บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 656 พอสุขภาพดีขึ้นก็หวังจะเล็มหญ้าอ่อน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90
  4. บทที่ 656 พอสุขภาพดีขึ้นก็หวังจะเล็มหญ้าอ่อน
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 656 พอสุขภาพดีขึ้นก็หวังจะเล็มหญ้าอ่อน

เมื่อได้ยินคำพูดของฉินอวิ๋น การคาดเดาของกู้หนานก็เริ่มแน่นอนมากขึ้น

เธอจงใจเตือนว่า “เสี่ยวอวิ๋น นั่นคืออาจารย์ของเธอนะ เธอจะเรียกเขาด้วยชื่อจริงแบบห้วน ๆ ได้ยังไง?”

คำพูดของกู้หนานทำให้หญิงสาวที่อยู่อีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์ประหม่าอย่างเห็นได้ชัด [พี่สะใภ้ ฉัน… ฉันลืมตัวไปหน่อย พอดีว่าเขาไม่อยู่ใกล้ ๆ ฉันก็เลยเรียกเขาแบบนั้น]

“ฉันไม่ได้ติดต่อกับคุณจอร์จมานานแล้ว เขายังกินยาตามใบสั่งยาที่ฉันเขียนให้อยู่หรือเปล่า?” กู้หนานไม่ปล่อยเธอไป จงใจถามเพื่อเก็บรายละเอียด

ฉินอวิ๋นตอบว่า [ฉันเห็นเขากินตลอดนะ อาการค่อย ๆ ดีขึ้นมาก ผมของเขาหนาขึ้นกว่าเดิม แถมเขายังบอกฉันด้วยว่าสุขภาพของเขาค่อนข้างสมบูรณ์เลย เขาบอกว่าคุณเป็นหมอมหัศจรรย์ ฝากขอบคุณคุณมายกใหญ่]

“จริงหรือ? สุขภาพเขาดีขึ้นกว่าเดิมมากเลยหรือ?” กู้หนานจงใจยืดเสียงยานคาง

เส้นผมเริ่มหนาขึ้น อาการไตพร่องก็ดีขึ้นตามลำดับ พอตัวเองสุขภาพดีขึ้นก็หวังจะเป็นวัวแก่เล็มหญ้าอ่อนสินะ?

เฮ้อ ผู้ชายก็แบบนี้

[พี่สะใภ้ ถ้าฉันกลับไปเมื่อไหร่ ฉันมีอะไรจะบอกคุณด้วย] ฉินอวิ๋นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดหยั่งเชิงออกไปก่อน

เมื่อกู้หนานได้ยินแบบนั้น เธอก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังทันที “เสี่ยวอวิ๋น เธอเซ็นสัญญากับโรงงานของเราแล้ว เงื่อนไขบอกชัดว่าเธอต้องกลับมาทำงานในแผนกออกแบบของโรงงานหลังจากสำเร็จการศึกษา ถ้าเธอคิดจะเปลี่ยนใจ ทางโรงงานสามารถฟ้องร้องค่าเสียหายจากเธอได้เลยนะ ถ้าไม่อยากจ่ายก็ต้องคิดทบทวนให้ดี”

ฉินอวิ๋นรีบอธิบาย [พี่สะใภ้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องงานเลย คุณส่งฉันเรียน ฉันจะเนรคุณคนได้ยังไง อีกหน่อยฉันก็ต้องกลับไปทำงานในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าอยู่แล้ว ตราบใดที่คุณไม่ไล่ฉันออก ฉันก็จะทำงานอยู่ที่นั่นไปจนตาย]

เมื่อได้ยินคำพูดของฉินอวิ๋น มุมปากของกู้หนานก็กระตุกเล็กน้อย

ใจหนึ่งก็รู้สึกยินดี เธอไม่สนใจปัญหาส่วนตัวของฉินอวิ๋น ขอแค่เจ้าตัวไม่ผิดสัญญาจ้างกับทางโรงงานก็พอ

เธอชอบรุ่นน้องคนนี้มาก ถึงได้ทุ่มเททั้งกำลังทรัพย์และกำลังแรงกายเพื่อปั้นเจ้าตัวอย่างเต็มที่

กู้หนานหัวเราะ “จริงหรือ ก็เธอทำให้ฉันกลัวแทบตาย ในเมื่อมันไม่เกี่ยวกับงาน งั้นเธอมีอะไรจะบอกฉันกันล่ะ”

[เรื่องนั้น… ไว้ค่อยคุยกันหลังจากฉันกลับบ้านแล้วกันค่ะ]

ฉินอวิ๋นลังเลอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดบทวางสายราวกับจะบ่ายเบี่ยง [พี่สะใภ้ แค่นี้นะ]

หลังวางหูโทรศัพท์ กู้หนานก็มองไปที่ลู่ฮ่าว “ดูเหมือนเราจะเดาถูกนะ”

