เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 626 จ้างเนี่ยเหล่ามารักษาคนไข้
บทที่ 626 จ้างเนี่ยเหล่ามารักษาคนไข้
กู้หนานกับลู่ฮ่าวยืนฟังอยู่ที่หน้าประตู ได้ยินเนี่ยเหล่าชื่นชมเธอ ยกย่องว่าเธอโดดเด่น แต่เรียกเซี่ยเหวินตงว่าเป็นเจ้าลูกหมา ทั้งสองอดไม่ได้ที่จะยิ้มขำ
กู้หนานเอ่ยเสียงดังอย่างร่าเริง “คุณตา หลานสาวคนเก่งอยู่ที่นี่แล้วค่า”
เมื่อได้ยินเสียงของเธอ พริบตานั้นเนี่ยเหล่าก็รีบเปลี่ยนสีหน้า หันไปมองคนมาใหม่ด้วยสีหน้ามืดครึ้ม
เซี่ยเหวินตงเห็นกู้หนานและลู่ฮ่าวมาถึงก็รู้สึกราวกับว่าได้เห็นผู้มาช่วยชีวิต เขาหนีไปจากตรงนี้ทันที “คุณปู่เนี่ย ผมไปก่อนนะครับ”
“ใครบอกให้แกไป แกไปยืนรอฉันตรงนั้น”
เนี่ยเหล่าคำราม มองไปที่เซี่ยเหวินตงที่ยืนตรงอย่างอ่อนแรง
ลู่ฮ่าวมองเซี่ยเหวินตงอย่างแฝงความหมาย ก่อนจะดันกู้หนานเข้าไปด้านในเพราะไม่อยากให้เธออยู่ใกล้อีกฝ่าย
เขารู้ว่าชายคนนี้มีแผนอะไรกับภรรยาตนเอง
“คุณตาโกรธอะไรคะเนี่ย” กู้หนานเข้าไปหาชายชราพร้อมรอยยิ้ม “เมื่อกี้ยังได้ยินคุณตาชมหนูอยู่เลย”
เนี่ยเหล่าตอบอย่างเย็นชา “เธอได้ยินผิดน่ะสิ”
เนี่ยเหล่ายังโกรธที่เธอโกหกเขาตอนโทรมา กู้หนานจึงนั่งลงที่ม้าหินฝั่งตรงข้าม พูดกับลู่ฮ่าวว่า “คุณไปนอนเร็วเข้า ฉันจะคุยกับคุณตาสักหน่อย”
ลู่ฮ่าวชำเลืองมองเซี่ยเหวินตงอีกครั้ง จากนั้นก็นั่งลงแล้วตอบเสียงเบา “ผมยังไม่ง่วง น่าจะนอนไม่หลับหรอก”
กู้หนานมองไปที่ดวงตาแดงก่ำของสามีแล้วเป็นห่วงจนไม่รู้จะว่าอย่างไรดี เธอกับเซี่ยเหวินตงไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก เพราะงั้นมันไม่มีเรื่องอะไรทั้งนั้น
แต่ลู่ฮ่าวก็นั่งลงที่ม้าหินกับเธอ
ไม่ว่ากู้หนานจะทำอะไรชายชราก็ยังไม่สนใจพวกเขา บรรยากาศเริ่มอึดอัด
เซี่ยเหวินตงที่ถูกลงโทษให้ยืนอยู่ตรงนั้นมองมาทางกู้หนาน พูดขึ้นอย่างจริงจังว่า “หมอกู้ ได้ยินมาว่าคุณสอบผ่านแล้ว ผมยินดีด้วยนะ”
กู้หนานตอบอย่างสุภาพ “ขอบคุณค่ะ”
หลังจากขอบคุณ ทุกอย่างก็เงียบลงอีกครั้ง
ไม่นานเนี่ยเหล่าก็ยอมให้อภัยเซี่ยเหวินตง “แกกลับไปก่อน แล้วฉันจะบอกปู่ของแกว่าทีหลังไม่ต้องมาที่นี่อีกแล้ว”
เซี่ยเหวินตงรู้สึกดีใจมากที่จะไม่ต้องมาที่นี่อีกต่อไป เขารีบโค้งคำนับเนี่ยเหล่าอย่างตื่นเต้น “ขอบคุณครับคุณปู่เนี่ย”
จากนั้นเขาก็รีบจากไปเร็วราวกับสายลม
ลู่ฮ่าวลุกขึ้น “คุณตากับหนานหน่านต้องคุยธุระกัน ผมขอไปนอนสักหน่อย ตอนนี้เริ่มไม่ไหวแล้ว”
เมื่อมองดูสภาพของลู่ฮ่าว เนี่ยเหล่าก็ตอบรับ “ดูก็รู้แล้ว”
ทั้งลู่ฮ่าวและเซี่ยเหวินตงออกไปจากตรงนี้ ก็เหลือเพียงกู้หนานและเนี่ยเหล่าที่อยู่ในลานหน้าบ้าน
กู้หนานกระหายน้ำ เธอบังเอิญเห็นว่ามีสตรอว์เบอร์รีหนึ่งจานบนโต๊ะหินจึงเอาสตรอว์เบอร์รีขึ้นมากิน
เนี่ยเหล่าเอ็ดขึ้นด้วยความโกรธ “นั่นของเซี่ยเหวินตงเอามา”
กู้หนานถอนหายใจแล้วกินอีกลูก “เขาเลือกเก่งมากค่ะ หวานอร่อยเชียว”
กู้หนานกินสตรอว์เบอร์รีไปสามลูกเพื่อดับกระหาย จากนั้นก็มองไปที่เนี่ยเหล่า เอ่ยอย่างจริงจังว่า “คุณตาคะ อย่าเอาแต่ฉุนเฉียวอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ คุณตาเองก็เป็นหมอ รู้เรื่องว่าความโกรธไม่ดีต่อสุขภาพกว่าใคร ๆ”
เนี่ยเหล่าบ่นขึ้นมาอีกด้วยสีหน้าเย็นชา “ก็เธอตั้งใจทำให้ฉันโกรธไม่ใช่หรือไง”
กู้หนานหัวเราะเบา ๆ “หนูไม่ได้ตั้งใจนะคะ ก็แค่อยากจะหยอกล้อคุณตานิดหน่อยเอง หนูมาขอโทษคุณตาถึงที่แล้วค่ะ อย่าโกรธหนูเลย มาคุยเรื่องงานกันดีกว่าค่ะ”
สีหน้าของชายชราดูอ่อนลงเล็กน้อยหลังจากที่กู้หนานเลือกเอาน้ำเย็นเข้าลูบอย่างจริงใจ
เมื่อเห็นว่าสีหน้าอีกฝ่ายไม่ได้เคร่งเครียดเท่าตอนแรกแล้ว กู้หนานจึงเริ่มถามเกี่ยวกับคลินิก “คุณตาอยากให้คลินิกของเราชื่ออะไรคะ”
“สี่เล่อถาง*[1] เธอคิดว่ายังไงล่ะ”
กู้หนานพึมพำออกมา “สี่เล่อถางหรือคะ”
เนี่ยเล่าพยักหน้า “ใช่ ฉันคิดว่าอยากจะให้ผู้ป่วยทุกคนที่มาที่นี่ได้กลับไปที่บ้านอย่างมีความสุข”
กู้หนานพอใจกับชื่อที่เนี่ยเหล่าตั้งให้อย่างมาก “หนูคิดว่าดีเลยค่ะ”
หญิงสาวเริ่มถามต่อ “คุณตาพอจะรู้จักเพื่อนที่ทำงานในกระทรวงสาธารณสุขบ้างไหมคะ หนูอยากจะให้ช่วยถามเกี่ยวกับขั้นตอนต่าง ๆ น่ะค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูไม่ได้อยากให้ใช้เส้นสายอะไร แค่อยากได้รายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารที่ต้องเตรียมให้พร้อม จะได้ไม่วุ่นวายเสียเวลา”
“ถึงตอนนี้จะมีใบประกอบวิชาชีพมาแล้ว เป็นหมอประจำของที่คลินิกได้ แต่หลังจากจดทะเบียนคลินิกแล้ว ต่อไปหนูจะจ้างคุณตามารักษาคนไข้ที่คลินิกด้วย เอกสารรับรองใบประกอบวิชาชีพของคุณตาเรียบร้อยใช่ไหมคะ”
“เธอหมายถึงอะไร” เนี่ยเหล่าจ้องเธออีกครั้ง
หมายความว่าอะไรที่ว่าใบประกอบของเขาเรียบร้อยดีไหม
เขาเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับความเชื่อถือ จะไม่มีใบประกอบวิชาชีพได้อย่างไรกัน
กู้หนานไม่เข้าใจว่าทำไมชายชราถึงดูไม่พอใจขึ้นมาอีกแล้ว เธอจึงรีบอธิบาย “หนูไม่ได้สงสัยอะไรค่ะ แค่มันต้องใช้เพื่อยื่นเอกสาร”
ถ้าหากว่าเป็นในชนบท เพียงแค่ไม่มีใครไปรายงานเจ้าหน้าที่ ก็สามารถเปิดร้านยาจีนและรักษาคนไข้ได้
แต่ที่นี่เป็นเขตเมือง แม้ว่ากฎหมายยุคนี้จะไม่ได้เข้มงวดอะไรมากนัก และยังมีแพทย์ไร้ใบประกอบวิชาชีพอยู่จำนวนมาก แต่เพื่อการเติบโตในระยะยาวก็ควรทำทุกอย่างตามกฎหมายข้อบังคับ ผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ให้ครบทั้งหมด ขึ้นทะเบียนขอใบประกอบวิชาชีพให้เรียบร้อย เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นตามมาในอนาคต
โชคดีที่มีเนี่ยเหล่าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญวัยเกษียณมาประจำที่นี่ เธอต้องการให้เนี่ยเหล่าเป็นผู้นำในงานนี้ ส่วนเธอจะอยู่ในตำแหน่งผู้ช่วย
เนี่ยเหล่าถามขึ้น “เธอได้ทำเลดี ๆ หรือยัง?”
“ได้แล้วค่ะ อยู่ไม่ไกลจากบ้านแม่หนูเอง แล้วก็ใกล้โรงพยาบาลหลันเฉิงด้วย”
กู้หนานแสดงความคิดเห็น “หนูคิดว่าอยู่ใกล้โรงพยาบาลจะดีมาก เพราะเราอาจพบผู้ป่วยที่โรงพยาบาลไม่สามารถรักษาได้ ถ้าโชคดี คนไข้ที่กำลังสิ้นหวังผ่านมาเห็นสี่เล่อถางของเรา ก็เห็นโอกาสลองมารักษากับเราดู”
เนี่ยเหล่าเอ่ยเสียงเบา “แค่รอรับคนไข้ที่เหลืองั้นหรือ?”
“เปล่าค่ะ เราเตรียมการเพื่อรักษาคนไข้กันจริงจังอยู่แล้ว แผนนี้แค่เพิ่มโอกาสในการช่วยคนให้มากขึ้นค่ะ”
หลังจากที่กู้หนานอธิบาย สีหน้าของเนี่ยเหล่าก็อ่อนลง “เข้าใจแล้ว แล้วแต่เธอก็แล้วกัน”
กู้หนานกล่าว “คุณตาเตรียมใบประกอบ ช่วยสอบถามเกี่ยวกับขั้นตอนการขออนุญาตต่าง ๆ มาให้หน่อยนะคะ ส่วนที่เหลือจะได้จัดการต่อตามขั้นตอน”
เนี่ยเหล่าอยู่ในวงการการแพทย์มาหลายสิบปี เขาเป็นคนกว้างขวางไม่น้อย เพียงแค่เขาเป็นคนออกหน้า ก็จะสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นแน่นอน
ไม่อย่างนั้นมันคงหนักเกินไปที่จะต้องวิ่งวุ่นเตรียมการต่าง ๆ กลับไปกลับมาสำหรับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์
“ได้ ฉันจะโทรถามลูกศิษย์ให้เอง”
เนี่ยเหล่าเริ่มมองเห็นอนาคตของตัวเองหลังจากนี้ชัดเจนขึ้น
ในวัยเจ็ดสิบปีเศษเช่นนี้ ก็ยังคงได้ใช้ความรู้ความสามารถในการช่วยเหลือคนไข้ได้อยู่ นั่นเป็นสิ่งที่เติมเต็มจิตใจเขาได้อย่างมาก
เนี่ยเหล่ารีบเอาใบสั่งยาให้กู้หนานดูอย่างกระตือรือร้น เธอจะได้ลองวิเคราะห์ดู
เขาจะต้องเข้าไปที่คลินิกในอนาคต จึงจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับวิชาแพทย์เอาไว้ให้มากขึ้น เพื่อที่จะมีความเชี่ยวชาญเพียงพอและทางออกใหม่ ๆ เมื่อต้องเจอกับโรคที่รักษาได้ยาก
ลู่ฮ่าวนอนหลับไปจนถึงตอนบ่าย เมื่อเขาออกมาจากห้อง กู้หนานและเนี่ยเหล่าก็ยังคุยเรื่องใบสั่งยากันอยู่ในห้องโถง
ลู่ฮ่าวเข้าไปเอ่ยหยอกล้อพร้อมรอยยิ้ม “คุณตาหายโกรธแล้วหรือครับ”
เนี่ยเหล่าเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มอย่างงุนงง “โกรธหรือ โกรธเรื่องอะไร”
ลู่ฮ่าวมองชายชราที่ทำไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะมีเงาดำพาดผ่านหน้าของเขา
เขาหันไปคุยกับภรรยาแทน “หนานหน่าน เราต้องไปแล้ว”
“ต้องไปกินมื้อเย็นกันนี่นา”
กู้หนานลุกขึ้นเอาเสื้อโค้ทขนสัตว์ขึ้นมาสวมแล้วพูดขึ้น “คุณตาคะ พอดีว่าคืนนี้หนูมีนัด เราต้องรีบไปที่ร้านอาหารแล้ว”
ชายชราได้ยินว่าทั้งสองจะไปที่ร้านอาหารจึงหันมามอง กู้หนานเริ่มอธิบายต่อ “เรานัดเพื่อนเอาไว้สองสามคนค่ะ เอาเป็นว่าเราจะมากินมื้อเย็นกับคุณตาวันหลังนะคะ”
เนี่ยเหล่ารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขาหันมาถามลู่ฮ่าว “แล้วแม่แกจะกลับมาเมื่อไร”
คนหนุ่มสาวพวกนี้รู้จักแต่จะออกไปข้างนอก แต่ไม่รู้จักเอาใจคนชราขี้เหงาคนนี้เสียบ้าง เนี่ยเหล่าจึงเริ่มคิดถึงลูกสาวบุญธรรมของตนเอง
ลู่ฮ่าวตอบ “คุณตา อีกไม่นานแล้วครับ ไม่น่าเกินสองสามวันนี้”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็บอกให้เธอรีบมาสักที ไปอยู่ต่างประเทศมีอะไรดีตรงไหนกัน”
ลู่ฮ่าวรับปาก “ครับ ผมจะโทรไปคุยกับแม่ให้เอง”
“คุณตา เราต้องไปก่อนนะคะ”
ลู่ฮ่าวได้นอนอย่างเพียงพอก็สดชื่นพอจะขับรถต่อได้ และพากู้หนานไปที่ร้านจู้เซียง
กู้หนานเอาเงินใส่ลงไปในซองแดงที่ซื้อมา โดยวางแผนจะหาโอกาสมอบมันให้หวังชุ่ยผิงและเจียงจื้อกัง
เธอเอ่ยกับลู่ฮ่าว “เราใส่รวมกันซองเดียวไปเลยนะ”
ลู่ฮ่าวพยักหน้า “อืม แล้วแต่คุณเลย”
หลังจากที่มาถึงร้านอาหาร พวกเขาก็เลือกห้องแบบส่วนตัว ก่อนจะไปนั่งที่โต๊ะ
ลู่ฮ่าวรินน้ำให้กู้หนาน คิดจะโทรหากู้ย่าฮุย บอกว่าให้มาที่ห้องที่เท่าไร แต่ยังไม่ทันได้โทร เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากกู้ย่าฮุย อีกฝ่ายโทรมาบอกพอดีว่ามาถึงแล้ว
กู้หนานบอกให้พวกเขาขึ้นมาที่ชั้นสอง ไม่นานนักกู้ย่าฮุยและเฉินรั่วหลินก็มาที่โต๊ะ
กู้ย่าฮุยมาเร็วเกินไปนิดหน่อย เมื่อมองเข้ามาในห้องแล้วก็พบว่าฉินเฟิงและเจียงจื้อกังยังไม่มา ดวงตาของเขากระตุกเล็กน้อย รีบพาเฉินรั่วหลินไปนั่งข้างกู้หนาน
เขายิ้มแล้วถามขึ้น “หนานหน่าน พี่ชุ่ยผิงกับพี่จื้อกังจดทะเบียนสมรสกันแล้วหรือ”
กู้หนานเอ่ยตอบ “ใช่แล้ว วันนี้ฉันเลยชวนมาเลี้ยง เรามาแสดงความยินดีกับพวกเขากันเถอะ”
กู้ย่าฮุยเอาซองแดงออกมาจากกระเป๋า “ฉันกับรั่วหลินเอาซองแดงมาด้วย”
“พวกนายก็ใจกว้างเหมือนกันนี่”
กู้ย่าฮุยพูดต่อ “ตอนเราแต่งงานกันพวกเขาก็มีของขวัญให้เรา นี่ก็ถือว่าเป็นของขวัญตอบแทนให้พวกเขา”
ในตอนแรกกู้หนานคิดว่าจะต้องหาโอกาสเอาซองแดงให้กับพวกเขา แต่เห็นว่ากู้ย่าฮุยและคนอื่น ๆ ก็เตรียมมาเหมือนกัน ถ้าฉินเฟิงเองก็เตรียมมาด้วย ซองแดงก็น่าจะสามารถมอบต่อหน้าได้อย่างไม่ต้องเกรงใจ
กู้ย่าฮุยเหลือบตามาอย่างช้า ๆ ไปที่กู้หนานแล้วเอ่ยปาก “เอ่อ หนานหน่าน ไหน ๆ ตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่มา ช่วยจับชีพจรให้พี่สะใภ้เธอหน่อยสิ”
เฉินรั่วหลินนั่งลงข้าง ๆ กู้หนาน จากนั้นยื่นแขนให้เธออย่างว่าง่าย
[1] สี่เล่อถาง แปลว่า คลินิกความสุข