เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 742 เรื่องทายาทไม่สามารถประนีประนอมได้
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90
- บทที่ 742 เรื่องทายาทไม่สามารถประนีประนอมได้
บทที่ 742 เรื่องทายาทไม่สามารถประนีประนอมได้
คุณชายซุนมองลูกชายของเขา และตำหนิด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม “แกเคยเจอผู้หญิงที่เพียบพร้อมมาตั้งมากมาย? ทำไมต้องปักใจว่าจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้? ครอบครัวของเธอหน้าเงินกันขนาดนั้น แล้วตัวเธอเองก็ยังป่วยอยู่ นี่ตระกูลซุนหาผู้หญิงคนอื่นมาแต่งเข้าเป็นสะใภ้ไม่ได้แล้วหรือไง? แล้วแบบนี้จะให้เราเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”
ซุนเฉิงไม่เห็นด้วยกับคำพูดของผู้เป็นพ่อเลย เขาโต้เถียงอย่างหนักแน่น “พ่อครับ พ่อจะพูดแบบนั้นได้ยังไง? ครอบครัวเธอหน้าเงินแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ? โรคที่เธอป่วยอยู่ก็ไม่ใช่ความผิดของเธอซะหน่อย”
กลับกัน เด็กผู้หญิงที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรงแบบนั้น แถมยังถูกครอบครัวทอดทิ้งมาตั้งแต่เด็ก เธอต้องใช้ความตั้งใจอันแรงกล้าของตัวเองมากแค่ไหนถึงไม่ละทิ้งความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ นิ้วของเธอผิดรูปแบบนั้น แต่เธอยังยืนกรานที่จะจับปากกาเขียนเพื่อบรรจงสรรคำถ่ายทอดผลงานออกมา และเปลี่ยนชะตากรรมของตัวเองโดยสิ้นเชิง นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะทำได้ ความเพียรของเธอสมควรได้รับการยกย่องและยอมรับ
คุณชายซุนพูดตรงไปตรงมา “ฉันยกย่องและยอมรับเธอ แต่ไม่เห็นด้วยที่จะให้เธอแต่งเข้าบ้านตระกูลซุน ว่าที่เจ้าสาวของแกต้องมีสุขภาพแข็งแรง มีเกียรติ และมีคุณธรรม สามารถเป็นหน้าเป็นตาให้กับตระกูลของเราได้ ที่นี่ไม่ใช่สถานรับเลี้ยงดูคนเป็นโรคนะ”
คุณชายซุนออกคำสั่งเฉียบขาด “การแต่งงานครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้น ในอนาคตแกสองคนคงเหลือแค่สถานะเพื่อนที่ดีหรือผู้ช่วยของกันและกันก็พอ ฉันได้ยินมาว่าลูกสาวของตระกูลมู่เพิ่งกลับมาจากไปเรียนต่อต่างประเทศ ไว้จะแนะนำให้แกรู้จักกับเธอแล้วกัน”
ซุนเฉิงมองดูพ่อของเขา ก่อนจะแค่นถามเยาะเย้ย “ทำไมพ่อถึงอยากให้ผมแต่งงานกับลูกสาวของคนอื่นที่เรียนจบจากต่างประเทศนัก เพื่อเป็นหน้าเป็นตาให้ตระกูลงั้นหรือ? จุดประสงค์ของการไปเรียนต่างประเทศคืออะไรกันแน่? เพื่อที่จะกลับมาเล่นไพ่นกกระจอกกับผู้หญิงรวย ๆ ในแวดวงเดียวกัน หรือเพื่อชี้นิ้วสั่งคนรับใช้ที่บ้านให้ทำความสะอาดหน้าต่าง หรือแต่งตัวทั้งวันแล้วยิ้มรอผู้ชายกลับมาหลังจากทำงาน?”
คุณหญิงซุนไม่ได้พูดอะไรสักคำในตอนแรก ในใจเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกขัดแย้งหลังจากได้ยินคำพูดของลูกชาย เธอก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก ดวงตาของหมองมัวลงเล็กน้อย
เธอเป็นผู้หญิงรวย ๆ ตามคำพูดของลูกชาย ทั้งวันรู้แค่การเล่นไพ่นกกระจอกกับผู้หญิงในแวดวงเดียวกัน สั่งคนรับใช้ให้ไปทำงานบ้านแทน และแต่งตัวรอสามีกลับมาบ้าน
เธอไม่เคยทำงานเลยตั้งแต่ครอบครัวเริ่มต้นทำธุรกิจ
แต่สมัยเธอยังสาว เธอก็มีการศึกษา ทั้งยังเรียนจบระดับปริญญาตรี
ถึงอย่างนั้น เมื่อสามีเป็นหัวเรือหลักในการออกไปทำธุรกิจ เธอจึงต้องอยู่แต่บ้าน ไม่มีอะไรทำตลอดทั้งวัน ทำได้เพียงเล่นไพ่นกกระจอก และอ่านนิยายเพื่อฆ่าเวลา
ภรรยาในอนาคตของลูกชายก็จะมีวิถีชีวิตแบบเดียวกันกับเธออย่างนั้นหรือ?
