เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 671 อย่าเพิ่งถอดใจ
บทที่ 671 อย่าเพิ่งถอดใจ
หลังจากเปลี่ยนแปลงสไตล์การแต่งกาย จอร์จก็ใกล้จะกลายเป็นผู้ชายมาดแมนอย่างที่ควรจะเป็นแล้ว แต่แน่นอนว่านี่เป็นเพียงขั้นตอนแรกเท่านั้น
เนี่ยอวี้ฮว๋ามองไปที่ซุนเฉิงที่เต็มไปด้วยความภูมิฐานด้านข้าง จากนั้นสลับมองไปทางจอร์จที่กำลังทำท่าทางกระบิดกระบวน แล้วพูดกับเขาว่า “เธอลองเลียนแบบท่าเดินของซุนเฉิงดูสิ”
“ซุนเฉิง คุณช่วยเดินกลับไปกลับมาสักสองรอบ แล้วให้ลูกพี่ลูกน้องของคุณทำตามดูได้ไหมคะ”
“ได้ครับ”
ซุนเฉิงเอามือล้วงกระเป๋า จากนั้นก็เดินไปรอบ ๆ สำนักงานด้วยท่าทางสบาย ๆ
ส่วนเนี่ยอวี้ฮว๋าคอยกำกับและให้คำแนะนำอยู่เบื้องหลัง
“อย่าบิดสะโพก พยายามทำร่างกายให้ผ่อนคลายที่สุด ทำท่าทางตามที่ซุนเฉิงเขาเดินให้ดู การเดินจะได้ออกมาเป็นธรรมชาติ”
จอร์จถูกเนี่ยอวี้ฮว๋าช่วยปรับบุคลิกการเดินให้สองสามครั้ง หัวคิ้วของเขาเริ่มมีเหงื่อออก ในใจเต็มไปด้วยความประหม่า หลังจากฝึกเดินอยู่หลายรอบ ตอนนี้เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเดินดีขึ้นหรือยัง
ซุนเฉิงรู้สึกว่าท่าทางการเดินของอีกฝ่ายยังดูแปลก ๆ อยู่ดี เขาจึงหยุดเดิน มองไปที่จอร์จแล้วพูดว่า “เปี่ยวเกอ นายกลับไปนอนพักผ่อนสักหน่อยเถอะ ถ้าร่างกายผ่อนคลายท่าเดินจะเป็นธรรมชาติมากกว่านี้”
ฉากตรงหน้าทำให้ซุนเฉิงนึกถึงชั้นเรียนมารยาทในสมัยที่เขายังเป็นเด็ก
“ฉันจะกลับไปฝึกเดินใหม่”
จอร์จรู้สึกอายไม่แพ้กันเมื่อถูกทุกสายตาจ้องจับผิดแบบนี้
เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลย เขาติดนิสัยอะไรพวกนี้มานานหลายสิบปี ให้ความสำคัญกับการเป็นตัวของตัวเองอยู่เสมอ วันหนึ่งต้องมาปรับเปลี่ยนบุคลิกเอาตอนอายุเท่านี้
เมื่อเห็นว่าบ่ายคล้อยมากแล้ว และซุนเฉิงยังมีงานที่ต้องทำต่อ เนี่ยอวี้ฮว๋าจึงพูดกับจอร์จว่า
“พวกเรากลับกันก่อนเถอะ อย่ารบกวนเวลาทำงานของซุนเฉิงกับเสี่ยวอิ่งเลย เธออย่าลืมกลับไปฝึกเดินที่โรงแรมอย่างหนักก็แล้วกัน”
“ไม่ต้องกังวลครับ รุ่นพี่อวี้ฮว๋า ผมจะฝึกปรับตัวอย่างหนักแน่นอน ถึงอย่างนั้น คุณช่วยหาเวลาไปเจอแม่ยายผมแล้วเกลี้ยกล่อมเธอด้วยคำพูดดี ๆ หน่อยได้ไหม?”
จอร์จรู้สึกว่าว่าที่แม่ยายไม่หลงเหลือความประทับใจในตัวเขาอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้แม้ว่าเขาจะพยายามปรับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นในแบบที่หล่อนต้องการ หล่อนก็อาจไม่เต็มใจเจอหน้าเขาอยู่ดี
เขายังต้องพึ่งพาเนี่ยอวี้ฮว๋าและกู้หนานเพื่อให้อีกฝ่ายมองเขาในแง่ดีมากขึ้น
เนี่ยอวี้ฮว๋าชำเลืองมองไปยังชายหนุ่มที่บุคลิกแปลกแยกตรงหน้า “เธอให้ความสนใจกับตัวเองซะก่อนเถอะ เพราะฉันเองก็ถอยหลังชนกำแพงแล้วเหมือนกัน”
ถ้าเขายังเป็นแบบนี้ เธอก็ละอายเกินกว่าจะรับอาสาเป็นผู้เจรจาแทนเขา
หลังจากกลับมาถึงโรงแรม พ่อแม่ซุนเฉิงต่างก็ประหลาดใจเมื่อเห็นเสื้อผ้าชุดใหม่ของจอร์จ
ทำไมชุดพวกนี้ดูเหมือนกับที่ซุนเฉิงชอบใส่เลยล่ะ?
เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาแปลก ๆ ของคุณหญิงซุน จอร์จเสมองไปทางอื่นด้วยความอึดอัดใจ “คุณป้า อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นสิ อีกหน่อยผมคงต้องเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าธรรมดา ๆ พวกนี้ให้บ่อยขึ้น”
“แม่ของคุณฉินยอมเปลี่ยนใจแล้วหรือ?” คุณหญิงซุนถามอย่างมีความหวัง
จอร์จเต็มใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองแบบนี้ แสดงว่าเขาจริงใจต่ออีกฝ่ายมาก
แต่แม่ของฉินอวิ๋นเห็นแล้วจะยอมเปลี่ยนใจหรือเปล่า?
จอร์จถอนหายใจ “ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกครับ ผมไม่มีโอกาสได้เจอหน้าเธออีกเลย”
“คุณลุง คุณป้า ผมรู้ว่าพวกคุณยังมีงานที่ต้องกลับไปจัดการต่อ จากนี้ผมจะแก้ปัญหาเรื่องส่วนตัวของผมด้วยตัวเอง พวกคุณกลับไปที่กั่งเฉิงก่อนได้เลย รอให้ผมเปลี่ยนทัศนคติของแม่ฉินอวิ๋นได้เมื่อไหร่ ผมจะพาเธอบินไปกั่งเฉิงทันที”
นี่เป็นครั้งแรกที่จอร์จซึ่งครั้งหนึ่งเคยแยกตัวออกมาจากพ่อแม่แท้ ๆ เข้าใจอย่างลึกซึ้งหลังจากได้รับบทเรียนนี้ ว่าตราบใดที่เขาต้องการการยอมรับจากว่าที่แม่ยาย เขาจะต้องพยายามอย่างหนักเพื่อแสดงความจริงใจให้อีกฝ่ายเห็น แทนที่จะพาแฟนสาวหนีออกมาจากอกพ่อแม่อันเป็นที่รัก เพียงเพราะเขาไม่ยอมเปลี่ยนอะไรเลย
คุณหญิงซุนถามอย่างเป็นกังวล “เธอจะจัดการเองได้จริง ๆ หรือ?
จอร์จตอบกลับ “ได้แน่ครับ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมควรทำยังไงต่อไป”
“เมื่อวานนี้พวกคุณกรุณาไปพบกับแม่ของเสี่ยวอวิ๋นให้ผมแล้ว ที่เหลือปล่อยให้ผมจัดการเอง”
เริ่มต้นจากการที่ตัวเขาเองจะต้องเปลี่ยนแปลงอะไรหลาย ๆ อย่างเพื่อให้ว่าที่แม่ยายพอใจ
เป็นอย่างที่ทุกคนพูดจริง ๆ แม่ของฉินอวิ๋นเป็นผู้หญิงที่มาจากชนบท นิสัยเรียบง่ายธรรมดา เขาควรเอาตัวเองไปอยู่ในมุมมองของอีกฝ่ายให้มากขึ้น แทนที่จะมองว่าความคิดของเธอเป็นเรื่องไร้สาระ การที่เขาเป็นนักออกแบบเสื้อผ้ามือทอง ไม่ได้หมายความว่าเขาจะได้รับการยอมรับจากทุกคนเสมอไป
ในสายตาของว่าที่แม่ยาย ระหว่างผู้รับเหมากับคนงานขนอิฐไม่มีอะไรแตกต่าง สิ่งที่สำคัญคือความจริงใจที่เขามีต่อลูกสาวของเธอต่างหาก
คุณหญิงซุนมองดูจอร์จที่เต็มไปด้วยความจริงจังและมั่นใจ ทันใดนั้นดวงตาของเธอก็ฉายแววโล่งใจ “ได้ พวกเราจะกลับไปรอฟังข่าวดีจากเธอแล้วกันนะ”
เมื่อเข้าไปในห้องพักส่วนตัวแล้ว จอร์จก็ส่งเพจเจอร์ไปหาฉินอวิ๋นเป็นอย่างแรก
เขาบอกฉินอวิ๋นว่าอย่าเพิ่งตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา หรือพยายามเผชิญหน้ากับแม่ของเธอตอนนี้ ให้รอฟังข่าวจากทางเขาก่อน
หลังจากส่งเพจเจอร์แล้ว จอร์จก็ยืนอยู่คนเดียวในห้องพักของโรงแรม หันหน้าไปทางกระจก จัดระเบียบรูปลักษณ์ของตัวเองเสียใหม่ แล้วนึกถึงย่างก้าวที่มั่นคงของซุนเฉิงและฉินเฟิง ก่อนจะฝึกเดินไปกลับหลายต่อหลายครั้ง
…
จอร์จมอบหมายให้กู้หนานช่วยไปเจรจาแทนตัวเอง แต่กู้หนานไม่สามารถแวะไปที่บ้านตระกูลฉินได้ในทันที ตอนนี้เธอกับเนี่ยเหล่ากำลังยุ่งอยู่กับการเลือกซื้อโต๊ะ เก้าอี้ และตู้ยาสำหรับคลินิกเปิดใหม่
เนี่ยเหล่าเป็นหัวเรือหลักด้านการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ สำหรับโต๊ะ เก้าอี้ และตู้ยาทั้งหมดในคลินิกล้วนต้องเป็นของที่มีคุณภาพสูง
วันนี้โต๊ะสำหรับให้คำปรึกษาเบื้องต้นมาส่งพอดี เนี่ยเหล่าลูบผิวโต๊ะ จากนั้นก็ยิ้มอย่างพอใจ
โต๊ะสำหรับให้คำปรึกษาทำขึ้นจากไม้เอล์มคุณภาพสูง แกะสลักลวดลายคลาสสิกอย่างประณีต พื้นผิวเป็นสีเรียบเสมอกัน นอกจากนี้ เก้าอี้นั่งของเขาก็สำคัญ หลังจากลองนั่งแล้วเอนหลังกับพนักพิงและยกแขนวางตรงที่วางแขนแล้ว เนี่ยเหล่าพบว่ามันค่อนข้างมั่นคงมากทีเดียว ไม่ล้มง่ายด้วย
นอกจากนี้ยังมีเก้าอี้กลมสองตัวสำหรับผู้ป่วย ซึ่งเนี่ยเหล่าก็เป็นคนเลือกเองเช่นเดียวกัน เขาแนะนำกู้หนานว่า “นี่คือเก้าอี้ซิ่วตุน*[1] ทำจากไม้ลูกแพร์”
แม้แต่ตู้ยายังมีสีเดียวกันกับโต๊ะสำหรับให้คำปรึกษา ภาพรวมของทั้งคลินิกออกไปในแนวโบราณจนดูขลังใช้ได้
ตู้ยาถูกติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจัดหายาสมุนไพรจีน
คลินิกแพทย์แผนจีนจำเป็นต้องใช้ยาสมุนไพรที่หลากหลาย
