เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 650 กลับบ้านเกิดกะทันหัน
บทที่ 650 กลับบ้านเกิดกะทันหัน
หวังชุ่ยผิงทิ้งหมายเลขโทรศัพท์ของกู้หนานไว้ให้พี่รองหวัง จากนั้นรอสายโทรเข้าอยู่ที่บ้านของเฉินหย่าจือ
โชคดีที่เรือนสี่ประสานของเฉินหย่าจือมีหลายห้อง เฉินหย่าจือขอให้หวังชุ่ยผิงและคนอื่น ๆ ไปพักในห้องเพื่อพักผ่อนเอาแรงสักหน่อย แต่หวังชุ่ยผิงไม่รู้สึกง่วงเลย คิดว่าจะลองออกไปตามหาเถี่ยตันอีกครั้ง
เจียงจื้อกังก็กังวลมากไม่แพ้กัน เขากลับไปที่ห้องชุดในอาคารพร้อมกับหวังชุ่ยผิงเพื่อดูว่าเถี่ยตันกลับมาหรือยัง
ส่วนพี่ใหญ่หวังไปตามหาหลานชายที่บ้านใหม่ในซอย
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสองฝ่ายกลับมาตัวเปล่า
ลู่ฮ่าวบอกให้กู้หนานพักผ่อน แต่กู้หนานกังวลมากเกินไปจนข่มตานอนไม่หลับ จึงนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นและรอเสียงโทรศัพท์
ในที่สุด ประมาณสี่ทุ่มครึ่งโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
กู้หนานรีบยื่นโทรศัพท์ให้พี่ใหญ่หวังอย่างรวดเร็ว
เขารับสาย ถามไปว่า “เจ้ารอง เป็นไงบ้าง? ได้ข่าวอะไรไหม?” พี่ใหญ่หวังรีบถาม
[พี่ใหญ่ พวกเราไปดักรอหลิวไคซาน เขากลับมาพร้อมหลานชายของพวกเราจริง ๆ แต่เขากลับมาที่นี่ด้วยจักรยานยนต์ ผมกลัวเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น ก็เลยไม่กล้าบุกไปหาพวกเขาถึงบ้าน]
แม้ว่าพี่รองหวังจะขี้อาย แต่เขาก็วางแผนต่าง ๆ ได้อย่างรัดกุม
“นายแน่ใจหรือว่าเห็นหลานชายจริง ๆ?” พี่ใหญ่หวังขอคำยืนยันจากเขา
พี่รองหวังตอบกลับ [แน่ใจสิ ผมถือไฟฉาย เรานั่งซุ่มกันอยู่ข้างถนน ผมเห็นพวกเขากับตาตัวเอง มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ระหว่างหลิวไคซานกับผู้ชายที่ขี่จักรยานยนต์รับจ้าง ต้องเป็นหลานชายเราไม่ผิดแน่]
“ได้ ฉันจะบอกชุ่ยผิง”
หลังจากวางสาย หวังชุ่ยผิงได้ยินจากพี่ชายของเธอว่าเถี่ยตันถูกหลิวไคซานลักพาตัวไปจริง ๆ อารมณ์ของเธอก็เปลี่ยนจากความกังวลเป็นความโกรธ ก่อนจะเริ่มสาปแช่ง
“หลิวไคซานคนนี้ต้องโดนฉันเอามีดแทงนับพันเล่ม ฉันไม่เคยห้ามถ้าอยากมาเจอเถี่ยตัน ทำไมเขาถึงยังคิดลักพาตัวลูกไปอีก ไอ้คนเฮงซวย นี่มันมากเกินไปแล้ว”
“บางทีเขาอาจคิดว่าจะใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการข่มขู่ ต่อรองให้คุณกลับไปคบกับเขา หรือไม่แม่เขาก็อาจจะอยากได้หลานไปอยู่ด้วย ก็เลยต้องลักพาตัวเพราะกลัวคุณไม่เห็นด้วย”
“ฮึ่ม แม้ว่าครอบครัวของเราจะอยู่ไกลจากพวกเขา แต่ก็ยังอยู่ในเขตเมืองเดียวกัน คิดหรือว่าตระกูลหวังของเราจะไม่รู้ว่าเขาพาเด็กไป?”
“ในเมื่อเขากล้าพาเด็กกลับบ้านเกิด ถ้าอย่างนั้นก็ควรเตรียมใจรับผลที่จะเกิดขึ้นให้พร้อมก็แล้วกัน”
จากความเข้าใจโดยตรงและโดยอ้อมของพวกเขาเกี่ยวกับหลิวไคซาน ทุกคนคิดว่า ถึงหลิวไคซานจะเข้ามาทำงานในเมืองจนกลืนวัฒนธรรมไปแล้ว แต่เนื้อแท้เขาก็ยังเป็นคนชนบท ในความคิดของเขา เขาอาจรู้สึกว่าต่อให้ตัวเองจะหย่ากับหวังชุ่ยผิงแล้วก็ยังมีสิทธิ์ในตัวลูก
ก่อนหน้านี้ เขาตัดสินใจยกเถี่ยตันให้อยู่ในความดูแลของหวังชุ่ยผิง ก็เพราะเขาคิดว่าพอแต่งงานกับหยางฉินแล้วอาจจะมีลูกชายให้กับตระกูลหลิวอีกสักคน แต่ตอนนี้พวกเขาเลิกกันแล้ว แม่ที่อยู่ในบ้านเกิดของเขาอยากเจอหน้าหลานชาย วินาทีนั้นเขาถึงตระหนักว่าลูกชายมีความสำคัญมาก
“เรากลับไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยกลับบ้านเกิดกัน”
หวังชุ่ยผิงร้องไห้ พูดกับกู้หนานว่า “หนานหน่าน ฉันอาจจะต้องขอลางานสักสองสามวันนะ”
“ไม่มีปัญหา”
เจียงจื้อกังบอกว่า “ฉันเองก็ขอลางานด้วยเหมือนกัน”
หวังชุ่ยผิงมองไปที่เจียงจื้อกังอย่างไม่เห็นด้วย “จื้อกัง ไม่ต้องไปหรอก เดี๋ยวฉันกลับไปกับพี่ใหญ่ก็ได้”
“ทำไมล่ะ” สีหน้าของเจียงจื้อกังมืดลงทันที
หวังชุ่ยผิงอธิบายว่า “ฉันเกรงว่าคงไม่เหมาะสมที่เราทั้งคู่จะขอลางานพร้อมกัน พวกเราเพิ่งขอลางานไปเมื่อไม่นานมานี้ เดี๋ยวคนอื่นเขาจะว่าเราเอาได้”
เจียงจื้อกังมองเธออย่างแน่วแน่ “แต่ผมไม่สบายใจที่จะให้คุณกลับไปตามลำพัง ผมอยากเผชิญปัญหาไปพร้อม ๆ กับคุณด้วย”
กู้หนานมองไปที่พวกเขาแล้วพูดว่า “พวกพี่สองคนไปด้วยกันเถอะ ไว้ฉันจะบอกหัวหน้าแผนกในโรงงานให้ว่าพวกคุณขอลา”
“ใช่ ไปด้วยกันนี่แหละ ตระกูลหลิวกับคนทั้งหมู่บ้านจะได้เห็นว่าน้องสาวฉันไมได้สิ้นไร้ไม้ตอก หลังหย่ากับเขาก็ยังแต่งงานใหม่ได้”
พี่ใหญ่หวังรู้สึกขุ่นเคืองใจกับการกระทำของหลิวไคซานในครั้งนี้มาก เขาตั้งใจว่าถ้าเจอหลิวไคซานเมื่อไหร่จะจัดการให้สาสม
“ไปเถอะ กลับไปนอนก่อน”
ทุกคนรวมตัวกันอยู่จนถึงห้าทุ่ม ทันทีที่หวังชุ่ยผิงและคนอื่น ๆ จากไป ลู่ฮ่าวก็พากู้หนานเข้านอน
วันรุ่งขึ้น หวังชุ่ยผิงและเจียงจื้อกังติดตามพี่ใหญ่หวังขึ้นรถไฟกลับไปยังบ้านเกิดของพวกเขา
กว่าพวกเขาจะกลับมาถึงบ้านเกิดก็เป็นเวลาเย็นย่ำแล้ว ตอนแรกพี่ใหญ่หวังแนะนำให้ทั้งสองค้างคืนที่บ้านของเขาในเมืองก่อนสักหนึ่งคืน แล้วค่อยไปหมู่บ้านหลิวเจียในตอนเช้า
แต่หวังชุ่ยผิงไม่สามารถรอได้จริง ๆ เธอต้องไปที่หมู่บ้านหลิวเจียภายในคืนนี้เพื่อตามหาเถี่ยตัน
พี่ใหญ่หวังไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากขอยืมรถบรรทุกขนาดเล็กจากเพื่อนที่ทำอาชีพขายเนื้อเช่นกัน ก่อนจะรีบขับไปที่หมู่บ้านหลิวเจียในตอนกลางคืน
เมื่อพวกเขามาถึงหน้าประตูบ้าน พบว่าประตูปิดสนิท หวังชุ่ยผิงจึงเคาะประตูถี่รัว ทว่าเคาะอยู่นานสองนานกลับไม่มีใครตอบรับ
หวังชุ่ยผิงกระวนกระวายมาก กำปั้นที่กระทบประตูรุนแรงมากขึ้น
หมาของเพื่อนบ้านเห็นผู้มาเยือนยามวิกาลก็เห่าไม่หยุด เพื่อนบ้านได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากข้างนอก จึงออกมาตรวจสอบ
เมื่อเห็นว่าเป็นหวังชุ่ยผิงนั่นเองที่กลับมา พวกเขาก็ทักทายเธอ
“ชุ่ยผิง ทำไมเธอกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดเอาค่ำมืดแบบนี้ล่ะ?” เพื่อนบ้านมองพวกเขาอย่างสงสัย พร้อมกับเปิดไฟฉาย
“พอดีมีเรื่องนิดหน่อย”
หวังชุ่ยผิงไม่มีเวลาทักทายพวกเขา เธอจึงเอาแต่เคาะประตู
ในที่สุดก็มีการเคลื่อนไหวมาจากภายในลานบ้าน
“ใครน่ะ?”
