เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 744 เงื่อนไขของตระกูลซุน
บทที่ 744 เงื่อนไขของตระกูลซุน
ซุนเฉิงรู้สึกประหม่ามากขณะขับรถ พยายามคาดเดาความคิดของผู้เป็นแม่ แต่แม่ของเขาเอาแต่หลับตาตลอดทาง และคอยเตือนให้เขามุ่งความสนใจไปที่การขับรถ
ขณะที่มือจับพวงมาลัย แต่จิตใจของเขากลับปั่นป่วนเป็นพันครั้ง
แม่ของเขาเป็นแฟนนิยายของเวิงอิ่ง แม้ว่าเธอจะไม่เห็นด้วยกับการที่พวกเขาจะแต่งงานกัน แต่เธอก็ไม่ควรพูดจาหักหาญน้ำใจจนเกินไป
ถ้าแม่ปฏิเสธเวิงอิ่งเพราะคล้อยตามพ่อ เขาตั้งใจว่าจะพาเวิงอิ่งกลับไปที่หลันเฉิงภายในคืนนี้เลย
ตัวดูดเลือดจากตระกูลเวิงจะได้สูบเลือดสูบเนื้อเสี่ยวอิ่งไม่ได้อีก
ถ้าเรื่องถึงขั้นนั้นจริง จากมุมมองของเขาพ่อแม่คงไม่มายุ่งกับการแต่งงานของพวกเขาอีก
แผนการหลบหนีมากมายผุดขึ้นมาในใจของซุนเฉิงตลอดทาง
เมื่อมาถึงอะพาร์ตเมนต์ชั้นล่างที่เวิงอิ่งอยู่ คุณหญิงซุนขมวดคิ้วเมื่อมองเห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบ
เด็กสมัยนี้ใจกล้ากันจริงเชียว เป็นผู้หญิง แต่กลับอาศัยอยู่ในสถานที่ยุ่งวุ่นวายนี้ได้โดยที่ไม่กลัวอันตราย
พอขึ้นไปถึงชั้นบน เธอก็เคาะประตู
เวิงอิ่งกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์งาน
สมองนึกจินตนาการถึงใบหน้าญาติ ๆ ที่น่าเกลียดพวกนั้น ดัดแปลงให้กลายเป็นตัวละครฝ่ายร้ายในนิยายของตัวเอง
เธอเศร้างั้นหรือ?
แม้แต่ตัวเองยังไม่ค่อยเข้าใจ
แต่ภายในใจลึก ๆ ยังคงรู้สึกเจ็บปวด เมื่อนึกถึงภาพคนที่ตัวเองเคยเรียกว่าญาติหยิบยกโรคร้ายอันแสนเจ็บปวดมาข่มขู่คุกคาม เพื่อบีบบังคับให้เธอรีดไถผลประโยชน์จากตระกูลซุน รวมถึงหางานให้กับพี่น้องของตัวเอง
เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เธอก็ลุกขึ้นและเดินไปเปิดให้
และเมื่อเห็นคุณหญิงซุนและซุนเฉิงยืนอยู่ที่หน้าประตู เธอถึงกับตกตะลึงเล็กน้อย
“คุณป้าซุน ทำไมถึงมาที่นี่ได้คะ?”
“ขอฉันดูหน่อยสิ” คุณหญิงซุนพินิจมองใบหน้าซูบเซียวของเวิงอิ่ง ยิ่งเห็นก็ยิ่งรู้สึกสงสาร
ในฐานะที่ตัวเองเป็นแม่คน ไหนเลยจะทนเห็นลูกสาวตัวเองมีสภาพแบบนี้ได้?
เธอนึกภาพไม่ออกว่าเวิงอิ่งประคองชีวิตรอดมาได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ป่วยหนักและเคลื่อนไหวลำบากขนาดนั้น
คุณหญิงซุนเดินเข้าไปในห้อง สมองวนเวียนคิดเรื่องต่าง ๆ พลางมองดูสภาพแวดล้อมในห้อง
อะพาร์ตเมนต์นี้ไม่ใหญ่นัก แต่จัดวางเฟอร์นิเจอร์อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย บนหน้าจอคอมพิวเตอร์อัดแน่นไปด้วยตัวอักษร
คุณหญิงซุนเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอ จึงถามด้วยรอยยิ้มว่า “เสี่ยวอิ่ง เธอเขียนไปเยอะแล้วหรือยัง? อีกนานไหมกว่าจะเผยแพร่ให้พวกเราได้อ่าน?”
เวิงอิ่งตอบกลับ “คืบหน้าไปนิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะป้าซุน ตอนนี้สภาพจิตใจฉันไม่ค่อยดี อาจจะยังเขียนไม่เสร็จจนถึงปีหน้า”
หลังจากพูดอย่างนั้น เวิงอิ่งก็รู้สึกกระดากปากนิดหน่อย กลัวว่าคุณหญิงซุนจะเข้าใจผิด จึงพูดเสริมว่า “ไม่ใช่สภาพจิตใจฉันไม่ดีแบบนั้นหรอกค่ะ แค่ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยมีแรงบันดาลใจเท่าไหร่ ก็เลยพลอยเขียนช้าไปด้วย”
คุณหญิงซุนมองดูหญิงสาวตรงหน้าที่เผยรอยยิ้มและอธิบายให้ตัวเองฟังด้วยสีหน้าซับซ้อน จากนั้นเดินเข้าไปหาอย่างระมัดระวัง แล้ววางกระเป๋าถือในมือลง
ซุนเฉิงพูดอย่างประหม่า “แม่”
คุณหญิงซุนเดินไปหาเวิงอิ่ง จากนั้นก็โผเข้าสวมกอดหญิงสาวทันที
ซุนเฉิง “????”
เวิงอิ่งมีสีหน้าเคร่งเครียด มองไปที่ซุนเฉิงเพื่อขอความช่วยเหลือ
คุณหญิงซุนกอดเธอไว้แน่น เสียงของเธอเจือเสียงสะอื้น “เสี่ยวอิ่ง ที่ผ่านมาเธอคงเจ็บปวดมากสินะ ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยจริง ๆ ว่าเด็กสาวแบบเธอที่ดูมีความสุข ร่าเริง และน่ารักขนาดนี้ ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดมากมายแค่ไหน”
หลังจากที่คุณหญิงซุนกอดเธอแล้ว ก็ผละตัวเองห่างออกมา มองเธอขึ้นลงหัวจรดเท้า “ขอฉันดูหน่อยว่าตอนนี้เธอยังเจ็บตามร่างกายอยู่ไหม?”
เวิงอิ่งมองไปที่ซุนเฉิงราวกับตั้งคำถาม
ซุนเฉิงทำได้เพียงอธิบายว่า “แม่ผมรู้แล้วว่าคุณป่วยด้วยโรคอะไร”
เมื่อได้ยินแบบนี้ ใจของเวิงอิ่งก็จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งทันที
รู้อาการป่วยของเธอแล้วงั้นหรือ?
ตอนนี้เธอสิ้นหวังอย่างมาก
ที่เธอยังสามารถต่อสู้เพื่อความรักครั้งนี้ ทำตัวให้แข็งกร้าวมากขึ้นเพื่อรับมือกับครอบครัวตัวเอง แต่ถ้าพ่อแม่ของซุนเฉิงต่อต้านทั้งสองเนื่องจากปัญหาทางร่างกายของเธอ เธอก็ไม่รู้จะโน้มน้าวพวกเขายังไงแล้วจริง ๆ
“ขอฉันดูนิ้วของเธอหน่อย จำได้ว่าตอนที่ฉันไปหลันเฉิง ฉันบังเอิญสังเกตว่านิ้วของเธอไม่สามารถเหยียดตรงได้ ตอนนั้นฉันประมาทเกินไปจนมองข้ามมัน”
คุณหญิงซุนจับนิ้วนางของเวิงอิ่งที่ไม่สามารถเหยียดตรงได้ แล้วถามด้วยความเป็นห่วง “เจ็บอยู่หรือเปล่า? มันส่งผลกระทบต่อการพิมพ์งานไหม?”
เวิงอิ่งรู้สึกไม่สบายใจ ส่ายหน้า “ตอนนี้ไม่เจ็บแล้วค่ะ แต่หนานหน่านบอกว่าข้อต่อผิดรูปไปแล้ว ไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้”
คุณหญิงซุนมองดูมือของเธออย่างเคร่งเครียด ก่อนจะพูดว่า “ไม่หายก็ไม่เป็นไร ขอแค่ไม่เจ็บก็พอแล้ว ดีแล้วที่ไม่เจ็บ เธอคงทนกับมันมานานมากจริง ๆ”
ซุนเฉิงมองดูแววตาที่เป็นกังวลของผู้เป็นแม่ในขณะที่เธอมองเวิงอิ่ง สงสัยว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
เธอมาหาเวิงอิ่งเพื่อพูดแค่เรื่องพวกนี้จริง ๆ หรือ?
