เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 679 ทุนการศึกษา
บทที่ 679 ทุนการศึกษา
ตอนเย็น ลู่ฮ่าวกำลังจะออกไปเข้าเวรตามปกติ
เฉินหย่าจือถามด้วยความกังวล “เสี่ยวฮ่าว ลูกเข้ากะตอนกลางคืนแบบนี้ พอมีเวลางีบพักบ้างหรือเปล่า?”
“พอปลีกเวลาไปงีบหลับได้อยู่ครับ ถ้าภายในช่วงครึ่งหลังไม่มีอุบัติเหตุด่วนเข้ามาก็นอนพักได้ ไม่ต้องห่วงครับ ผมชินแล้ว”
ลู่ฮ่าวสวมเสื้อคลุม เตรียมพร้อมออกไปข้างนอก
เฉินหย่าจือพูดยิ้ม ๆ “แม่เห็นว่าลูกกับย่าฮุยต่างก็แย่งกันรับผิดชอบเวรกะกลางคืน ถ้าลูกได้เป็นหัวหน้าแผนกเมื่อไหร่ ลองยกเลิกกะกลางคืนดูดีไหม?”
ลู่ฮ่าวยิ้ม “ถ้าผมได้เป็นจริง ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องทำงานกะกลางคืนแล้ว”
“แม่ ลุงเดวิด ผมไปก่อนนะครับ”
ลู่ฮ่าวลูบหัวกู้หนาน “อย่าลืมเข้านอนแต่หัวค่ำนะ อยากทำอะไรให้เรียกแม่เอา”
กู้หนานพยักหน้า “เข้าใจแล้วค่ะ ไปเถอะ”
ไม่นานหลังจากที่ลู่ฮ่าวจากไป เฉินหย่าจือก็หันไปขยิบตาให้เดวิด
เดวิดเข้าใจทันที เขาเดินเข้าไปในห้อง หยิบกล่องของขวัญที่บรรจงห่ออย่างสวยงามสองกล่องออกมาอย่างรวดเร็ว
กู้หนานถาม “แม่ พวกคุณจะออกไปไหนกันคะ?”
เฉินหย่าจือมองไปทางประตูด้านนอกแล้วตอบว่า “หนานหน่าน เธอออกไปธุระข้างนอกเป็นเพื่อนแม่กับลุงหน่อยสิ แม่ว่าจะไปเยี่ยมผู้อำนวยการเย่ ว่าจะขอบคุณเขาสำหรับการดูแลเสี่ยวฮ่าวที่ผ่านมา”
“ไปเยี่ยมเร็วขนาดนี้เลยหรือคะ”
กู้หนานลุกขึ้น “ถ้าอย่างนั้นฉันขอเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”
“เดินช้า ๆ ไม่ต้องรีบร้อนนะ”
กู้หนานสวมเสื้อโค้ตบาง ๆ ออกมาจากห้อง หลังจากนั้นทั้งสามก็เดินทางไปที่บ้านพักบุคลากร
บ้านตั้งอยู่ใกล้แค่ไม่กี่ช่วงถนนเท่านั้น เดินเท้าไปไม่นานก็ถึงแล้ว
พวกเธอมาถึงบ้านของผู้อำนวยการเย่ ภรรยาของผู้อำนวยการเย่เห็นเฉินหย่าจือและเดวิดก็แสดงความสงสัย “เสี่ยวกู้? มากับใครหรือ?
กู้หนานแนะนำ “พี่สาวจาง พวกเขาคือพ่อแม่สามีของฉันเองค่ะ”
“วันนี้หลังจากเหล่าเย่กลับมาแล้ว เขาเล่าให้ฟังว่าได้เจอกับแม่ของลู่ฮ่าวด้วย ผู้หญิงคนนั้นคงเป็นคุณสินะคะ?” พี่สาวจางรีบเข้ามาทักทายเธออย่างอบอุ่น “เชิญเข้าไปนั่งก่อนค่ะ”
ทั้งสามเดินเข้าไปในบ้าน กู้หนานถามว่า “พี่สาวจาง ผู้อำนวยการเย่อยู่บ้านหรือเปล่าคะ?”
“อยู่สิ ดูเหมือนตอนนี้เขากำลังอ่านหนังสืออยู่ นั่งรอกันก่อนนะ ฉันจะเข้าไปเรียกเขาอีกที”
พี่สาวจางเดินไปที่หน้าประตูห้องอ่านหนังสือ หลังจากตะโกนเรียก ผู้อำนวยการเย่ก็ออกมา
เมื่อเห็นว่าแขกผู้มาเยือนคือกู้หนานและเฉินหย่าจือ ผู้อำนวยการเย่ก็เดินไปหาพวกเขาด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวกู้ คุณเฉิน คุณเดวิด เป็นพวกคุณนั่นเอง ทุกคนกินข้าวกันมาหรือยังครับ?”
“พวกเรากินมาแล้วค่ะผู้อำนวยการเย่”
เมื่อทุกคนนั่งลงเรียบร้อยแล้ว ภรรยาของเขาก็ยกชุดน้ำชาออกมาให้
“งั้นดื่มชากันก่อนครับ”
เฉินหย่าจือเปิดประเด็นสนทนาด้วยรอยยิ้ม “ผู้อำนวยการเย่คะ พวกเรารู้สึกผิดไม่น้อยเลยที่แวะมาเยี่ยมเยียนคุณเอาป่านนี้ ฉันย้ายไปอยู่ต่างประเทศตั้งนาน หลังจากกลับมาที่ประเทศจีนแล้ว ถึงรู้ว่าลูกชายตัวเองกลายเป็นหมอฝีมือดีไปซะแล้ว ฉันรู้สึกโล่งใจจริง ๆ ต้องขอบคุณอาจารย์ที่กรุณาอบรมสั่งสอนเขา”
“คุณเฉิน น่าเสียดายที่คุณไม่ได้อยู่ที่นี่ คุณควรรู้ว่าก่อนหน้านี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับผมและเขาบ้าง เรื่องนั้นทำให้ผมรู้สึกผิดกับลู่ฮ่าวมาโดยตลอด”
“ผู้อำนวยการเย่ เรื่องทุกอย่างผ่านไปแล้วค่ะ ทางโรงพยาบาลไม่ได้ปฏิบัติต่อลู่ฮ่าวอย่างเลวร้าย ฉะนั้นอย่าพูดถึงเรื่องในอดีตอีกเลย”
“ได้ครับ เราจะไม่พูดถึงมันแล้ว”
ผู้อำนวยการเย่ยิ้มและทักทายพวกเขา “ผมได้ยินจากลู่ฮ่าวว่าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณทำธุรกิจอะไรในต่างประเทศหรือครับ?”
เดวิดตอบว่า “ธุรกิจจัดจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ครับ”
“อ้อ” ผู้อำนวยการเย่ขยายเสียงตอบรับตอนจบให้ยาวขึ้นอย่างสุภาพ
เฉินหย่าจือรีบอธิบาย “ผู้อำนวยการเย่ ไม่ต้องกังวลนะคะ พวกเราแวะมาเยี่ยมคุณทั้งที ไม่ได้มาคุยเรื่องธุรกิจแน่นอนค่ะ และจะไม่สร้างปัญหาให้กับคุณด้วย”
เฉินหย่าจือกลัวว่าผู้อำนวยการเย่จะเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาจงใจมาขายอุปกรณ์ทางการแพทย์นอกเหนือเวลางาน ดังนั้นจึงรีบอธิบายให้เขาฟังด้วยรอยยิ้ม
ผู้อำนวยการเย่ตอบกลับอย่างใจเย็น “ต่อให้พูดคุยเกี่ยวกับธุรกิจก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ตราบใดที่คุณมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ทันสมัยมานำเสนอ แผนกศัลยกรรมกระดูกของเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ความร่วมมือในการแนะนำ”
ปัจจุบันอุปกรณ์ทางการแพทย์ในประเทศค่อนข้างมีปัญหา โดยเฉพาะข้อต่อเทียมที่จำเป็นสำหรับแพทย์ศัลยกรรมกระดูก ซึ่งเทคโนโลยีภายในยังพัฒนาไม่มากนัก
ส่วนในด้านคุณภาพ ขาเทียมที่นำเข้ามามีคุณภาพดีกว่าขาเทียมที่ผลิตเองจริง ๆ
นี่คือสถานการณ์ที่แพทย์ในประเทศต้องเผชิญอยู่
เดวิดพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าในอนาคตบริษัทของเราขยายธุรกิจกว้างขวางมากขึ้น ผมจะให้ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายขายไปเสนอสินค้ากับโรงพยาบาลของคุณแน่นอนครับ แต่วันนี้พวกเราตั้งใจมาเพราะเรื่องอื่น”
หลังจากที่เดวิดพูดจบ เขาก็มองไปที่เฉินหย่าจือ
“ผู้อำนวยการเย่ พวกเรามาที่นี่ในวันนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมาเยี่ยมคุณเพื่อขอบคุณ แต่ยังมีอีกเรื่อง…”
เฉินหย่าจือพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล “ช่วงนี้ลู่ฮ่าวเขาดูเหน็ดเหนื่อยผิดปกติยังไงไม่รู้ งานของเขาที่โรงพยาบาลมีปัญหาหรือเปล่าคะ?”
เมื่อผู้อำนวยการเย่ได้ยินคำพูดของเฉินหย่าจือ ดวงตาของเขาก็ขยับไหวเล็กน้อย พวกเขาทุกคนเป็นคนฉลาด เมื่อถามแบบนี้ ผู้อำนวยการเย่คิดว่าพวกเขาคงสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง
เขาตอบว่า “ไม่มีปัญหาเลยครับ หน้าที่การงานของเขากำลังไปได้ด้วยดี”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้วค่ะ”
กู้หนานที่นั่งอยู่ด้านข้างฟังการสนทนาระหว่างผู้อำนวยการเย่และเฉินหย่าจือ ถึงอย่างนั้นก็ยังคิดว่ามีบางอย่างซ่อนเร้นอยู่ในคำพูดของผู้อำนวยการเย่
เรื่องงานไม่มีปัญหา นั่นหมายความว่ายังมีเรื่องอื่นที่ผิดปกติ
เฉินหย่าจือพูดด้วยน้ำเสียงเจือความรู้สึกผิดว่า “ฉันเป็นแม่ที่แย่มากจริง ๆ ตอนนี้อุตส่าห์ได้กลับมาอยู่กับเขาแล้วแท้ ๆ ฉันก็อยากจะดูแลเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ฉันก็เลยอยากรู้เรื่องราวเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของเขาในโรงพยาบาล เขามักจะเก็บทุกอย่างไว้ในใจเสมอ แม้แต่หนานหน่านเขาก็ไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟัง อาจเป็นเพราะเขากลัวว่าพอเรารู้แล้วอาจจะเป็นกังวล แต่เรากลับรู้สึกไม่สบายใจมากกว่าที่ต้องมานั่งคาดเดาความกังวลของเขากันเอง”
กู้หนานตอบว่า “ใช่ค่ะ ตราบใดที่เขาทำงานในโรงพยาบาลได้อย่างราบรื่น พวกเราก็สบายใจแล้ว แต่ถ้ามีเรื่องอะไรขึ้นมาจริง ๆ เราก็หวังว่าจะช่วยแบ่งบรรเทาเขาได้บ้าง”
“คุณเฉิน คุณเดวิด เสี่ยวกู้ ลู่ฮ่าวคนนี้เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความรัก ความกตัญญู และความผูกพันภายในครอบครัวของเขายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด”
ผู้อำนวยการเย่ถอนหายใจ “ตอนแรกเขาไม่อยากให้ผมบอกพวกคุณเกี่ยวกับเรื่องนั้น ผมก็เลยไม่อยากพูดอะไรให้เสียเรื่อง แต่ในเมื่อพวกคุณสังเกตเห็นแล้ว ผมก็จะไม่ปิดบังเรื่องนี้ไว้จากพวกคุณอีก”
“ผู้อำนวยการเย่ โปรดบอกให้ฉันทราบด้วยค่ะ” เฉินหย่าจือและกู้หนานมองไปที่ผู้อำนวยการเย่อย่างจริงจัง รอคอยคำพูดต่อไปของเขา
ผู้อำนวยการเย่ถอนหายใจ ก่อนจะอธิบายว่า “จริง ๆ แล้ว โรงพยาบาลของเราได้รับทุนการศึกษาวิจัยขั้นสูง ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยากมาก แต่ละแผนกได้รับสิทธิ์แค่แผนกละหนึ่งทุนเท่านั้น ในแผนกศัลยกรรมกระดูกของเรา ลู่ฮ่าวเป็นผู้สมัครอันดับหนึ่งทั้งในแง่ของความสามารถและคุณสมบัติ แต่ผมไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะปฏิเสธ”
พอเฉินหย่าจือและกู้หนานได้ยินแบบนั้น พวกเธอก็หันมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ จากนั้นมองกลับไปที่ผู้อำนวยการเย่อีกครั้ง “ทุนการศึกษาวิจัยขั้นสูง? ลู่ฮ่าวปฏิเสธหรือคะ?”
กู้หนานตกตะลึง พึมพำอยู่ในใจ
ลู่ฮ่าวเป็นบ้าไปแล้วหรือไง?
อยู่ ๆ เขาสละทุนการศึกษาไปเพื่ออะไรกัน?
ผู้อำนวยการเย่มองไปที่พวกเธอแล้วพยักหน้า “ใช่ เขาบอกว่าตอนนี้เสี่ยวกู้กำลังตั้งท้องลูกของเขา เขาทำใจไปเรียนต่อต่างประเทศไม่ได้จริง ๆ แถมตอนนี้แม่ของเขายังได้กลับมาอยู่ร่วมกันแบบพร้อมหน้า แล้วแม่ของเขาก็สุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ช่วงนี้เขาไปไกลไม่ได้”
ทันทีที่คำพูดของผู้อำนวยการเย่ถูกถ่ายทอดออกมา หัวใจของกู้หนานก็อ่อนยวบลง
ที่แท้ก็เป็นเพราะเธอท้อง เขาจึงสละทุนเพื่อไปเรียนต่อ แต่เลือกอยู่ที่หลันเฉิงต่อไปเพื่อคอยดูแลเธอ
“ผู้อำนวยการเย่คะ ทุนที่ว่านี้ยังว่างอยู่หรือเปล่า?” กู้หนานรีบถาม