เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 687 จอร์จเป็นผู้ชายคนเดียวที่เธอไม่เคยรู้สึกต่อต้าน
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90
- บทที่ 687 จอร์จเป็นผู้ชายคนเดียวที่เธอไม่เคยรู้สึกต่อต้าน
บทที่ 687 จอร์จเป็นผู้ชายคนเดียวที่เธอไม่เคยรู้สึกต่อต้าน
ทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย เนี่ยอวี้ฮว๋าก็กรอกเสียงลงไปอย่างมีลับลมคมนัย “รุ่นน้องเจียหาว ในฐานะที่เราสองคนรู้จักกันมาหลายปี ฉันอยากส่งข่าวบางอย่างให้เธอรู้”
[รุ่นพี่อวี้ฮว๋า มีเรื่องอะไรครับ? รีบบอกผมเร็ว ๆ] ดวงตาของจอร์จเป็นประกาย ถามอย่างเร่งรีบ
เนี่ยอวี้ฮว๋าบอกว่า “ว่าที่แม่ยายของเธอกำลังจะกลับบ้านเกิดในวันพรุ่งนี้มะรืนนี้ เธอปรับเปลี่ยนตัวเองไปถึงไหนแล้วล่ะ ฉันจะบอกอะไรให้ ถ้าเธอจริงใจต่อฉินอวิ๋นจริง ๆ ถึงเวลาแล้วที่เธอควรทำอะไรบางอย่างเพื่อเอาชนะใจพวกเขา”
เขาจะชนะใจครอบครัวฝ่ายหญิงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับโชคชะตาแล้ว
ถึงอย่างนั้นเนี่ยอวี้ฮว๋าก็ยังคงยืนกรานที่จะช่วยจอร์จ ไม่ใช่เรื่องผิดที่เขาจะไขว่คว้าตามหารักแท้
ในเมื่อประสบการณ์ตอนพบกันครั้งแรกย่ำแย่ ก็แค่ปรับเปลี่ยนบางอย่างเพื่อเข้าหาอีกครั้ง
ถ้าไม่เร่งรีบเอาชนะตั้งแต่ตอนนี้ ทุกอย่างจะยิ่งยากขึ้นไปอีกเพราะแม่ของฉินเฟิงจะเดินทางกลับบ้านเกิดแล้ว
จอร์จดูตกใจ [อะไรนะ? พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ นี่ไม่กะทันหันเกินไปหน่อยหรือครับ?]
เนี่ยอวี้ฮว๋าตอบว่า “ใช่ งานแต่งของย่าถิงกับเฟิงจื่อได้ฤกษ์ยามมงคลที่แน่นอนแล้ว จะจัดขึ้นในช่วงฤดูหนาว ระหว่างนี้หล่อนก็เลยจะกลับไปเปิดร้านตามปกติ”
“ฉันเลยเอาข่าวมาบอก ขึ้นอยู่กับเธอแล้วว่าจะคว้าโอกาสได้หรือเปล่า”
จอร์จรีบตอบกลับ [ขอบคุณครับรุ่นพี่อวี้ฮว๋า ผมเข้าใจแล้ว]
…
ในวันที่สอง หลังงานหมั้นของลูกชาย แม่ของฉินเฟิงเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวเสร็จภายในหนึ่งวัน จากนั้นก็ใช้เวลาไปกับการล้างห้องน้ำให้ฉินเฟิง ซื้อผักสดมาตุน แล้วใส่ไว้ในตู้เย็น
เธอกำลังจะกลับบ้านเกิดแล้วก็จริง แต่ก็ยังอดเป็นห่วงลูก ๆ ทั้งสองคนไม่ได้
แน่นอน ฉินอวิ๋นเป็นคนที่เธอกังวลมากที่สุด
กลัวเหลือเกินว่าอีกฝ่ายจะหนีตามผู้ชายคนนั้นไปจริง ๆ
ถ้าฉินอวิ๋นไม่ได้เซ็นสัญญาทำงานกับโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า เธอคงพาลูกสาวกลับบ้านเกิดไปนานแล้ว
พอคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แม่ของฉินเฟิงจึงตั้งใจจะรอจนกว่าฉินอวิ๋นจะเลิกงาน แล้วพูดคุยกับเธออย่างจริงจังอีกครั้ง
เมื่อฉินอวิ๋นกลับมา เธอก็เห็นว่าสัมภาระของแม่ถูกเก็บไว้เรียบร้อยแล้ว วางกองไว้ตรงมุมห้อง
แม่ของเธอนั่งอยู่บนโซฟา สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง
ฉินอวิ๋นเม้มริมฝีปาก เดินไปหาพร้อมกับร้องเรียกแม่เบา ๆ “แม่”
แม่ของฉินเฟิงกลับมามีสติ หันกลับมามองลูกสาว “กลับมาแล้วหรือ?”
