เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 647 เถี่ยตันหายไป
บทที่ 647 เถี่ยตันหายไป
หลังจากได้รับกล่องของขวัญจากเฉินหย่าจือแล้ว ลู่ฮ่าวและกู้หนานก็ผลัดกันขอบคุณเธออย่างมีความสุข “ขอบคุณครับแม่/ขอบคุณค่ะลุงเดวิด”
เฉินหย่าจือพูดด้วยรอยยิ้ม “ลองเปิดดูสิ”
ตอนแรกที่เห็นกล่องกำมะหยี่ กู้หนานคิดว่าน่าจะเป็นพวกแหวนและสร้อยคอ แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นนาฬิกาข้อมือสองเรือน
เมื่อเห็นโลโก้บนนั้น ริมฝีปากของกู้หนานก็เผยอออกเล็กน้อยด้วยความตกใจ
เป็นนาฬิกาแบรนด์ดัง
เฉินหย่าจือยิ้ม “แม่ซื้อให้คนละหนึ่งเรือน ลองสวมดูสิ นาฬิกาเรือนนี้สามารถปรับขนาดสายได้ด้วยนะ”
แม้ว่าเงินเดือนของลู่ฮ่าวจะไม่สูงมาก แต่เขาก็รู้จักยี่ห้อของนาฬิกาเรือนนี้เป็นอย่างดี ถ้าเป็นก่อนหน้านี้เขาอาจสูญเสียความภาคภูมิใจในตัวเอง และรู้สึกละอายเกินกว่าจะยอมรับของราคาแพงแบบนี้ แต่ตอนนี้เขาสนิทสนมคุ้นเคยกับแม่และลุงเดวิดเป็นอย่างดี ลู่ฮ่าวจึงยินดีที่ได้รับของขวัญราคาแพงจากแม่
เขาพูดติดตลกพลางยิ้ม “ถือเป็นเรื่องดีที่มีแม่เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ ไม่งั้นลำพังเงินเดือนของผมเอง เมื่อไหร่จะสามารถซื้อนาฬิกาแบรนด์ดังให้หนานหน่านได้”
เฉินหย่าจือมองดูลูกชายและลูกสะใภ้ของเธอด้วยความรัก พูดว่า “อีกหน่อยแม่กับลุงเดวิดก็จะได้ทำธุรกิจร่วมกับลูก ๆ แล้ว ลูกสองคนทำงานของตัวเองให้มีความสุขต่อไปเถอะ แม่สัญญาว่าจะดูแลคุณภาพชีวิตของพวกลูกให้ดีที่สุด”
เธอต้องการชดเชยเวลาที่เสียไปคืนให้พวกเขาด้วยใจจริง
“แม่ครับ อย่าปรนเปรอความสบายให้พวกเรามากไป ไม่อย่างนั้นเราจะหลงระเริง คิดว่าจะกินใช้สมบัติไปจนตาย”
“เป็นไปไม่ได้ แม่จะไม่รู้จักลูกชายกับลูกสะใภ้ของตัวเองเชียวหรือ? พวกเธอทำงานหนักกว่าแม่และเดวิดซะอีก เนื้องานของเราสองคนไม่เหมือนกันนะ”
ลู่ฮ่าวออกไปทำงานแต่เช้า กว่าจะกลับก็ค่ำมืดทุกวัน เป็นคนที่ลำบากที่สุดในครอบครัวของพวกเขา
แน่นอนว่าอาชีพของเขาก็ถือเป็นอาชีพที่ทรงเกียรติที่สุดเช่นเดียวกัน
“ลองใส่ดูว่าพอดีไหม”
“ได้ครับ”
ลู่ฮ่าวหยิบนาฬิกาผู้หญิงออกมาก่อน จากนั้นบรรจงใส่ให้กู้หนาน
กู้หนานขยับข้อมือไปมา “ใส่ได้พอดีเลยค่ะ”
เธอยกข้อมือขึ้นดูเข็มนาฬิกาบนหน้าปัดบอกเวลา
ความรู้สึกเวลามองดูนาฬิกาแบรนด์ดังช่างแตกต่าง “คุณแม่ ขอบคุณมากนะคะที่อุตส่าห์จ่ายเงินให้เรา”
นาฬิกาเรือนนี้ราคาอย่างต่ำก็หลายหมื่น แต่แม่สามีของเธอกลับเต็มใจซื้อให้
“พวกเราตั้งใจว่าจะนำเงินทั้งหมดที่หามาได้ให้ลูกใช้ ก็แค่นาฬิกาสองเรือนเท่านั้นเอง ราคาจะสักเท่าไหร่เชียว?”
