เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 668 ผู้ช่วยชีวิต
บทที่ 668 ผู้ช่วยชีวิต
กู้หนานตอบกลับอย่างใจดี “เท่านี้ก็ดีมากแล้ว ในฐานะหมอ ฉันอยากได้ยินข่าวดีจากคนไข้มากที่สุด”
เธอมองไปที่รอยคล้ำรอบดวงตาของจอร์จ แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “แต่คุณควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดูรอยคล้ำใต้ตาของคุณสิ การนอนดึกจะยิ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณนะ”
“อืม ปกติฉันไม่นอนดึก ตั้งแต่มีลูกศิษย์คนนั้นคอยดูแล ฉันก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนเมื่อนานมาแล้ว แต่เมื่อคืนฉันมีปัญหานิดหน่อยเลยนอนไม่หลับ” จอร์จทำหน้าเศร้า จิบกาแฟพลางมองกู้หนาน แต่สุดท้ายกลับลังเลที่จะพูดอะไรออกไป
“คุณจอร์จ มีอะไรอยากเล่าให้ฉันฟังหรือเปล่าคะ?” กู้หนานไม่สามารถรอให้เขาเป็นฝ่ายพูดก่อน เธอจึงเป็นฝ่ายถาม หาคำตอบเอาเอง
ถ้าผู้ชายคนนี้ลังเลที่จะพูด หมายความว่าเรื่องที่เขากำลังจะพูดเป็นสิ่งที่ลำบากใจมากสินะ?
หรือว่าเขาไม่มีทางออกแล้วจริง ๆ?
จอร์จกลั้วหัวเราะอย่างเคอะเขิน “เธอมองออกด้วยหรือ?”
“แน่นอนอยู่แล้ว” กู้หนานนั่งอยู่ที่นั่น ตั้งใจฟังอย่างจริงจัง
จอร์จนั่งตัวตรง มองไปที่กู้หนานด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะพูดว่า “หมอกู้ ฉันขอบอกตามตรง ฉันต้องการให้เธอช่วยอะไรบางอย่าง”
“ลองบอกมาก่อนสิคะ” กู้หนานผายมือเชิญอย่างสงวนท่าที
เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นบนหน้าผากของจอร์จทันที “คือว่า…”
“ฉันกำลังมีความรัก” จู่ ๆ จอร์จก็รวบรวมความกล้า เงยหน้าขึ้นมองกู้หนานแล้วพูดออกมา
กู้หนานยิ้ม “ออกจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีนี่คะ ทำไมคุณถึงได้ดูประหม่าแบบนั้น?”
จอร์จ “เพราะผู้หญิงที่ฉันรักคือฉินอวิ๋น”
กู้หนาน “…”
“อ๋อ”
ใบหน้าของกู้หนานไม่แสดงความตื่นตกใจอย่างที่จอร์จจินตนาการไว้
เมื่อมองเห็นสีหน้าท่าทางสงบนิ่งของเธอ จอร์จก็สงสัย “ทำไมเธอดูไม่แปลกใจเลย?”
กู้หนานหัวเราะ “แล้วทำไมฉันต้องแปลกใจกับเรื่องแบบนี้ด้วยล่ะคะ”
“ถ้าอย่างนั้นเธอคิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้” ทัศนคติของกู้หนานทำให้จอร์จไม่แน่ใจเล็กน้อยว่าเธอคิดอะไรอยู่
กู้หนานรู้อยู่แล้วงั้นหรือ?
หรือฉินอวิ๋นเล่าให้เธอฟังก่อนหน้านี้แล้ว ถ้าอย่างนั้นกู้หนานคิดเห็นยังไง?
กู้หนานพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ “คุณจอร์จ นี่เป็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวของคุณ ฉันคงไม่มีสิทธิ์ไปออกความคิดเห็นหรอกค่ะ”
“ฉินอวิ๋นเป็นพนักงานในโรงงานของเธอ พวกเธอเป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน เธอมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นแน่อยู่แล้ว”
ในขณะนี้จอร์จต้องการผู้ช่วยชีวิตยิ่งกว่าสิ่งใด
กู้หนานเป็นหัวหน้างานของฉินอวิ๋น ทั้งยังเป็นรุ่นพี่ของหล่อนอีกด้วย อย่างน้อยแม่ของฉินอวิ๋นควรจะรับฟังคำพูดของกู้หนานบ้าง
“การที่คุณตกหลุมรักหล่อน ส่งผลกระทบกับงานของหล่อนหรือต่อโรงงานเราหรือเปล่า?” กู้หนานมองไปที่เขาแล้วถาม
ถ้าเกิดเหตุการณ์ทำนองนั้นขึ้นจริง ๆ และฉินอวิ๋นจะหนีตามจอร์จไป คนอย่างจอร์จมีเงินมากพอ สามารถจ่ายค่าเสียหายทั้งหมดให้เธอได้อยู่แล้ว
เพียงแต่เธอไม่ต้องการให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น
จอร์จตอบกลับเรียบ ๆ ว่า “ไม่แน่นอน ฉันเองก็อยู่ในวงการนี้เหมือนกัน พวกเธอว่าจ้างกันโดยมีสัญญามากำกับ ฉันจะให้ฉินอวิ๋นละทิ้งงานเพราะความรักอย่างเดียวได้ยังไง?”
กู้หนานรู้สึกโล่งใจทันทีเมื่อได้ยินแบบนี้ จากนั้นเธอก็ยกนิ้วให้จอร์จ “คุณจอร์จมีวิสัยทัศน์ดีจริง ๆ ค่ะ”
เธอพูดต่อ “ในเมื่อไม่มีอะไรกระทบกับงาน ฉันก็ไม่ขัดข้อง”
นี่เป็นปัญหาส่วนตัวของฉินอวิ๋น เธอจะออกความคิดเห็นอย่างไรได้?
อย่างไรก็ตาม แค่เพราะเธอไม่แสดงความคิดเห็น ไม่ได้หมายความว่าแม่ของหล่อนจะยอมรับ
เมื่อได้ยินแบบนี้ จอร์จก็ยืนขึ้นอย่างมีความสุข ยื่นมือไปจับมือกับกู้หนาน “เสี่ยวกู้ เธอเป็นคนฉลาด ฉันรู้ว่าเธอต้องอวยพรเราสองคนแน่”
กู้หนานดึงมือออกแล้วคลี่ยิ้ม “คุณจอร์จ อย่าสุภาพเกินไปเลยค่ะ นั่งลงเถอะ”
“ถ้าอย่างนั้นรบกวนเธอช่วยอะไรฉันหน่อยได้ไหม?” จอร์จมองกู้หนานเพื่อขอความช่วยเหลือ
เขานิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเสนอผลประโยชน์ตอบแทน “ตราบใดที่เธอเต็มใจช่วยฉัน ฉันสัญญาว่าจะออกแบบเสื้อผ้าให้กับโรงงานของเธอโดยไม่คิดเงินสองแบบ รับรองว่ามันต้องกลายเป็นที่นิยมอย่างมาก”
เมื่อกู้หนานได้ยิน สีหน้าของเธอก็สดใสขึ้น
ช่างเป็นข้อตอบแทนที่ดีอะไรอย่างนี้
“คุณจอร์จ คุณอยากให้ฉันช่วยอะไรคุณคะ? ฉันขอพูดไว้ก่อนว่าฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้คุณผิดหวัง คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ฉันก็ได้” กู้หนานพูด
“ฉันอยากให้เธอช่วยโน้มน้าวใจว่าที่แม่ยายของฉัน”
กู้หนานไม่แสดงอาการตกใจใด ๆ กับคำพูดของจอร์จ เธอถามด้วยรอยยิ้ม “แม่ฉินอวิ๋นคงไม่เห็นด้วยกับการที่พวกคุณจะคบหากันสินะ?”
จอร์จคร่ำครวญ “ไม่เห็นด้วย ยืนกรานจะต่อต้านฉันด้วย หล่อนเห็นฉันเป็นเหมือนตัวหายนะอะไรสักอย่าง ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหล่อนถึงได้ไม่ชอบหน้าฉันขนาดนั้น ทำไมต้องกีดกันฉินอวิ๋นด้วยนะ”
กู้หนานมองเขาอย่างมีความหมาย พูดเพื่อให้เขาขบคิดด้วยตัวเอง “หล่อนต้องมีเหตุผลที่ไม่ยอมเห็นด้วยกับพวกคุณอยู่แล้วค่ะ”
คุณป้าไม่พุ่งเข้าไปข่วนหน้าเขาก็ดีแค่ไหนแล้ว
ดูจากภาพลักษณ์ภายนอกของเขา คุณป้าผู้เรียบง่ายจากตระกูลฉินไม่มีทางทำใจยอมรับได้หรอกไม่ว่ากรณีไหน
จอร์จมองไปที่กู้หนาน ถามอย่างจริงจังว่า “เสี่ยวกู้ ฉันต้องการความช่วยเหลือจากเธอมากจริง ๆ ถือเสียว่าเราสองคนเป็นเพื่อนกัน เธอช่วยฉันด้วยนะ ฉันจริงใจกับฉินอวิ๋นจริง ๆ ฉันไม่เคยจริงใจกับผู้หญิงคนไหนมาหลายปีแล้ว แต่เสี่ยวอวิ๋นเป็นคนแรก ฉันเลยหวังว่าเราสองคนจะลงเอยกันด้วยดี”
“คุณจอร์จ ฉันขอถามหน่อยสิคะ พวกคุณไปรักไปชอบกันตั้งแต่เมื่อไหร่? ใครเป็นฝ่ายตามจีบใครก่อน?”
กู้หนานคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าสองคนนี้ไปถูกตาต้องใจกันได้อย่างไร?
ถือเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเหมือนกัน
จอร์จบอกว่า “เราสองคนเพิ่งคบกันจริงจังได้สองเดือนเอง แต่พวกเราชอบกันมานานแล้ว”
“ฉันชอบความไร้เดียงสาและความบริสุทธิ์ใจของฉินอวิ๋น รวมถึงความดื้อรั้นนิดหน่อยที่หล่อนเป็นด้วย”
เมื่อพูดถึงฉินอวิ๋น ดวงตาของจอร์จก็ขับประกายอ่อนโยน
พูดตามตรง ตอนแรกที่ฉินอวิ๋นย้ายไปเรียนกับเขาที่เซี่ยงไฮ้ เขาไม่ชอบหน้าเธอด้วยซ้ำไป
แต่หลังจากคลุกคลีอยู่ด้วยกันนานวันเข้า พลังความดื้อรั้นในตัวผู้หญิงคนนั้นก็ดึงดูดหัวใจเขาโดยไม่รู้ตัว
หล่อนเต็มไปด้วยไฟแห่งความกระตือรือร้น เอาจริงเอาจังกับการออกแบบชิ้นงานมาก อีกทั้งยังจดจำทุกอย่างที่เขาสอนและนำไปปรับใช้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
ไม่เพียงแค่นั้น ฉินอวิ๋นยังให้ความสำคัญกับสิ่งที่กู้หนานเคยฝากฝังไว้อีกด้วย
ยกตัวอย่างเช่น คอยดูแลเรื่องยาให้กับเขา คอยจัดสรรเวลาพักผ่อนให้ คอยห้ามไม่ให้เขาดื่มกาแฟ แต่ชงชาสมุนไพรให้เขาทุกวัน
ตอบตามความสัตย์จริง เขามีชีวิตอยู่บนโลกนี้มานานกว่าสามสิบปี แต่ไม่เคยได้รับการดูแลเป็นอย่างดีขนาดนี้มาก่อนเลย
ครั้งหนึ่งเขาอยากดื่มกาแฟ จึงสั่งให้หล่อนช่วยไปชงให้หน่อย แต่เจ้าตัวกลับเลือกที่จะชงชาให้เขา
นั่นทำให้เขาต้องเดินไปชงกาแฟเองด้วยความโกรธ แต่ทันทีที่เขาหยิบมันขึ้นมา ฉินอวิ๋นก็มาอยู่ด้านข้าง เตือนเขาด้วยเสียงแผ่วเบาว่าการดื่มกาแฟไม่ดีต่อสุขภาพ
เขาคิดจะเลิกดื่มยาจีนที่ขมจนแทบกลืนไม่ลง แต่ฉินอวิ๋นคอยดูแลเขาเสมอ หล่อนให้กำลังใจเขา กำชับให้เขาหมั่นคำนึงถึงสุขภาพของตัวเอง ทั้งยังเตรียมลูกอมไว้ให้
เขายังจำได้ว่าลูกอมหอมหวานขนาดไหน
จอร์จจดจำรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับฉินอวิ๋นตอนที่พวกเขาอยู่ในเซี่ยงไฮ้ได้ ตอนนี้หว่างคิ้วและดวงตาจึงฉายความอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ถ้าเป็นศิษย์เก่าของเขา หรือผู้ช่วย อะไรก็ตามที่เขาไม่ชอบ คนเหล่านั้นจะไม่พยายามเกลี้ยกล่อม แต่ตามใจเขา
“แล้วทำไมคุณป้าถึงไม่เห็นด้วยกับการที่พวกคุณจะคบหากันล่ะคะ คุณป้ามีเหตุผลอะไรพิเศษหรือเปล่า?” แม้ว่ากู้หนานพอจะคาดเดาได้บ้างแล้ว แต่เธอก็ยังอยากได้ยินจากปากจอร์จเองอยู่ดี
“หล่อนบอกว่าฉันแก่เกินไป กับอะไรอีกอย่าง… แต่หล่อนพูดไม่ชัดเจน”
ดวงตาของกู้หนานขยับเล็กน้อย “แค่เพราะช่องว่างของอายุอย่างเดียวหรือ?”