“แม่ ฉันเองค่ะ” หวังชุ่ยผิงตะโกนตอบอย่างกระวนกระวาย เมื่อได้ยินเสียงแม่ของอดีตสามี
เมื่อหลิวซื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายคือหวังชุ่ยผิง เธอก็รีบเปิดประตู
ค่ำคืนที่มืดมิดแบบนี้ เธอใช้ประโยชน์จากแสงสลัวรางเพ่งตามอง ถึงเห็นอย่างชัดเจนว่าคนที่ยืนอยู่หน้าประตูไม่ใช่หวังชุ่ยผิงแค่คนเดียว ยังมีพี่ใหญ่ตระกูลหวังและชายแปลกหน้าอีกคนหนึ่ง
หลิวซื่อดูตื่นเต้นมาก รีบดึงแขนหวังชุ่ยผิง “ชุ่ยผิง ในที่สุดเธอก็กลับมาแล้ว? เข้ามาเร็ว”
“แม่คะ เถี่ยตันอยู่ไหน?” หวังชุ่ยผิงรีบถามหาลูกชาย
“เข้าไปในบ้านก่อนเถอะ”
หวังชุ่ยผิงและคนอื่น ๆ เดินตามหลิวซื่อเข้าไปในลานบ้าน จากนั้นหลิวซื่อก็ปิดประตู
หวังชุ่ยผิงถามอย่างกระวนกระวายใจ
“แม่ เถี่ยตันถูกหลิวไคซานพากลับมาที่นี่หรือเปล่า? ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนคะ?”
เจียงจื้อกังถึงกับตะโกนลั่นบ้าน “เถี่ยตัน อยู่ในบ้านหรือเปล่า?”
หลิวซื่อมองหวังชุ่ยผิงที่แสดงท่าทีกระวนกระวายร้อนใจ ก่อนจะตอบตามจริงว่า “ชุ่ยผิง เถี่ยตันกลับมาที่นี่ก็จริง แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่ที่นี่แล้ว เธอเข้ามาคุยกันก่อนเถอะ”
เถี่ยตันไม่อยู่ในบ้าน?
พี่ใหญ่หวังถามเสียงดัง “ป้า หลิวไคซานเอาเถี่ยตันไปซ่อนไว้ที่ไหน?”
พี่ใหญ่หวังยืนขวางอยู่กลางลานบ้านอย่างไม่เกรงกลัว ด่าทอชุดใหญ่ “เขามันไม่มีสามัญสำนึก คบชู้กับพยาบาลลูกติดตอนทำงานเป็นหมอในเมือง สองคนนี้ลักลอบคบหากันมาตั้งสี่ปี คุณรู้เรื่องนี้หรือเปล่า เพื่อผู้หญิงแพศยาคนหนึ่ง เขาถึงกับยอมทิ้งชุ่ยผิงกับเถี่ยตันเพื่อไปแต่งงานกับนังนั่น ตอนนี้แม้แต่ผู้หญิงคนนั้นยังเลิกกับเขา แถมเขายังลักพาตัวเถี่ยตันโดยพลการอีก เขาต้องการอะไรจากเรากันแน่”
พี่ใหญ่หวังโกรธมาก เค้นถามอย่างไม่ปรานี
หลิวซื่อพูดอย่างอ่อนแรง “ชุ่ยผิง บอกให้พี่ชายเธอเข้าบ้านก่อน”
“แม่ เขาเล่าเรื่องทุกอย่างให้แม่ฟังหรือยังคะ?”
หวังชุ่ยผิงมองไปที่แม่ของอดีตสามีหลังค่อม สงสารเกินกว่าจะรั้งอีกฝ่ายให้ยืนหลังแข็งอยู่ตรงนี้ จึงหันไปสงบสติอารมณ์พี่ชายที่กำลังโกรธเกรี้ยว “พี่ใหญ่ เข้าไปในบ้านกันเถอะ”
แสงในบ้านสว่างกว่านอกบ้าน หวังชุ่ยผิงมองไปที่แม่สามีเก่า ถามอย่างรีบร้อนว่า “แม่ รีบบอกพวกเราเร็วเข้าเถอะ ตอนนี้เถี่ยตันอยู่ที่ไหน หลิวไคซานพาเขาไปซ่อนใช่ไหม”
หลิวซื่อก้มหน้าไม่ยอมพูดอะไร หวังชุ่ยผิงจึงถามอีกครั้งว่า “เขาเล่าให้แม่ฟังหรือยังว่าเราสองคนหย่ากันแล้ว”
หลิวซื่อรู้สึกผิดเกินกว่าจะมองสบตาหวังชุ่ยผิง เธอพยักหน้าอย่างอ่อนแรง “เล่าแล้ว ฉันรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว”