เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 634 ให้พ่อแม่มีหลานให้คุณอุ้มสิคะ
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90
- บทที่ 634 ให้พ่อแม่มีหลานให้คุณอุ้มสิคะ
บทที่ 634 ให้พ่อแม่มีหลานให้คุณอุ้มสิคะ
พวกเขามาถึงบ้านตระกูลกู้ พบว่าคนทั้งครอบครัวต่างก็ถูกผู้เฒ่ากู้เรียกมาเช่นเดียวกัน
กู้หนานเห็นว่าสมาชิกในครอบครัวนั่งลงอย่างเรียบร้อยที่โต๊ะ ราวกับว่าพวกเขาอยู่ในการประชุม อีกทั้งบนโต๊ะยังมีอาหารวางเรียงรายไว้เป็นจำนวนมาก เธอก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ไอหยา วันนี้วันสำคัญอะไรกันคะ มีอาหารจานใหญ่เต็มโต๊ะเชียว”
“เธอสองคนมาถึงสักที รีบนั่งลงเถอะ” เนี่ยอวี้ฮว๋าพูดด้วยรอยยิ้ม “หนานหน่าน พวกเราได้ยินมาว่าเธอสอบผ่านแล้ว เราทุกคนก็เลยรอเธอกลับมา จะได้เลี้ยงฉลองกันไง”
กู้ย่าฮุยบ่นอย่างไม่พอใจ “หนานหน่าน เธอนี่จริง ๆ เลย เมื่อวานนี้ตอนเราเจอกันก็ไม่เห็นเล่าเรื่องนี้สักแอะ”
กู้หนานหัวเราะเบา ๆ “เมื่อวานนี้ฉันเองก็ลืมเหมือนกัน”
เมื่อเห็นว่าหลานสาวของเขามีความสามารถแค่ไหน ผู้เฒ่ากู้ก็รู้สึกภาคภูมิใจจากก้นบึ้งของหัวใจ
เด็กคนนี้ทุ่มเทความพยายามอย่างหนัก และพัฒนาตัวเองมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยที่เธอเริ่มตั้งแผงขายรองเท้า ขายเสื้อผ้า เปิดโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า กระทั่งวันนี้ที่เธอได้เป็นหมอ เธอไม่เคยหยุดทำงานแม้แต่วันเดียว
ลูกหลานของตระกูลกู้มีแรงผลักดันในตัวเองที่น่าชื่นชมเป็นที่สุด
ผู้เฒ่ากู้ถามด้วยรอยยิ้ม “หนานหน่าน หลังจากเธอได้ใบประกอบวิชาชีพมาแล้ว เธอคิดจะเปิดคลินิกไหม?”
กู้ย่าฮุยอธิบายกับชายชราว่า “ปู่ครับ เราไม่สามารถเปิดคลินิกได้ทันทีหลังจากที่ได้รับใบประกอบวิชาชีพครับ แต่สามารถทำงานที่โรงพยาบาลไปพลาง ๆ ก่อนได้”
“พี่ชายพูดถูกค่ะ” กู้หนานอธิบาย “ฉันตั้งใจว่าจะเปิดคลินิก แล้วเชิญเนี่ยเหล่ามาเป็นที่ปรึกษา ทางโรงพยาบาลการแพทย์แผนจีนอนุญาตให้ฉันทำงานในโรงพยาบาลไปก่อนได้”
เมื่อเนี่ยอวี้ฮว๋าได้ยินว่าอีกฝ่ายเชิญพ่อชราของเธอไปเป็นแพทย์ที่ปรึกษา เธอก็ยิ้มกว้างพลางพูดว่า “ฉันก็ว่าทำไมวันนี้พ่อที่อยู่บ้านถึงได้ตื่นเต้นนัก แถมยังเอาแต่ร้องเพลง ที่แท้เขาก็กำลังจะได้กลับไปทำงานที่ตัวเองรักนี่เอง”
วันนี้เธอไปเยี่ยมชายชรา เลยเห็นว่าชายชรากำลังเล่นหมากรุกและร้องเพลงอยู่ในสวนคนเดียวอย่างอารมณ์ดี อีกทั้งยังยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นพิเศษ
เนี่ยอวี้ฮว๋าจึงพลอยมีความสุขไปกับเขาด้วย “สุดยอดไปเลย ทั้งชีวิตของพ่อฉันคงอุทิศให้กับผู้ป่วยจริง ๆ”
“มาเถอะ มาดื่มอวยพรและแสดงความยินดีกับหนานหน่านที่ได้เป็นแพทย์วิชาชีพกัน”
ทั้งครอบครัวโห่ร้องพลางชูแก้วชาและเครื่องดื่มอื่น ๆ ขึ้น ทุกคนต่างยิ้มสดใส
“หนานหน่าน ตอนนี้เธอคงค่อนข้างเจริญอาหารมากใช่ไหม? ตอนนี้เธอกำลังท้อง กินให้มากหน่อย เด็กในท้องจะได้ดูดซึมสารอาหารจากแม่เขาเยอะ ๆ”
คุณย่ากู้กระตือรือร้นมากในการคีบอาหารให้กับกู้หนาน
กู้เจิ้งอันก็ทำเช่นเดียวกัน กู้หนานมองไปยังกับข้าวที่พูนเป็นเนินเขาในชาม ก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ “ขอบคุณค่ะย่า ขอบคุณค่ะพ่อ เท่านี้ก็พอแล้ว”
“เธอต้องกินเยอะ ๆ สิ ไม่งั้นโภชนาการของเธอจะไม่เพียงพอ อายุมากขึ้นจะเสี่ยงโลหิตจางนะ”
เฉินรั่วหลินเฝ้าดูคนในครอบครัวแห่ล้อมรอบและเอาอกเอาใจกู้หนาน พร้อมกับพูดคุยเกี่ยวกับทารกในครรภ์ตลอดเวลา ดวงตาของเธอหรี่แสงลง จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวด้วยความจืดชืด
“รั่วหลิน ลูกก็กินเยอะ ๆ นะ” ทันใดนั้นตะเกียบคู่หนึ่งก็คีบอาหารมาวางในชามของเธอ
เฉินรั่วหลินเงยหน้าขึ้น ประสานสายตาเข้ากับสายตาอันอบอุ่นของเนี่ยอวี้ฮว๋า หัวใจของเธออบอุ่นขึ้นทันใด “ขอบคุณค่ะแม่”
กู้ย่าฮุยสังเกตเห็นอารมณ์ที่หดหู่ของเฉินรั่วหลิน เขารีบตักอาหารให้ภรรยาของเขาบ้าง “รั่วหลิน กินเต้าหู้ชิ้นนี้สิ”
เมื่อเห็นว่าแม่สามีและสามีของเธอเอาใจใส่เธอมาก เฉินรั่วหลินยิ่งรู้สึกเครียดเข้าไปอีก
เนี่ยอวี้ฮว๋ามองไปที่พวกเขา ยิ้มพลางเอ่ยว่า “ก่อนที่พวกเธอจะมีลูก พวกเธอควรใช้ชีวิตคู่กันสองคนให้คุ้มค่าซะก่อน อย่าเพิ่งรีบท้องไปเลย หลังจากที่มีลูกแล้ว ชีวิตของพวกเธอจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก มากจนไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ ถึงเวลานั้นเข้าจริง ๆ เธออาจจะเฝ้าถามตัวเองทุกวันว่ารีบร้อนไปทำไม เผลอ ๆ อยากเอาช่วงเวลาที่ยังเป็นอิสระกลับคืนมาเสียด้วยซ้ำ”
กู้ย่าฮุย “!!!”
กู้ย่าถิง “!!!”
เนี่ยอวี้ฮว๋าพูดกับเฉินรั่วหลินที่ตอนนี้ยังคงขมวดคิ้ว “ฉะนั้นรักษาช่วงเวลาที่ดีเช่นในตอนนี้ไว้ให้นานที่สุดเถอะ เธอยังอายุน้อยอยู่เลย ในขณะที่ตัวเองยังพอมีกำลัง ก็ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบทำเถอะ”
“ไม่ต้องกังวลเรื่องแม่เธอหรอก รถวิ่งมาถึงหน้าภูเขาแล้วต้องมีทางไปต่อแน่ มีแม่อยู่ตรงนี้ทั้งคน ถ้าเธอมาเมื่อไหร่ ฉันจะเป็นคนอธิบายให้แม่เธอฟังเอง”
กู้ฉางอันเองก็รู้ว่าช่วงนี้ลูกสะใภ้ของเขาค่อนข้างวิตกกังวลจนไม่มีความสุข
คงเป็นเพราะเธอกลัวว่าแม่อาจจะตำหนิเธอถ้ามาถึงแล้วเห็นว่าเธอไม่ได้ท้องจริงอย่างที่เคยอ้าง
เฉินรั่วหลินเก็บกดเพราะความคาดหวังของผู้เป็นแม่มาโดยตลอด สุดท้ายเลยเกิดเงามืดในจิตใจ
กู้ฉางอันพูดว่า “แม่พูดถูก เธอไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับแม่ของเธอเลย เธอยังมีพวกเราอยู่นะ”
เนี่ยอวี้ฮว๋ามองเฉินรั่วหลินแล้วพูดต่อไปว่า “เธอชอบขายเครื่องสำอางไม่ใช่หรือ? หาทุนมาเปิดร้านสำหรับขายผลิตภัณฑ์สกินแคร์ของน้าเธอดีไหม?”
“แม่คะ หนูเปิดร้านได้จริง ๆ หรือ?” ดวงตาของเฉินรั่วหลินเป็นประกายทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น
ก่อนที่พ่อของเธอจะบินกลับไป เขาเคยขอให้เธอช่วยดูแลโครงการความร่วมมือที่เขาและกู้เจิ้งอันตกลงกันไว้ในตอนแรก แต่ความเป็นจริงแล้วเธอแทบไม่ได้ทำอะไรเลย อาจเป็นเพราะพ่อไม่ไว้ใจความสามารถของลูกสาวเท่าที่ควร จึงโทรศัพท์ทางไกลมาคุยรายละเอียดทั้งหมดด้วยตัวเอง
ช่วงนี้เฉินรั่วหลินมัวแต่คร่ำเคร่งอยู่กับการเตรียมตัวเพื่อตั้งครรภ์ ขณะที่คนอื่น ๆ ต่างก็มีอาชีพการงานที่ดี เธอกลับไม่มีอะไรทำเลย
“เสี่ยวหลัน เธอมอบหมายให้รั่วหลินเป็นตัวแทนสินค้าของเธอสิ รับซื้อสินค้าในราคาโรงงานมาขายต่อเป็นไง”
“ได้อยู่แล้วค่ะ ไว้ค่อยจ่ายหลังจากที่ขายได้ก็ได้นะ”
“พ่อครับ ผมต้องขอยืมเงินพ่อสักหน่อยแล้ว จะได้เอามาเช่าหน้าร้านให้หลานสะใภ้ของพ่อ ถ้าผมได้เงินเมื่อไหร่จะรีบเอามาจ่ายคืนให้ทันที”
“ถ้ารั่วหลินอยากเปิดร้านจริง ๆ ก็ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าหรอก”
“รั่วหลิน อย่ากดดันตัวเองนานเกินไป ถึงไม่มีลูกก็ไม่ได้แปลว่าชีวิตล้มเหลว ย่าฮุยยังไม่มั่นคง เขาอาจยังไม่พร้อมที่จะเป็นพ่อคนก็ได้ พวกเธอใช้ช่วงเวลาที่ยังหนุ่มสาวทำงานไปก่อนเถอะ ปัญหาหลังจากนั้นไว้ให้พวกเราจัดการเอง”
กู้หนานมองไปที่เนี่ยอวี้ฮว๋า รู้สึกประทับใจในตัวเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ
ใจกว้างและมองการณ์ไกลจริง ๆ เฉินรั่วหลินโชคดีมากได้พบกับแม่สามีที่ยอดเยี่ยมแบบนี้
เห็นได้ชัดว่าเธอใจดีกับลูกสะใภ้ของตัวเองจากใจจริง
อันที่จริง โดยปกติเนี่ยอวี้ฮว๋าก็ปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความจริงใจและมีน้ำใจเอื้อเฟื้ออยู่แล้ว แต่บทจะปะทะคารมกับใครสักคน ปากคอของเธอก็จัดจ้านใช่เล่น
นับวันกู้หนานยิ่งชื่นชมป้าสะใภ้คนนี้เอามาก ๆ
เธอเป็นดั่งดวงตะวันอันร้อนแรง สามารถให้ความอบอุ่นได้และพร้อมจะแผดเผาไปในเวลาเดียวกัน
หลังมื้ออาหารเย็น กู้ย่าถิงเล่าให้ฟังว่าฉินเฟิงกำลังจะไปดูบ้านหลังใหม่ และต้องการให้พ่อแม่ของเธอช่วยไปตรวจสอบอีกขั้นหนึ่ง กู้ย่าฮุยที่อยากย้ายไปอยู่บ้านในละแวกเดียวกันกับพวกเขาจึงขอติดตามไปด้วย ทั้งครอบครัวจึงตรงไปปลายทางเดียวกัน
กู้หนาน ลู่ฮ่าว กู้เจิ้งอัน และกู้หลันยังอยู่พูดคุยเป็นเพื่อนผู้เฒ่าทั้งสอง
คุณย่ากู้มองตามสมาชิกครอบครัวของลูกชายคนโตที่เพิ่งเดินจากไป จากนั้นมองกลับมาที่สองครอบครัวข้าง ๆ
จากนั้นคุณย่ากู้ก็ถอนหายใจ “ตอนนี้ครอบครัวของเราเจริญรุ่งเรืองมาก”
ผู้เฒ่ากู้ไม่เห็นด้วยกับคำพูดของหญิงชรา “ยังไม่รุ่งเรืองซะทีเดียวหรอก จะยิ่งรุ่งเรือง ยิ่งครึกครื้นเมื่อพวกเขาให้กำเนิดเหลนของเรา ตอนนี้พวกคนหนุ่มสาวทั้งหลายงานยุ่งเกินกว่าจะอยู่บ้าน เคยมีถ้อยคำว่าไว้ ยิ่งคนในบ้านมาก เวลาที่จะได้อยู่พร้อมหน้ายิ่งน้อย บ้านจึงเงียบเหงาว่างเปล่า มีแค่ตาเฒ่ากับยายเฒ่าอย่างเราสองคนที่อยู่กับที่”
ลู่ฮ่าวบอกว่า “คุณปู่ เดี๋ยวปีหน้าคุณก็จะได้อุ้มเหลนแล้วนะครับ”
“เสี่ยวฮ่าว เหลนของฉันก็เป็นเหลนของครอบครัวเธอเหมือนกัน พวกเขาคงไม่ยอมปล่อยให้เราเอาเขามาเลี้ยงฝ่ายเดียวหรอก”
ผู้เฒ่ากู้รู้ความจริงข้อนี้ดี ลูกของกู้หนานต้องใช้แซ่ลู่ ถือเป็นหลานคนแรกของตระกูลลู่และเฉินหย่าจือ ทั้งยังเป็นเหลนของปู่ลู่ฮ่าวอีก เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะดูแลเด็กอย่างเต็มเวลา แค่รอให้พวกเขาพาเหลนมาหาบ้างก็ชุ่มชื่นหัวใจมากแล้ว
กู้หนานรู้ว่าชายชราชอบเด็กมาก แต่เธอเองก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าพวกเขาจะสามารถพาลูกมาหาพวกเขาได้บ่อย ๆ ในอนาคต เพราะเธอมีแม่สามีที่ยังอายุไม่มากอยู่ทั้งคน
ผู้เฒ่าลู่ก็เช่นกัน หลังจากเด็กลืมตาดูโลก แทบไม่ต้องเดาเลยว่าเขาต้องคอยปกป้องดูแลเด็กตลอดเวลาแน่
พอเธอหันไปเห็นกู้หลันที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กู้หนานก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณย่า ถ้าอย่างนั้นก็รอให้พ่อกับแม่มีหลานชายให้คุณอุ้มสิคะ ลูกของพวกเขาไม่มีทางถูกใครแย่งไปเลี้ยงแน่ ๆ คุณปู่คุณย่าเป็นทั้งปู่ย่าและตายายของเขาโดยชอบธรรม คราวนี้พวกคุณก็จะสามารถอยู่กับลูกหลานได้ตลอดเวลาแล้ว”
“อะไรนะ?” เมื่อได้ยินคำพูดของกู้หนาน ทุกคนยกเว้นลู่ฮ่าวต่างก็มองไปทางกู้หนานด้วยความประหลาดใจ
กู้หนานเมื่อเห็นสายตาแปลก ๆ ของทุกคน เธออดคิดไม่ได้ว่าตัวเองพูดอะไรผิดหรือเปล่า จึงคลี่ยิ้มอย่างเชื่องช้า “หรือว่าแม่ไม่ได้วางแผนว่าจะมีลูกคะ? งั้นก็อย่าเก็บเอาไปใส่ใจเลย”
กู้หลันอายุสี่สิบ อาจไม่ได้วางแผนที่จะมีลูกแล้ว แต่คำพูดของเธออาจจะไปสะกิดต่อมอะไรสักอย่างก็ได้
คุณย่ากู้รีบจับมือกู้หนานไว้ทันทีด้วยความตื่นเต้น ถามย้ำอีกครั้งเพื่อขอคำยืนยันจากเธอด้วยความคาดหวัง “หนานหน่าน เธอสนับสนุนให้พ่อแม่มีลูกด้วยกันได้ใช่ไหม? เธอไม่คัดค้านเรื่องนี้เลยหรือ?”
กู้หนานรู้สึกสับสน “ทำไมหนูต้องคัดค้านด้วยล่ะคะ?”