ซุนเฉิงเห็นแม่ของเขาลดสายตาลงพร้อมกับทำหน้าหม่นหมอง เขาไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ แต่ตระหนักว่าตัวเองเผลอพูดจากระทบกระเทียบจนอาจทำให้ผู้เป็นแม่เข้าใจผิดได้
เขารีบอธิบาย “แม่ครับ ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะ ผมแค่คิดว่าตัวเองไม่ได้ต้องการภรรยาหรือแม่ที่ดี ผมแค่หวังว่าภรรยาของผมจะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ มีอาชีพเป็นของตัวเอง ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ส่วนตัวของผม เธอไม่ใช่แค่ผูกพันกับผมมาก ๆ แต่เธอเป็นผู้หญิงแกร่งคนหนึ่ง เป็นนักเขียนที่มีศักยภาพสูง เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารต่าง ๆ ในกั่งเฉิงมาแล้วตั้งหลายสำนัก ไม่มีอะไรในตัวเธอที่ไม่คู่ควรกับพวกเรา เราคบหากันมาหลายปี พวกเราอยู่ไม่ได้หรอกถ้าต้องพรากจากกัน ที่ผมเลือกจะบอกความจริงอย่างซื่อสัตย์ เพราะเชื่อใจพ่อกับแม่ เชื่อว่าพวกพ่อกับแม่จะเคารพการตัดสินใจของผมกับเสี่ยวอิ่ง”
คุณชายซุนขัดจังหวะเขา “หยุดพล่ามอะไรยาวเหยียดได้แล้ว ถึงยังไงพ่อก็ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้”
พ่อยังเด็ดเดี่ยว ปฏิเสธทุกทางไม่ให้เขาอธิบาย ซุนเฉิงทำได้เพียงขอความช่วยเหลือจากแม่ของเขาเท่านั้น
แม่ของเขาเป็นแฟนนิยายของเสี่ยวอิ่ง เขาจึงฝากความหวังทั้งหมดไว้กับเธอ โดยหวังว่าจะได้รับการยอมรับและการสนับสนุนจากเธออีกแรง
แน่นอน แม่ไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง
“เหล่าซุน เคารพการตัดสินใจของลูกชายเถอะ เสี่ยวอิ่งเก่งมากนะ คุณก็อ่านนิยายที่เธอเขียนทั้งหมดแล้วนี่ เธอคือผู้หญิงที่มีพรสวรรค์มาก ๆ”
“มีพรสวรรค์แล้วยังไง?”
ขณะที่ซุนเฉิงกำลังจะตอบกลับ คุณหญิงซุนก็หันไปห้ามเขา
“เสี่ยวเฉิง ลูกไปทำธุระของตัวเองก่อน แม่จะคุยกับพ่อของลูกเอง”
ถ้าพ่อลูกทะเลาะกันใหญ่โตขึ้นมา คราวนี้จะยิ่งแก้ปัญหาได้ยาก
คุณหญิงซุนส่งซุนเฉิงออกไป ก็เพื่อหยิบยกเหตุผลดี ๆ มาคุยกับสามีตัวเอง
ทว่าคุณชายซุนปฏิเสธที่จะคุยกับเธอ “คุณเป็นแฟนนิยายของเธอ ยังไงคำพูดของคุณก็มีน้ำหนักเอียงไปทางนั้นอยู่แล้ว พวกเราต่างก็อยากแต่งสะใภ้เข้าบ้าน แต่เธอไม่มีคุณสมบัติเหมาะสม หนำซ้ำครอบครัวของเธอยังตามมาสร้างปัญหาไม่รู้จบ อีกหน่อยครอบครัวเราจะเป็นอันตราย”
“ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้หรอก ไว้ฉันจะคุยกับเสี่ยวอิ่งเองหลังจากที่พวกเขาแต่งงานกันแล้ว”
คุณหญิงซุนที่เพิ่งได้รับรู้ว่าเวิงอิ่งป่วยเป็นโรคร้าย ในตอนแรกเธอทำใจยอมรับไม่ค่อยได้ แต่ก็สงบลงอย่างรวดเร็ว
จริงอย่างที่ซุนเฉิงว่าไว้ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งต้องทนทุกข์ทรมานด้วยโรคร้าย แถมยังถูกครอบครัวทอดทิ้ง ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังฝืนสังขารที่เจ็บป่วยของตัวเองขึ้นมาเพื่อสร้างและตีพิมพ์ผลงานเรื่องยาวชิ้นเอกได้ นี่ยังไม่ชัดเจนอีกหรือว่าเธอเข้มแข็งแค่ไหน
