เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 648 ตามหาหลิวไคซาน
บทที่ 648 ตามหาหลิวไคซาน
เมื่อเผชิญกับสายตาวิตกกังวลของหวังชุ่ยผิงและคนอื่น ๆ ลู่ฮ่าวทำได้เพียงตอบตามจริงว่า “เถี่ยตันไม่ได้มาที่นี่”
“อะไรนะ เถี่ยตันไม่ได้มาหาพวกเธอหรือ แล้วเขาหายไปไหนกันล่ะ”
หวังชุ่ยผิงปักหมุดความหวังทั้งหมดไว้ที่กู้หนาน ก่อนหน้านี้เถี่ยตันก็อาศัยอยู่ที่นี่ เพราะเป็นเพื่อนบ้านกับกู้หนานเธอเลยคิดว่าเถี่ยตันน่าจะมาที่นี่
“เกิดอะไรขึ้น เถี่ยตันหายไปหรือครับ” ลู่ฮ่าวถาม
กู้หนานและเฉินหย่าจือก็เดินออกมาบ้างเมื่อพวกเขาได้ยินเสียงเอะอะข้างนอก
หวังชุ่ยผิงตอบอย่างกระวนกระวาย “พี่ชายฉันไปรับเขาจากโรงเรียน แต่เขาไม่อยู่ที่โรงเรียน ครูบอกว่าเขาไม่มีเรียนในช่วงบ่าย เมื่อวานนี้เถี่ยตันเล่าให้ครูฟังว่าเขาจะย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่ไกลจากโรงเรียนหน่อย ครูคิดว่าเขาน่าจะตามพวกเราไปย้ายบ้านในตอนบ่าย รู้แบบนั้นแล้วเราก็เริ่มออกตามหาไปรอบ ๆ ทั้งแถวบ้านใหม่และอาคารนี้ แต่ไม่เจอวี่แววของเขาเลย”
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังชุ่ยผิง หัวใจของกู้หนานก็เต้นรัว เธอถามว่า “เถี่ยตันออกไปวิ่งเล่นข้างนอกหรือเปล่าคะ”
“เป็นไปไม่ได้ พี่ชายของฉันยังไปไม่ถึงโรงเรียนเลย เถี่ยตันจะนั่งรอพี่ชายฉันไปรับกลับบ้านทุกครั้งหลังเลิกเรียน วันนี้เขาก็ต้องอยู่รอพี่ชายฉันมารับ แล้วค่อยขนของย้ายไปอยู่ที่บ้านในซอย เขาไม่มีทางเถลไถลไปไหนแน่”
หวังชุ่ยผิงเริ่มเป็นกังวล เสียงสั่นเทาขึ้นมาแล้ว เธอคว้ามือของกู้หนานไว้แล้วเริ่มคาดเดาสิ่งที่อยู่ในใจว่า
“หนานหน่าน เธอคิดว่าหลิวไคซานเป็นคนลักพาตัวเขาไปหรือเปล่า?”