ต้องมีอะไรมากกว่านั้นสิ?
“ความจริงฉันก็พอจะมองออกอยู่หรอก หล่อนมองว่าฉันแต่งตัวแปลก ๆ ฉันก็แค่แต่งตัวทันสมัยต่างจากผู้ชายทั่วไป นี่ไม่น่าจะเป็นอุปสรรคในการออกเดทใช่ไหมล่ะ?”
จอร์จพูดอย่างหมดหนทาง
กู้หนานอธิบาย “คุณจอร์จ คุณต้องเข้าใจก่อนว่าแม่ของฉินอวิ๋นเป็นผู้หญิงที่เกิดและเติบโตขึ้นในชนบท ความคิดบางอย่างของคุณป้าอาจไม่ล้ำยุคไปตามกระแสสังคม เราต้องทำความเข้าใจหล่อนให้มาก ต้องทำตามรสนิยมหล่อนบ้างสิคะ”
“พวกเขาน่าจะฟังสิ่งที่เธอพูด เธอพอจะช่วยเกลี้ยกล่อมแทนฉันหน่อยได้ไหม? ฉันจริงใจกับเสี่ยวอวิ๋นจริง ๆ ฉันอายุมากขนาดนี้แล้ว ไม่มีทางหลอกลวงสาวน้อยคนนั้นแน่ ฉันอยากลงหลักปักฐานและสร้างครอบครัวกับหล่อนจริง ๆ นะ”
สิ่งที่จอร์จพูดเต็มไปด้วยความจริงใจ แต่สำหรับกู้หนานแล้วดูไม่จริงใจเลยสักนิด
กู้หนานมองเขาอย่างตั้งใจแล้วพูดว่า “พวกเขาอาจฟังฉันแค่บางเรื่อง แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของลูกสาวคนเดียว ฉันเดาว่าแม้แต่คำพูดของฉันก็ไม่ได้ผล”
“แม่ของฉินเฟิงเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งและสู้ชีวิตมาก เลี้ยงดูพวกเขาสองพี่น้องด้วยตัวเองเพียงลำพังไม่ใช่เรื่องง่าย ฉันคิดว่าคุณควรฟังความคิดเห็นของฉินอวิ๋นในเรื่องนี้ให้มากขึ้นอีกหน่อย ในเมื่อคุณออกปากว่าตัวเองจริงใจ ถ้าอย่างนั้นก็ทำในสิ่งที่อีกฝ่ายไม่รังเกียจสิคะ เปลี่ยนแปลงตัวเองให้เหมาะสม ให้แม่ของฉินอวิ๋นมองเห็นความจริงใจว่าคุณทำเพื่อลูกสาวของเขา หล่อนจะได้ไว้วางใจแล้วยกลูกสาวให้กับคุณ “
เมื่อได้ยินคำพูดของกู้หนาน จอร์จก็ตกอยู่ในห้วงความคิด
เธอรู้สึกได้เลยว่าเขากำลังตัดสินใจอย่างยากลำบาก
กู้หนานมองไปที่เขาแล้วพูดว่า “แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับคุณว่าเต็มใจประนีประนอมเพื่อคนที่ตัวเองรักแค่ไหน”
หลังจากนั้นไม่นาน จอร์จก็ตัดสินใจได้ เขาพยักหน้า “ฉันทำได้”