เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 715 จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากหนานหน่าน
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90
- บทที่ 715 จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากหนานหน่าน
บทที่ 715 จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากหนานหน่าน
เมื่อได้ยินว่าเดวิดคิดจะขอให้หนานหน่านช่วยอะไรบางอย่าง เฉินหย่าจือก็ลังเล
“ถ้าทำแบบนี้จะเป็นการขัดต่อหลักการหรือเปล่า? หนานหน่านจะช่วยได้ยังไง?”
เธอไม่อยากรบกวนชีวิตของลูกชายและลูกสะใภ้จริง ๆ
ในเมื่อเป็นเรื่องของธุรกิจ พวกเขาทั้งสองก็ควรตั้งใจทำงานกันเอง ไม่ควรให้ลูก ๆ เข้ามายุ่ง
อีกอย่าง ตอนนี้กู้หนานอาจไม่สะดวก เฉินหย่าจือกลัวว่าอะไรก็ตามอาจส่งผลกระทบต่อลูกในท้อง
“หนานหน่านเป็นแพทย์แผนจีน ฉันคิดว่า ถ้าพอจะเป็นไปได้ ฉันจะขอให้หนานหน่านช่วยรักษาอาการป่วยให้แม่ของเสี่ยวหวัง”
เดวิดอธิบายเสริม “ภรรยาของหัวหน้าฝ่ายคนนี้ป่วยเป็นโรคที่รักษาได้ยาก หนานหน่านเรียนหมอแผนจีนมา บางทีอาจรู้วิธีรักษา แต่เธอไม่ต้องบอกหนานหน่านกับเสี่ยวฮ่าว ไว้ฉันจะคุยกับเสี่ยวหวังอีกครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะมันเป็นทางเลือกสุดท้าย ฉันจะไม่รบกวนหนานหน่านเลย”
เฉินหย่าจือยังกังวลอยู่ เดวิดจับมือเธอแล้วพูดเบา ๆ ว่า “หย่าจือ ฉันรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ แต่หนานหน่านเป็นหมอ เป็นแพทย์วิชาชีพที่มีใบรับรองคุณวุฒิอย่างถูกต้อง ต่อให้เราจะเจรจาต่อรองเรื่องธุรกิจไม่สำเร็จ แต่คนป่วยยังต้องการการรักษา ฉันเชื่อว่าหนานหน่านจะช่วยวินิจฉัยโรคและรักษาหล่อนได้ ตอนที่เราอยู่ต่างประเทศ เราเคยหาหมอมารักษาเธอตั้งกี่คน? เธอน่าจะเข้าใจความขมขื่นของคนป่วยและสมาชิกในครอบครัวของเขาดีกว่าใคร ๆ ถ้าไม่นับเรื่องธุรกิจ ถึงยังไงฉันกับเสี่ยวหวังก็เป็นเพื่อนกัน ในเมื่อแม่ของเขาต้องการความช่วยเหลือ ฉันหวังว่าหนานหน่านจะรักษาผู้ป่วยรายนี้ได้”
เฉินหย่าจือยังกังวลอยู่บ้าง “ฉันเกรงว่าสุขภาพร่างกายของหนานหน่านอาจไม่อำนวย คุณบอกว่าอีกฝ่ายเป็นภรรยาของหัวหน้าฝ่ายในโรงพยาบาลไม่ใช่หรือ แม้แต่หมอในปักกิ่งยังไม่สามารถรักษาหล่อนได้ แล้วหนานหน่านจะทำได้หรือ? ฉันไม่อยากทำให้ลูกสะใภ้ลำบากใจ”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ เดวิดกลับมีความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป เขาบอกว่า “ตั้งแต่หนานหน่านใช้ยาสมุนไพรจีนเพื่อปรับสภาพร่างกายของเธอ ฉันก็เชื่อมั่นในการแพทย์แผนจีนจากก้นบึ้งของหัวใจ การปรับสภาพร่างกายและการรักษาสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญมาก สำหรับโรคบางโรค การฟื้นฟูระบบภายในอาจมีความน่าเชื่อถือมากกว่าการแพทย์แผนตะวันตกเสียอีก บางทีโรคที่แม่ของเสี่ยวหวังเป็นอยู่อาจรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาแผนจีน ไม่ลองก็ไม่รู้”
ในที่สุดเดวิดก็โน้มน้าวใจเฉินหย่าจือได้สำเร็จ เธอตอบว่า “ก็ถูก”
เดวิดถอนหายใจ “ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเราล้ำหน้ากว่าเทคโนโลยีการผลิตภายในประเทศมาก แต่เรายังไม่สามารถเปิดตลาดได้ในตอนนี้ ฉันได้แต่ใช้วิธีนี้เท่านั้น หวังว่าหนานหน่านและคนอื่น ๆ จะเข้าใจ”
“ถ้าเป็นแบบนี้จริง ๆ หนานหน่านก็แค่ช่วยรักษาและปรับสภาพร่างกายให้กับผู้ป่วยเท่านั้น ไม่มีอะไรขัดต่อหลักการ หนานหน่านเองก็มีทัศนคติในแง่ดีเกี่ยวกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ของบริษัทเราอยู่แล้ว ฉันคิดว่าเธอเข้าใจเรื่องเฉพาะทางเหล่านี้ดีกว่าหมอทั่วไปซะอีก”
“เธอเคยบอกว่าเทคโนโลยีของบริษัทเราล้ำหน้ากว่าเทคโนโลยีภายในประเทศอย่างน้อยสิบปี เธอกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการพัฒนาทางการแพทย์ของที่นี่ คาดหวังสูงมากด้วยว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ของเราจะสามารถเปิดตลาดในประเทศได้โดยเร็วที่สุด”
คำพูดของเฉินหย่าจือ ทำให้เดวิดมีความมั่นใจมากขึ้น
…
วันศุกร์ ลู่ฮ่าวกลับมาที่บ้านหลังจากเลิกงาน เมื่อเขากินอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เดินมานั่งลงข้างกู้หนาน และพูดอย่างจริงจังว่า “หนานหน่าน ฉันมีอะไรจะบอก”
กู้หนานกำลังจัดเรียงหนังสือทางการแพทย์สองสามเล่มที่เธอซื้อมาจากร้านหนังสือในวันนี้ หันหลังกลับไปแล้วถามว่า “มีอะไรหรือคะ?”
