เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 657 พบญาติผู้ใหญ่
บทที่ 657 พบญาติผู้ใหญ่
ฉินเฟิงมองแม่ที่กำลังประหม่าแล้วยิ้ม
“แม่ ใจเย็น ๆ นะ พ่อแม่และปู่ย่าของย่าถิงเป็นคนที่เข้าหาได้ง่ายมาก นอกจากนี้ยังมีพี่ฮ่าวและคนอื่น ๆ อยู่เป็นกำลังใจตั้งมากมาย”
ฉินเฟิงกลัวว่าแม่ของเขาอาจประหม่าเกินไป เขาจึงติดต่อลู่ฮ่าวและกู้หนาน ขอให้ทุกคนเดินทางไปที่บ้านตระกูลกู้ด้วยกัน
ลู่ฮ่าวเป็นเพื่อนสนิทของเขามานานหลายปี แม่ก็รู้จักเขาดี ขอแค่มีพวกเขาอยู่ใกล้ ๆ แม่ของเขาคงรู้สึกสบายใจมากขึ้น
เมื่อได้ยินว่าลู่ฮ่าวและกู้หนานก็ไปที่นั่นด้วยเช่นกัน แม่ของฉินเฟิงจึงผ่อนคลายลงบ้าง
มีเพื่อนสนิทของลูกชายอย่างลู่ฮ่าวอยู่ด้วยทั้งคน เกิดเธอพูดอะไรผิดขึ้นมาจริง ๆ ล่ะก็ บางทีเขาอาจจะช่วยเธอได้
ฉินเฟิงไปรับกู้ย่าถิงที่โรงเรียนหลังจากเลิกงาน จากนั้นทั้งสองคนก็พาแม่ไปที่บ้านของกู้ย่าถิง
แม่ของฉินเฟิงเตรียมตัวอย่างเป็นทางการมาก เธอนำของขวัญมีค่ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นไวน์ ชา หรือของอื่น ๆ ติดมือมาฝาก
เธอตามลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้ไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านตระกูลกู้ สองขาถึงกับสั่นสะท้านเมื่อเห็นลานกว้างที่ทั้งสวยงามและกว้างขวาง
นี่คือครอบครัวแท้ ๆ ของกู้หนานเองหรอกหรือ
กู้ย่าถิงจับมือว่าที่แม่สามีไว้กระชับแน่นด้วยความรักใคร่ “คุณป้า เข้าไปกันเถอะค่ะ”
เนี่ยอวี้ฮว๋า กู้หนาน และคนอื่น ๆ รออยู่ในห้องนั่งเล่นเป็นเวลานาน เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวข้างนอกก็รีบออกมาต้อนรับ
“แม่สามี มาแล้วหรือคะ? เชิญเข้ามาก่อนค่ะ”
“คุณป้า มาแล้วหรือคะ?” กู้หนานก็ทักทายเธอด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
“แม่ยาย หนานหน่าน สวัสดีจ้ะ”
เนี่ยอวี้ฮว๋าต้อนรับแม่ของฉินเฟิงเป็นการส่วนตัว
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นหญิงวัยกลางคนที่ทันสมัย แม่ของฉินเฟิงก็รู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าทันที
ฉินเฟิงเคยเล่าให้ฟังว่า ว่าที่แม่ยายของเขาเป็นผู้หญิงที่ทันสมัย ทั้งยังมีหน้าที่การงานที่ดี แถมยังสวยสมวัยมาก ๆ เมื่อได้เห็นตัวจริงของเธอแบบนี้ เธอรู้สึกว่าคำจำกัดความของฉินเฟิงยังน้อยไปด้วยซ้ำ
นี่เรียกว่าสวยสมวัยได้อย่างไรกัน เรียกว่าสวยจนอ่อนกว่าวัยต่างหาก
ถ้าไม่บอกก็ไม่น่าเชื่อว่าอีกฝ่ายจะมีลูกสาวและลูกชายที่อายุยี่สิบหกแล้ว
เนี่ยอวี้ฮว๋ารับรู้ถึงความกังวลใจของแม่ฉินเฟิง เธอยิ้มแล้วพูดว่า “ที่นี่คือบ้านของพวกเราเอง ไม่ต้องประหม่านะคะ ตอนแรกพวกเราคิดว่าจะไปทานอาหารที่ร้านด้วยซ้ำ แต่พอลองคิดเกี่ยวกับมันอีกที ไหน ๆ เราทั้งสองฝ่ายก็จะดองกลายเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว ทำไมต้องนัดพบกันที่ร้านอาหารให้ยุ่งยากด้วย?”
เนี่ยอวี้ฮว๋ามีนิสัยอบอุ่นและเข้าถึงง่าย แม่ของฉินเฟิงจึงค่อย ๆ ผ่อนความกังวลลง
หลังจากเข้าไปในบ้านแล้ว เธอรีบกล่าวทักทายผู้อาวุโสของตระกูลอย่างผู้เฒ่ากู้และกู้ฉางอัน
ผู้เฒ่ากู้และคุณย่ากู้ก็ใจดีมากไม่แพ้กัน พวกเขาไม่ได้แสดงท่าทีดูหมิ่นหรือรังเกียจแม่ของฉินเฟิงเลย
ทันทีที่พบกัน พวกเขาก็เริ่มยกย่องชื่นชมฉินเฟิงทันที
แม่ของฉินเฟิงเห็นแล้วว่าตระกูลกู้ชอบลูกชายของเธอมากจริง ๆ ไม่ได้แค่เสกสรรปั้นแต่งคำพูดให้สวยหรูเท่านั้น
ในฐานะแม่ เธอมีความสุขและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ลูกชายตัวเองได้รับการยอมรับจากครอบครัวฝั่งสะใภ้
“คุณป้า เชิญนั่งครับ”
ลู่ฮ่าวหลีกทางให้แม่ของฉินเฟิง
หลังจากที่แม่ของฉินเฟิงนั่งลงแล้ว เธอก็แสดงทัศนคติที่จริงใจต่อสมาชิกในครอบครัวตระกูลกู้ทุกคนเป็นครั้งแรก “เฟิงจื่อช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้พบกับผู้หญิงที่ดีอย่างย่าถิง เธอถือเป็นพรอันประเสริฐของครอบครัวเรา ฉันปฏิบัติต่อเธอเหมือนเป็นลูกสาวคนหนึ่งเสมอมา”
แม่ของฉินเฟิงรู้สึกประหม่าในตอนแรก แต่ด้วยความที่เธอมีบุคลิกร่าเริงและตระหนักดีว่าลูกชายตัวเองไม่มีพ่อ ในฐานะแม่ เธอจึงต้องแบกรับภาระนี้
ถึงขั้นนี้แล้วจะมัวประหม่าหรือหวาดกลัวไม่ได้เด็ดขาด ต้องแสดงความจริงใจให้เต็มที่
กู้ฉางอันและเนี่ยอวี้ฮว๋าเคารพแม่สามีเรียบง่ายที่มาจากชนบทคนนี้มาก
ผู้เฒ่ากู้เปลี่ยนมายกย่องแม่ของฉินเฟิงแทน ชมเชยว่าเธอเป็นแม่ยอดเยี่ยมที่เลี้ยงดูลูกทั้งสองคนให้เติบโตขึ้นเป็นอย่างดี
เนี่ยอวี้ฮว๋านั่งถัดจากเธอ พูดไปยิ้มไปว่า “คุณพ่อพูดถูกทุกอย่าง คุณต้องเสียสละแรงกายแรงใจไปไม่น้อยกว่าจะเลี้ยงดูลูกทั้งสองคนอย่างเฟิงจื่อและเสี่ยวอวิ๋นให้เติบโตเป็นคนดีได้ขนาดนี้ พวกเรานับถือความเป็นแม่ของคุณมาก เราสัญญาว่าจะรักเฟิงจื่อเหมือนเป็นลูกชายแท้ ๆ เหมือนกันค่ะ”
เมื่อแม่ของฉินเฟิงได้ยินแบบนี้ เธอก็รีบขอบคุณอีกฝ่าย “ขอบคุณสำหรับไมตรีจิตที่ดีของพวกคุณจริง ๆ ค่ะ”
“เราได้ยินมาว่าคุณเคยส่งให้เขาเรียนเป็นตำรวจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แต่เขากลับเลือกที่จะลาออกงั้นหรือ”
ผู้เฒ่ากู้มองไปที่ฉินเฟิง แล้วตั้งคำถามกับแม่ของฉินเฟิงด้วยน้ำเสียงที่เจือความเสียดาย
แม่ฉินเฟิงพยักหน้า “ใช่ค่ะ เขาเคยได้บรรจุทำงานที่สถานีตำรวจ แต่เขาก็ยืนยันว่าจะลาออกจากราชการ”
แม่ของฉินเฟิงหวนคิดถึงการตัดสินใจลาออกของฉินเฟิงก่อนหน้านี้ ตอนนั้นเธอเองก็ค่อนข้างเสียใจ แต่ตอนนี้เมื่อหันมองไปทางว่าที่ลูกสะใภ้แล้ว เธอก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “ต้องขอบคุณความทะเยอทะยานที่ไม่อยากอยู่ในบ้านเกิดของเขา และคงเป็นเพราะโชคชะตากำหนดไว้ เขาถึงได้มาที่หลันเฉิงแล้วเจอกับย่าถิง”
ทุกคนต่างหัวเราะร่วนกับคำพูดของแม่ฉินเฟิง
กู้หนานมองไปที่แม่ฉินเฟิงด้วยความโล่งใจ สมแล้วที่เป็นเถ้าแก่เนี้ยร้านขายของชำ ก่อนหน้านี้เธอนั้นกลัวว่าตัวเองอาจประหม่าเกินไป แต่พอต้องพูดเข้าจริง ๆ กลับทำได้ดีมาก
แม่ฉินเฟิงชื่นชมกู้ย่าถิง เนี่ยอวี้ฮว๋าก็ชื่นชมฉินเฟิงเช่นเดียวกัน กล่าวโดยสรุปก็คือ พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายต่างพอใจในตัวคนรักของลูกทั้งสองคนมาก
การแต่งงานจึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ไม่มีความขัดแย้งใด ๆ เลย
แม่ฉินเฟิงยังบอกด้วยว่าเธอยินดีให้พิธีแต่งงานทุกอย่างเป็นไปตามประเพณีของชาวหลันเฉิง เช่นเดียวกันกับค่าสินสอดเจ้าสาว เธอยินดีมอบให้เท่าที่ตระกูลกู้ต้องการ
เนี่ยอวี้ฮว๋ามองไปที่ฉินเฟิง ยิ่งรู้สึกพอใจในตัวเขามากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะพูดกับแม่ฉินเฟิงว่า “คุณคงเห็นแล้วว่าเด็กสองคนรักใคร่กลมเกลียวกันขนาดนี้ อีกหน่อยคุณก็ย้ายมาอยู่ในเมืองซะเลยสิคะ จะได้ไม่อยู่ไกลกัน”
แม่ฉินเฟิงตอบกลับว่า “เฟิงจื่อก็พูดแบบเดียวกันนี่แหละ แต่บ้านของฉันในชนบทยังมีร้านขายของชำที่ยังปิดกิจการไม่ได้ในทันที ตอนนี้ธุรกิจกำลังเฟื่องฟู ฉันปล่อยทิ้งไปไม่ได้จริง ๆ รอให้พวกเขามีลูกซะก่อน ฉันถึงจะปลีกตัวมาช่วยเลี้ยงหลานได้ ตอนนี้อยู่ในช่วงกอบโกย ต้องรีบหาเงินมาเลี้ยงหลาน”
เมื่อได้ยินว่าธุรกิจของแม่ฉินเฟิงกำลังเฟื่องฟู และเธอยังต้องการหาเงินเพื่อเอามาเลี้ยงดูหลานในอนาคต เนี่ยอวี้ฮว๋าก็ยกนิ้วให้เธอด้วยรอยยิ้ม “แม่สามี คุณเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งมากจริง ๆ”
ผู้หญิงกับผู้หญิงสนทนากัน หัวข้อใหม่ ๆ มักจะผุดขึ้นมากมายอย่างไม่รู้จบ
แม่ของฉินเฟิงเข้ากันได้ดีกับเนี่ยอวี้ฮว๋าเลยทีเดียว
เธอเคยกลัวว่าญาติฝ่ายหญิงในเมืองอาจดูถูกคนบ้านนอกอย่างเธอ ที่ไหนได้ สาวใหญ่คนนี้กลับกระตือรือร้นที่จะสนทนากับเธอมากกว่าสาว ๆ ในชนบทด้วยกันเสียอีก
ถึงตอนนี้แม่ฉินเฟิงจึงปล่อยเลยตามเลย พูดคุยกับเนี่ยอวี้ฮว๋าแบบไม่เกร็งอีกต่อไป
“ครอบครัวเราสองคนคงถูกกำหนดให้เกี่ยวดองกันจริง ๆ ฉันได้ยินมาว่าคุณเป็นคนแนะนำเสี่ยวอวิ๋นให้กับอาจารย์มากฝีมือด้วย เด็กสองคนนี้ต้องขอบคุณความเมตตาจากคุณมาก ๆ”
แม่ของฉินเฟิงรู้สึกซาบซึ้งใจกับตระกูลกู้จริง ๆ
แน่นอน กู้หนานก็ถูกรวมอยู่ในนั้นด้วย
หลังจากฉินเฟิงลาออกจากงานราชการมาเป็นเวลานาน เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจถึงขั้นนอนไม่หลับ กลัวว่าลูกชายจะกลายเป็นคนตกงานที่ชีวิตไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ ไม่คาดคิดว่าตอนนี้เขากลับตั้งหลักซื้อที่พักอาศัยอยู่ในเมืองได้แล้ว แถมยังได้พบกับภรรยาที่ดี และมีพ่อตาแม่ยายที่แสนดีแบบนี้
เมื่อพูดถึงอาจารย์ของฉินอวิ๋นขึ้นมา เนี่ยอวี้ฮว๋ากลับแสดงสีหน้าเหมือนไม่สบายใจเล็กน้อย “ใช่ค่ะ ฉันเป็นคนแนะนำเอง”
“ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ”
เนี่ยอวี้ฮว๋าหัวเราะอย่างเชื่องช้า ถามอย่างไม่แน่ใจ “จริงสิ ตอนนี้เสี่ยวอวิ๋นมีคนรักแล้วหรือยังคะ?”
แม่ฉินเฟิงส่ายหน้า “เหมือนจะยังไม่มี”
“หลังจากเฟิงจื่อกับย่าถิงแต่งงานกันแล้ว ถ้าทางคุณมีผู้ชายคนไหนที่เหมาะสมคู่ควร คุณสามารถเป็นแม่สื่อให้เธอได้นะคะ เด็กคนนั้นเป็นคนเงียบ ๆ แต่ถูกหลอกลวงได้ง่าย หวังว่าพวกคุณทุกคนจะช่วยปกป้องเธอ”
แม่ฉินเฟิงวางใจในตัวเนี่ยอวี้ฮว๋าผู้เป็นว่าที่แม่ยายของลูกชายเต็มที่ ตอนนี้เลยฝากความหวังเรื่องชีวิตคู่ของลูกสาวไว้ในมืออีกฝ่ายด้วย
กู้หนานคลี่ยิ้มก่อนจะพูดแทรกขึ้นมา
“คุณป้า ไม่แน่ว่าตอนนี้เสี่ยวอวิ๋นอาจจะกำลังดูใจกับใครสักคนอยู่ก็ได้นะคะ”
เนี่ยอวี้ฮว๋ารีบสนับสนุน “ใช่แล้ว คนหนุ่มสาวสมัยนี้รักอิสระจะตายไป เธอคงไม่อยากให้ผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ เข้าไปเจ้ากี้เจ้าการหรอกค่ะ”
“เธอไม่มีทางดูใจกับใครแน่” แม่ฉินเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “หนานหน่าน เธอคงรู้เรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับเสี่ยวอวิ๋น พวกเรามีสิทธิ์ที่จะคัดกรองช่วยเสี่ยวอวิ๋นอีกแรง จะเก็บเป็นความลับไม่ได้อีกต่อไป”
บทเรียนจากเหตุการณ์คราวที่แล้ว ทำให้ลูกสาวของเธอมีปมทางจิตใจ ฉินอวิ๋นเคยบอกว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้ชายพยายามเข้าใกล้ ตนจะรู้สึกอึดอัดมาก
แม่ฉินเฟิงเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เสมอ ตั้งใจว่าจะรอให้ลูกสาวเดินทางกลับมาเสียก่อน ค่อยสอบถามถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน และอาจพาเธอไปพบแพทย์หากมีความจำเป็น