หน่วยงานจัดหาที่เชื่อถือได้จึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก
โชคดีที่กู้หนานทำงานในโรงพยาบาลแพทย์แผนจีน พวกเขาจึงวางแผนว่าจะติดต่อหาช่องทางจัดสรรยาสมุนไพรจากโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนอีกทีหนึ่ง
หลังจากจัดวางโต๊ะและเก้าอี้เข้าที่เข้าทางแล้ว กู้หนานก็พูดกับเนี่ยเหล่าว่า “คุณตาคะ ถ้าฉันได้รับใบประกอบวิชาชีพเมื่อไหร่ เราสามารถเลือกฤกษ์ยามดี ๆ แล้วเปิดทำการได้เลย”
“ดี ฉันรอไม่ไหวแล้ว”
เนี่ยเหล่านั่งอยู่บนเก้าอี้ ดูสง่างามสมอาชีพมาก ตอนนี้เขาไม่แกล้งทำเป็นสงวนฝีไม้ลายมืออีกต่อไป
เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคลินิกจะได้ฤกษ์เปิดทำการโดยเร็วที่สุด เพื่อที่เขาจะมานั่งอยู่ตรงนี้และพบปะกับผู้ป่วยเร็ว ๆ เพราะความเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นสิ่งที่รอไม่ได้
“มา หย่าจือ มานั่งตรงนี้ซิ ฉันจะตรวจสอบชีพจรให้เธอเอง”
เฉินหย่าจือนั่งลงบนเก้าอี้ซิ่วตุนด้วยความร่วมมือเป็นอย่างดี ยื่นมือออกไปพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้ม “ได้ค่ะ พ่อบุญธรรม ฉันขอฝากตัวเป็นคนไข้รายแรกของคุณนะคะ”
เนี่ยเหล่าจับชีพจรของเฉินหย่าจืออย่างจริงจัง จากนั้นก็ให้คำปรึกษาแนะนำอย่างละเอียด
“หย่าจือ สภาพร่างกายของเธอดีขึ้นกว่าช่วงแรก ๆ ที่เธอเพิ่งกลับมามาก”
หลังจากที่เนี่ยเหล่าวินิจฉัยและให้การรักษาเสร็จ สีหน้าและน้ำเสียงของเขาก็ผ่อนคลายลง
“ใช่แล้วค่ะ เรื่องนี้ต้องขอบคุณหนานหน่าน” เฉินหย่าจือมองลูกสะใภ้ด้วยความขอบคุณ
“ผู้หญิงคนนี้มีความสามารถมากจริง ๆ”
เนี่ยเหล่าเต็มไปด้วยความคาดหวังสำหรับความร่วมมือด้านการทำงานในอนาคตกับกู้หนาน
ทักษะการแพทย์แผนจีนควรได้รับการสานต่อโดยคนหนุ่มสาวที่มีใจรักแบบนี้
กู้หนานยิ้มพลางพูดกับเนี่ยเหล่า “คุณตาคะ วันนี้คุณทำงานหนักแล้ว หลังจากกลับบ้านอย่าลืมนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอด้วย จากนี้คุณจะกลายเป็นที่ปรึกษาเต็มตัวแล้วค่ะ”
“อย่ากังวลไป ร่างกายของฉันยังแข็งแรงดี ต่อให้ทำงานไปอีกสองสามปีก็ไม่มีปัญหา”
วันนี้เป็นวันแรกในรอบหลายเดือนที่ลู่ฮ่าวเลิกงานเร็ว ดังนั้นเขาจึงตามมาสมทบที่นี่ด้วย เมื่อเห็นว่าทุกอย่างพร้อมสรรพแล้ว เขาก็พูดว่า “ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหรือ ฉันกะว่าวันนี้เลิกงานเร็ว จะได้มาหยิบจับช่วยงานเพิ่มเติมซะอีก”
“ไม่มีอะไรแล้วค่ะ คุณตาคอยควบคุมดูแลคนงานที่มาส่งของเป็นอย่างดี งานก็เลยไม่ยุ่งเหยิงอย่างที่คิด”
การทำธุรกิจในเมืองสะดวกสบายกว่าอย่างนี้นี่เอง ตราบใดที่มีเงินจ่าย ประสิทธิภาพการทำงานก็ยิ่งรวดเร็ว
ตอนนี้คลินิกของเธอเหลือแค่รอกำหนดฤกษ์ยามดีเพื่อเปิดทำการเท่านั้น
[1] เก้าอื้ซิ่วตุน คือ เก้าอี้ไม้ทรงกลม ตรงกลางป่องออกเล็กน้อยเหมือนโอ่ง ข้างในกลวง นิยมแกะสลักเป็นลวดลายสวยงาม