พวกเขาค้นหาทุกที่เท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว แต่ก็ยังไม่เจอเถี่ยตัน ความสงสัยในใจของหวังชุ่ยผิงยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เธอพยายามหลีกเลี่ยงเพราะไม่กล้าคิดไปในทิศทางนั้น
หวังชุ่ยผิงฝากความหวังไว้ที่กู้หนานเป็นจุดสุดท้าย แต่แล้วความหวังสุดท้ายของเธอก็พังทลายลง
หวังชุ่ยผิงไม่สามารถยืนอย่างมั่นคงได้ เจียงจื้อกังต้องคว้าตัวมาพยุงเธอไว้
“ชุ่ยผิง อย่าด่วนกังวลไปเลยนะ เราออกตามหาเขาอีกครั้งกันเถอะ”
“ใช่ ทุกคนควรแยกกันตามหา รู้ไหมว่าหลิวไคซานพักอยู่ที่ไหน? เราควรไปตามหาเขาถึงบ้านด้วย”
กู้หนานทำท่าทางเหมือนจะตามทุกคนออกไป แต่เจียงจื้อกังหยุดเธอไว้ “หนานหน่าน เธอรออยู่ที่บ้านเถอะ เดี๋ยวพี่กับพี่เขยจะออกไปตามหากันเอง”
ลู่ฮ่าวเห็นว่าทั้งสามคนดูไม่อยู่กับร่องกับรอยเพราะความวิตกกังวลจึงตัดสินใจช่วยรับผิดชอบ “งั้นเอาแบบนี้ เราจะแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่ม พี่จื้อกัง คุณออกไปตามหาเขาแถวริมถนน จากนั้นไปสอบถามครูของเขาที่โรงเรียนอีกครั้ง ผมจะขับรถพาพี่ใหญ่หวังกับพี่สะใภ้ไปที่บ้านของหยางฉิน”
ครั้งล่าสุดที่เจอกัน หลิวไคซานแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าเขาไม่อนุญาตให้เจียงจื้อกังอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดิมของเขา
ตอนนี้เจียงจื้อกังไม่ควรไปปรากฏตัวต่อหน้าหลิวไคซาน เขาจะได้ไม่ขัดเคืองและทำให้ความขัดแย้งบานปลาย
“ได้ เอาตามนี้แหละ”
ลู่ฮ่าวถามหวังชุ่ยผิง “พี่สะใภ้ คุณรู้ไหมว่าบ้านของหยางฉินอยู่ที่ไหน?”
หวังชุ่ยผิงตอบกลับ “รู้สิ”
“งั้นพวกเรารีบไปขึ้นรถกันเถอะ”
เขาไม่ลืมหันมาบอกกู้หนาน “หนานหน่าน คุณรอฟังข่าวจากเราอยู่ที่บ้านนะ”
ลู่ฮ่าวประจำตำแหน่งคนขับ เรียกพี่ใหญ่หวังกับหวังชุ่ยผิงขึ้นรถโดยเร็ว จากนั้นก็บึ่งไปที่บ้านของหยางฉินตามที่อยู่ที่หวังชุ่ยผิงบอก
หยางฉินอาศัยอยู่ที่บ้านหลังเล็ก ๆ ในตรอก
ลู่ฮ่าวจอดรถแอบไว้ที่ปากซอย แล้วทั้งสามก็เดินเท้าเข้าไป
เมื่อถึงหน้าประตู หวังชุ่ยผิงก็ก้าวไปข้างหน้า เคาะประตูอย่างแรง ไม่นาน ประตูลานบ้านก็ถูกเปิดออก
หยางฉินเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าประตูแล้วทำหน้าย่นทันที เธอเอาตัวขวางประตูไว้แล้วถามด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง “มาที่นี่ทำไม?”
เธอรู้จักหวังชุ่ยผิงกับลู่ฮ่าวเป็นอย่างดี
ส่วนพี่ใหญ่หวังที่หน้าตาดุร้ายคนนั้น หยางฉินแค่เห็นหน้าเขาก็รู้สึกหวาดกลัวแล้ว
หวังชุ่ยผิงรีบถามอย่างร้อนใจ
“หลิวไคซานอยู่ไหน? ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน? เขาพาลูกชายฉันกลับมาที่นี่หรือเปล่า?”
เมื่อหยางฉินพบเธอในฐานะคู่แข่งด้านความรัก เธอก็ตอบส่ง ๆ อย่างไม่รับแขก “บ้าหรือเปล่า ฉันจะเอาลูกคนอื่นมาอยู่ในบ้านตัวเองทำไม”
ลู่ฮ่าวออกโรงบ้าง เขามองไปที่หยางฉิน พูดอย่างสุภาพว่า “หัวหน้าพยาบาลหยาง เถี่ยตันหายตัวไป พวกเราก็เลยออกมาตามหาเขา เลยแวะมาถามที่นี่สักหน่อยเผื่อรองผู้อำนวยการหลิวจะพาเขามาที่นี่”
เมื่อพูดถึงหลิวไคซาน สีหน้าของหยางฉินก็ยิ่งไร้ความปรานี “หลิวไคซานไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าเขาพาลูกตัวเองไปไหน”
เมื่อหวังชุ่ยผิงได้ยินแบบนั้น เธอก็แค่นเสียงคำรามด้วยแรงอารมณ์ “ไร้สาระ! หลิวไคซานจะไม่อยู่ที่นี่แล้วได้ยังไง เขาแต่งงานกับเธอแล้ว เขาจะไปอาศัยอยู่ที่ไหนได้”
“ฉันบอกว่าเขาไม่อยู่ที่นี่ไงล่ะ” หยางฉินพูดซ้ำ
หวังชุ่ยผิงมองหน้าหยางฉิน ถามอย่างกระวนกระวายต่อไป “พวกเธอยังมีที่อยู่อื่นด้านนอกอีกไหม รีบบอกฉันมาเร็วเข้า ฉันอยากเจอลูกชายฉันจริง ๆ”
หยางฉินยืนนิ่ง ไม่ยอมตอบคำถามหวังชุ่ยผิง
“ไม่ต้องพูดพล่ามไร้ประโยชน์กับหล่อนแล้ว เราเข้าไปหาคนในบ้านเลยดีกว่า” พี่ใหญ่หวังไม่อยากเสวนากับผู้หญิงคนนี้อีกต่อไป เขามองไปที่หยางฉินพลางกัดฟันกรอด ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเป็นผู้หญิง เขาคงต่อยเธอคว่ำไปนานแล้ว
เมื่อหยางฉินเห็นว่าชายหน้าตาดุดันคนนี้คิดจะบุกเข้าไปในบ้านตัวเอง เธอก็รู้สึกหวาดกลัว รีบปิดกั้นประตูไม่ยอมให้เขาเข้าไป
เธอกลัวว่าเขาจะทำให้ลูกสาวตกใจกลัว
หยางฉินพยายามขวางประตูไว้ แต่พี่ใหญ่หวังยื่นมือออกไปผลักเธอ “ไปให้พ้น เราจะเข้าไปหาเด็ก”
พี่ใหญ่หวังมีพละกำลังพอ ๆ กับวัวชน สามารถผลักหยางฉินออกไปอย่างง่ายดาย เขารีบวิ่งเข้าไปในลานบ้านทันทื
“เถี่ยตัน หลานอยู่ที่นี่ไหม?”
พี่ใหญ่หวังตะโกนเสียงดังลั่นไปทั่วลานบ้าน “ไอ้คนแซ่หลิว โผล่หัวออกมาซะ คืนเถี่ยตันให้ฉันได้แล้ว”
เมื่อเห็นว่าพี่ใหญ่หวังไม่เจอใครก็กำลังจะบุกเข้าไปในตัวบ้านเพื่อหาคน หยางฉินก็ตะโกนขึ้นมาอย่างเร่งรีบ
“ฉันเลิกกับเขาแล้ว ฉันหย่ากับหลิวไคซานแล้ว”
“หย่ากัน?” หวังชุ่ยผิงและลู่ฮ่าวมองไปที่หยางฉินพร้อมกันด้วยความประหลาดใจ
ใบหน้าของหยางฉินน่าเกลียดมาก ความจริงแล้วเธอไม่ต้องการให้หวังชุ่ยผิงรู้เรื่องนี้ เพราะเธอรู้สึกละอายใจ
เธอพรากสามีมาจากผู้หญิงคนนี้ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็พรากจากเธอไป
ในสถานการณ์คับขันแบบนี้ ถ้าเธอไม่ยอมพูดความจริงออกไป ไม่แน่ว่าอาจเป็นภัยต่อชีวิตของเธอและลูกสาว
หยางฉินมองไปที่พวกเขา ก่อนจะพูดด้วยความไม่พอใจ
“ใช่ ฉันหย่ากับเขา เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ตั้งนานแล้ว ลูกชายเธอก็ไม่อยู่ที่นี่เหมือนกัน”
หวังชุ่ยผิงแสดงสีหน้าเหลือเชื่อ “เกิดอะไรขึ้น พวกเธอแอบรักกันมาตั้งหลายปี เพื่อเธอแล้วเขาแทบไม่ลังเลที่จะหย่ากับฉันเลยด้วยซ้ำ แล้วจะเลิกกันได้ยังไง ฉันไม่เชื่อหรอก”
แม้ว่าหลิวไคซานจะมาหาหวังชุ่ยผิง ขอพูดคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว และบอกว่าเขาอยากเริ่มต้นใหม่กับเธอ แต่หวังชุ่ยผิงเชื่อมาโดยตลอดว่าหลิวไคซานแค่หลอกให้เธอตายใจไปอย่างนั้นเพื่อที่จะยึดบ้านคืน
เขากับหยางฉินแอบคบชู้กันมาสี่ปีแล้ว พวกเขาจะเลิกขาดจากกันเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร
หยางฉินจ้องมองหวังชุ่ยผิงอย่างจนปัญญาเหมือนกัน ทำได้เพียงย้ำประโยคเดิมซ้ำ ๆ
“ฉันหย่ากับเขามาได้สักพักแล้วจริง ๆ”
ขณะที่หยางฉินพูดแบบนี้ สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยการประชดประชัน
ช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่หยางฉินเป็นมือที่สาม พยายามยุให้หลิวไคซานหย่ากับผู้หญิงบ้านนอกคนนี้ทุกวัน เธอจะได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเขาได้อย่างถูกต้องและออกหน้าออกตา
แต่เมื่อได้มาอยู่ด้วยกันจริง ๆ เธอถึงรู้ว่าโลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดไว้
พี่ใหญ่หวังไม่เชื่อคำพูดของหยางฉิน เขาบุกเข้าไปในห้องโถงของตัวบ้าน ตั้งใจว่าจะเข้าไปข้างในแล้วค้นหารอบ ๆ ให้แน่ใจ
หยางฉินรีบเข้าไปห้ามเขา “อย่าทำอะไรตามอำเภอใจได้ไหม คุณกำลังบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของฉันนะ ฉันจะโทรแจ้งตำรวจ”
“งั้นก็รีบโทรแจ้งเดี๋ยวนี้เลยสิ ตำรวจจะได้มาช่วยพวกเราตามหาหลานชายฉัน”
ลูกสาวของหยางฉินได้ยินเสียงเอะอะโวยวายข้างนอก จึงวิ่งออกมาจากในห้อง เมื่อเห็นคนแปลกหน้าสองสามคนเดินเข้ามาจากข้างนอก เธอก็ตกใจกลัวมาก รีบหดตัวเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของหยางฉิน
“แม่คะ คนพวกนี้มาทำอะไรคะ?” เด็กหญิงตัวน้อยเงยหน้าขึ้นถามเบา ๆ
ลู่ฮ่าวเดินเข้าไปหาพวกเขา ส่งยิ้มให้พร้อมกับถามลูกสาวของหยางฉินด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หนูน้อย ช่วงนี้มีเด็กผู้ชายตัวเล็กมาเล่นกับหนูบ้างหรือเปล่า?”
ลูกสาวของหยางฉินมองพวกเขาด้วยสายตากลัว ๆ ก่อนจะส่ายหน้า
“แล้วลุงหลิวล่ะ” ลู่ฮ่าวถามสาวน้อยอีกครั้ง
เด็กหญิงตัวน้อยตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนแอ “ไม่อยู่ค่ะ”
“รู้ไหมว่าเขาออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่” ลู่ฮ่าวย่อตัวลง ต่อหน้าเด็กหญิงตัวน้อย เขายังคงถามเธอด้วยเสียงนุ่มนวล
“ตั้งนานแล้วค่ะ เขาเดินออกไปหลังเถียงกับแม่”