ทุกวันนี้ ทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับลูกสาว บรรยากาศภายในบ้านค่อนข้างสงบกว่าก่อนหน้านี้มาก อย่างน้อยเธอก็ไม่สบถรุนแรงเหมือนเมื่อก่อน
การขว้างปาสิ่งของด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว หรือนิ่งเงียบใส่กันเป็นสงครามเย็นใช่ว่าจะแก้ปัญหาอะไรได้ มีแต่จะทะเลาะกันหนักขึ้น และฉินอวิ๋นมีแนวโน้มว่าจะต่อต้านจนดื้อรั้น
ฉินอวิ๋นผงะไปเล็กน้อย วางกระเป๋าลงแล้วเดินไปนั่งข้าง ๆ ถามอย่างระมัดระวังว่า “แม่ จะกลับบ้านแล้วหรือคะ?”
แม่ของฉินเฟิงพยักหน้า “ใช่ วันแต่งงานของพี่ชายลูกถูกกำหนดเรียบร้อยแล้ว เขาจะแต่งงานภายในสิ้นปีนี้ แปลว่ายังอีกนาน แม่อยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่มีอะไรทำ เลยตั้งใจว่าจะกลับไปเปิดร้านจนกว่าจะถึงเวลา”
แม่ของฉินเฟิงมองลูกสาวอย่างจริงจังแล้วถามว่า “เสี่ยวอวิ๋น ก่อนแม่จะจากไป แม่อยากคุยเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของลูกให้ชัดเจนก่อน”
เมื่อประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง ฉินอวิ๋นก็ลดระดับสายตาลง
เธอรู้อยู่เต็มอกว่าผู้เป็นแม่อยากคุยอะไร ความจริงแล้ววันนี้เธอเองก็มีบางอย่างอยากจะบอกอีกฝ่ายเหมือนกัน
แม่ของฉินเฟิงมองไปที่ฉินอวิ๋น ตั้งคำถามให้เลือกอย่างเด็ดขาด “ลูกคิดจะทำยังไงต่อไปกับเรื่องนี้? ถ้าแม่ขอให้ลูกเลือกระหว่างจอร์จกับแม่ ลูกจะเลือกใคร?”
หัวใจของฉินอวิ๋นหล่นวูบทันทีเมื่อได้ยินแบบนี้
เธอหลุบตาลงอย่างเศร้าใจ
การที่แม่เลือกตั้งถามคำถามที่มีตัวเลือกแค่สองอย่าง สามารถบ่งบอกทัศนคติของแม่ได้เป็นอย่างดี
ไม่มีที่ว่างสำหรับการประนีประนอมอีกต่อไปแล้ว
ฉินอวิ๋นสบตาแม่ของเธอ ตอบกลับอย่างอ่อนแรงว่า “แม่ หนูต้องเลือกแม่อยู่แล้วค่ะ”
ถ้าเธอต้องเลือกจริง ๆ เธอต้องเลือกแม่ตัวเองแน่นอน แต่ถึงจะตอบทางเลือกนั้นออกไป ภายในใจของเธอก็ยังรู้สึกอึดอัดและเจ็บปวดมาก
พอแม่ของฉินเฟิงได้ยินแบบนั้น สีหน้าของเธอผ่อนคลายลงเล็กน้อย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโล่งใจมากขึ้น “ดูเหมือนว่าในใจของลูกยังมีแม่คนนี้เป็นอันดับแรกอยู่สินะ แม่ก็คิดว่าลูกจะเลือกจอร์จคนนั้นซะอีก นึกว่าอยากอยู่กับผู้ชายคนนั้นเสียจนไม่คำนึงถึงแม่ซะแล้ว”
ฉินอวิ๋นยิ้มอย่างจนปัญญา “จะเป็นไปได้ยังไงคะ แม่เป็นแม่ของหนู แม่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูหนูมาอย่างยากลำบากแค่ไหน ลูกคนนี้รู้ดีกว่าใคร หนูจะแตกหักกับแม่แค่เพราะผู้ชายคนเดียวได้ยังไง”
เธอซ่อนความสิ้นหวังไว้ในแววตา กลืนคำพูดที่เตรียมไว้แต่แรกลงไป หลุบตาลงต่ำ เผยอริมฝีปากออกด้วยความยากลำบาก
“แม่คะ หนูตัดสินใจแล้ว ตราบใดที่แม่ไม่เห็นด้วยที่หนูจะคบหากับจอร์จจริง ๆ ถ้าอย่างนั้นหนูจะลืมเรื่องนี้ไป หนูจะไม่ทำให้แม่เสียใจอีกแล้ว”
แม่ของฉินเฟิงจับมือลูกสาวไว้แน่นเมื่อเธอได้ยินคำพูดเหล่านั้น พูดด้วยความโล่งใจยิ่งกว่าเก่า “เด็กดีของแม่ แม่ดีใจเหลือเกินที่ลูกคิดได้แบบนี้ ไม่ต้องกังวลนะ สักวันแม่จะหาผู้ชายดี ๆ ที่เหมาะสมให้ คนที่เหมือนพี่ชายของลูก”
ฉินอวิ๋นอดกลั้นน้ำตาไม่อยู่อีกต่อไป ส่ายหน้าด้วยความสิ้นหวัง “ไม่ค่ะ ต่อจากนี้หนูจะมุ่งมั่นทำงานอย่างหนักเท่านั้น หนูไม่คิดจะมีแฟนอีก”
แม่ของฉินเฟิงตกใจ “เด็กคนนี้ หมายความว่ายังไงกัน ลูกจะไม่คบผู้ชายคนไหนไปตลอดชีวิตเลยได้ยังไง ลูกเป็นผู้หญิง จะใช้ชีวิตตามลำพังได้ยังไงถ้าไม่มีสามี”
เธอแค่ไม่อยากให้ลูกสาวคบหากับจอร์จคนนั้น ใช่ว่าไม่อยากให้เธอเปิดใจคบกับผู้ชายคนอื่นเลยซะหน่อย
แม่ของฉินเฟิงพยายามเกลี้ยกล่อมฉินอวิ๋นอย่างกระตือรือร้น “สาวน้อย ในโลกนี้ยังมีผู้ชายดี ๆ อีกมากมาย อย่ายึดมั่นในทัศนคติแบบนั้นเลย แม่จะขอให้พี่ชายช่วยแนะนำคนดี ๆ ให้ลูกเอง ดีไหม?”
ฉินอวิ๋นตกอยู่ในสภาวะเงียบงัน “แม่คะ หนูเจ็บปวดเพราะความรักมาสองครั้งแล้ว ครั้งแรกคือตอนที่หนูไปเจอกับคนใจร้ายเข้า ครั้งนี้หนูคิดว่าตัวเองเลือกดีแล้ว ในที่สุดก็เจอคนที่เหมาะสมกับตัวเองซะที ช่วงแรก ๆ หนูก็เลยมีความสุขมาก ไม่คาดคิดเลยว่าจอร์จจะไม่ถูกใจแม่ แค่แม่เห็นเขา แม่ก็โกรธเกลียดเขามาก ในเมื่อเป็นแบบนี้ หนูตั้งใจแล้วว่าจะไม่มองหาผู้ชายคนอื่นอีกต่อไป”
เดิมทีตอนแม่ของฉินเฟิงได้ยินฉินอวิ๋นตัดสินใจว่าเธอจะเลิกกับจอร์จ เธอค่อนข้างมีความสุข เพราะในที่สุดลูกสาวก็คิดได้
แต่สิ่งที่ลูกสาวพูดเมื่อกี้นี้ ทำให้แม่ของฉินเฟิงรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอีกครั้ง
“แม่ไม่เข้าใจเลย ลูกถูกอกชอบใจอะไรในตัวจอร์จคนนั้นกันแน่?”