ลู่ฮ่าวรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง ฉินอวิ๋นเป็นคนเก็บตัว ทั้งยังเคยมีประสบการณ์ความรักที่เจ็บปวด แต่กลับตัดสินใจคบหากับตาลุงอย่างจอร์จ

หรือความสัมพันธ์เกิดขึ้นหลังคนโสดทั้งคู่คลุกคลีอยู่ร่วมกันทั้งกลางวันและกลางคืน

จอร์จเป็นคนมากความสามารถและฝีมือในด้านการออกแบบแฟชั่น แต่คนแบบฉินอวิ๋นไปถูกตาต้องใจเขาได้อย่างไร ลู่ฮ่าวอยากรู้จริง ๆ

ลู่ฮ่าวบอกว่า “เรายังไม่ต้องพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็แล้วกัน ปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเอง”

“อืม ฉันก็สนใจแต่เรื่องงานในอนาคตของเธอเท่านั้น”

กู้หนานต่อสายโทรหากู้เจิ้งอัน แล้วเล่าเรื่องที่ฉินอวิ๋นเรียนจบหลักสูตรเรียบร้อยแล้วให้ฟัง

กู้เจิ้งอันรู้ข่าวก็จัดการเตรียมห้องทำงานให้ฉินอวิ๋น ให้เธอไปอยู่ในสำนักงานออกแบบของซุนเฉิง

ตอนนี้การเตรียมการทั้งหมดเกี่ยวกับการขยายสาขาโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าของพวกเขาเสร็จสมบูรณ์แล้ว ฉินอวิ๋นต้องแบกรับความรับผิดชอบครั้งใหญ่ และสร้างแบรนด์ของตัวเองหลังจากที่เธอกลับมา

ฉินเฟิงช่วยนำทางคนขับรถบรรทุก ขนส่งเครื่องจักรไปยังบ้านเกิดของเขา

กู้หนานโทรหาสวี่เจิงกับฟางกั๋วผิงไว้ล่วงหน้าแล้ว พวกเขาต่างก็ตื่นเต้นกันมากเมื่อได้ยินว่าเครื่องจักรกำลังจะมาถึงโรงงาน

นั่นหมายความว่าโรงงานแปรรูปวัสดุยาได้ฤกษ์เปิดทำการจริง ๆ จัง ๆ สักที

สวี่เจิงและฟางกั๋วผิงจึงวางแผนว่าจะเริ่มรับสมัครคนงาน

กู้หนานอยู่ในหลันเฉิงก็จริง แต่เธอมีข้อมูลติดต่อของผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในตัวอำเภอ เธอโทรแจ้งผู้อำนวยการหลิวและคนอื่น ๆ ไว้ล่วงหน้าแล้ว เมื่อถึงคราวเก็บเกี่ยวสมุนไพรในช่วงฤดูใบไม้ผลิ โรงงานแปรรูปวัสดุยาก็จะสามารถดำเนินการได้ทันที

…

สองวันต่อมา ฉินเฟิงรับแม่ของเขาเดินทางจากบ้านเกิดมาที่หลันเฉิง เธอจะได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับพ่อแม่ของกู้ย่าถิง

แม้ว่าแม่ของฉินเฟิงจะเตรียมตัวมาอย่างดี แต่ก็ยังรู้สึกประหม่าเมื่อมาถึงหลันเฉิง เธอกลัวว่าตัวเองอาจวางตัวได้ไม่ดี ไม่สามารถพูดจาอย่างฉะฉานเมื่ออยู่ต่อหน้าครอบครัวของฝ่ายสะใภ้

ฉินเฟิงเคยเล่าให้ฟังว่าครอบครัวของกู้ย่าถิงล้วนแต่เป็นคนมีการศึกษา ในฐานะที่เธอเป็นแค่ผู้หญิงในชนบทจึงกดดันอย่างมาก

หลังจากมาถึงหลันเฉิงแล้ว ฉินเฟิงก็พาเธอไปดูบ้านหลังใหม่ก่อน

เมื่อเห็นบ้านในเมืองตรงหน้าที่ลูกชายสามารถรวบรวมเงินซื้อได้ แม่ของฉินเฟิงก็น้ำตาไหลด้วยความตื้นตัน

“ลูกรัก ในที่สุดลูกก็ตั้งหลักในเมืองได้แล้วจริง ๆ แม่ดีใจกับลูกมาก”

เธอภูมิใจในตัวลูกชายมาตั้งแต่เขายังเล็ก ๆ ตอนนี้เขาสามารถตั้งหลักในเมืองหลักของมณฑลอย่างหลันเฉิง แถมยังเก็บเงินซื้อบ้านได้อีก

“แม่ ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากความสามารถของผมแค่อย่างเดียว แต่เป็นเพราะความช่วยเหลือจากแม่ด้วยนะ”

เพื่อซื้อบ้านหลังใหม่ แม่ของเขาถึงกับนำเงินออมทั้งหมดที่สะสมมานานหลายปีมอบให้เขาเพื่อใช้จ่าย