ลู่ฮ่าวบอกว่า “หัวหน้าฝ่ายหวังอวี้พูดถึงเธอ เขาบอกว่าเขาอยากเจอเธอด้วย”
“เจอฉัน? ทำไมอยู่ดี ๆ หัวหน้าฝ่ายถึงอยากเจอฉันกันคะ?” กู้หนานงงงวย
ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ระดับต้น ๆ จะอยากเจอเธอไปทำไม?
ลู่ฮ่าวตอบกลับยิ้ม ๆ “เขาบอกว่า ผู้อำนวยการเย่เคยยกย่องทักษะทางการแพทย์ของเธอไว้มากมาย ไหนจะเรื่องที่เธอสามารถใช้ยาจีนรักษาโรคซึ่งแพทย์แผนตะวันตกของเราไม่สามารถรักษาได้ เขาเลยอยากพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้มาก พูดอย่างตรงไปตรงมา คือเขาอยากปรึกษาเรื่องการแพทย์แผนจีนกับเธอ”
เมื่อกู้หนานได้ยินแบบนั้นแล้วเธอก็เข้าใจทันที
หนอนหนังสืออีกคนสินะ
คุณหมอที่มีชื่อเสียงหลายคนต่างก็มีนิสัยทำนองนี้ ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ก็มักจะอุทิศทั้งชีวิตให้กับการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด
สมแล้วที่เขาเป็นถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
กู้หนานเองก็อยากไปพบหัวหน้าฝ่ายหวังคนนี้อยู่แล้ว จะได้แสดงความขอบคุณต่อเขา
แต่เพราะเธอเริ่มท้องโต การไปพบเขาจึงอาจดูไม่งามและไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไหร่
เธอถามลู่ฮ่าว “ถ้าอย่างนั้นเราไปเยี่ยมเขาดีไหมคะ?”
“อืม ฉันจะพาเธอไปเยี่ยมเขาที่บ้านพักในวันหยุดสุดสัปดาห์ เขาอาศัยอยู่ไม่ไกลมาก เหมือนจะพักอยู่ในอาคารของบุคลากรโรงพยาบาลปักกิ่ง”
“ฉันไปที่นั่นได้ด้วยหรือคะ?” ว่าแล้วก็ชี้ไปที่หน้าท้องยื่นใหญ่ของตัวเอง
ลู่ฮ่าวตอบ “ฉันเล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับสถานการณ์ของเธอแล้ว หัวหน้าฝ่ายหวังบอกว่า ถ้าเธอไม่สะดวก เขาสามารถมาเยี่ยมพวกเราที่นี่ได้ แต่ฉันคิดว่ามันดูไม่ค่อยสุภาพเท่าไหร่จึงปฏิเสธไป ตั้งใจว่าจะกลับมาคุยกับเธอก่อน”
“ฉันไม่สะดวกจริง ๆ นั่นแหละค่ะ แต่ถ้าอาคารพักอาศัยของเขาไม่มีข้อห้ามเกี่ยวกับคนท้อง พวกเราก็ควรเป็นฝ่ายไปเยี่ยมเขาจะดีกว่า”
เธอไม่ได้รักตัวกลัวตายขนาดนั้น ตราบใดที่มีคนอยู่ดูแล เธอจะไปที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น
เพียงแต่อาคารต่าง ๆ ในเมืองเล็ก ๆ มีกฎระเบียบกำหนดไว้มากมาย บางแห่งไม่อนุญาตให้สตรีมีครรภ์เข้าไปเพราะกลัวผิดกฎหมาย เจ้าบ้านบางคนก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก
“บ้านของหัวหน้าฝ่ายหวังอยู่ไม่ไกล ไว้วันหยุดฉันจะพาเธอไปที่นั่นเอง”
ลู่ฮ่าวยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้แนะนำกู้หนานให้หัวหน้าฝ่ายหวังได้รู้จัก