เฉินหย่าจือมีเงินเหลือกินเหลือใช้ เงินที่ใช้จ่ายไปจึงถือเป็นเงินเพียงเล็กน้อยสำหรับเธอ
คราวนี้กู้หนานเป็นฝ่ายช่วยลู่ฮ่าวใส่นาฬิกา พบว่าสายมันพอดีข้อมือ
เห็นได้ชัดว่าแม่ของเขาจดจำขนาดข้อมือของพวกเขาได้เป็นอย่างดีตั้งแต่ก่อนที่เธอจะเดินทางไปต่างประเทศ
เดวิดพูดเสริมจากด้านข้างว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ใส่ติดตัวตั้งแต่ตอนนี้เลย เดี๋ยวฉันกับแม่เธอจะพาไปดูรถคันใหม่ ถ้ามีพอดีก็ออกเลยสักคันหนึ่ง”
คู่หนุ่มสาวยังชื่นชมนาฬิกาตรงหน้าอยู่ หลังจากได้ยินคำพูดของเดวิดแล้ว ลู่ฮ่าวก็รีบปฏิเสธเสียงดัง
“ลุงเดวิด ผมยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้รถจริง ๆ โรงพยาบาลอยู่หน้าบ้านแบบนี้ ผมเดินเท้าไปทำงานแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว หนานหน่านก็ขับรถซานทาน่าของพ่อตา”
เฉินหย่าจือตอบว่า “ซื้อไว้สักคันเถอะ มีรถแล้วเดินทางไปไหนมาไหนสะดวกกว่า อีกหน่อยขับกลับบ้านเกิดก็ยังได้”
“แม่ ถ้าอยากให้เราซื้อรถจริง ๆ พวกเราขอใช้เงินของตัวเองซื้อก็แล้วกัน”
เฉินหย่าจือเห็นว่าทัศนคติของพวกเขาค่อนข้างมั่นคงจึงยิ้มเป็นการตอบกลับ “งั้นไว้ค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลัง”
วันรุ่งขึ้น กู้หนานพาเฉินหย่าจือและเดวิดไปที่โรงงานเครื่องจักร
ก่อนหน้านี้เธอเคยเจอหัวหน้าฝ่ายขายประจำโรงงานเครื่องจักรแล้วครั้งหนึ่ง เพื่อจ่ายเงินค่ามัดจำสำหรับสั่งซื้อเครื่องจักรทั้งหมดที่เธอต้องการ
ครั้งนี้เธอมาที่นี่เพื่อจ่ายเงินส่วนที่เหลือและขนส่งเครื่องจักรออกไป
เมื่อหัวหน้าหวังเห็นกู้หนานและคนอื่น ๆ เข้ามา เขาก็มาต้อนรับทุกคนอย่างอบอุ่น
กู้หนานถามหัวหน้าหวัง “หัวหน้าหวังคะ คุณยังไม่ได้ทำเรื่องจัดส่งอุปกรณ์เครื่องจักรไปที่โรงงานฉันอีกหรือ?”
หัวหน้าหวังพูดด้วยความลำบากใจ “เสี่ยวกู้ ถ้าโรงงานของคุณอยู่ในหลันเฉิง หัวหน้าฝ่ายรถบรรทุกขนส่งของโรงงานเราย่อมยินดีไปจัดส่งให้แน่นอน แต่ผมจำได้ว่าล่าสุดคุณบอกว่าโรงงานของคุณดูเหมือนจะตั้งอยู่ที่บ้านเกิดของคุณในชนบทใช่ไหม? พอดีว่าที่นั่นอยู่นอกระยะจัดส่งของเราครับ”
กู้หนานตอบกลับ “ใช่ค่ะ โรงงานอยู่ที่บ้านเกิดของฉัน แต่ใช้เวลาเดินทางแค่สามชั่วโมงเองนะคะ สามารถไปกลับได้ภายในหนึ่งวัน”
“คือว่า… โรงงานของเรา ไม่เคยออกไปส่งสินค้าไกลขนาดนั้นมาก่อน ก็เลยไม่ง่ายที่จะจัดการ”
เดวิดก้าวไปข้างหน้า เจรจากับหัวหน้าหวังว่า “จะเป็นอะไรไปครับ พวกเรายินดีจ่ายค่าขนส่งให้ คุณหัวหน้าช่วยเป็นธุระเจรจากับหัวหน้าฝ่ายรถบรรทุกขนส่งอีกครั้งหนึ่งเถอะครับ คุณก็เห็นว่าพวกเราไม่มีรถบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ แถมตอนนี้โรงงานของพวกคุณยังอยู่ในระหว่างปรับปรุงแก้ไขเครื่องจักร หลังจากอะไร ๆ เข้าที่เข้าทางแล้ว เราตั้งใจว่าจะติดต่อซื้อขายกับคุณต่อไป เผื่ออนาคตเราขยายสาขาเพิ่ม เราจะได้สั่งซื้ออุปกรณ์เครื่องจักรจากโรงงานคุณไปตลอด ไม่ต้องกังวล เราจะรับผิดชอบค่าขนส่งทั้งหมด ไม่ปล่อยให้หัวหน้าทำงานโดยเปล่าประโยชน์แน่ครับ”
เมื่อได้ยินสิ่งที่เดวิดพูด หัวหน้าหวังมองดูพวกเขาพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “พวกเรายังต้องแก้ไขข้อบกพร่องของอุปกรณ์อยู่จริง ๆ เดี๋ยวผมจะลองหารือกับผู้เชี่ยวชาญในโรงงานก่อน ถ้าพวกเขาเต็มใจจะออกไปขนส่งสินค้า ผมรับรองว่าสินค้าทั้งหมดจะถูกส่งตรงถึงหน้าโรงงานของคุณเลยครับ”
หัวหน้าหวังสังเกตเห็นว่าคนเหล่านี้ดูไม่ธรรมดา ถ้าทั้งสองฝ่ายบรรลุความร่วมมือร่วมกันในครั้งนี้ จะกลายเป็นผลดีสำหรับพวกเขา และอาจนำไปสู่คำสั่งซื้อชุดใหญ่ในอนาคต
“ถ้าอย่างนั้นขอบคุณหัวหน้าหวังมากนะครับ”
กู้หนานและคนอื่น ๆ เดินตามหัวหน้าหวังเข้าไปด้านในเพื่อตรวจสอบอุปกรณ์
“แม่คะ ลุงเดวิด ดูเครื่องหั่นนี้สิ จากนี้ไปโรงงานในบ้านเกิดของฉันก็จะสามารถหั่นหวงฉีกับตังเซียมชิ้นหนา ๆ จนกลายเป็นยาสมุนไพรชิ้นเล็กได้ด้วยเครื่องนี้แล้ว”
“ส่วนนี่เป็นเครื่องล้างทำความสะอาดสมุนไพร”
“นี่คือเครื่องสำหรับอบแห้งค่ะ”
กู้หนานคุ้นเคยกับเครื่องจักรและอุปกรณ์เหล่านี้เป็นอย่างดี เฉินหย่าจือและเดวิดมาที่โรงงานเครื่องจักรเป็นครั้งแรก กู้หนานจึงขอให้หัวหน้าหวังช่วยแนะนำการใช้งานให้พวกเขาอีกครั้ง
เครื่องจักรและอุปกรณ์ทั้งหมดในยุคนี้มีฟังก์ชันที่ค่อนข้างเรียบง่าย ยังมีช่องว่างสำหรับการปรับปรุงกลไกอีกมาก
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีเครื่องทุ่นแรงก็สะดวกกว่าการออกแรงเองอยู่แล้ว
หลังจากเสร็จสิ้นการเยี่ยมชม หัวหน้าหวังก็ไปติดต่อกับหัวหน้าและพนักงานขับรถขนส่งสินค้าของโรงงาน เพื่อส่งต่อคำขอของกู้หนานในการส่งสินค้าไปที่เมืองหล่งซาน โดยพวกเธอจะออกค่าใช้จ่ายเอง
เนื่องจากข้อเสนอค่าจัดส่งของกู้หนานสูงมาก คนขับรถส่งของจึงตื่นเต้นกันมาก
นอกจากนี้ โรงงานของพวกเขาจำเป็นต้องส่งต้นแบบเพื่อตรวจแก้ไขจุดบกพร่องและทำการติดตั้ง พวกเขาเลยตกลงรับงานนี้
แน่นอนว่ากู้หนานและคนอื่น ๆ จะต้องเป็นผู้นำทาง
กู้หนานจับมือหัวหน้าหวังพร้อมกับขอบคุณอย่างสุดซึ้ง “งั้นเรามาตกลงกัน ฉันจะจ่ายเงินค่าเครื่องจักรและค่าขนส่งตอนนี้เลย”
เฉินหย่าจือส่งสัญญาณให้เดวิดเป็นคนจ่ายเงินต่อหน้ากู้หนาน
กู้หนานหยิบบัตรเครดิตของตัวเองออกมาอย่างรวดเร็ว “แม่คะ ไม่ต้องออกให้ฉันหรอก ฉันมีเงินอยู่ค่ะ”
เฉินหย่าจือไม่เปิดโอกาสให้เธอจ่ายเลย “เงินแม่ก็เหมือนเงินของเธอนั่นแหละ”
กว่าทุกคนจะกลับมาจากโรงงานผลิตเครื่องจักรก็เป็นเวลาบ่ายแล้ว ระหว่างทางพวกเขาแวะซื้ออาหารก่อนจะกลับเข้าบ้าน
เมื่อพวกเขาออกนอกประเทศครั้งนี้ เฉินหย่าจือและเดวิดพบว่าพวกเขาไม่ชินกับการกินอาหารตะวันตกอีกต่อไป โหยหาอาหารบ้านเกิดทุกวัน
ใช่แล้ว แม้ว่าพวกเขาจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศมาหลายสิบปี พวกเขาก็ยังรู้สึกเสมอว่าที่นี่คือบ้านเกิดเมืองนอนและรากเหง้าของพวกเขา
ครอบครัวอยู่ที่ไหน บ้านก็อยู่ที่นั่น
พอลู่ฮ่าวกลับมาหลังจากเลิกงาน ข้าวก็หุงสุกพอดี
ครอบครัวแยกกันอยู่มาสักระยะหนึ่ง ในที่สุดวันนี้พวกเขาก็ได้รับประทานอาหารร่วมโต๊ะกันแล้ว เฉินหย่าจือมีความสุขมาก คอยตักอาหารให้ลูกชายและลูกสะใภ้บ่อยครั้ง
เดวิดเองก็คอยบริการเฉินหย่าจือโดยการตักอาหารจานโปรดให้
ทั้งครอบครัวกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย
ลู่ฮ่าวถามกู้หนาน “เรื่องเครื่องจักรเรียบร้อยดีไหม?”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ คุณแม่กับลุงเดวิดเป็นคนออกเงินให้” กู้หนานมองไปที่เดวิดและเฉินหย่าจือด้วยความเขินอาย
เดวิดยิ้มพลางพูดว่า “พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน แม่เธอเพิ่งจะบอกไปไม่ใช่หรือ? ไม่ว่าเงินใครก็ไม่แตกต่างกัน”
“แม่ ลุงเดวิด ถ้าอย่างนั้นคุณสองคนก็ถือเป็นผู้ลงทุนหลัก ในอนาคตต้องมีส่วนร่วมในการถือหุ้นด้วย”
คำพูดของกู้หนานทำให้เฉินหย่าจือหัวเราะออกมาดัง ๆ “ได้ เราถือเป็นหุ้นส่วนกันนับจากนี้”
“พวกเราขอให้คนขับรถส่งสินค้าจากโรงงานขนส่งเครื่องจักรไปที่หล่งซานโดยเราเป็นคนออกค่าขนส่งเอง”
ลู่ฮ่าวพยักหน้า “ดีแล้ว ยังไงเราก็ต้องหาทางขนส่งพวกมันกลับไปที่บ้านเกิด ถ้าเฟิงจื่ออยากกลับบ้านเกิดเหมือนกัน เราค่อยขอให้เขาช่วยเป็นคนบอกทางให้คนขับรถก็ได้ แต่ถ้าเขาไม่ว่างพอดีเราคงต้องต่อรองกับทางโรงงานเครื่องจักรให้ขับรถไปส่งของวันเสาร์อาทิตย์เป็นกรณีพิเศษ”
ขณะที่พวกเขานั่งคุยกันในห้องนั่งเล่นและเปิดโทรทัศน์ดูหลังมื้ออาหารเย็น จู่ ๆ ทุกคนก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตูอย่างแรง
เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวข้างนอก ทุกคนก็หยุดกิจกรรมของตัวเองทันที
ลู่ฮ่าวลุกยืนขึ้น “ผมไปดูเอง”
ทันทีที่บานประตูเปิดออก ปรากฏว่าเป็นหวังชุ่ยผิง เจียงจื้อกัง และพี่ใหญ่หวังที่มายืนอยู่หน้าประตูอย่างใจจดใจจ่อ
“พี่เขย พี่สะใภ้ เกิดอะไรขึ้น?” ลู่ฮ่าวถามอย่างงงงวย
หวังชุ่ยผิงรีบละล่ำละลักถาม “ลู่ฮ่าว เถี่ยตันมาที่บ้านพวกเธอหรือเปล่า?”