เวิงอิ่งก็กังวลมากเช่นกัน ยิ่งคุณหญิงซุนใส่ใจเธอมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งไม่สบายใจมากขึ้นเท่านั้น “คุณป้า นั่งลงก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปรินน้ำมาให้”
คุณหญิงซุนรั้งเธอไว้แล้วพูดว่า “ให้เสี่ยวเฉิงไปรินแทนแล้วกัน เธอนั่งลงด้วยกันเถอะ”
เวิงอิ่งไม่มีทางเลือกนอกจากต้องนั่งลงข้างคุณหญิงซุน
เธอมองไปที่คุณหญิงซุน ปรับอารมณ์ใหม่ แล้วพูดตรง ๆ ว่า “คุณป้า ตอนนี้คุณคงทราบสภาพร่างกายของฉันแล้ว คุณกับคุณลุงคงมีคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ในใจแล้วใช่ไหมคะ”
แทนที่จะมัวมานั่งตื่นตระหนก ไม่สู้พูดตรงไปตรงมาต่อกันจะดีกว่า
คุณหญิงซุนพยักหน้า “ใช่ เรามีคำตอบในใจแล้ว”
ซุนเฉิงกังวลเข้าไปใหญ่ ก้าวไปอยู่เคียงข้างเธอและพูดขัดจังหวะ “แม่ครับ ผมตัดสินใจเรื่องการแต่งงานของตัวเองกับเสี่ยวอิ่งแล้ว หวังว่าแม่กับพ่อจะไม่เข้ามายุ่งจนเกินไป”
“ยืนอยู่เงียบ ๆ ไปเถอะ” คุณหญิงซุนมีสีหน้าเคร่งขรึม ไม่มีทัศนคติที่ดีต่อลูกชายตัวเอง
ซุนเฉิงยังคงเดินไปอยู่ข้างเวิงอิ่งเพื่อแสดงจุดยืนของเขา
“คุณป้า บอกฉันเถอะค่ะ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง ฉันก็ยอมรับได้” เวิงอิ่งวางมือไว้ข้าง ๆ ลำตัว ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย
คุณหญิงซุนมองเธอเงียบ ๆ โดยไม่แสดงท่าทีใด ๆ แค่ถอนหายใจออกและพูดอย่างทุกข์ใจ
“เสี่ยวอิ่ง พวกเรารู้ว่าเธอต้องทนทุกข์ทรมานมากแค่ไหน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะประคองชีวิตให้รอดมาได้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา”
“คนพวกนั้นในครอบครัวของเธอรู้แต่วิธีแสวงหาผลประโยชน์เท่านั้น ลุง ๆ ฝั่งแม่ของเธอหลายคนก็ไม่ใช่คนดีเหมือนกัน”
ซุนเฉิงขัดจังหวะแม่ของเขา “แม่ คนเหล่านั้นไม่เกี่ยวอะไรกับเสี่ยวอิ่ง พวกเขาตัดขาดกับเสี่ยวอิ่งไปนานแล้ว ตอนแรกที่เธอป่วย ไม่มีใครในครอบครัวเต็มใจดูแลเธอ ลุงฝั่งแม่ของเธอก็ไม่เคยมาดูดำดูดี ชีวิตของเสี่ยวอิ่งไม่เคยมีลุงแบบนี้ แล้วเธอก็ไม่มีนิสัยแบบเดียวกับคนพวกนั้นด้วย อย่าเอาเธอไปเปรียบเทียบกับพวกเขาเลย”
“เสี่ยวอิ่ง ในเมื่อเป็นอย่างนั้น เธอยินดีที่จะตัดขาดความสัมพันธ์กับคนพวกนั้นหรือเปล่า?” คุณหญิงซุนมองเวิงอิ่งอย่างจริงจังพร้อมตั้งคำถาม
“คะ?” เวิงอิ่งไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ คุณหญิงซุนก็ถามเธอแบบนี้
ยังไม่ทันที่เธอจะตอบอะไร คุณหญิงซุนก็พูดต่อ
“พ่อของซุนเฉิงและฉันคุยกันว่าจากนี้เราจะไม่ขัดขวางการแต่งงานของพวกเธออีก ไม่ว่ายังไงก็ตาม ในฐานะที่เราเป็นพ่อแม่ เราต้องเห็นแก่อนาคตของลูกเป็นสำคัญ ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากสร้างปัญหาคาไว้ในอนาคตเหมือนกัน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเราในการทำธุรกิจและสร้างความมั่งคั่ง พูดตามตรง เราไม่ต้องการปล่อยให้มอดพวกนั้นมาแบ่งน้ำแกงฟรี ๆ เธอคงเข้าใจใช่ไหมว่าฉันหมายถึงอะไร?”
คราวนี้คุณหญิงซุนพูดตรงไปตรงมามาก จนเวิงอิ่งแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แม้แต่การแสดงออกของซุนเฉิงก็เปลี่ยนไปอย่างไม่อาจคาดเดาได้
เวิงอิ่งระงับความตื่นเต้นในใจ ถามหยั่งเชิงไปก่อนว่า “หมายความว่าถ้าฉันตัดขาดการติดต่อกับตระกูลเวิงและตระกูลเสิ่น คุณป้ากับคุณลุงซุนจะยอมตกลงให้ฉันแต่งงานกับพี่เฉิงหรือคะ?”
คุณหญิงซุนพยักหน้า “ถูกต้อง”
เมื่อซุนเฉิงได้ยินคำพูดของแม่ เขาก็มองดูแม่ของตัวเองด้วยความไม่เชื่อเช่นกัน
“แม่ นี่เรื่องจริงหรือ? พ่อเห็นด้วยกับเงื่อนไขนี้ไหม?”
“ก็พ่อของลูกนั่นแหละที่เป็นคนเสนอเงื่อนไขนี้”
เวิงอิ่งแสดงจุดยืนทันที “ฉันยินดีค่ะ ถึงคุณป้าไม่พูด ฉันก็คิดจะกำจัดพวกเขาออกไปจากชีวิตอยู่แล้ว ที่ผ่านมาฉันไม่เคยได้รับความรักจากครอบครัวเลย มันจึงไม่มีอะไรที่ฉันต้องตอบแทนพวกเขา”
“ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็อย่าลืมไปบอกพวกเขาให้ชัดเจนล่ะ” คุณหญิงซุนต้องการให้เวิงอิ่งแสดงจุดยืนของตัวเองด้วยการปฏิบัติจริง
“ค่ะ” เวิงอิ่งถึงกับน้ำตาไหล “ขอบคุณค่ะคุณป้า ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ”
“ต่อจากนี้ไป พวกเราคือคนในครอบครัวเดียวกัน”
คุณหญิงซุนจับมือของเวิงอิ่ง พร้อมกับเตือนเธอด้วยน้ำเสียงใจดีว่า “จริงสิ ถึงจากนี้เธอจะแต่งงานกับเสี่ยวเฉิง แต่เธอไม่จำเป็นต้องอยู่แต่บ้าน กิน ดื่ม หรือทำอะไรไร้สาระตลอดทั้งวันเหมือนฉัน เธอยังต้องแต่งนิยายต่อไป ส่วนฉันกับพวกพี่สาวทั้งหลายยังรอติดตามผลงานของเธออยู่นะ”
เวิงอิ่งยิ้มและพยักหน้าอย่างหนักแน่น “คุณป้า ฉันไม่มีวันทิ้งมันง่าย ๆ แน่ค่ะ นี่คืออาชีพที่หาเลี้ยงชีวิตฉัน”
คุณหญิงซุนหันไปสั่งลูกชายที่เอาแต่ทำหน้าหวาดกลัวกับทำหน้าตาลึกลับสลับกันไปมา “รีบไปเก็บข้าวของซะ จากนี้เสี่ยวอิ่งจะย้ายไปอยู่บ้านของเรา”
“เอ่อ… ครับ”
ซุนเฉิงตอบสนอง จากนั้นก็พยายามเก็บข้าวของอย่างเร่งรีบ แต่เขาลนลานจนไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี
เวิงอิ่งพูดว่า “คุณป้าซุน ฉันอยู่ที่นี่ต่อได้จริง ๆ ค่ะ”
เนื่องจากครอบครัวของเธอรู้อยู่แล้วว่าบ้านตระกูลซุนอยู่ที่ไหน เพื่อไม่ให้คนเหล่านั้นไปสร้างความเดือดร้อนให้กับพวกเขา เธอจึงเช่าอะพาร์ตเมนต์ข้างนอก และอาศัยอยู่ที่นี่อย่างลับ ๆ
แต่คุณหญิงซุนบอกว่า “อะพาร์ตเมนต์นี้ไม่ปลอดภัย ไม่เห็นสภาพแวดล้อมข้างนอกหรือ วุ่นวายซะยิ่งกว่าอะไรดี ไม่รู้ว่าหาที่พักที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้วหรือยังไง ถ้าเกิดคนในครอบครัวของเธอบุกมาถึงหน้าห้องล่ะ?”