เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 697 การปรากฏตัวของซุนหว่านหรู
บทที่ 697 การปรากฏตัวของซุนหว่านหรู
เขาหัวเราะเบา ๆ “พ่อตานี่ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ”
กู้หนานมองค้อนเขาแล้วพูดน้ำเสียงฉุนเฉียว “พูดเรื่องไร้สาระอะไรน่ะ น่าฟังตรงไหนกัน”
“ฉันพูดความจริงนะ” ลู่ฮ่าวเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นเคร่งขรึม
กู้หนานรอให้ลู่ฮ่าวดึงผ้านวมขึ้นคลุมตัวให้เธอ จากนั้นเอาตัวไปซุกอยู่ในนั้น กอดผ้านวมไว้พลางถอนหายใจ “ดีจังเลยนะ พ่อฉันกำลังจะได้เป็นพ่อคนอีกครั้ง”
กู้หนานกำลังตั้งท้อง ความจริงแล้วเธอก็มีความสุขไปกับพวกเขา แต่ขณะเดียวกันภายในใจก็รู้สึกซับซ้อนมาก
พอกู้เจิ้งอันได้ยินว่ากู้หลันตั้งท้อง สีหน้าของเขาก็แสดงถึงความยินดีจากใจจริง แววตาเป็นประกายอย่างเห็นได้ชัด
เธออดไม่ได้ที่จะคิดถึงสีหน้าของเขา ตอนที่เขารู้ว่าซุนหว่านหรูกำลังตั้งท้องเธอ
ตอนนั้น ทันทีที่เขารู้ข่าวว่าตัวเองกำลังจะได้เป็นพ่อคน เขาทั้งโกรธ ทั้งสิ้นหวัง ชิงชังรังเกียจ และขยะแขยง
เธอเป็นลูกที่ผู้เป็นพ่อไม่ได้ตั้งใจทำให้เกิดมา สิ่งนี้เป็นหนามยอกอกของเธอเสมอ
แม้ว่าในตอนนั้น ซุนหว่านหรูต้องการใช้ลูกในท้องของตัวเองเป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อที่จะได้แต่งงานกับกู้เจิ้งอัน ทำให้ซุนหว่านหรูแทบนับวันคอยที่จะได้เห็นหน้าลูก
แต่ความจริงแล้วซุนหว่านหรูอยากให้เด็กคนนั้นคลอดออกมาเป็นผู้ชาย
สิ่งที่เธอต้องการคือลูกชาย คนที่จะสามารถสืบทอดเชื้อสายของตระกูลกู้
เมื่อนึกถึงเรื่องราวเหล่านี้ กู้หนานก็รู้สึกเจ็บปวดในใจ
ทันใดนั้นเธอก็ตระหนักได้ว่าแม่เฒ่าซุนเองก็ช่วยชีวิตเธอไว้ในระดับหนึ่ง
ถ้าเธอไม่ถูกสลับกับเจียงย่าเจี๋ย ซุนหว่านหรูคนคลั่งคงบีบคั้นให้เธอกลั้นใจตายเข้าสักวัน
ลู่ฮ่าวกำลังถอดเสื้อผ้าออก เมื่อเห็นว่าสีหน้าภรรยาดูแปลกไป จึงรีบขึ้นเตียงไปนอนเคียงข้างแล้วกอดเธอเอาไว้ ถามเบา ๆ ว่า “หนานหน่าน เป็นอะไรไป?”