ฉินเฟิงพาแม่เข้าไปเยี่ยมชมบ้านใหม่ พลางพูดกับเธอว่า “แม่ บ้านหลังนี้ค่อนข้างใหญ่ ต่อจากนี้ไปแม่สามารถย้ายมาอาศัยอยู่ในเมืองได้นะ”

แม่ของฉินเฟิงโบกมือปฏิเสธโดยแทบไม่ต้องคิด “ไม่เป็นไรหรอก อยู่ในเมืองนานไปแม่ก็เบื่อ อีกอย่าง แม่ยังมีงานที่ต้องทำในชนบทอีกมาก ตอนที่แม่ยังพอจะเคลื่อนไหวหยิบจับทำอะไรได้ แม่สัญญาว่าจะทำงานหาเงินมาจุนเจือลูกให้มากขึ้น”

แม่ของฉินเฟิงไม่เคยคิดฝันเรื่องนี้มาก่อน เธอเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในด้านการทำธุรกิจ ทั้งยังเป็นคนที่มีไฟและช่างพูดช่างเจรจา ถ้าย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองจริง ๆ กิจวัตรประจำวันที่หายไปคงชวนเงียบเหงาน่าดู

เธอขอกลับไปเปิดร้านดีกว่า อย่างน้อยใครหลายคนยังชื่นชมในความสามารถ

ฉินเฟิงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของผู้เป็นแม่ เขาจับมือเธอแล้วพูดว่า

“แม่ ผมจะขยันทำงานหาเงินให้มากกว่านี้นะ อีกหน่อยจะได้ดูแลแม่ได้”

แม่หาเงินส่งเสียเขาให้ได้เรียนวิทยาลัย พอเขาเรียนจบแล้วเธอยังหาเงินให้เขาไม่หยุดหย่อน ในฐานะลูกชาย เขารู้สึกเป็นทุกข์และไม่สบายใจมาก

แม่ของฉินเฟิงกำลังเดินสำรวจไปรอบ ๆ บ้านหลังใหม่ เธอมองฉินเฟิงด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะพูดอย่างตรงไปตรงมา “แม่อายุยังไม่ถึงห้าสิบ ทำไมต้องมาดูแลแม่ตอนแก่ด้วย แม้แต่ปู่ของลูกยังทำงานในสวนในไร่ได้อยู่เลย แล้วทำไมแม่จะสนับสนุนแกไม่ได้ ช่างกล้าพูดนะ”

แม่ของฉินเฟิงเพิ่งค้นพบคุณค่าของตัวเองเมื่อไม่นานมานี้ ตอนนี้เธอถือเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง วางแผนที่จะขยายธุรกิจร้านขายของชำให้กลายเป็นร้านค้าขนาดใหญ่ในอนาคต

ฉินเฟิงมองรูปลักษณ์ที่กระฉับกระเฉงของแม่ เป็นความจริงที่เธอยังไม่แก่จนดูแลตัวเองไม่ได้

จริงอย่างที่แม่เขาพูด ขนาดปู่ย่าตายายของเขายังทำงานในไร่นามาจนถึงทุกวันนี้เลย

“โรงเรียนของย่าถิงเลิกกี่โมงหรือ?” แม่ของฉินเฟิงถามเขา

ฉินเฟิงตอบ “ประมาณห้าโมงเย็นครับ แม่ ไปรออยู่ที่ห้องเช่าของผมก่อนก็ได้ พักผ่อนหย่อนใจสักครู่หนึ่ง เดี๋ยวเราค่อยไปที่บ้านตระกูลกู้ด้วยกันหลังจากที่ย่าถิงเลิกงานแล้ว”

“ได้ แม่กลับไปพักสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน ตอนนี้แม่กังวลมาก กลัวจะพูดอะไรไม่เข้าท่าต่อหน้าคนในเมือง ถ้าพวกเขาเกลียดเราขึ้นมาจะทำยังไง?”

พูดมาถึงตรงนี้ แม่ของฉินเฟิงก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาที่นัดหมายวันพบญาติฝ่ายหญิงในวันนี้

เธอน่าจะเลื่อนวันนัดออกไปสักสองวันเป็นอย่างต่ำ

ก่อนหน้านี้เธอกลัวว่าพอปิดร้านหลายวัน รายได้จากลูกค้าจะหายตาม จึงไม่กล้าหยุดงานนานเกินไป

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 656 พอสุขภาพดีขึ้นก็หวังจะเล็มหญ้าอ่อน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

browniee.online49d76ba
หย่ารักประธานฉี
2026-06-24
browniee.online3df157c
ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา
2026-06-24
62a95ddaZSiEiP4W
ทะลุมิติไปเป็นแม่ของวายร้ายทั้งสาม [穿书后,我成了三个反派的娘]
2024-02-19
browniee.online-c191aa3
ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70
2025-04-16

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน