เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 641 คนคุ้นเคยทั้งนั้น
บทที่ 641 คนคุ้นเคยทั้งนั้น
เมื่อเห็นว่าคุณหญิงซุนต้องการซื้อเสื้อผ้าให้เธอ เวิงอิ่งก็รู้สึกปลื้มใจ แต่รีบปฏิเสธ “ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า อย่าเปลืองเงินเลยค่ะ”
คุณหญิงซุนยื่นชุดกระโปรงให้เวิงอิ่ง “แค่ชุดเดียวเอง ไม่ได้แพงอะไรมากสักหน่อย ดูสิ ชอบชุดนี้ไหม? ถ้าชอบก็เข้าไปลองเลย”
“คุณป้า ฉันไม่อยากได้จริง ๆ ค่ะ” เวิงอิ่งโบกมือด้วยความลำบากใจพลางปฏิเสธ
ชุดกระโปรงเนื้อบางที่คุณหญิงซุนเสนอว่าจะซื้อให้ดูไม่เหมาะกับเธอเลยสักนิด
เธอไม่สามารถสวมกระโปรงเปลือยท่อนขาแบบนี้ได้
คุณหญิงซุนยังคงพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นอย่างนึกเอ็นดู “จะเกรงใจทำไมกัน? เธอเป็นแฟนลูกชายฉัน ฉันควรซื้อเสื้อผ้าให้ก็ถูกแล้ว”
เวิงอิ่งไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรดี เธอได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ ทำตัวไม่ถูก
คุณหญิงซุนคิดว่าเวิงอิ่งคงไม่ชอบเสื้อผ้าแนวนี้ จึงเปลี่ยนใจไปหยิบเสื้อโค้ตแล้วยื่นให้เธอแทน “ฉันว่าเสื้อตัวนี้น่าจะเหมาะกับนิสัยใจคอของเธอมากกว่า เปลี่ยนมาลองตัวนี้ดูสิ”
เวิงอิ่งถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อเห็นว่าในที่สุดคุณหญิงซุนก็เปลี่ยนมาหยิบเสื้อโค้ตให้เธอ
การลองสวมเสื้อโค้ตค่อนข้างง่ายกว่าการลองสวมชุดกระโปรง
เมื่อคุณหญิงซุนยืนกรานแบบนั้น เวิงอิ่งไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องถอดแจ็คเก็ตกีฬาออกแล้วลองเสื้อตัวใหม่
ที่นี่ไม่มีห้องลองชุด ถ้าจะลองต้องลองภายในร้านเลย
อาการข้อติดบริเวณไหล่ของเวิงอิ่งยังไม่หายดี ขณะที่เธอสวมใส่เสื้อผ้า ท่าทางจึงค่อนข้างลำบากเล็กน้อย
คุณหญิงซุนช่วยเธอจัดเสื้อผ้าให้อีกแรง สายตาเจ้ากรรมบังเอิญเห็นนิ้วที่ไม่สามารถเหยียดตรงของเธอเข้า จึงถามด้วยความสงสัย “เสี่ยวอิ่ง นิ้วเธอเป็นอะไรไป?”
เวิงอิ่งไม่คิดว่าคุณหญิงซุนจะสังเกตเห็นเร็วขนาดนี้ ดวงตาของเธอวูบไหวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับอย่างเป็นกันเอง “คุณป้า ก่อนหน้านี้ฉันไม่รู้วิธีการพิมพ์คอมพิวเตอร์ ก็เลยทุ่มเทเขียนต้นฉบับด้วยมือจนเกินควร กล้ามเนื้อนิ้วมือฉันที่อยู่ในท่าเดิมนาน ๆ ก็เลยหดค่ะ”
เมื่อได้ยินแบบนี้ คุณหญิงซุนก็มองดูเธออย่างเป็นทุกข์ ก่อนจะถอนหายใจ “เสี่ยวอิ่ง เธอทำงานหนักมากจริง ๆ จากนี้ไปต้องจัดสรรเวลาทำงานควบคู่ไปกับการพักผ่อนด้วยนะ”
ไม่มีใครสามารถประสบความสำเร็จได้โดยที่ไร้ความพยายาม
เวิงอิ่งมีพรสวรรค์ด้านความคิดสร้างสรรค์ตั้งแต่อายุยังน้อย เบื้องหลังความสำเร็จย่อมแลกมาด้วยความยากลำบากที่คนธรรมดาไม่อาจเข้าใจได้
“คุณป้า บางครั้งถ้ามีแรงบันดาลใจแวบเข้ามาในหัว ฉันก็หยุดตัวเองไม่ค่อยได้ค่ะ” เวิงอิ่งยิ้มพลางหดมือกลับ “ไม่เป็นไรค่ะ ตอนนี้ฉันเรียนรู้วิธีใช้คอมพิวเตอร์ในการพิมพ์แล้ว ไม่ต้องเขียนหนังสือด้วยมืออีกต่อไป”
“อย่าลืมพักผ่อนมาก ๆ ด้วย”
คุณหญิงซุนเป็นคนมีความคิด เสื้อโค้ตกันลมที่เลือกให้เวิงอิ่งเข้ากับรูปร่างของเธอ ทั้งยังแสดงออกถึงนิสัยส่วนตัวของผู้สวมใส่ด้วย
จากนั้นคุณหญิงซุนก็โบกมือ ขอให้เจ้าของร้านมาห่อเสื้อผ้าที่เลือกใส่ถุง
เวิงอิ่งถามคุณหญิงซุน “แล้วคุณป้ามีเสื้อผ้าที่หมายตาบ้างไหมคะ ฉันจะได้ช่วยคุณเลือกด้วย”
เวิงอิ่งรู้สึกว่าตัวเองอายุน้อยกว่า ไม่ควรรับเสื้อผ้าจากผู้อาวุโสมาเปล่า ๆ เธอเองก็ควรเลือกซื้อเสื้อผ้าให้อีกฝ่ายบ้าง
“เธอไม่ต้องจ่ายให้ฉันหรอก เดี๋ยวฉันซื้อของที่ฉันชอบด้วยตัวเอง บอกแล้วว่าไม่ต้องเกรงใจ ในอนาคตเราสองคนก็จะกลายเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ไว้ถึงตอนนั้นค่อยซื้อให้ฉันก็ยังไม่สาย”
คุณหญิงซุนเห็นเธอเป็นคนในครอบครัวแบบนี้ หัวใจของเวิงอิ่งยิ่งอบอุ่นกว่าเดิม
หญิงสาวยิ้มแย้มอย่างมีความสุข พลางพยักหน้า “ได้ค่ะ”
“ไปเถอะ ไปดูตรงนั้นกัน”
คุณหญิงซุนรู้ชำนาญการช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า เธอเลือกเดินเข้าเฉพาะร้านเสื้อผ้าสตรีระดับไฮเอนด์ อย่างไรก็ตาม เสื้อผ้าที่นี่ไม่ค่อยเป็นที่นิยม ไม่หรูหราเหมือนในกั่งเฉิงด้วย
อาจเป็นเพราะตระกูลซุนคลุกคลีอยู่ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า คุณหญิงซุนก็เลยมีวิสัยทัศน์ที่สูงมาก หลังจากเดินชมด้วยสายตาไปทุกร้าน เธอกลับไม่เจอเสื้อผ้าที่เหมาะกับตัวเองเลย
ถึงอย่างนั้นเธอก็สนุกกับการเดินเลือกดูของด้วยสายตาไม่น้อย
เวิงอิ่งเห็นว่าคุณหญิงซุนไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าใด ๆ เลย หญิงสาวก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะเบื่อหน่าย จึงมองไปที่ถนนซึ่งอยู่ไม่ไกลข้างหน้าแล้วพูดว่า
“คุณป้าคะ เราเดินซื้อของกันมาสักพักแล้ว คุณน่าจะกระหายน้ำ ฉันขอพาคุณไปที่ศูนย์อาหาร เราไปกินของหวานชื่นใจดูดีไหมคะ”
“ดีเหมือนกัน”
ทั้งสองออกจากห้างสรรพสินค้าแล้วตรงไปที่ศูนย์อาหาร
ถึงจะเรียกว่ามันเป็นศูนย์อาหาร แต่จริง ๆ แล้วรูปแบบของมันเหมือนกับถนนตลาดกลางคืนมากกว่า
เวิงอิ่งเคยมาที่นี่พร้อมกับซุนเฉิง เธอชื่นชอบของว่างดับกระหายที่กู้หนานเคยแนะนำเป็นพิเศษ เรียกกันว่าเถียนเปยจื่อ*[1]
แม้ว่าร้านจะมีขนาดเล็ก แต่ก็สะอาดมาก ทั้งยังตั้งอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้า หลายคนที่เหนื่อยจากการเดินซื้อของจึงนิยมแวะมาที่ร้านเพื่อหาอะไรดับร้อน
เวิงอิ่งชี้ไปที่ร้านเล็ก ๆ ข้างหน้า “คุณป้าคะ ที่นั่นมีของว่างขึ้นชื่ออย่างเถียนเปยจื่อขาย วันนี้อากาศร้อน คุณสนใจอยากลองชิมดูไหมคะ?”
“เถียนเปยจื่อหรือ? ไม่เคยได้ยินชื่ออาหารชนิดนี้มาก่อนเลย พาฉันไปลองชิมหน่อยสิ”
คุณหญิงซุนอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับอาหารแปลกใหม่ในหลันเฉิง อยากรู้ไม่พอยังอยากลองอีกด้วย
ทั้งสองนั่งลงที่ร้านค้าขนาดย่อม เวิงอิ่งสั่งเถียนเปยจื่อสองชามจากพนักงาน ไม่นานเถียนเปยจื่อก็ถูกยกมาเสิร์ฟ
ของว่างชนิดนี้คือข้าวโอ๊ตที่กะเทาะเปลือกออก แต่ไม่ผ่านการขัดสี นำไปปรุงและหมักจนมีรสเปรี้ยว เวลารับประทานต้องราดน้ำผึ้งลงไปด้วยจะได้หวานสดชื่น
“คุณป้า ลองชิมเร็วเข้า อร่อยมากเลยนะคะ”
เวิงอิ่งเชิญชวน ในที่สุดคุณหญิงซุนก็ตักใส่ช้อนขึ้นจิบ
“อืม อร่อยจริง ๆ ด้วย”
เมื่อเห็นว่าของว่างที่เธอตั้งใจนำเป็นที่ถูกใจของคุณหญิงซุน เวิงอิ่งก็ยิ้มกว้าง ก่อนจะเริ่มกินชามที่อยู่ตรงหน้าบ้าง
“ร้อนอะไรอย่างนี้ มา ๆ เราแวะนั่งพักตรงนี้ก่อนเถอะ”
ทันใดนั้น เวิงอิ่งก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย
ทันทีที่เธอหันศีรษะไปมอง ก็เห็นเนี่ยอวี้ฮว๋าโบกมือระบายความร้อนต่างพัด เดินเข้ามาพร้อมกับเฉินรั่วหลิน
เนี่ยอวี้ฮว๋ากำลังมองหาที่นั่ง เมื่อเห็นเวิงอิ่งหันหน้ามามองจึงทักด้วยความประหลาดใจ
“คุณเวิง?”
“คุณป้าเนี่ย รั่วหลิน พวกคุณก็มากินเถียนเปยจื่อเหมือนกันหรือคะ”
“ใช่ค่ะ คุณผ่านมาแถวนี้พอดีหรือ”
ในขณะที่เวิงอิ่งกำลังทักทายเนี่ยอวี้ฮว๋า เฉินรั่วหลินก็เหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นเคยซึ่งคาดไม่ถึงว่าจะได้พบกันที่นี่
เธอตกใจมาก “คุณป้าซุน?”
คุณหญิงซุนหันหน้ากลับไปมอง รู้สึกประหลาดใจมากที่เห็นเฉินรั่วหลิน
ทันทีที่คุณหญิงซุนเห็นเฉินรั่วหลิน หัวใจก็ถึงกับเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ก่อนจะมองไปทางเวิงอิ่งโดยไม่รู้ตัว
จบแล้ว แฟนเก่าลูกชายมาเจอกับแฟนคนปัจจุบันเข้าจนได้ ทำยังไงดี?
แต่คุณหญิงซุนทำได้เพียงปล่อยเลยตามเลยและทักทายอีกฝ่าย “รั่วหลิน ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอเธอที่นี่”
ถึงอย่างนั้น คุณหญิงซุนก็สังเกตเห็นความสนิทสนมคุ้นเคยระหว่างเวิงอิ่งกับหญิงวัยกลางคนหน้าตาสะสวยคนนั้น แถมเมื่อกี้นี้คลับคล้ายคลับคลา ได้ยินเวิงอิ่งเรียกอีกฝ่ายว่ารั่วหลินเฉย ๆ
ทั้งสองรู้จักกันมาก่อนหรือ?
เมื่อเห็นว่าคุณหญิงซุนจ้องมองไปที่เนี่ยอวี้ฮว๋า เฉินรั่วหลินก็แนะนำแม่สามีให้รู้จัก “คุณป้าซุน เอ่อ… ฉันขอแนะนำให้พวกคุณรู้จักก่อนนะคะ นี่คือแม่สามีของฉันค่ะ”
เฉินรั่วหลินค่อนข้างลำบากใจเมื่อต้องแนะนำแม่สามีคนปัจจุบันของเธอ กับคนที่เกือบจะกลายเป็นแม่สามีในอดีต
คุณหญิงซุนไม่รู้ว่าเวิงอิ่งมีความสัมพันธ์อย่างไรกับเนี่ยอวี้ฮว๋าและคุ้นเคยกันมากแค่ไหน เมื่อเธอพูดคุยกับเฉินรั่วหลิน จึงค่อนข้างวางตัวห่างเหินและสุภาพมาก
“รั่วหลิน ฉันได้ยินว่าเธอแต่งงานแล้ว”
เมื่อเนี่ยอวี้ฮว๋าได้ยินเฉินรั่วหลินเรียกผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าว่าคุณป้าซุน แถมอีกฝ่ายยังออกมาข้างนอกกับเวิงอิ่ง ก็พอจะเดาตัวตนของอีกฝ่ายได้ทันที
“พี่สาวคนนี้ใช่แม่ของซุนเฉิงหรือเปล่าคะ?” เนี่ยอวี้ฮว๋าถามด้วยรอยยิ้ม
คุณหญิงซุนไม่คาดคิดว่าแม่สามีของเฉินรั่วหลินจะรู้จักลูกชายของเธอด้วย อดคิดไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเธอเริ่มซับซ้อนมากขึ้น
อยากรู้นักว่าลูกชายตัวดีของเธอเคยเล่าอะไรให้เฉินรั่วหลินฟังบ้าง
ทำไมแม่สามีของเธอถึงได้รู้จักฉันกันนะ
คุณหญิงซุนแนะนำตัวอย่างสุภาพว่า “ใช่ค่ะ ฉันเป็นแม่ของซุนเฉิง เพิ่งเดินทางมาจากกั่งเฉิงเมื่อไม่กี่วันก่อน”
“คุณป้าเนี่ย รั่วหลิน พวกคุณมากินเถียนเปยจื่อใช่ไหมคะ? มานั่งด้วยกันสิ”
โต๊ะที่เวิงอิ่งและคุณหญิงซุนนั่งอยู่มีเก้าอี้อีกสองตัวที่ว่างเปล่า เวิงอิ่งจึงเชิญพวกเขานั่งลงด้วยกัน
เนี่ยอวี้ฮว๋าและเฉินรั่วหลินนั่งลงร่วมโต๊ะเดียวกับพวกเขา จากนั้นเนี่ยอวี้ฮว๋าก็เรียกพนักงานมาสั่งเถียนเปยจื่อสองชาม
คุณหญิงซุนมองไปที่เวิงอิ่งสลับกับมองเฉินรั่วหลิน ใบหน้ายังประดับด้วยรอยยิ้ม ถามอย่างอยากรู้ว่า “เสี่ยวอิ่ง เธอรู้จักกับรั่วหลินด้วยหรือ?”
เวิงอิ่งตอบกลับ “ซุนเฉิงเป็นคนพาฉันไปแนะนำให้รู้จักกับเพื่อน ๆ ของเขาค่ะ”
ริมฝีปากคุณหญิงซุนถึงกับกระตุกเล็กน้อย
เจ้าลูกคนนี้นี่นะ คิดยังไงถึงได้พาเวิงอิ่งไปเจอแฟนเก่าตัวเอง เขาโง่หรือเปล่า?
ถ้าเธอเกิดความเข้าใจผิดเข้าจะทำยังไง?
คุณหญิงซุนพอใจกับเวิงอิ่งมากกว่าที่เคยพอใจในตัวเฉินรั่วหลินเสียอีก ตอนนี้เธอจึงระมัดระวังมากกว่าเดิม
[1] เถียนเปยจื่อ เป็นของว่างพื้นเมืองทางเหนือ วัตถุดิบหลักคือข้าวโอ๊ตหมัก เวลารับประทานจะผสมกับน้ำต้มสุกและน้ำตาล มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว มีฤทธิ์ดับกระหายคลายร้อนอย่างดี