก็บสัมภาระส่วนตัวอย่างรวดเร็ว
อะพาร์ตเมนต์นี้มีทุกอย่างครบครัน แต่สิ่งของมีค่าและสำคัญมากที่สุดสำหรับเวิงอิ่งคือคอมพิวเตอร์ของเธอ
ซุนเฉิงอุ้มคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่เข้าไปในรถ จากนั้นเวิงอิ่งก็เก็บเสื้อผ้าของตัวเอง รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดไปไว้ในรถเช่นกัน
แต่เวิงอิ่งยังคงไม่สบายใจอยู่บ้าง และรู้สึกลังเล “คุณป้าซุน ถ้าฉันไปอยู่กับพวกคุณที่บ้าน คนในครอบครัวฉันต้องตามไปสร้างปัญหาให้กับพวกคุณแน่ ๆ เลยค่ะ”
เธอกลัวว่าคนจากครอบครัวของตัวเองและครอบครัวของบรรดาลุง ๆ ตระกูลเสิ่นจะมารังควานตระกูลซุน จึงตัดสินใจเช่าห้องแยกออกไปอยู่เอง
คุณหญิงซุนไม่สนใจ “พวกเขามาหาถึงที่ก็ยิ่งดี เธอจะได้มีโอกาสอธิบายให้พวกเขาฟังอย่างชัดเจน”
“เสี่ยวอิ่ง ไปเถอะ ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว เธอเป็นเด็กดี คุณลุงและฉันต่างก็ชอบเธอมาก ๆ ถ้าจัดการเรื่องอีนุงตุงนังส่วนตัวได้เรียบร้อยเมื่อไหร่ คราวนี้เธอกับเสี่ยวเฉิงก็จะได้อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขแล้ว”
ซุนเฉิงขนของทุกอย่างไว้ในรถเสร็จแล้ว
คุณหญิงซุนจับมือเวิงอิ่ง แล้วเดินออกไปขึ้นรถด้วยกัน
คุณหญิงซุนดูรักใคร่และใจดีต่อเธอมาก เวิงอิ่งทั้งรู้สึกอบอุ่นและสบายใจ
หลังจากมาถึงบ้านตระกูลซุน เวิงอิ่งที่เดินเข้าไปในบ้านแล้วเห็นคุณชายซุนก็ทักทายเขาอย่างประหม่า “คุณลุงซุน”
“เหล่าซุน ฉันไปรับเสี่ยวอิ่งมาอยู่ที่นี่ ฉันเห็นว่าการอาศัยอยู่ในอะพาร์ตเมนต์โทรม ๆ และพลุกพล่านดูไม่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิงแบบเธอเลย นักเขียนต้องใช้จินตนาการ ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี จะส่งผลต่อแรงบันดาลใจได้”
“ในเมื่อมาแล้วก็อยู่ที่นี่เถอะ”
“เสี่ยวเฉิง ให้เสี่ยวอิ่งนอนในห้องรับรองแขกชั้นบนก็แล้วกัน ให้คนไปทำความสะอาดเร็ว จะได้ย้ายของขึ้นไป”
“ครับ”
ซุนเฉิงเดินขึ้นไปชั้นบนโดยอุ้มคอมพิวเตอร์เครื่องโตของเวิงอิ่งไว้ในอ้อมแขน เวิงอิ่งก็ตามเขาขึ้นไปชั้นบนพร้อมกับกระเป๋าเดินทางของตัวเอง
คุณหญิงซุนเหล่มองคุณชายซุนด้วยความไม่พอใจ “ทำใจยอมรับเสี่ยวอิ่งได้แล้ว เธอรับปากว่าจะตัดขาดความสัมพันธ์กับทั้งตระกูลเวิงและตระกูลเสิ่น ไม่มีเรื่องต้องกังวลอีกต่อไปแล้วนะ”
“เข้าใจแล้ว ผมจะออกไปที่บริษัท”
คุณชายซุนยังมีใบหน้าแข็งทื่อ เห็นได้ชัดว่ายังไม่สามารถยอมรับลูกสะใภ้คนนี้ได้อย่างสมบูรณ์
ไม่ว่าซุนเฉิงจะชอบผู้หญิงคนนี้มากแค่ไหน ไม่ว่าภูมิหลังของครอบครัว หรือสุขภาพร่างกายของเธอจะดีอย่างไร เวิงอิ่งก็ไม่เข้าข่ายตัวเลือกลูกสะใภ้ในอุดมคติของเขาเลยสักนิด
เขาไม่คิดว่าเวิงอิ่งจะตัดขาดความสัมพันธ์กับครอบครัวตัวเองได้จริง ๆ
เขาไม่ได้รังเกียจคนจน แต่เกลียดแมลงมอดที่เกียจคร้านหากิน และพยายามแสวงหาอะไรมาโดยเปล่าประโยชน์
เห็นได้ชัดว่าครอบครัวของเวิงอิ่งเป็นคนประเภทนั้น
นอกจากนี้ เขายังกังวลมากเกี่ยวกับเรื่องฉาวของตระกูลเสิ่นของลุงของเวิงอิ่ง
ซุนเฉิงวางคอมพิวเตอร์ไว้บนโต๊ะในห้องรับรองแขก หยิบกระเป๋าเดินทางจากมือเวิงอิ่ง
“ไว้ผมค่อยไปตามช่างเทคนิคที่ชำนาญการตรวจสอบคอมพิวเตอร์มาที่นี่ เพื่อดูว่าเราพอจะใช้โทรศัพท์บ้านของที่นี่เพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกับคอมพิวเตอร์คุณได้ไหม”
เวิงอิ่งจ้องมองตรงไปที่ซุนเฉิง มีอารมณ์หลากหลายอยู่บนใบหน้าของเธอ สภาพจิตใจก็ซับซ้อนสับสน
ซุนเฉิงเข้าไปรั้งร่างเธอมากอดไว้ในอ้อมแขน พูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่ต้องกังวลนะ ผมสัญญาว่าจะดูแลคุณอย่างดี”
เวิงอิ่งถามอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมคุณถึงสารภาพความจริงกับครอบครัวโดยไม่มาปรึกษาฉันก่อน?”
