เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 669 คิดซะว่าแม่ยายเป็นลูกค้า
บทที่ 669 คิดซะว่าแม่ยายเป็นลูกค้า
จอร์จเต็มใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง กู้หนานไม่คิดว่าผู้ชายที่เคยถือไพ่นกกระจอกสองห้าแปดอยู่ในมือ*[1] ยินดีที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อฉินอวิ๋น นี่แสดงให้เห็นว่าเขาจริงใจกับฉินอวิ๋นจริง ๆ
จอร์จถามกู้หนานว่า “หวังว่าคุณจะช่วยฉันโน้มน้าวเธออีกแรง”
“ได้ค่ะ ไว้ฉันจะลองคุยกับคุณป้าดูในภายหลัง แต่ผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไงก็ขึ้นอยู่กับคุณด้วย”
หลังจากแยกทางกับกู้หนานแล้ว จอร์จก็โทรหาเนี่ยอวี้ฮว๋าเป็นรายต่อไป
ตอนนี้เขาต้องการความช่วยเหลือจากหลายฝ่ายอย่างเร่งด่วน
เนี่ยอวี้ฮว๋าได้รับสายจากจอร์จในช่วงที่เธอพักกลางวันพอดี จึงนัดหมายกับเขาที่ร้านอาหารซึ่งอยู่ใกล้กับสำนักงานของตัวเอง
ทันทีที่เห็นจอร์จ เธอก็รีบเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย
“ไอหยา รุ่นน้องเจียหาว ไม่เจอกันนานเลยนะเนี่ย”
หลังจากที่เนี่ยอวี้ฮว๋าพูดจบ เธอก็แก้ไขคำพูดอย่างรวดเร็ว “ฉันเกือบลืมไปเลย เธอไม่ชอบให้ฉันเรียกเธอแบบนั้นนี่นา ฉันควรเรียกเธอว่าจอร์จต่างหาก”
“รุ่นพี่อวี้ฮว๋า คุณจะเรียกผมว่ายังไงก็ได้ ผมไม่ถือ” ตอนนี้จอร์จไม่สนใจเรื่องพวกนั้นแล้ว
เนี่ยอวี้ฮว๋ามองไปที่จอร์จซึ่งดูไม่กระฉับกระเฉงเอาซะเลย ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มว่า “นี่ เกิดอะไรขึ้นกับนักออกแบบเสื้อผ้าชื่อดังอย่างเธอกัน? ดูไม่มีพลังอย่างคราวก่อน ๆ เลย”
จอร์จทำหน้าตาขมขื่น “รุ่นพี่อวี้ฮว๋า เข้าไปข้างในก่อนเถอะครับ”
หลังจากสั่งอาหารแล้ว เนี่ยอวี้ฮว๋าก็ถามจอร์จอย่างมีลับลมคมใน “นี่ เดาซิว่าฉันเจอใครเมื่อสองวันที่แล้ว?”
“ใครครับ?” จอร์จถามด้วยความสนใจเล็กน้อย
เนี่ยอวี้ฮว๋าพูดด้วยความตื่นเต้นว่า “ป้าของเธอไงล่ะ คุณหญิงซุน ฉันมีโอกาสได้รู้จักกับหล่อนโดยบังเอิญ ตอนนี้เราสองคนเป็นเพื่อนกันแล้ว”
“จริงหรือ? คุณมีบุคลิกสดใสเข้ากับคนง่าย คุณป้าของผมต้องยินดีที่จะเป็นเพื่อนกับคุณแน่อยู่แล้ว”
“เธอมาหลันเฉิงทำไม? ฉันได้ยินป้าของเธอเล่าให้ฟัง มีธุระสำคัญที่นี่ใช่ไหม?” เนี่ยอวี้ฮว๋ามองเขาแล้วกระซิบถาม
“ผมมีธุระสำคัญจริง ๆ แต่ตอนนี้…” จอร์จยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้
เขามองไปที่เนี่ยอวี้ฮว๋า เริ่มต้นขอร้อง “รุ่นพี่อวี้ฮว๋า คุณต้องช่วยผมเรื่องนี้นะ”
เนี่ยอวี้ฮว๋าเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ กอดอกแล้วมองเขาอย่างหยิ่งผยอง “ฉันจะไปช่วยอะไรเธอได้? ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไรหรอก” จอร์จถามด้วยความสงสัย “ย่าถิงหลานสาวของผมกำลังจะแต่งงานกับฉินเฟิงใช่ไหม? งั้นคุณกับแม่ของฉินอวิ๋นก็กลายเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วสิ”
“ถูกต้อง ฉันเจอกับแม่สามีของลูกสาวฉันแล้ว สิ่งที่เธอกำลังจะพูดถึงเกี่ยวข้องอะไรกับแม่สามีฝั่งฉันหรือไง?” เนี่ยอวี้ฮว๋าถามอย่างรู้เท่าทัน
จอร์จใช้นิ้วเกี่ยวชายผ้าโพกศีรษะลายดอกไม้ของตัวเองด้วยความลำบากใจ ก่อนจะพูดว่า “บอกตามตรง ผม… ผมกับฉินอวิ๋นรักกัน แต่ตอนนี้แม่ของฉินอวิ๋นมีท่าทีไม่เห็นด้วย”
จอร์จพูดอย่างจริงใจต่อไปว่า “ผมอยากให้คุณช่วยเป็นแม่สื่อแล้วเจรจาแทนผมที เมื่อเช้านี้ผมนัดเจอกับกู้หนานแล้ว แต่ผมคิดว่าเธอคงไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวคนเดียวได้ ก็เลยมาขอร้องคุณอีกครั้ง ทุกคนต้องช่วยผมนะ”
แม้ว่าเนี่ยอวี้ฮว๋าจะเตรียมพร้อมรับมืออยู่ในใจแล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแลบลิ้นเมื่อได้ยินคำสารภาพแสนหวานเลี่ยนของจอร์จ “เธอบอกว่าตัวเองจริงใจ แต่ถ้าไม่แสดงออกแล้วใครจะไปทราบ ฉินอวิ๋นอายุแค่เท่าไหร่? เธออายุตั้งเท่าไหร่? อีกอย่าง เธอเพิ่งจะเรียกฉันว่ารุ่นพี่อวี้ฮว๋า แต่กลับอยากให้ฉันช่วยไปเป็นแม่สื่อขอลูกสาวชาวบ้านเนี่ยนะ”
จอร์จรีบตอบกลับ “ตราบใดที่เรื่องระหว่างผมกับฉินอวิ๋นจบลงได้สวย อีกหน่อยผมสามารถเรียกคุณว่าคุณป้าได้ ไม่ใช่ปัญหาเลย”
เนี่ยอวี้ฮว๋ารู้สึกขบขันกับคำพูดของเขา
เด็กโข่งคนนี้ เกรงว่าคราวนี้เขาจะเอาจริง
“ทำไมจู่ ๆ พวกเธอสองคนถึงได้ตกหลุมรักกันขึ้นมาล่ะ ฉันคิดมาตลอดว่าเธอไม่สนใจผู้หญิงด้วยซ้ำ”
“รุ่นพี่อวี้ฮว๋า คุณพูดตรงเกินไปหรือเปล่า”
“แล้วฉันพูดผิดตรงไหน ใครบอกให้เธอกับฉันสนิทกันเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องล่ะ”
หลังจากอาหารถูกนำมาเสิร์ฟแล้ว เนี่ยอวี้ฮว๋าก็เชิญให้เขากินก่อน
จอร์จไม่อยากอาหาร เนี่ยอวี้ฮว๋าจึงก้มหน้าก้มตากินคนเดียว
ระหว่างกำลังกินข้าว เธอมองจอร์จที่ดูกระวนกระวายเป็นพิเศษ ก่อนจะถามอย่างเป็นกันเอง
“แม่ฉินอวิ๋นไม่ชอบเธอล่ะสิ?”
เมื่อพูดถึงหัวข้อนี้ขึ้นมา จอร์จก็สะดุ้งโหยงอีกครั้ง จากผู้ชายที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจ ตอนนี้กลับหลุบตาลงแล้วเอ่ยน้ำเสียงอู้อี้ออกมา “บางทีภาพลักษณ์ของผมอาจไม่เหมาะจะเป็นลูกเขยของเธอก็ได้”
เนี่ยอวี้ฮว๋าพูดยิ้ม ๆ “ไม่เหมาะแน่อยู่แล้ว”
เธอปรายตามองจอร์จพลางบ่นว่า “เธอแต่งเนื้อแต่งตัวแบบนี้ ไม่แปลกที่คนเขาจะมองว่าเธอเป็นตัวประหลาด”
จอร์จหลุบตาลง เริ่มสงสัยในภาพลักษ์ณของตัวเองขึ้นมา
“เธอสามารถปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวเองได้นะ”
เนี่ยอวี้ฮว๋ามองเขาพร้อมให้คำแนะนำ “ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่สักสองชุด ถอดผ้าโพกหัวลายดอกไม้นั่นออกซะ แล้วพยายามปรับท่าทางการเดินของตัวเองไม่ให้ทิ้งสะโพกไปมา แค่นี้ปัญหาก็จบแล้ว เธอมัวกังวลอะไรอยู่อีก?”
เนี่ยอวี้ฮว๋ารู้จักนิสัยของจอร์จเป็นอย่างดี นอกเหนือจากการทำตัวราวกับผู้หญิงแล้ว ทักษะความสามารถด้านอื่น ๆ ของเขาก็แทบไม่มีอะไรบกพร่อง
จอร์จถึงกับปวดหัว “ผมจะเปลี่ยนมันได้ยังไง? ผมเป็นของผมแบบนี้มาหลายปีแล้ว”
“เธอนี่นะ สมองไม่รู้จักคิดเลยจริง ๆ”
เนี่ยอวี้ฮว๋าให้เหตุผลกับเขาอย่างจริงจัง “บุคลิกส่วนตัวต้องสอดคล้องกับกาลเทศะด้วย ตอนที่เธออยู่ที่ทำงาน เธอจะแสดงความเป็นตัวเองยังไงก็ได้ตามใจชอบ แต่ตอนนี้เธอกำลังจะไปสู่ขอสาว เธอต้องทำให้ว่าที่แม่ยายพอใจ เข้าใจไหม?”
“คิดซะว่าแม่ยายเป็นลูกค้าของเธอก็ได้ ทุกครั้งที่เธอออกแบบเสื้อผ้าให้พวกเขา พวกเขาต้องเห็นดีเห็นงามด้วยเสมอไปหรือ? เธอไม่ต้องแก้ไขปรับเปลี่ยนแบบใหม่เลยหรือไง? แม่ยายของเธอก็เหมือนกัน ในเมื่อหล่อนพอใจแบบไหนก็ควรปรับเข้าหาหล่อนแบบนั้น”
“หลังจากที่พวกเธอแต่งงานกันแล้ว แม่ยายคงไม่ตามติดชีวิตของพวกเธอสองคนตลอดเวลาหรอกมั้ง ถึงตอนนั้น ตราบใดที่ภรรยาของเธอยอมรับอัตลักษณ์ของเธอ เธอค่อยกลับไปแต่งเหมือนเดิมก็ยังไม่สาย”
เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยอวี้ฮว๋า จอร์จซึ่งเดิมเต็มไปด้วยอารมณ์เศร้าโศกก็ทำหน้าตาสดชื่นขึ้นทันที “รุ่นพี่อวี้ฮว๋า คุณคือผู้ชี้ทางสว่างให้ผมจริง ๆ ด้วย คำพูดของคุณทำให้ผมรู้แจ้งทันที”
เนี่ยอวี้ฮว๋าพูดต่อ “นั่นเป็นเพราะเธอเคยชินกับความหยิ่งยโส ในใจสนใจแต่เรื่องงาน ทำให้ไม่เข้าใจสัจธรรมของโลกไง”
เนี่ยอวี้ฮว๋าถือว่าจอร์จเป็นเพื่อนสนิท จึงแนะนำเขาตรงไปตรงมาจากก้นบึ้งหัวใจ “เจียหาว เธอคงเห็นแล้วว่าฉันเองก็เป็นแม่ยายของลูกเขยด้วยเหมือนกัน ฉันต้องรู้อยู่แล้วว่าผู้ชายแบบไหนที่คนเป็นแม่จะพึงพอใจ ก่อนอื่นเลย เขาต้องเป็นคนที่น่าเชื่อถือ เช่นเดียวกับฉินเฟิง นอกจากนิสัยใจคอของเขาที่ซื่อสัตย์ ขยัน และจริงใจมาก รูปร่างหน้าตาของเขาก็ไม่ใช่ปัญหาเลย ทุกครั้งที่เขามาอยู่ต่อหน้าฉัน ฉันมองเห็นได้ทันทีว่าเขาปฏิบัติต่อลูกสาวของฉันอย่างจริงใจ และเต็มใจที่จะต่อสู้ พร้อมทำงานหนักเพื่อลูกสาวของฉัน นี่เป็นเหตุผลที่ฉันยินดีอย่างยิ่งที่จะยกลูกสาวให้เขา”
เนี่ยอวี้ฮว๋าเปลี่ยนเรื่อง “แต่ลองเปลี่ยนเป็นเธอดูสิ พูดตรง ๆ เลยนะ ถ้าฉันเป็นว่าที่แม่ยายของเธอ ฉันยอมรับว่าตัวเองคงกังวลที่จะให้ฉินอวิ๋นคบกับเธอเหมือนกัน”
“ฉันยินดีให้เธอเป็นเพื่อนสาวของลูกฉันมากกว่า”
จอร์จเม้มริมฝีปากด้วยความอับอาย “รุ่นพี่อวี้ฮว๋า คำพูดคุณทำลายความมั่นใจในตัวผมจนไม่เหลือชิ้นดีเลย ยังไงผมก็เป็นผู้ชายทั้งแท่งนะ”
“งั้นเธอก็ไปเปลี่ยนตัวเองซะใหม่ คนเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าต้องใจกว้างด้วย อย่าเห็นแก่ตัวในความสัมพันธ์สิ”
จอร์จตอบกลับอย่างเชื่อฟัง “รุ่นพี่อวี้ฮว๋า ขอบคุณมากที่ให้คำแนะนำกับผมตรง ๆ ผมใช้ชีวิตอย่างคนไร้ประโยชน์มากว่าสามสิบปี มักจะรู้สึกเสมอว่าคนรอบข้างยอมรับและให้เกียรติผมไปซะทุกเรื่อง ที่แท้ก็เป็นเพราะผมประสบความสำเร็จในอาชีพการงานเท่านั้นเอง มุมมองด้านความรักและการใช้ชีวิต ผมยังอ่อนหัดมาก ขอบคุณที่ช่วยชี้แนะ ผมจะเปลี่ยนตัวเอง”
“ด้วยความยินดี เธออายุไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว ฉันเองก็หวังว่าเธอจะเป็นฝั่งเป็นฝาโดยเร็วที่สุด”
จอร์จไม่เคยแสดงความตั้งใจถึงขนาดนี้มาก่อน ตอนนี้ในที่สุดเขาก็มีผู้หญิงที่ชอบแล้ว ดังนั้นเนี่ยอวี้ฮว๋าต้องสนับสนุนเขาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
จอร์จยิ้มพลางพูดว่า “วันนี้คุณพอจะมีเวลาว่างไหม? ช่วยไปซื้อของเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ”
เนี่ยอวี้ฮว๋ากลอกตาด้วยความขยะแขยง “ไปซื้อของเป็นเพื่อนหน่อยสิ… ดูคำพูดเธอซิ ยังไม่พ้นจริตความเป็นเพื่อนสาวเลย”
[1] ถือไพ่นกกระจอกสองห้าแปด เปรียบเปรยถึงคนนิสัยเย่อหยิ่งจองหอง