เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 718 จุดไต้ตำตอ
บทที่ 718 จุดไต้ตำตอ
เดวิดพูดว่า “ได้ ลุงจะนัดหมายให้เขาพาแม่มาเจอเธอก่อนก็แล้วกัน”
พักหลัง ๆ มานี้เดวิดงานยุ่งมาก เขาคิดว่าถ้าตัวเองสามารถชักนำธุรกิจเข้าสู่ตลาดภายในประเทศได้จริง ๆ เฉินหย่าจือในฐานะหัวหน้าก็คงงานยุ่งไม่แพ้กัน
ดังนั้นเขาจึงหารือกับเฉินหย่าจือว่าจะหาพี่เลี้ยงเด็กมาช่วยงานในครอบครัว
เฉินหย่าจือเห็นด้วยกับเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เธอถามความคิดเห็นจากกู้หนานกับลู่ฮ่าว ซึ่งลู่ฮ่าวก็เห็นด้วย
เขาตั้งใจว่าจะทำอย่างนั้นอยู่แล้ว
ภรรยาของเขาอายุครรภ์เริ่มมากขึ้น เขาต้องหาคนมาคอยดูแลเธอและดูแลเรื่องโภชนาการกับการกินอาหารด้วย เขายุ่งกับงาน ไม่สามารถดูแลเธอได้ตลอดเวลา แม่ของเขาก็ไม่ได้สุขภาพแข็งแรงอะไรมาก เธอเคยทำงานในแวดวงธุรกิจเป็นส่วนใหญ่ น้อยครั้งจะจับงานบ้าน ให้อยู่ในครัวตลอดเวลาคงไม่เหมาะ แถมบริษัทของพวกเขายังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ และในฐานะเจ้าของ แม่ของเขาก็มีงานที่ต้องไปจัดการ
ฉะนั้นหาพี่เลี้ยงกึ่งแม่บ้านมาช่วยงานดีกว่า
ลู่ฮ่าวบอกว่า “แม่ครับ ผมเห็นด้วยกับการจ้างพี่เลี้ยงเด็ก ไว้ผมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้เอง”
เฉินหย่าจือไม่ค่อยพอใจเมื่อได้ยินว่าลูกชายอาสาจะออกเงินอีกแล้ว “ลูกเอ๋ย เงินเดือนของพี่เลี้ยงเด็กจะสักเท่าไหร่กันเชียว ไม่ต้องจ่ายหรอก”
“ขอให้เรามีส่วนร่วมในการออกเงินเถอะครับ ไม่งั้นพวกเราคงไม่สบายใจ”
ลู่ฮ่าวยืนกรานแบบนั้น เฉินหย่าจือรู้ว่าเขาไม่มีทางเปลี่ยนใจง่าย ๆ จึงได้แต่ทำตามความปรารถนาของเขา “เอาเถอะ อยากจ่ายก็จ่ายแล้วกัน เราไม่เถียงกับลูกแล้ว”
“อย่าลืมหาคนที่อายุมากหน่อยนะคะ” กู้หนานเห็นด้วยกับการจ้างพี่เลี้ยงเช่นกัน แต่เธอขอตั้งข้อกำหนดเกี่ยวกับอายุของพี่เลี้ยงอย่างชัดเจน
เมื่อก่อนตอนพวกเขาอยู่ที่หลันเฉิง พี่เลี้ยงที่ซุนเฉิงจ้างมาสร้างปมทางจิตใจให้กับพวกเขาไว้มากจริง ๆ
กู้หนานไม่กล้าจ้างหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันมาทำงานอีก
ถึงอย่างนั้น ยุคสมัยนี้ โดยทั่วไปแล้วแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงต่างก็เป็นเด็กสาวอายุน้อย ๆ กันทั้งนั้น
เมื่ออายุได้สิบเจ็ดหรือสิบแปดปี หลังจากเรียนจบ พวกเธอก็มักจะเข้าไปหางานทำในเมือง ส่วนใหญ่ทำงานเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ป่วย พี่เลี้ยงเด็กเล็ก หรือคอยปรนนิบัติรับใช้คนชรา รายได้มากกว่าหนึ่งร้อยหยวนต่อเดือน แถมนายจ้างยังมีอาหารและที่อยู่อาศัยให้
งานทั้งง่ายและมีความปลอดภัย สมาชิกในครอบครัวก็พลอยอุ่นใจตามไปด้วย
ถึงอย่างนั้น พี่เลี้ยงในยุคนี้ยังเป็นกลุ่มตัวอย่างของต้นเหตุแห่งปัญหาครอบครัว
ภาพยนตร์และโทรทัศน์หลายยุคหลายสมัย มักปรากฏเรื่องราวของกลุ่มพี่เลี้ยงเด็กประเภทนี้
ตัวอย่างเช่น ผู้ชายในบ้านคิดไม่ซื่อรวบรัดพี่เลี้ยงของครอบครัวซึ่งเป็นสาวน้อยหน้าตาสะสวยและไร้เดียงสา จนเกิดปัญหาใหญ่หลวงตามมา
หรือแม้กระทั่งพี่เลี้ยงซึ่งเป็นสาวน้อยเจ้าเล่ห์ วางแผนการชั่วร้ายสารพัดเพื่อที่จะถีบตัวเองขึ้นมาเป็นคุณนายในเมือง
ภายใต้ความแตกต่างทางสังคมอย่างเห็นได้ชัดระหว่างชนบทกับเมือง จึงเป็นเรื่องง่ายที่ผู้คนจะเลือกทางเดินผิด ๆ เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตที่ดีขึ้น
นี่ไม่ใช่ความผิดของใคร แต่เป็นเพราะความจริงอันโหดร้ายที่ทำให้คนเดินหลงทางได้ง่าย
เฉินหย่าจือยินดีรับฟังความคิดเห็นของกู้หนาน ในเมื่อกู้หนานไม่ชอบเด็กสาวอายุน้อย ถ้าอย่างนั้นเธอก็จะไม่มองหาสาวโสดที่ยังไม่ได้แต่งงานมาดูแลสะใภ้ที่กำลังตั้งครรภ์
“แม่จะหาผู้หญิงวัยป้าที่มีประสบการณ์ สามารถดูแลคนท้องได้ เงินเดือนสูงหน่อยก็ไม่เป็นไร ที่สำคัญคือต้องมีความรับผิดชอบ”
“ค่ะ”
เดวิดบอกว่า “สองวันหลังจากนี้เราค่อยไปที่กรมแรงงานกัน จะได้ดูว่ามีผู้สมัครที่เหมาะสมหรือเปล่า”
หลังจากจบเรื่องจ้างพี่เลี้ยง เดวิดก็พูดกับกู้หนานว่า “หนานหน่าน เพื่อนคนนั้นของลุงจะพาแม่เขามาที่นี่ในวันพรุ่งนี้ ฝากเธอตรวจดูอาการให้หน่อยนะ”
กู้หนานเปลี่ยนสีหน้าท่าทางเป็นจริงจัง “ลุงเดวิด ไม่ต้องกังวลนะคะ ตราบใดที่มันอยู่ในขอบเขตของทักษะทางการแพทย์ของฉัน ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ”
เดวิดยิ้มและพูดว่า “หนานหน่าน ลุงเชื่อในความสามารถของเธอจริง ๆ ลุงเห็นแล้วว่าสภาพร่างกายของหย่าจือฟื้นฟูขึ้นจากเดิมมากแค่ไหน”
ลู่ฮ่าวได้ยินว่าเดวิดขอให้กู้หนานช่วยรักษาอาการป่วยของแม่เพื่อน เมื่อเข้าห้องนอนพักผ่อนในตอนกลางคืน เขาจึงไม่ลืมกำชับกับเธอว่าอย่าทำงานเหนื่อยเกินไป รักษาโดยการเขียนใบสั่งยาเป็นหลัก อย่าฝังเข็ม
เที่ยงวันต่อมา เดวิดก็ขับรถออกไปรับผู้ป่วย
กู้หนานเห็นว่าเดวิดค่อนข้างจริงจังมากกับเรื่องนี้ เขาเป็นถึงนักธุรกิจใหญ่ แต่กลับออกไปรับแม่เพื่อนด้วยตัวเอง เธอจึงยิ้มพลางคุยกับเฉินหย่าจือว่า “คุณแม่ ลุงเดวิดคงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนคนนี้มาก ๆ เลยนะคะ เขาดูจริงจังกับการช่วยเหลือพวกเขามาก”
เฉินหย่าจือได้แต่ยิ้ม “ค่อนข้างดีเชียวละ”
เธอดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างอยากจะพูด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
หลังจากนั้นไม่นาน รถของเดวิดก็ขับมาจอดที่ด้านนอกของบ้านเดี่ยว
ชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวลงจากรถ เขาคือลูกชายของผู้อำนวยการหวัง หวังฉี
พอลงจากรถแล้ว เขาก็ก้มลงไปช่วยประคองคนในรถออกมา “แม่ ค่อย ๆ ลงมานะครับ”
ครูหยางนั่งนิ่งอยู่ในรถ ลังเลและไม่เต็มใจที่จะลงไป
เธอถูกลูกชายบังคับให้มาที่นี่
“เสี่ยวฉี พ่อของลูกบอกว่าเขาหาหมอมารักษาแม่ได้แล้ว อย่ารบกวนพวกเขาเลย”
โรคของเธอไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยหมอธรรมดา
หวังฉีได้ยินว่าแม่ของเขายังคงต่อต้านแม้จะมาถึงหน้าประตูบ้านอีกฝ่ายแล้ว เขาก็แสดงความใจร้อนเล็กน้อย “แม่ แม่ถามจู้จี้มาตลอดทางแล้วไม่ใช่หรือ ไม่ต้องกังวลครับ หมอที่ผมติดต่อให้มารักษาแม่สามารถเชื่อถือได้ พ่อผมเอาแต่ทำงานสายตัวแทบขาดอยู่ในโรงพยาบาล ถ้ารอพึ่งพาเขา ผมกลัวว่าแม่จะไม่ไหวซะก่อน”
“แม่ไม่อยากทำให้เพื่อนลูกลำบากใจ”
เดวิดลงจากรถ พูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณนายหวัง ไม่ต้องกังวลเลยครับ ผมกับเสี่ยวหวังเป็นเพื่อนกัน เมื่อเป็นเพื่อนแล้วก็เต็มใจช่วยเหลือ”
“เดินช้า ๆ”
หวังฉีช่วยประคองแม่ของเขาลงจากรถ จากนั้นเดวิดก็พาพวกเขาเข้าไปในบ้าน
หวังฉีและแม่ของเขาคุ้นชินกับการอาศัยอยู่ในห้องพักของบุคลากรทางการแพทย์ที่มีพื้นที่จำกัด เมื่อเห็นบ้านทรงตะวันตกหลังใหญ่อยู่ตรงหน้า ทั้งสองแม่ลูกก็ตกตะลึงเล็กน้อย
“พี่เดวิด พวกคุณอาศัยอยู่ที่นี่หรือ?”
เดวิดยิ้มและพยักหน้า “ใช่ ที่นี่คือบ้านของฉันเอง”
“สมแล้วที่คุณเป็นนักธุรกิจใหญ่ ร่ำรวยจริง ๆ”
ความตั้งใจของหวังฉีเพิ่มขึ้นทันที อยากเจริญรอยตามอาชีพของเดวิดบ้าง
เขาเรียนจบเภสัชศาสตร์ เคยทำงานเป็นเภสัชกรมาก่อน แต่ได้รับเงินเดือนแค่เดือนละสองร้อยหยวน แลกกับการเหน็ดเหนื่อยจากการจัดยาจำนวนมากตลอดทั้งวัน เขาเอียนกลิ่นยาพวกนั้นแทบตาย
ชายหนุ่มคิดจะเบนสายไปทำธุรกิจ แต่กลับประสบปัญหาเพราะขาดเส้นสายและเงินทุน
ครอบครัวของเขาก็ไม่สนับสนุนเช่นกัน
ตอนนี้พอมีความหวังแล้ว เขาได้เจอกับต้นทางของทรัพยากรเบอร์ใหญ่
เดวิดเป็นเจ้าของบริษัทต่างชาติ ตราบใดที่เขาสามารถร่วมมือทางธุรกิจกับเดวิดและมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ ในอนาคตเขาต้องกลายเป็นผู้บริหารระดับสูงอย่างแน่นอน
หวังฉีประคองแม่ของเขาเดินไปยังทางเข้าบ้าน ขณะที่พวกเขาเดินขึ้นบันได เดวิดก็แตะแขนเธออย่างอ่อนโยนจากอีกด้านหนึ่ง “ระวังบันไดนะครับ”
เฉินหย่าจือได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวดังมาจากข้างนอก จึงรีบลุกขึ้นเพื่อตรวจสอบ
“หนานหน่าน นั่งรออยู่ที่นี่นะ แม่ออกไปดูหน่อย”
เฉินหย่าจือรีบออกไปทักทายพวกเขา เห็นว่าเดวิดพาแขกมาถึงที่นี่แล้ว
ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังช่วยประคองหญิงวัยกลางคนเดินขึ้นบันได
เมื่อเฉินหย่าจือเห็นหญิงวัยกลางคนที่มีสีหน้าและผิวพรรณไม่สู้ดีคนนี้ ก็หวนนึกถึงครั้งหนึ่งตอนที่ร่างกายของตัวเองยังอ่อนแอ เธอเข้าไปช่วยประคองอีกฝ่ายทันที
เดวิดแนะนำกับเธอว่า “หย่าจือ นี่คือเสี่ยวหวังและคุณแม่ของเขา”
“ส่วนนี่คือภรรยาของผมครับ”
“สวัสดีค่ะ”
“พี่สาว ค่อย ๆ เดินช้า ๆ นะคะ” เฉินหย่าจือช่วยพาเธอไปที่ประตู
เฉินหย่าจือสั่งให้กู้หนานนั่งอยู่เฉย ๆ ก็จริง แต่กู้หนานยืนขึ้น และเดินมาอยู่หน้าประตูเพื่อรอต้อนรับพวกเขา
เมื่อเห็นคนที่มาปรากฏตัวที่หน้าประตู ใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
หวังฉีและแม่ของเขาเมื่อเห็นเธอก็ตกตะลึงเช่นกัน