เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 653 ไม่คิดกระโดดลงจากตึกอีกแล้ว
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90
- บทที่ 653 ไม่คิดกระโดดลงจากตึกอีกแล้ว
บทที่ 653 ไม่คิดกระโดดลงจากตึกอีกแล้ว
“ไม่ต้องห่วงนะคะ เถี่ยตันจะกลับไปเรียนที่โรงเรียนในเมือง ตอนนี้ผลการเรียนของเขาดีมาก ฉันจะอบรมสั่งสอนเขาเป็นอย่างดี ถึงวันหยุดเมื่อไหร่ ฉันจะพาเขากลับบ้านเกิดมาเยี่ยมคุณ”
“เราอยู่ด้วยกันมาแปดปีแล้ว เธอปรนนิบัติพวกเราด้วยความกตัญญูเหมือนเราเป็นพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดแท้ ๆ ฉันรู้สึกซาบซึ้งเรื่องนี้มากเสมอมา แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเธออีกแล้ว ฉันไม่มีหน้าไปเจอครอบครัวเดิมของเธออีก จะเก็บกอดหลานชายเอาไว้เองก็ไม่ได้ เธอเลี้ยงดูเด็กคนนั้นด้วยตัวเองมาโดยตลอด ฉันไม่อาจเพิกเฉยต่อสำนึกผิดชอบชั่วดีได้จริง ๆ”
หลิวไคซานกลัวว่าหวังชุ่ยผิงจะทำเรื่องวุ่นวายจนทำให้เขาต้องเสียงานดี ๆ ไปอีกครั้ง เขาได้แต่มองเถี่ยตันด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
เด็กชายสวมเสื้อผ้า สะพายกระเป๋านักเรียน แล้วเดินตามพวกเขาออกไป
ก่อนจากไป เถี่ยตันมองย้อนกลับไปพูดกับหลิวไคซานว่า “พ่อเป็นพ่อที่แย่ ในอนาคตต้องแก้ไขความผิดพลาดของตัวเองนะครับ ตั้งใจทำงาน ดูแลคุณย่าให้ดี ถ้าจากนี้พ่อทำตัวดีขึ้น ผมจะกลับมาเยี่ยม”
ใบหน้าของหลิวไคซานซีดลง ได้แต่ทิ้งตัวพิงกรอบประตูอย่างอ่อนแรง
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ยกมือขึ้นตบหน้าตัวเอง
หลิวซื่อไม่เต็มใจที่จะแยกทางกับหลานชายของเธอ หวังชุ่ยผิงจึงตกลงว่าจะให้เถี่ยตันอยู่กับย่าหนึ่งคืน หลิวซื่อจึงจับมือของเถี่ยตันไว้ ก่อนจะจากไปพร้อมพวกเขา เธอร้องไห้เงียบ ๆ ไปตลอดทาง
“แม่คะ ขอบคุณที่ช่วยพูดให้ฉัน ถ้าแม่เป็นคนไม่มีเหตุผล ฉันกับเถี่ยตันอาจต้องแยกจากกันตั้งแต่วันนี้”
ถึงหวังชุ่ยผิงจะถูกหลิวไคซานทำร้ายจิตใจ แต่เธอยังคงรู้สึกขอบคุณอดีตแม่สามีคนนี้อย่างจริงใจ
“ชุ่ยผิง เราอยู่ด้วยกันมาแปดปีแล้ว เสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เจ้าลูกไม่รักดีไคซานนั่นยอมหักไม่ยอมงอก็จริง แต่ฉันจะสูญเสียความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเพียงเพราะอยากเก็บหลานชายไว้ไม่ได้ เธอพาเด็กไปเถอะ เขาจะได้มีชีวิตที่ดี…”
ขณะที่หลิวซื่อพูดแบบนี้ เธอก็ปิดปากและร้องไห้ด้วยความเศร้าสร้อย
เถี่ยตันจับมือย่าของเขาไว้พลางพูดเสียงอู้อี้ “คุณย่า อย่าร้องไห้”
“ไม่ร้อง หลานรัก ย่าไม่ร้องแล้ว”
หลายคนขึ้นรถกระบะแล้วขับจากไป พี่ใหญ่หวังเหลือบมองนาฬิกาพกในกระเป๋าเสื้อของเขา ตอนนี้ตีหนึ่งกว่าแล้ว เขาสตาร์ทรถด้วยความเหนื่อยอ่อน พูดกับหวังชุ่ยผิงและคนอื่น ๆ ว่า “เราอย่าเพิ่งตีรถกลับไปที่หมู่บ้านหลิวเจียเลย ให้ป้าไปพักที่บ้านของครอบครัวฉันสักคืนก่อน แล้วค่อยกลับวันพรุ่งนี้”
“แม่ โอเคหรือเปล่าคะ?” หวังชุ่ยผิงมองไปที่หลิวซื่อแล้วถาม
หลิวซื่อตอบกลับ “ได้สิ อยู่ที่ไหนก็ได้แค่มีหลานชายของฉันอยู่ด้วย”
“พี่ใหญ่ ถ้าอย่างนั้นคงต้องรบกวนพี่สะใภ้และหลานชายของฉันแล้ว”
พี่ใหญ่หวังขับรถ ยิ้มแล้วพูดว่า “เราทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน ทำไมต้องเกรงใจกันด้วย”
เมื่อพวกเขามาถึงตัวเมือง พี่ใหญ่หวังก็พาพวกเขาไปที่บ้านของตัวเอง
พี่ใหญ่หวังทำอาชีพขายเนื้อ ลานบ้านกว้างขวางจึงเต็มไปด้วยเนื้อชิ้นใหญ่ที่พาดเอาไว้เต็มราว
พี่สะใภ้ของหวังชุ่ยผิงเป็นผู้หญิงอวบอ้วน เมื่อเห็นว่าสามีของเธอพาน้องสะใภ้กลับมา แถมยังพาแม่ของหลิวไคซานกลับมาด้วย เธอก็มองไปที่พี่ใหญ่หวังด้วยความประหลาดใจ
“เหล่าหวัง นี่มันอะไรกัน?”
“ไว้ฉันค่อยอธิบายให้ฟังทีหลัง จัดห้องพักให้ทุกคนก่อนเถอะ ฉันง่วงจะตายอยู่แล้ว”
หวังชุ่ยผิงรีบขอโทษพี่สะใภ้ของเธอ “พี่สะใภ้ ฉันทำให้คุณลำบากแล้ว”
“มีปัญหาอะไรกันหรือ ฉันแค่อยากรู้…”
พี่สะใภ้ของชุ่ยผิงถาม พลางเหลือบมองหลิวซื่อและเจียงจื้อกังจากหางตา
ผู้ชายคนนี้น่าจะเป็นสามีใหม่ของชุ่ยผิงสินะ
แต่ทำไมแม่ของหลิวไคซานถึงได้ติดสอยห้อยตามมาที่นี่ด้วยล่ะ?
เมื่อเห็นสายตาดูถูกเหยียดหยามของพี่สะใภ้ หวังชุ่ยผิงที่ไม่สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในคืนนี้ได้ภายในเวลาสั้น ๆ จึงพูดว่า “พี่สะใภ้ ให้พี่ชายฉันอธิบายให้คุณฟังภายหลังเถอะค่ะ”
“ได้ เดี๋ยวฉันไปเตรียมที่นอนให้พวกเธอก่อน”
พี่สะใภ้เป็นคนรูปร่างอ้วน แต่ก็เป็นคนกระฉับกระเฉง เธอจัดห้องข้าง ๆ ด้วยความว่องไว
เจียงจื้อกังเดินตามหวังชุ่ยผิงเข้าไปอย่างเงียบ ๆ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง หวังชุ่ยผิงขอร้องให้เขาไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เจียงจื้อกังก็เป็นคนสมองช้า พูดไม่เก่ง แต่ก็เข้าใจ
ความจริงแล้ว เมื่อเจียงจื้อกังเห็นว่าหวังชุ่ยผิงยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอดีตแม่สามีของเธอ เขาก็อดรู้สึกไม่สบายใจไม่ได้เช่นกัน
เขากลัวมากว่าคุณป้าผู้ใจดีคนนี้จะเกลี้ยกล่อมหวังชุ่ยผิงจนเธอใจอ่อนยอมกลับไปหาพวกเขา
“ชุ่ยผิง เธอนอนกับเถี่ยตันและย่าของเขาก็แล้วกัน ให้จื้อกังไปนอนกับต้าซวง”
ในบ้านมีเพียงสามห้อง พี่ใหญ่หวังจึงต้องจัดแบ่งห้องพักด้วยวิธีนี้
“ได้”
“จื้อกัง คุณนอนกับหลานชายคนโตของฉันคืนหนึ่งนะ วันนี้เราเหนื่อยกันมาทั้งวัน ฉันจะพาเถี่ยตันไปนอนกับย่าของเขาก่อน”
หวังชุ่ยผิงเห็นว่าใบหน้าของหลิวซื่อย่ำแย่มาก เป็นผู้สูงอายุแต่ต้องอดหลับอดนอนตลอดทั้งคืน เธอกลัวเหลือเกินว่าจะส่งผลต่อสุขภาพของอีกฝ่าย
“อืม”
เจียงจื้อกังพยักหน้าอย่างเชื่องช้า
เขาเฝ้าดูหวังชุ่ยผิง หลิวซื่อ และเถี่ยตันเดินเข้าไปในห้องข้างเคียง เจียงจื้อกังยังยืนอยู่ที่นั่นอย่างเคร่งขรึม จนพี่ใหญ่หวังต้องยื่นมือไปตบบ่าเขา
“มัวยืนทำอะไรอยู่ ไม่ต้องกังวลหรอก น้องสาวฉันตัดสินใจแล้วไม่มีทางเปลี่ยนใจง่าย ๆ”
เจียงจื้อกังยิ้มอย่างเชื่องช้า “พี่ใหญ่ ผมเชื่อใจชุ่ยผิง”
พี่สะใภ้ใหญ่หวังมองไปที่เจียงจื้อกัง ทักทายเขาด้วยรอยยิ้มว่า “โอ้โห ผู้ชายคนนี้ดูดีไม่น้อยเลย ชุ่ยผิงของเรานี่ตาถึงจริง ๆ สะอาดสะอ้านต่างจากผู้ชายแถวนี้”
“เธอหมายความว่าไง กำลังหลอกด่าว่าฉันซกมกหรือ” พี่ใหญ่หวังเห็นภรรยาตัวเองชื่นชมอีกฝ่ายก็ถามเสียงเบา
แต่ภรรยากลับมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า “คุณเป็นพ่อค้าเขียงหมู จะไปเทียบกับเขาได้ยังไง”
พี่ใหญ่หวังแกล้งทำหน้าขยะแขยง ชำเลืองมองภรรยาและโต้กลับไปว่า “ฉันไม่เชือดเธอกินเพราะความหิวก็ดีเท่าไหร่แล้ว ดูซิ ผู้หญิงคนไหนบ้างจะเจ้าเนื้อและอ้วนท้วนอุดมสมบูรณ์แบบนี้ ไม่ใช่เพราะฉันขายหมูมาเลี้ยงดูเธอรึไง”
“คุณนี่ไม่พูดมากจะตายหรือไง” พี่สะใภ้ใหญ่หวังเตะสามี
พี่ใหญ่หวังถูกภรรยาเตะเต็มรัก แต่เขากลับไม่โกรธเลย เขาคลี่ยิ้มกว้างพลางตอบกลับว่า “ไม่ได้ ฮ่าฮ่า”
เจียงจื้อกังนึกถึงภาพจำของผู้ชายตรงหน้าตอนอยู่ที่หลันเฉิง เขาดุดันเหี้ยมเกรียมจนน่ากลัว แต่ตอนนี้กลับทำตัวซุกซนขี้เล่นเมื่ออยู่ต่อหน้าภรรยา ทั้งยังดูเหมือนจะกลัวเธอเล็กน้อย เจียงจื้อกังอดประหลาดใจไม่ได้
นี่สินะอานุภาพแห่งความรัก
“จื้อกัง วางใจซะเถอะ น้องสาวฉันไม่มีทางกลับไปสู่วังวนของคนแซ่หลิวแน่ นายไปนอนไป”
เจียงจื้อกังถูกพี่ใหญ่หวังผลักให้เข้าห้องไปนอนกับลูกชายของเขา
แน่นอน เป็นไปตามที่เจียงจื้อกังคาดการณ์ไว้ ทันทีที่หลิวซื่อเข้าไปในห้อง เธอก็เอาแต่กอดเถี่ยตันไว้แน่นพร้อมกับร้องไห้ ไม่ต้องการแยกทางกับหลานชายของเธอ ด้านหวังชุ่ยผิงเองก็ทำใจไม่ได้เหมือนกัน
เถี่นตันคอยปลอบย่าของเขา “คุณย่า อย่าร้องไห้เลย ผมจะกลับมาเยี่ยมย่าแน่ถ้าถึงวันหยุดยาว”
“หลานรัก ย่ากลัวเหลือเกินว่าหลานจะลำบาก”
จากนี้ไป เขาต้องไปอยู่กับพ่อเลี้ยงแล้ว
ขึ้นชื่อว่าพ่อเลี้ยง จะรักใคร่เอ็นดูเขาเหมือนลูกแท้ ๆ ได้อย่างไร
หวังชุ่ยผิงอธิบายว่า “แม่คะ คุณก็ได้เจอกับเจียงจื้อกังแล้วนี่ เขาเป็นคนขยันมาก มัธยัสถ์ติดดิน แถมที่ผ่านมาเขายังปฏิบัติต่อฉันและเถี่ยตันเป็นอย่างดี เขาไม่มีวันทำผิดกับหลานชายคุณแน่ ๆ ต่อให้เขาทำร้ายลูกขึ้นมา แม่อย่างฉันไม่มีวันปล่อยให้เขาต้องทนลำบากหรอกค่ะ”
ด้วยความกลัวว่าอดีตแม่สามีอาจเข้าใจเธอผิด ขณะที่นอนด้วยกันในตอนกลางคืน หวังชุ่ยผิงจึงเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองให้เธอฟัง
เธอเล่าตั้งแต่เธอจับได้ว่าหลิวไคซานนอกใจ ไปจนถึงการหย่าร้าง และตอนที่เธอได้พบกับเจียงจื้อกัง