แค่เพราะผิดหวังจากคนแบบนั้น ถึงขั้นตั้งปณิธานว่าจะไม่แต่งงานตลอดชีวิตเชียวหรือ?
ฉินอวิ๋นร้องไห้พลางอธิบาย “แม่ หนูบอกไม่ได้หรอกว่าในตัวเขามีอะไรดีกว่าคนอื่นบ้าง แต่หนูชอบเขาจริง ๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตอนที่หนูอยู่ใกล้เขา หนูไม่เคยรู้สึกไม่สบายใจ หรือมวนท้องจนอยากจะคลื่นไส้อาเจียนเลย”
“แม่รู้ไหม ตั้งแต่ประสบการณ์เลวร้ายครั้งนั้น หนูมีอาการรังเกียจมนุษย์เพศชายเป็นพิเศษ ตราบใดที่ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้หนู ขนทั่วร่างกายของหนูจะลุกเกรียว แถมยังรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกมาก ก่อนหน้านี้ตอนที่หนูทำงานอยู่ในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า ไม่ได้เป็นเพราะหนูเข้าสังคมไม่ได้ แต่หนูแค่ทนไม่ได้จริง ๆ เวลามีผู้ชายเข้าหา แม้แต่การคุยกับพวกเขาตามปกติหนูก็ทำไม่ได้ หนูอึดอัดทุกครั้งที่เห็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่พวกนั้น พอลองทบทวนเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น หนูรู้สึกเสมอว่าตัวเองมีอาการผิดปกติทางจิตบางอย่าง”
“แต่แล้วหนูก็พบว่า ตัวเองไม่ได้มีความรู้สึกแบบนั้นกับจอร์จเลย”
แม่ของฉินเฟิงรู้สึกตกใจเมื่อได้ยินคำบอกเล่าของฉินอวิ๋น
แน่ล่ะ เธอรู้ดีว่าหลังจากลูกสาวประสบกับเหตุการณ์น่าสะเทือนใจนั้น ฉินอวิ๋นก็ได้รับผลกระทบทางจิตใจ และต่อต้านการติดต่อสื่อสารกับผู้ชายเอามาก ๆ
พอเธอกลับมาพร้อมกับออกตัวว่าจะคบกับจอร์จในครั้งนี้ เธอคิดว่าลูกสาวคงเปิดใจกับผู้ชายแล้วซะอีก
ไม่คาดคิดว่าความจริงจะเป็นแบบนี้
แม่ของฉินเฟิงบอกว่า “ลูกคงคิดว่าจอร์จเขาเป็นผู้หญิงคนหนึ่งล่ะมั้ง”
ต้องเป็นเพราะแบบนี้แน่ ลูกสาวของเธอจึงไม่รู้สึกต่อต้านหรือปฏิเสธการเข้าหาของเขา
ฉินอวิ๋นปฏิเสธ “แม่ จะเป็นไปได้ยังไงคะ ทั้งใจหรือกายเขาไม่มีอะไรเลยที่เป็นผู้หญิง เขาเป็นผู้ชายโดยเนื้อแท้ หนูไม่เคยปฏิบัติกับเขาเหมือนผู้หญิงเลยสักครั้ง”
เป็นผู้ชายโดยเนื้อแท้?
แม่ของฉินเฟิงเข้าใจประเด็นสำคัญทันที
ดวงตาของเธอเบิกโตราวกับระฆัง จ้องเขม็งมองพลางถามว่า “หมายความว่ายังไง? เขาเคยเอาเปรียบลูกด้วยหรือ?”
ฉินอวิ๋นรีบส่ายหัว “เปล่าค่ะแม่ หนูจะปล่อยตัวปล่อยใจแบบนั้นได้ยังไง ตราบใดที่ยังไม่ได้รับความยินยอมจากแม่”