เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 628 พี่กู้ผู้จริงใจ
บทที่ 628 พี่กู้ผู้จริงใจ
กู้ย่าฮุยวิ่งลงมาชั้นล่างเพื่อรอรับซุนเฉิงและเวิงอิ่ง
ระหว่างเดินขึ้นไปชั้นบน กู้ย่าฮุยเตือนซุนเฉิงเสียงต่ำ “หนานหน่านได้บอกจุดประสงค์ของงานเลี้ยงอาหารเย็นวันนี้หรือเปล่า? พี่ชายของเธอเพิ่งจดทะเบียนสมรส แต่พวกเขาไม่ได้จัดงานเลี้ยง ก็เลยชวนพวกเรามาทานอาหารเย็นร่วมกัน”
ซุนเฉิงตอบว่า “บอกแล้ว”
“คุณได้เตรียมอั่งเปาเอาไว้หรือเปล่า? พวกเขาไม่ได้จัดงานเลี้ยง แค่จดทะเบียนสมรสกันเท่านั้น เราเป็นแขกมาร่วมโต๊ะอาหารมื้อค่ำ น่าจะให้อั่งเปาพวกเขาสักหน่อย ถ้าคุณไม่ได้เตรียมมา ผมพอมีพิเศษอยู่บ้าง เดี๋ยวจะแบ่งให้เป็นส่วนของคุณก่อน”
กู้ย่าฮุยคิดว่าซุนเฉิงและเวิงอิ่งมาจากกั่งเฉิง ธรรมเนียมในเมืองของพวกเขาอาจต่างจากที่นี่
ชายหนุ่มกลัวเหลือเกินว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้เตรียมเงินอั่งเปามา จึงมาเตือนซุนเฉิงว่าเป็นถึงเจ้านาย ไม่ควรงกเรื่องเงินแค่เล็กน้อย ไม่อย่างนั้นอาจจะเสียหน้า
กู้หนานไม่ได้เชิญพวกเขามาที่นี่เพื่อมอบซองอั่งเปาก็จริง แต่ในเมื่อพวกเขามาถึงแล้ว ก็ควรมอบให้ตามมารยาท
“เราเตรียมมาพร้อมแล้ว” ซุนเฉิงหยิบซองสีแดงออกมาจากกระเป๋าของเขา
กู้ย่าฮุยมองดู ก่อนจะทำมือเป็นรูปโอเค “เยี่ยมไปเลย”
ซุนเฉิงเก็บซองสีแดง ตบไหล่กู้ย่าฮุย พูดอย่างจริงใจว่า “พี่กู้ ขอบคุณมากนะ คุณปฏิบัติต่อผู้คนด้วยความจริงใจจริง ๆ ผมโชคดีมากที่ได้พบพี่ชายอย่างคุณ”
ตั้งแต่ครั้งแรกที่พวกเขาพบกัน เขาชอบบุคลิกของกู้ย่าฮุยเป็นพิเศษ วิธีการจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ของเขาเป็นข้อพิสูจน์อย่างดีว่าตนไว้วางใจคนไม่ผิด กู้ย่าฮุยปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยความจริงใจเสมอ
“ด้วยความยินดี”
กู้ย่าฮุยเหลือบมองหญิงสาวที่ติดตามซุนเฉิงมาด้วย ก่อนจะเดาะลิ้นของเขาสองครั้ง “คุณเวิง วันนี้คุณดูดีขึ้นมากเลยนะครับ ผิวขาวขึ้นกว่าเดิมมากเลย”
เวิงอิ่งยิ้มเขิน ๆ “ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะคุณกู้”
เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมที่จะพบกับแม่สามีที่กำลังจะเดินทางมาที่นี่ในอีกไม่ช้านี้ เวิงอิ่งพิถีพิถันพอกหน้าและดูแลผิวทุกคืนเป็นเวลากว่าสิบวัน พ่อแม่ของซุนเฉิงจะมาถึงหลันเฉิงในอีกไม่กี่วันที่จะถึงแล้ว เมื่อเวิงอิ่งได้ยินกู้ย่าฮุยยกย่อง จากเดิมที่เคยกังวลก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาบ้าง
เทียบจากสภาพร่างกายปัจจุบันของเธอ การดูดีขึ้นถือว่าวิเศษมากแล้ว
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแม่ของซุนเฉิงจะชอบเธอเมื่อได้เจอกัน
ทันทีที่ซุนเฉิงและเวิงอิ่งเข้าไปในห้องอาหาร หวังชุ่ยผิงและเจียงจื้อกังก็รีบยืนขึ้นทักทาย
“สวัสดีครับหัวหน้าซุน”
หลังจากเห็นเจ้านายมาถึงแล้ว ทั้งสองคนก็ยืนตัวตรงโดยสัญชาตญาณ ทักทายด้วยถ้อยคำที่เป็นทางการมาก ๆ
ซุนเฉิงยิ้มและโบกมือ “ที่นี่ไม่มีหัวหน้าซุน เราทุกคนเป็นเพื่อนกัน”
ซุนเฉิงไม่คุ้นเคยกับหวังชุ่ยผิงและเจียงจื้อกังมากนัก เขาพบทั้งสองหลายครั้งตอนอยู่ในโรงงาน และยังเจอพวกเขาระหว่างทางอยู่บ่อย ๆ เมื่อไปเยี่ยมลู่ฮ่าวที่บ้าน เนื่องจากทั้งสองฝ่ายมีสถานะเป็นเจ้านายและลูกน้อง จึงมีความเคารพต่อกันพอประมาณ
“ใช่ วันนี้พวกเราทุกคนมาในฐานะเพื่อนกัน พี่ชาย พวกคุณสองคนอย่าประหม่านะ”
กู้หนานทักทายเวิงอิ่งอย่างมีความสุข “เสี่ยวอิ่ง มานั่งตรงนี้เร็วเข้า”
จากนั้นกู้หนานก็หันไปแนะนำกับซุนเฉิงว่า “หัวหน้าซุน พวกคุณทั้งสองฝ่ายคงเคยเจอกันมาก่อนแล้ว พี่ชุ่ยผิงเป็นพี่สะใภ้ป้ายแดงของฉัน ฉันก็เลยเรียกคุณมาทานอาหารเย็น แสดงความยินดีร่วมกันน่ะค่ะ”
“หมอกู้ครับ เราสองคนดีใจมากที่คุณโทรมาเชิญผมกับเสี่ยวอิ่ง เพราะมันหมายความว่าคุณปฏิบัติต่อพวกเราเหมือนเพื่อน พวกเราซาบซึ้งใจมาก”
เพื่อน ๆ ที่พวกเขารู้จักหลายคนทยอยแต่งงานกันไปทีละคนในช่วงที่ผ่านมานี้ รวมทั้งกู้เจิ้งอันก็ด้วย พวกเขารู้สึกยินดีกับทุกคนมากจริง ๆ คิดว่าในไม่ช้าจะต้องถึงคิวของเขากับเวิงอิ่ง
“บ่าวสาวทั้งสอง ขอแสดงความยินดีด้วย”
เจียงจื้อกังลุกขึ้นโดยสัญชาตญาณอีกครั้ง “ขอบคุณมากครับหัวหน้าซุน”
“มาเถอะ สั่งอาหารกันดีกว่า” กู้ย่าฮุยยื่นเมนูให้หวังชุ่ยผิงก่อน “เอาเลย ให้เจ้าภาพเป็นคนเริ่มดีกว่า”
หวังชุ่ยผิงและเจียงจื้อกังมองหัวหน้าใหญ่ของโรงงานที่อยู่ร่วมโต๊ะอาหารเย็นด้วย สีหน้าของพวกเขาค่อนข้างเกร็ง ไม่กล้าสั่งตามอำเภอใจ
กู้หนานเกลี้ยกล่อมด้วยรอยยิ้ม “นี่แน่ะ วันนี้เป็นวันมงคลของพวกพี่นะ เราต้องให้ความสำคัญกับพวกพี่เป็นอันดับแรกสิ”
ท้ายที่สุดพวกเขาสองคนจึงสั่งกับข้าวมาอย่างละสองจาน
เมื่อเมนูเวียนมาถึงกู้หนาน เธอก็พูดอย่างกล้าหาญว่า “เชิญพวกคุณสั่งให้เต็มที่เลย วันนี้ฉันเลี้ยงเอง ค่อย ๆ คุยค่อย ๆ กินกันช้า ๆ นะ”
ลู่ฮ่าวยังขอเหล้าสองขวดจากบริกรด้วย
ในขณะที่รออาหารมาเสิร์ฟ ทุกคนก็พูดคุยกัน กู้ย่าฮุยดูเหมือนจะยังเป็นกังวลกับสถานการณ์อยู่บ้าง จึงถามเถี่ยตันเบา ๆ ว่า “เถี่ยตัน เธอมีความสุขไหมที่แม่ของเธอได้แต่งงานใหม่”
เถี่ยตันตอบด้วยเสียงดังฟังชัด “มีความสุขครับ”
“มีความสุขก็ดีแล้ว น้าจื้อกังต้องเป็นพ่อที่ดีในอนาคตอย่างแน่นอน”
“อากู้ฮะ หลังจากที่พ่อแม่ของอาหย่าร้างกัน พวกเขายังกลับมาแต่งงานกันอีกครั้งได้ด้วยหรือ?” เถี่ยตันเงยหน้าขึ้นมองกู้ย่าฮุยแล้วถาม
“หืม?” กู้ย่าฮุยสับสนกับคำถามของเขา
เถี่ยตันมองไปที่กู้ย่าฮุย พูดด้วยใบหน้าที่จริงจัง “ผมจำได้ว่าตอนนั้นอาเคยเล่าให้ผมฟังว่า เราสองคนมีปัญหาครอบครัวเหมือนกัน พ่อแม่ของอาเคยหย่าร้างกัน อาสอนให้ผมเรียนรู้โดยเอาคุณเป็นตัวอย่าง เติบโตไปเป็นคนดีในอนาคต ผมก็เลยอยากเป็นหมอฮะ”
เมื่อได้ยินคำพูดที่ละเอียดคมชัดของเถี่ยตัน กู้ย่าถิงหันขวับมองกู้ย่าฮุยด้วยดวงตาที่ลุกโชน “นายเอาเรื่องไร้สาระอะไรไปพูดให้เด็กฟังเนี่ย?”
พ่อแม่ของพวกเขาไปหย่าร้างกันตั้งแต่เมื่อไหร่?
สิ่งที่เด็กชายพูดเป็นเรื่องไร้สาระทั้งเพ พ่อแม่ของพวกเขาเป็นคู่รักที่รักใคร่กลมเกลียวกันที่สุดในโลก จะหย่ากันได้อย่างไร?
เฉินรั่วหลินกับกู้หนานต่างก็มองเขาด้วยสีหน้าเศร้าหมอง
กู้ย่าฮุยโดนสายตาคาดโทษของทุกคนรุมก็นึกขยาด เขาถูจมูก มองไปที่เถี่ยตัน เอ่ยอย่างช้า ๆ ว่า “เอาน่า เถี่ยตัน ตอนนี้เธอมีพ่อคนใหม่คือจื้อกังแล้ว ลืมสิ่งที่อาเคยพูดไปเถอะ”
“แต่ผมยังจำเรื่องทั้งหมดได้อยู่เลย”
“ถ้างั้นก็เก็บไว้ในใจก็พอ ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา”
เด็กคนนี้ช่างนิสัยตรงไปตรงมาเหมือนแม่ แถมยังช่างพูดมากอีกด้วย สงสัยเขาไม่ควรคุยกับเด็กคนนี้มากเกินไปแล้ว
เฉินรั่วหลินดุกู้ย่าฮุยด้วยสีหน้าจริงจัง “ต่อจากนี้อย่าได้พูดจาไร้สาระอีกนะ ถ้าคุณแม่ได้ยินต้องตีคุณจนตายแน่”
“ตอนนั้นผมแค่พยายามจะปลอบเถี่ยตันเฉย ๆ คุณก็รู้ว่าวิธีที่ได้ผลที่สุดในการปลอบโยนคนอื่นคือการแสดงความเห็นอกเห็นใจ ให้เด็กรู้ว่าเราก็เคยพบเจอประสบการณ์คล้าย ๆ กันกับเขา จะได้เชื่อมโยงกันง่าย ๆ”
กู้ย่าฮุยมองไปที่กู้ย่าถิงกับเฉินรั่วหลินด้วยสายตาอ้อนวอน “อย่าบอกแม่เชียวนะ ไม่งั้นผมโดนฆ่าตายแน่”
เถี่ยตันมองดูพวกเขาด้วยความสับสน สงสัยว่าทำไมอาหญิงทั้งหลายถึงรุมตำหนิอากู้
หลังจากอาหารหลายจานและเหล้าถูกยกมาเสิร์ฟบนโต๊ะแล้ว กู้หนานก็ผายมือไปทางเจียงจื้อกังพลางพูดว่า “พี่ชาย วันนี้พี่กับพี่สะใภ้ต้องดื่มคารวะให้กับทุกคนนะ”
“เราต้องดื่มคารวะแขกทุกท่านแน่อยู่แล้ว” หวังชุ่ยผิงจัดการรินเหล้าลงในแก้ว จากนั้นเธอกับเจียงจื้อกังก็ยกแก้วขึ้นดื่มคารวะตามธรรมเนียม