เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 681 ตอนที่เราสองคนเกิด เราไม่มีพ่ออยู่ใกล้ ๆ
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90
- บทที่ 681 ตอนที่เราสองคนเกิด เราไม่มีพ่ออยู่ใกล้ ๆ
บทที่ 681 ตอนที่เราสองคนเกิด เราไม่มีพ่ออยู่ใกล้ ๆ
เฉินหย่าจือกับเดวิดไม่ยอมพูดอะไร กู้หนานก็เริ่มกระวนกระวาย “พี่ฮ่าว คุณทำแบบนี้ได้ยังไง? คุณไม่แม้แต่จะเล่าเรื่องใหญ่โตแบบนี้ให้พวกเราฟังด้วยซ้ำ ทั้งยังไม่คิดจะรับฟังความเห็นของพวกเราอีกหรือ?”
ลู่ฮ่าวเผชิญสายตาที่เต็มไปด้วยการตัดพ้อต่อว่าของกู้หนาน จับมือเธอไว้ แล้วพูดเบา ๆ ว่า “เพราะฉันรู้ว่าเธอจะคิดต่างจากฉัน ฉันก็เลยเลือกที่จะเก็บซ่อนมันไว้ ตอนนี้ฉันไม่มีโอกาสไปเรียนต่อก็จริง แต่วันข้างหน้าต้องมีโอกาสอื่น ๆ ผ่านเข้ามาอีกแน่”
กู้หนานดึงหน้า เริ่มแสดงความคิดเห็นของตัวเอง “เราไม่สามารถรู้ได้ว่าในอนาคตจะมีโอกาสผ่านเข้ามาอีกไหม ฉันแค่อยากให้คุณคว้าโอกาสนี้ไว้ ไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องฉันเลย ตอนนี้ฉันมีทั้งคุณแม่ทั้งลุงเดวิด มีครอบครัวของฉันอยู่เคียงข้าง มีคนรอบข้างมากมายที่พร้อมจะดูแลฉัน”
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ากู้หนานจะหยิบยกเหตุผลมาอธิบายยังไง ลู่ฮ่าวก็ไม่สั่นคลอนเลย เขาตอบกลับด้วยท่าทีที่แน่วแน่ว่า “ไม่ ฉันเป็นสามีของเธอ และเป็นพ่อของเด็ก ฉันจำเป็นต้องอยู่ดูแลเธอจริง ๆ ไว้เราค่อยคุยกันเรื่องทุนไปเรียนต่อทีหลัง”
“คุณจะสละโอกาสในการไปเรียนต่อเพราะฉันไม่ได้ ที่ผ่านมาคุณก็ไม่เข้าเวรเช้าออกเวรดึกตลอด จะอยู่หรือไปไม่สำคัญ เพราะฉะนั้นคุณควรไป” กู้หนานเองก็ยืนกรานความตั้งใจเดิมไม่ขยับเขยื้อน
ลู่ฮ่าวรู้สึกผิดกับสิ่งที่เธอพูด ตอบกลับเบา ๆ ว่า “ช่วงนี้มีเคสผ่าตัดเข้ามาเยอะมาก งานของฉันเลยค่อนข้างยุ่ง แต่ถ้าเธอใกล้ถึงวันคลอดเมื่อไหร่ ฉันรับปากว่าจะขอลาพักร้อนเพื่อมาอยู่กับเธอ”
ลู่ฮ่าวไม่มีวี่แววว่าจะเปลี่ยนใจเลย กู้หนานจึงทำได้เพียงขอความช่วยเหลือจากเฉินหย่าจือและเดวิด “แม่คะ ลุงเดวิด ช่วยพูดกับเขาหน่อยเถอะค่ะ”
เฉินหย่าจือมองไปที่ลู่ฮ่าวพร้อมพูดว่า “เสี่ยวฮ่าว ในเมื่อหนานหน่านสนับสนุนลูกขนาดนี้ ทำไมไม่ลองทบทวนเรื่องนี้ดูอีกทีล่ะ? พวกเราช่วยดูแลหนานหน่านได้จริง ๆ”
ลู่ฮ่าวส่ายหน้าอย่างแน่วแน่ “แม่ครับ ผมเคยตัดสินใจว่าจะไปเรียนต่อเป็นเวลาหนี่งปีก็จริง แต่มีเงื่อนไขว่าถ้าหนานหน่านไม่ท้อง ผมถึงจะคว้าโอกาสนี้ไว้ แต่ตอนนี้ สำหรับผมแล้วหนานหน่านกับลูกสำคัญที่สุด ไว้วันข้างหน้าค่อยแสวงหาโอกาสดี ๆ แบบนี้อีกก็ยังไม่สาย”
ไม่ว่าใครจะเกลี้ยกล่อมเขา ลู่ฮ่าวก็ไม่มีความตั้งใจที่จะประนีประนอมทั้งนั้น
ใบหน้าของกู้หนานเปลี่ยนเป็นสีเขียวด้วยความโกรธ “ทำไมคุณถึงดื้อขนาดนี้ ฉันบอกคุณแล้วว่าไม่ต้องเป็นห่วงฉัน”
“จะไม่ให้ฉันเป็นห่วงได้ยังไง”
ลู่ฮ่าวเห็นว่าหน้าเธอเริ่มบูดบึ้ง ก็ยื่นมือไปลูบศีรษะเธอพร้อมกับเกลี่ยเส้นผมให้ “หนานหน่าน อย่าโกรธฉันเลย ฉันเป็นสามีของเธอ แถมยังเป็นพ่อของเด็กในท้องของเธอด้วย ฉันไม่สามารถทิ้งให้เธออยู่ตามลำพังเพื่อความก้าวหน้าทางวิชาชีพได้จริง ๆ”
กู้หนานมองเขาอย่างจริงจังแล้วพูดว่า “ฉันรู้ว่าคุณมีความรับผิดชอบต่อฉันกับลูกสูงมาก แต่ฉันก็ยังอยากให้คุณรับผิดชอบต่อตัวเองและอาชีพของคุณด้วย คุณจะทำให้โรงพยาบาลและผู้อำนวยการเย่ผิดหวังเพราะครอบครัวเล็ก ๆ ของเราหรือเรื่องส่วนตัวไม่ได้”
เดวิดกลัวว่ากู้หนานจะโกรธ และทั้งสองก็จะทะเลาะกัน เขาจึงพยายามเกลี้ยกล่อมลู่ฮ่าว
“เสี่ยวฮ่าว ลองคิดใหม่อีกครั้งเถอะ”
นี่เป็นโอกาสที่หายากมากจริง ๆ มีหมอกี่คนที่ต้องการทุนการศึกษานี้ แต่พวกเขาไม่มีคุณสมบัติพอที่จะผ่านเกณฑ์
ลู่ฮ่าวคลี่ยิ้มบางพลางส่ายหัว “ลุงเดวิด ผมจะไม่คิดเรื่องนี้อีกแล้ว เราควรปล่อยผ่านมันไปซะ”
เดวิดบอกว่า “จริง ๆ แล้วหนานหน่านเองก็เป็นหมอเหมือนกัน ครอบครัวของเธอมีหมอตั้งหลายคน แถมบ้านเรายังอยู่ใกล้โรงพยาบาล พอใกล้ถึงวันคลอดเราสามารถพาเธอไปรอคลอดก่อนกำหนดก็ยังได้ ทุกคนพร้อมดูแลเธออยู่แล้ว เธอไม่เห็นต้องเป็นกังวลจนเกินเหตุไปเลย”
ลู่ฮ่าวยิ้มอย่างจนใจ “ลุงเดวิด คุณอาจไม่รู้ประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็กของผมกับหนานหน่าน จริง ๆ แล้วเรื่องเล่านี้อาจจะเป็นการเปิดเผยรอยแผลเป็นในใจขึ้นมาอีกครั้ง แต่ผมควรเล่าเพื่อที่จะให้คุณเข้าใจเจตนารมณ์ของผม”
ลู่ฮ่าวมองไปที่กู้หนานด้วยสายตาที่เป็นทุกข์ พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ตอนที่หนานหน่านกับผมเกิด เราสองคนต่างก็ไม่มีพ่ออยู่ใกล้ ๆ”
“พ่อของผมถูกปู่ไล่ออกจากบ้าน ผมไม่อยากจินตนาการเลยว่าตอนที่แม่ต้องคลอดผมในสภาพไม่มีสามีอยู่เคียงข้างต้องเต็มไปด้วยความสิ้นหวังขนาดไหน”
“หนานหน่านก็เหมือนกัน คุณซุนต้องแบกท้องแก่ใกล้คลอดเดินทางไปเมืองหลงซานคนเดียวเพื่อตามหาพ่อตาของผม แต่พ่อตายุ่งตัวเป็นเกลียวอยู่กับงานรางรถไฟ หนานหน่านเลยต้องคลอดในหอพักคนงาน เนื่องจากพ่อตาของผมไม่อยู่ คนไม่หวังดีก็เลยฉวยโอกาส การฉวยโอกาสครั้งนั้นนำไปสู่โศกนาฏกรรม ทำให้ชะตากรรมของเธอเปลี่ยนไปตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”
ลู่ฮ่าวมองทั้งสามคนด้วยสายตาซับซ้อน น้ำเสียงของเขาแหบแห้ง “คราวนี้ คุณเข้าใจความรู้สึกของผมแล้วหรือยัง? ผมไม่มีวันยอมให้ภรรยาของผมต้องคลอดตามลำพังโดยที่ผมไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ ผมต้องคอยดูแลเธอ เพราะฉะนั้นผมไม่คิดจะเปลี่ยนใจเด็ดขาด”
เฉินหย่าจือได้ยินคำพูดที่เต็มไปด้วยความจริงใจของลู่ฮ่าว หยดน้ำตาก็เริ่มรินไหล อดหวนนึกถึงอดีตอันยาวนานของตัวเองไม่ได้
เธอช่างโชคดีเหลือเกินลูกชายของตัวเองเติบโตขึ้นเป็นสามีที่มีความรับผิดชอบ
เฉินหย่าจือเช็ดน้ำตาตัวเองแล้วพูดว่า “ถ้าเป็นแบบนั้น พวกเราจะเคารพการตัดสินใจของลูก ทางเลือกของลูกถูกต้องแล้ว”
กู้หนานรู้สึกประทับใจกับคำพูดของลู่ฮ่าวมาก สีหน้าของเธอผ่อนคลายลงทันที เธอยื่นมือไปจับมือของเขาไว้
เดวิดไม่สามารถพูดอะไรได้อีก
เขารู้ว่าหนุ่มสาวสองคนนี้มีช่วงเวลาที่ยากลำบากมาตั้งแต่ยังเด็ก แม้ว่าตอนนี้เฉินหย่าจือจะกลับมาชดเชยเวลาที่เคยเสียไปให้กับลูกชายแล้ว แต่ความเจ็บปวดบางอย่างในวัยเด็กก็ยังติดตัวพวกเขาไปตลอดชีวิต
ทุกคนเงียบกริบ บรรยากาศเต็มไปด้วยความหนักอึ้ง แต่ลู่ฮ่าวแสร้งทำเป็นผ่อนคลาย “ทุกคนเชื่อผมเถอะครับ ในอนาคตต้องมีโอกาสผ่านเข้ามาอีกแน่”
กู้หนานไม่คิดจะยอมแพ้ง่าย ๆ เธอแค่รู้สึกเศร้าไปชั่วครู่หนึ่ง ทันใดนั้นดวงตาของเธอก็สว่างขึ้น ก่อนจะมองไปที่ลู่ฮ่าว “ในเมื่อคุณเป็นห่วงฉันขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปกับคุณด้วย”
“ว่าไงนะ?” ลู่ฮ่าวมองเธออย่างไม่เชื่อสายตา
“คลินิกมีเนี่ยเหล่าประจำอยู่ทั้งคน ดูจากสุขภาพของฉันในตอนนี้ ทำให้ยังนั่งประจำการอยู่ที่คลินิกไม่ได้ อย่างมากทำได้แค่นั่งเฝ้าเป็นเถ้าแก่เนี้ยเท่านั้น คงต้องจ้างคนให้มาจ่ายยาแทน เพราะฉันท้องแบบนี้ ไปที่ไหนก็เป็นภาระ คุณไปเรียนก่อนเลย จากนั้นค่อยหาเช่าบ้านที่นั่น ฉันค่อยตามคุณไปปักกิ่งแล้วคลอดลูกที่นั่น แบบนี้ดีไหม?”
ลู่ฮ่าวคัดค้านทันที “นี่มันแย่ยิ่งกว่าซะอีก เธอจะลำบากตอนเดินทาง”
เฉินหย่าจือที่อยู่ข้าง ๆ รับฟังความคิดของกู้หนาน แต่เธอกลับคิดว่ามันน่าจะเป็นไปได้
“แม่กลับมองว่านี่เป็นทางออกที่ดี เสี่ยวฮ่าว ถ้าอย่างนั้นก็ให้ลุงเดวิดไปส่งลูกที่ปักกิ่งก่อน แล้วดูว่าพอจะมีบ้านที่เหมาะสมหรือเปล่า หลังจากจัดการซื้อเรียบร้อยแล้ว แม่ค่อยพาหนานหน่านตามไปอยู่ที่นั่น พอถึงเวลาคลอดเธอจะได้คลอดที่ปักกิ่งนั่นเลย เข้าโรงพยาบาลเดียวกันกับที่ลูกไปเรียนก็ได้ อุปกรณ์การแพทย์ที่นั่นดีกว่าที่นี่มาก สภาพแวดล้อมภายในโรงพยาบาลก็ควรดีมากเช่นกัน ไม่ว่าลูกจะย้ายไปอยู่ไหน แม่กับลุงเดวิดจะตามไปด้วย เราสองคนมีเวลาว่างเหลือเฟือ”
กู้หนานทำหน้าแปลก ๆ “แม่คะ นั่นจะเป็นการฟุ่มเฟือยเกินไปหรือเปล่า? แม่จะซื้อบ้านในปักกิ่งเลยหรือคะ?”
เฉินหย่าจือพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “ใช่ เธอเคยบอกไม่ใช่หรือว่าอีกหน่อยอุตสาหกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจะได้รับการพัฒนาอย่างจริงจังในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ถ้าอย่างนั้นเราก็ซื้อบ้านในปักกิ่งเอาไว้ล่วงหน้าซะเลย ถือเป็นการเปิดตลาดใหม่ที่นั่น ในอนาคตถ้าธุรกิจเราเติบโตมากขึ้น อาจจะย้ายไปอยู่ในปักกิ่งถาวรเลยก็ได้”
เดวิดยิ้มและพยักหน้า “แม่ของเธอเป็นคนมองการณ์ไกล หลังจากที่เรากลับมาอยู่จีนแล้ว เราก็อยากไปให้สุดเพื่อดูการพัฒนาของประเทศ เราต้องมองแผนการลงทุนระยะยาว ตราบใดที่เราพอจะมีเงินสำรอง เราควรลงทุนในทุก ๆ สาขาอาชีพ คำโบราณเคยว่าไว้ไม่ใช่หรือ? เราไม่สามารถใส่ไข่ทั้งหมดลงในตะกร้าใบเดียวได้”
ลู่ฮ่าวรู้สึกแปลก ๆ เมื่อเขาได้ยินสิ่งที่ผู้เป็นแม่และเดวิดพูด
พวกเขาทั้งครอบครัวถึงขั้นจะย้ายไปอยู่ปักกิ่ง เพื่อให้เขาได้เรียนต่อเชียวหรือ?