กู้หนานซ่อนความเดียวดายไว้ในดวงตา หันไปมองเขาพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลาย “ไม่มีอะไรค่ะ แค่เห็นพ่อมีความสุข ฉันก็ดีใจไปกับเขาด้วย”
พวกเขานอนค้างที่บ้านตระกูลกู้แค่คืนเดียว วันรุ่งขึ้นกู้หนานก็เตรียมตัวตามลู่ฮ่าวกลับบ้าน แต่กู้เจิ้งอันไม่ค่อยเต็มใจให้เธอรีบกลับ “หนานหน่าน ทำไมไม่นอนค้างที่บ้านอีกสักหน่อยล่ะ ค่อยให้ลู่ฮ่าวมารับหลังเลิกงานก็ได้”
กู้หนานปฏิเสธ “คงไม่ได้ค่ะพ่อ หนูต้องไปอยู่ที่คลินิก ช่วยคุณตาหยิบจับอะไรสักหน่อย ถ้าตลอดทั้งวันเขาไม่เห็นใครเลย เดี๋ยวเขาจะโกรธเอา”
“พวกเราไปก่อนนะคะ”
กู้เจิ้งอันรู้สึกแปลก ๆ ว่าวันนี้อารมณ์ของลูกสาวดูแปลก ๆ ไป ถึงอย่างนั้นใบหน้าของเธอก็ยังคงแต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม
กู้หลันบอกว่า “บางทีหนานหน่านอาจจะแค่รู้สึกใจหายค่ะ เธอกำลังจะได้ย้ายไปอยู่ไกลบ้านทั้งที”
“อาจจะเป็นอย่างนั้น”
ลู่ฮ่าวไปทำงานตามปกติ ระหว่างทางก็แวะส่งกู้หนานที่สี่เล่อถาง กู้หนานยังซื้อซาลาเปาติดมือมาเข่งหนึ่งด้วย ตั้งใจว่าจะรอเนี่ยเหล่ามาถึงก่อนแล้วค่อยกินเป็นมื้อเช้าด้วยกัน
กู้หนานล้วงกุญแจออกมาจากกระเป๋า คิดว่าตัวเองคงประเดิมเปิดคลินิกเป็นคนแรก แต่เห็นว่าประตูคลินิกเปิดอยู่ก่อนแล้วจากที่ไกล ๆ
“ตายแล้ว คุณปู่มาถึงเร็วจริง ๆ ยังเหลือเวลาอีกตั้งหลายชั่วโมงก่อนจะเริ่มทำงาน”
เมื่อทั้งสองไปถึงหน้าประตู พวกเขาเห็นเนี่ยเหล่าทำความสะอาดโต๊ะด้วยตัวเอง จัดระเบียบเอกสารใบสั่งยาและทำงานอื่น ๆ
พนักงานที่เพิ่งรับสมัครยังไม่มา ดังนั้นในคลินิกจึงมีเพียงเนี่ยเหล่าเท่านั้น
กู้หนานพูดกับลู่ฮ่าวว่า “รีบไปทำงานเถอะค่ะ เดี๋ยวจะเข้าเวรสาย”
ลู่ฮ่าวช่วยประคองเธอขึ้นบันได ก่อนที่จะเดินเท้าไปยังโรงพยาบาลอย่างไม่รอช้า
กู้หนานเดินเข้าไป มองเนี่ยเหล่าที่กำลังทำความสะอาดโต๊ะพร้อมรอยยิ้ม “ศาสตราจารย์เนี่ย มาถึงคลินิกก่อนเวลาเปิดทำการอีกนะคะ”
เมื่อเนี่ยเหล่าเห็นหญิงสาวเดินเข้ามา เขาก็มองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย ตอบกลับเบา ๆ ว่า “ฉันเป็นพนักงานนอกเวลา ใครจะไปเหมือนเจ้านายอย่างเธอล่ะ แวะมาเวลาไหนก็ได้ตามใจชอบ ไม่มาก็ได้ถ้าไม่อยากมา”
“คุณตา ฉันท้องอยู่หรอกค่ะ จะเอาฉันไปเปรียบเทียบไม่ได้นะ”
กู้หนานวางซาลาเปาในมือลงบนโต๊ะ “คุณมาที่นี่เร็วขนาดนี้ คงยังไม่ได้ทานข้าวเช้าใช่ไหมคะ กินซาลาเปาด้วยกันสิ”
“ฉันกินมาแล้ว เธอเอาไปกินเถอะ กลิ่นกุยช่ายแรงเกินไป ที่นี่เป็นคลินิกยาจีน ควรอบอวลไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพรเท่านั้น อย่าเอาอาหารอื่น ๆ เข้ามาข้างใน”
เนี่ยเหล่าทำงานอยู่ในวงการนี้มานานหลายทศวรรษ ความเข้มงวดด้านวิชาชีพแทบฝังอยู่ในกระดูกดำ
แม้ว่าจะเกษียณไปหลายปีแล้ว แต่เมื่อทำงานตอนนี้ เขายังคงเรียกร้องตัวเองและคนรอบข้างอย่างเคร่งครัด
กู้หนานรีบเก็บซาลาเปานึ่งด้วยความลำบากใจ “ค่ะ งั้นฉันจะเอาไปกินด้านหลังนะคะ”
เธอพูดขณะเดินเข้าไปหลังคลินิกว่า “คุณปู่ ถ้าต้องการอะไรเรียกหาฉันได้เลยนะคะ”
“ยังไม่มีอะไรหรอก อีกไม่นานเสี่ยวหลิวก็คงมาแล้ว”
เสี่ยวหลิวเป็นเด็กสาวจากชนบท ครอบครัวของเธอสืบทอดอาชีพแพทย์แผนจีนมาหลายชั่วอายุคน เธอเองก็สนใจการแพทย์แผนจีนมาตั้งแต่ยังเด็ก แต่เพราะเธอเป็นผู้หญิง และครอบครัวมีกฎว่าจะไม่ถ่ายทอดทักษะทางการแพทย์จากชายสู่หญิง ทางครอบครัวจึงให้เธอเบนสายไปเรียนเป็นพยาบาลแทน
แต่เธอไม่ชอบการพยาบาลในระบบแพทย์แผนตะวันตกเอามาก ๆ เมื่อเห็นคลินิกสี่เล่อถางรับสมัครพนักงาน และได้ยินว่ามีอาจารย์แพทย์แผนจีนผู้ทรงคุณวุฒิมาประจำการอยู่ที่นี่ จึงสมัครโดยไม่ลังเล
เนื่องจากเนี่ยเหล่าแสดงท่าทีรังเกียจซาลาเปานึ่ง กู้หนานจึงจำเป็นต้องหอบเข้าไปกินด้านหลังร้าน
หลังจากที่เสี่ยวหลิวมาทำงาน ผู้ป่วยก็ทยอยมาเข้ารับการรักษาจากแพทย์ในไม่ช้า
เวลาเข้าประจำการของเนี่ยเหล่าถูกติดไว้ที่หน้าประตูอย่างชัดเจน
อาทิตย์หนึ่งคลินิกเปิดแค่สามวัน และสามวันที่ว่านี้เขาไม่ได้ให้คำปรึกษาทางการแพทย์ตลอดทั้งวัน วันนี้เขาอยู่แค่กะเช้า เลยจะนั่งประจำการเฉพาะช่วงเช้าเท่านั้น
ดังนั้น ผู้ป่วยที่คุ้นเคยกับเวลาทำการของคลินิกเป็นอย่างดี จะแวะมาพบหมอเฉพาะช่วงเวลาที่เนี่ยเหล่าเข้ามาประจำการ
ผู้ป่วยรายแรกที่เข้ามาคือชายชราคนหนึ่ง เขามีอาการไอต่อเนื่อง หายใจหอบถี่ รู้สึกราวกับว่าตัวเองอาจขาดอากาศหายใจเข้าในสักช่วงวินาทีหนึ่ง
เนี่ยเหล่ารีบเชิญให้เขานั่งลงตรงข้ามกับโต๊ะให้คำปรึกษา
“หมอครับ ช่วยผมด้วย ผมทนกับอาการบ้านี่ไม่ไหวแล้ว”
เนี่ยเหล่าขอให้ผู้ป่วยยื่นมือออกมา คลำตรวจสอบชีพจร จากนั้นก็วิเคราะห์ความน่าจะเป็น แล้วยืนยันผลการวินิจฉัย “ดูเหมือนคุณจะป่วยเป็นโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังขั้นรุนแรง เป็นแบบนี้มาประมาณสิบปีแล้วใช่ไหม?”
คุณลุงไออย่างหนักหน่วงอีกครั้ง รู้สึกเหมือนมีบางอย่างติดคอตลอดเวลา “ใช่ครับ ผมเป็นมาหลายปีแล้ว”
“คงไม่ได้เป็นเพราะสูบบุหรี่จัดหรอกนะ?” เนี่ยเหล่าถาม
“ครับ ก่อนสูบอาการผมปกติดีทุกอย่าง”
“ฉันจะจ่ายยาสองสามตัวให้คุณก่อน จากนี้ไปไม่ว่าบุหรี่แบบไหนก็ตาม คุณต้องเลิกขาดให้ได้”
“ได้ครับ ได้ครับ”
เนี่ยเหล่าเขียนใบสั่งยา และขอให้เสี่ยวหลิวรับไปจ่ายยาต่อ
หลังจากตรวจอาการชายชราเรียบร้อยแล้ว หนุ่มอ้วนอีกคนก็เดินเข้ามาในคลินิกพร้อมกับหญิงวัยกลางคนสวมชุดกี่เพ้า
ผู้หญิงคนนั้นผูกผ้าโปร่งสีขาวอยู่บนศีรษะ ซึ่งดูไม่เข้ากับชุดกี่เพ้าที่สวยงามบนร่างเธอเลย
“หมอครับ ช่วยตรวจร่างกายให้แม่ผมที”
เนี่ยเหล่ากำลังเขียนอะไรบางอย่างยุกยิกอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา จึงตอบกลับอย่างใจดีว่า “เชิญนั่งก่อน”
ทันทีที่หญิงวัยกลางคนนั่งลง เนี่ยเหล่าก็เงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัดเจน ก็ตกตะลึงไปเล็กน้อย
เมื่อผู้หญิงคนนั้นเห็นว่าหมอตรงหน้าคือเนี่ยเหล่า เธอก็ประหลาดใจเช่นเดียวกัน
ใบหน้าของเนี่ยเหล่ามืดมนลงทันที เขาจ้องเขม็งมองผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันกับเขาด้วยสายตาคมกริบ พูดด้วยน้ำเสียงไม่รับแขก “ฉันคงรักษาเธอในฐานะผู้ป่วยไม่ได้”
ผู้ป่วยตรงหน้าก็คือซุนหว่านหรู แม่ผู้ให้กำเนิดของกู้หนาน
ส่วนคนที่ติดตามเธอมาด้วยก็คือเจียงย่าเจี๋ย ที่หลบหนีออกมาจากหมู่บ้านต้าวานเมื่อไม่นานมานี้
นั่นหมายความว่าเจียงย่าเจี๋ยก็รู้จักเนี่ยเหล่าเช่นกัน เพียงแต่เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าแพทย์อาวุโสประจำคลินิกแห่งนี้คือตาของกู้ย่าฮุย
เมื่อคืนนี้ซุนหว่านหรูปวดหัวมาก เธอตั้งใจว่าจะไปตรวจที่โรงพยาบาลหลันเฉิง แต่เมื่อกี้นี้ตอนเดินผ่านมา เธอบังเอิญได้ยินชายชราคนหนึ่งเดินผ่านพวกเขาไป คนคนนั้นเอาแต่ยกย่องทักษะทางการแพทย์ของหมออาวุโสประจำคลินิกสี่เล่อถาง ดังนั้นพวกเขาก็เลยแวะเข้ามาบ้าง
บังเอิญเหลือเกิน เจอคนรู้จักเข้าจนได้
“เนี่ยเหล่า คุณหมายความว่ายังไง แม่ผมแค่ปวดหัว คุณเป็นหมอแท้ ๆ แต่กลับรักษาเธอไม่ได้ แล้วคุณเป็นหมอประสาอะไรกัน? กล้าเปิดคลินิกต้อนรับคนไข้ได้ยังไง?”
เมื่อเห็นว่าเนี่ยเหล่าขับไล่พวกเขาเพราะเรื่องส่วนตัว เจียงย่าเจี๋ยก็พูดด้วยความโกรธเพื่อขอให้เขามีเหตุผล
เนี่ยเหล่าผู้ซึ่งปฏิบัติต่อผู้ป่วยเหมือนคนในครอบครัวเสมอมา ตอนนี้กลับผลักไสอีกฝ่ายอย่างไม่ไยดี “ไปรักษาที่อื่นเถอะ ฉันรักษาอาการป่วยให้เธอไม่ได้จริง ๆ”