ซุนเฉิงตอบ “ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดจะทำแบบนี้เหมือนกัน แต่ลู่ฮ่าวเป็นคนเสนอความคิดนี้กับผม เขามอบกำลังใจและความกล้าหาญให้ผมอย่างเต็มเปี่ยม”
“คุณโทรไปปรึกษาหมอลู่หรือคะ?” เวิงอิ่งถาม
ซุนเฉิงมองหน้าเธอแล้วอธิบาย “เปล่า ตอนนี้ลู่ฮ่าวอยู่ที่กั่งเฉิง เมื่อไม่กี่วันก่อนคุณเดวิดเขาเดินทางมาที่กั่งเฉิงเพื่อหารือเรื่องธุรกิจ แต่จู่ ๆ ก็ขาดการติดต่อกับครอบครัวลู่ฮ่าว เขาเลยมาที่นี่พร้อมกับแม่เพื่อตามหาพ่อน่ะ”
“ขาดการติดต่อ?” เวิงอิ่งมองซุนเฉิงอย่างกังวล
เมื่อไม่กี่วันก่อนเธอก็รับรู้ว่าเดวิดอยู่ที่นี่ แต่เนื่องจากเธอมีปัญหาเลวร้ายเข้ามามากมาย ทำให้ไม่กล้าถามรายละเอียดจากซุนเฉิง
“ตอนนี้เจอตัวเขาแล้ว”
ซุนเฉิงปล่อยมือจากเวิงอิ่ง เปิดซิปกระเป๋า แล้วหยิบเสื้อผ้าออกมาจากด้านใน “มา ผมจะช่วยคุณจัดเสื้อผ้าและเปลี่ยนผ้าปูที่นอนกับผ้านวมใหม่ ไว้ค่อยโทรหาลู่ฮ่าวกับคุณเดวิดทีหลัง ผมว่าจะชวนพวกเขาไปเลี้ยงอาหารค่ำสักหน่อย”
เดวิดพาลู่ฮ่าวและเฉินหย่าจือไปที่โรงพยาบาลเหรินอ้ายในตอนเช้า หลังจากลงนามในสัญญาจัดหาผลิตภัณฑ์กับทางโรงพยาบาล เมื่อพวกเขารู้ว่าลู่ฮ่าวเป็นศัลยแพทย์กระดูกและข้อที่มาจากโรงพยาบาลปักกิ่ง จึงเป็นธุระแนะนำให้เขารู้จักกับผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกประจำโรงพยาบาล
แต่วันนี้ผู้อำนวยการแผนกศัลยกรรมกระดูกติดเคสผ่าตัด ลู่ฮ่าวจึงได้พบกับแพทย์รุ่นใหม่แค่ไม่กี่คนที่มีอายุไล่เลี่ยกันกับเขา และเนื่องจากเป็นวันทำงาน จึงไม่ได้หารือกันอย่างจริงจังเท่าที่ควร
โรงพยาบาลจึงเสนอให้ทุกคนมาพบกันที่ห้องประชุมของโรงพยาบาลในเช้าวันพรุ่งนี้
ด้วยเหตุนี้ ลู่ฮ่าวจึงโทรไปหาผู้อำนวยการหวัง เพื่อขออนุมัติขยายวันลาหยุดออกไปหนึ่งวัน
ผู้อำนวยการหวังได้ยินว่าลู่ฮ่าวได้รับเชิญให้เข้าพบผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อของโรงพยาบาลเหรินอ้าย จึงอนุญาตให้ลาได้ทันที
และเขายังบอกด้วยว่าถ้าวันเดียวไม่พอ จะลาสักสองสามวันก็ได้
จากนั้นก็กำชับให้ลู่ฮ่าวแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญให้มาก ๆ เมื่อกลับมาแล้วจะได้เขียนรายงานส่งขึ้นเบื้องบน
ตอนที่ซุนเฉิงโทรหาลู่ฮ่าว เขาและเดวิดเพิ่งออกมาจากโรงพยาบาลพอดี
ซุนเฉิงบอกว่าเขาจะพาเวิงอิ่งออกไปพบปะกับพวกเขาที่โรงแรม
เวิงอิ่งเก็บตัวอยู่แต่ในห้องพักมาหลายวัน จะได้ถือโอกาสนี้ออกไปพบปะเพื่อนฝูงและพักผ่อน
ทั้งสองลงไปชั้นล่าง ซุนเฉิงเคาะประตูห้องของพ่อแม่ แล้วพูดว่า “พ่อครับ แม่ครับ ลู่ฮ่าวกับคุณเดวิดเดินทางมาทำธุระที่กั่งเฉิงพอดี ผมกับเสี่ยวอิ่งเลยเสนอเลี้ยงอาหารค่ำพวกเขา พวกเราขอออกไปข้างนอกสักพักนะครับ”