นอกจากเธอจะชื่นชมเวิงอิ่งแล้ว ยังรู้สึกสงสารเห็นใจเด็กคนนั้นมาก ๆ ด้วย
ที่สำคัญคือเธอยังหวังว่าพวกเขาจะกลายมาเป็นครอบครัวด้วยกัน
ก่อนหน้านี้เธออาจไม่พอใจในนิสัยโลภมากของครอบครัวเวิงอิ่งก็จริง แต่ตอนนี้เธอได้รับรู้ความจริงแล้ว คุณหญิงซุนจึงโล่งใจ
จากนี้ตระกูลเวิงจะไม่มีประเด็นไหนให้หยิบยกมาข่มขู่คุกคามเวิงอิ่งอีกต่อไป และในอนาคตเวิงอิ่งสามารถตัดสัมพันธ์กับครอบครัวตัวเองได้อย่างเด็ดขาด
คุณหญิงซุนมองสามี แล้ววิเคราะห์ว่า “ลองคิดดูสิ ถ้าลูกสะใภ้ของเราเป็นนักเขียน เป็นคนมีชื่อเสียง หรืออยู่ในแวดวงที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม มันก็เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของเราด้วยไม่ใช่หรือ ไม่ว่านักธุรกิจอย่างเราจะมีรายได้มากเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถเปรียบเทียบสถานะทางสังคมกับพวกเขาได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการที่ครอบครัวของเราเป็นแค่ธุรกิจขนาดเล็ก การแต่งงานของเสี่ยวอิ่งจะชดเชยข้อบกพร่องของตระกูลซุนในด้านนี้ อีกหน่อยเรายังสามารถขยายเส้นสายของเรา และพัฒนาให้ดีขึ้นได้”
ธุรกิจขนาดเล็กของพวกเขา ไม่สามารถเทียบได้กับธุรกิจยักษ์ใหญ่
“ตอนนี้เสี่ยวอิ่งกำลังเขียนนวนิยายเรื่องที่สอง ถ้ามันได้รับการตีพิมพ์แล้ว อนาคตของเธอต้องสดใสมากกว่านี้แน่”
คุณหญิงซุนเห็นว่าสีหน้าสามีเริ่มอ่อนลง จึงพูดต่อว่า “ถ้าลูกสาวตระกูลมู่แต่งงานกับลูกชายเรา ตระกูลของเราต้องเป็นฝ่ายสนับสนุนตระกูลของพวกเขาทั้งหมด แล้วพวกเราจะเหนื่อยเกินไป ฉันเคยเห็นลูกสะใภ้ของคนอื่นมานักต่อนักแล้ว ฉันขยาดจริง ๆ หากไม่มีพลังพอที่จะรับมือกับพวกหล่อน แต่เสี่ยวอิ่งหาเงินเก่งมาก แถมยังใช้ชีวิตเรียบง่ายและสบาย ๆ อีกหน่อยเราทุกคนจะได้ผ่อนคลายการแบกรับภาระกันบ้าง”
คุณหญิงซุนออกไปสมาคมกับคุณหญิงคุณนายทั้งหลายเป็นประจำ แน่นอนว่าเธอคุ้นเคยกับแวดวงจอมปลอมพวกนั้นเป็นอย่างดี
พอได้มาพบปะพูดคุยกัน ช่วงแรก ๆ แต่ละคนต่างก็แข่งขันกันแสดงตัวด้วยการโอ้อวด แต่นานวันเข้า พวกหล่อนก็เลือกที่จะพูดความจริง
คนที่พยายามปีนป่ายขึ้นสู่ที่สูงเพื่อจะแต่งงาน แรกเริ่มก็ถ่อมตัวจนเหมือนเป็นฝุ่นผง
พอคู่รักหนุ่มสาวทะเลาะกัน ลูกสะใภ้ก็โทรไปฟ้องครอบครัวของตัวเอง ทำให้ธุรกิจของบริษัทฝั่งสามีพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย
ดังนั้นเมื่อซุนเฉิงบอกว่าเขาได้เจอแฟนแสนดีที่เป็นหญิงสาวจากครอบครัวธรรมดา อีกทั้งเธอยังเป็นนักเขียน ไม่ต้องพูดถึงความสุขกายสบายใจของคุณหญิงซุน เนื่องจากเธอเป็นแฟนนิยายของเวิงอิ่งเลย นี่เธอยังสามารถพากลุ่มคุณนายที่เล่นไพ่นกกระจอกด้วยกันมาช่วยกันอุดหนุนเพื่อให้กำลังใจลูกสะใภ้ได้ด้วย
“อย่าลืมคิดอย่างรอบคอบสิ ลองมองการณ์ไกลในระยะยาวดูสิคะ”
คุณชายซุนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง น้ำเสียงเครียดเคร่ง “แต่เธอสุขภาพไม่ดี แล้วถ้าเกิดเธอมีทายาทให้เราไม่ได้ล่ะ?”
เรื่องอื่น ๆ ยังสามารถประนีประนอมกันได้ แต่เรื่องทายาท ไม่อาจประนีประนอมได้จริง ๆ
คุณหญิงซุนเองก็เข้าใจความกังวลข้อนี้ของสามีเป็นอย่างดี
ถ้าภรรยาของซุนเฉิงไม่สามารถมีลูกได้ เธอก็ต้องพิจารณาความสัมพันธ์ของทั้งคู่ใหม่แน่นอน
เธอเสนอว่า “ฉันขอไปปรึกษาคุณหมอกู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อน”
คุณหญิงซุนกลัวสามีคิดว่าตัวเองเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด จึงไม่อยากรบกวนซุนเฉิง แต่โทรไปขอหมายเลขโทรศัพท์ของกู้หนานจากเฉินรั่วหลิน แล้วต่อสายโทรหากู้หนานโดยตรง
กู้หนานที่กำลังดูทีวีอยู่ที่บ้านคนเดียวเริ่มรู้สึกเบื่อ ได้ยินเสียงเรียกเข้าก็คิดว่าเป็นสายของลู่ฮ่าว แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อได้ยินว่าเป็นเสียงของคุณหญิงซุน
[หมอกู้ ฉันเกรงใจจริง ๆ ที่โทรมารบกวนคุณตั้งแต่เช้าแบบนี้]
กู้หนานตอบกลับอย่างยินดี “ไม่รบกวนเลยค่ะคุณหญิงซุน มีเรื่องอะไรอยากปรึกษาฉันหรือเปล่าคะ?”
คุณหญิงซุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า [หมอกู้ ฉันอยากถามเกี่ยวกับสภาพร่างกายของเสี่ยวอิ่ง คุณไม่จำเป็นต้องปิดบังหรอกค่ะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าเธอป่วยเป็นโรคไขข้ออักเสบ คุณเป็นหมอที่รักษาดูแลอาการให้เธอ ฉันเลยขอถือวิสาสะถามตอนนี้เลยว่าโรคที่เสี่ยวอิ่งเป็นอยู่ส่งผลต่อการเจริญพันธุ์หรือเปล่า หวังว่าคุณจะบอกความจริงให้ได้นะคะ]
เมื่อกู้หนานได้ยินคำพูดของคุณหญิงซุน ดวงตาของเธอก็สั่นไหวเล็กน้อย เธอไม่สามารถปิดบังอาการของเวิงอิ่งได้แล้วสินะ
เธออธิบายให้อีกฝ่ายฟังอย่างจริงจังและเป็นมืออาชีพว่า “คุณหญิงซุน โรคไขข้ออักเสบไม่ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์เลยค่ะ เนื่องจากเวิงอิ่งเป็นผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้นตอนที่ฉันให้การรักษาเธอ ฉันต้องพิจารณาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์เป็นพิเศษอยู่แล้ว”
“แม้แต่การสั่งจ่ายยาก็ต้องระมัดระวังมาก ก่อนที่เธอจะเดินทางไปกั่งเฉิง ฉันยังบอกเธอกับคุณซุนอยู่เลยว่าเธอสามารถหยุดกินยาได้หลังจากรักษาผ่านไปสองชุด เพื่อทิ้งช่วงในการเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง อย่างเร็วที่สุด พวกเขาสามารถเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ได้ภายในครึ่งปี แผนการนี้วางไว้ตั้งแต่ตอนที่พวกเขาอยู่ที่หลันเฉิงแล้ว ดังนั้นพวกเขาถึงได้กลับไปเยี่ยมพวกคุณที่กั่งเฉิงด้วยความมั่นใจ พอคุยเรื่องแต่งงาน ก็เตรียมตัวตั้งครรภ์ภายในปีหน้าได้เลย คุณและคุณชายซุนจะมีหลานตัวน้อยสมใจแน่นอนค่ะ”