ความรู้และทักษะทางการแพทย์ของภรรยาเขาในฐานะแพทย์แผนจีน ควรได้รับการยอมรับจากคนที่เป็นมืออาชีพและมีตำแหน่งสำคัญมากกว่านี้
“อย่าลืมเล่าเรื่องของหัวหน้าฝ่ายหวังให้ฉันฟังด้วยนะคะ ฉันจะได้เตรียมตัวล่วงหน้า ไม่ให้ตัวเองเผลอทำอะไรพลาดโดยไม่รู้ตัว”
ลู่ฮ่าวจับมือเธอไว้และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่ต้องกังวลเกินไป หัวหน้าฝ่ายหวังใจดี แถมยังเป็นกันเองมาก”
ตอนที่ลู่ฮ่าวเข้าไปรายงานตัวเป็นวันแรก ชายหนุ่มประหม่ามากเมื่ออยู่ต่อหน้าอีกฝ่าย แต่หลังจากได้ติดตามหัวหน้าฝ่ายหวังแค่ไม่กี่วัน ถึงพบว่าเขาเป็นคุณหมออาวุโสที่เป็นมิตรมาก เขาใจดีกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนไข้ นักศึกษาแพทย์ หรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมงาน ไม่มีการวางมาดถือตัวว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญเลย
“แล้วเราต้องเตรียมอะไรไปบ้างคะ” กู้หนานถามอีกครั้ง
“แค่ซื้อของขวัญไปมอบให้ก็พอแล้ว ฉันเองก็จะเตรียมชาที่ผู้อำนวยการเย่ฝากให้เขาไปด้วย พอถึงเวลาแล้วค่อยเอามารวมกัน”
ถึงวันหยุดสัปดาห์แล้ว กู้หนานติดตามลู่ฮ่าวไปเยี่ยมหัวหน้าฝ่ายหวังถึงบ้าน
ลู่ฮ่าวไม่กล้าซื้อของที่มีราคาแพงจนเกินไปเขาจึงนำผลไม้มาฝากแค่อย่างเดียว เมื่อกู้หนานได้ยินว่าภรรยาของหัวหน้าฝ่ายหวังสุขภาพร่างกายไม่ค่อยดี เธอจึงซื้อช่อดอกไม้มาเยี่ยมคนป่วยด้วย
แม้ว่าหัวหน้าฝ่ายหวังจะเป็นถึงศาสตราจารย์และแพทย์ชำนาญการ แต่เขาก็ยังคงอาศัยอยู่ในห้องพักที่เรียบง่ายภายในอาคารของบุคลากรในโรงพยาบาล
สภาพแวดล้อมของอาคารชุดในเมืองปักกิ่งค่อนข้างดีกว่าหลันเฉิง ต้นไม้เขียวขจีให้ความรู้สึกร่มรื่นมาก คนชราชายหญิงต่างใช้เวลาอย่างเพลิดเพลินภายใต้ร่มไม้ในเขตอาคารที่พัก พวกเขามีกิจกรรมยามว่างที่น่าสนใจมาก บางคนเล่นหมากรุก บ้างก็หันมาทักทายอย่างอบอุ่น ไม่มีสายตาจับจ้องอย่างอยากรู้อยากเห็นเมื่อคนแปลกหน้าเดินเข้าไป
สิ่งนี้ทำให้กู้หนานรู้สึกผ่อนคลายลงมาก
ทั้งสองเข้าไปในอาคาร เดินไปจนพบห้องพักตามเลขที่ที่หัวหน้าฝ่ายหวังให้ไว้
เมื่อเคาะประตู คนที่มาเปิดประตูให้เป็นผู้ชายร่างผอม สวมเสื้อสูททับเสื้อเชิ้ต จัดทรงผมด้วยสเปรย์ฉีดผม อายุไล่เลี่ยกันกับลู่ฮ่าว
เมื่อเห็นหนุ่มสาวแปลกหน้ามาเยือนถึงหน้าประตู เขาก็เหลือบมองลงไปที่ท้องของกู้หนาน
แล้วถามว่า “พวกคุณมาหาใคร?”
ลู่ฮ่าวตอบกลับอย่างสุภาพ “ผมเป็นลูกศิษย์ของหัวหน้าฝ่ายหวัง มาที่นี่เพื่อเยี่ยมหัวหน้าฝ่ายหวังครับ”
“เชิญเข้ามาก่อนครับ”
จากนั้นชายหนุ่มก็ตะโกนเรียกชายชราที่อยู่ในห้องด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “มีคนมาหาน่ะ”