“คุณเดวิดหรือ? ใช่คนที่เปิดบริษัทและทำธุรกิจรายใหญ่ในประเทศ Y ที่ลูกพูดถึงเมื่อไม่กี่วันก่อนหรือเปล่า?” ตอนแรกคุณชายซุนดูไม่สนใจ แต่หลังจากได้ยินซุนเฉิงพูดถึงอีกฝ่ายซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทในแวดวงธุรกิจ จึงถามเพิ่มเติม
ซุนเฉิงตอบว่า “ใช่ครับ เขาเป็นพ่อเลี้ยงของลู่ฮ่าว ตอนนี้อยู่ที่กั่งเฉิง ลู่ฮ่าวกับแม่ของเขาก็อยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน ได้ยินมาว่าพวกเขาเพิ่งไปเซ็นสัญญาทางการค้าที่โรงพยาบาลเหรินอ้ายในวันนี้ อีกไม่กี่วันคงเดินทางกลับปักกิ่งแล้ว เมื่อวานพวกเขาถามหาเสี่ยวอิ่งพอดี ผมเลยจะพาเสี่ยวอิ่งไปเยี่ยมและทานอาหารเย็นร่วมกันกับพวกเขา”
“เสี่ยวอิ่งก็รู้จักพวกเขาเหมือนกันหรือ?” คุณชายซุนเหลือบมองเธอแล้วถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“แน่ละครับ เสี่ยวอิ่งต้องสนิทกับพวกเขาอยู่แล้ว หมอที่รักษาอาการป่วยให้เธอคือกู้หนาน เป็นภรรยาของลู่ฮ่าว แถมเธอยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคุณเดวิดและคุณเฉินหย่าจือ คุณเฉินหย่าจือก็เป็นแฟนนิยายของเสี่ยวอิ่ง เราจึงตั้งใจว่าจะเลี้ยงอาหารพวกเขาในฐานะเจ้าบ้านน่ะ”
หลังจากได้ยินคำอธิบายของซุนเฉิง ดวงตาของคุณหญิงซุนก็ขยับเล็กน้อย เสนอด้วยรอยยิ้ม “งั้นทำไมไม่เชิญพวกเขามาทานข้าวที่บ้านเราล่ะ?”
ซุนเฉิงดูประหลาดใจ “ที่บ้านหรือครับ?”
“ใช่แล้ว ในเมื่อเราทุกคนต่างก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ก็ควรชวนพวกเขามาที่บ้านถึงจะถูก พวกเขาบรรลุความร่วมมือกับโรงพยาบาลแล้ว อีกหน่อยคงได้แวะเวียนมาทำธุรกิจที่กั่งเฉิงบ่อย ๆ แน่ ถือโอกาสนี้เชิญพวกเขามารู้จักกับเราซะเลย พ่อกับแม่จะได้มีเพื่อนจากจีนเพิ่มขึ้นด้วย”
คุณหญิงซุนคิดว่าในเมื่อคุณเฉินหย่าจือคนนี้คุ้นเคยกับเวิงอิ่งเป็นอย่างดี ถ้าอย่างนั้นก็เชิญพวกเขามาที่บ้านในนามเวิงอิ่งเสียเลย เพื่อที่สามีของเธอจะได้เห็นว่าเวิงอิ่งมีผู้สนับสนุน ทั้งยังกว้างขวาง เผื่อว่าทัศนคติของเขาที่มีต่อเวิงอิ่งจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
แม้ว่าเธอจะไม่เห็นด้วยกับสามีในเรื่องปัญหาส่วนตัวของลูกชาย แต่เธอก็เข้าใจจุดยืนของคุณชายซุนอย่างถ่องแท้
แนวคิดเรื่องหน้าตาของตระกูล ฝังแน่นอยู่ในกระดูกของผู้ชายหัวโบราณคนนี้ไปแล้ว
ฉะนั้นต้องพิจารณาจากวงสังคมที่คนคนนั้นอยู่ เขาถึงจะมองเห็นคุณค่าของตัวบุคคลได้ชัดเจนขึ้น
เธอต้องการให้เดวิดและเฉินหย่าจือ ช่วยสนับสนุนเวิงอิ่งในฐานะที่พวกเขาเป็นมิตรที่ดีต่อกัน