เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 625 สอบผ่านแล้ว
บทที่ 625 สอบผ่านแล้ว
หลังจากกินสเต็กเสร็จแล้ว ทั้งสองก็กลับมาที่รถ กู้หนานจึงเริ่มทยอยแจ้งข่าวดีทางโทรศัพท์
เธอเริ่มโทรหาเนี่ยเหล่าก่อน
“สวัสดีค่ะคุณตา หนูหนานหน่านนะคะ”
[ทำไมเพิ่งโทรมาเอาป่านนี้ สอบไม่ผ่านงั้นหรือ] เนี่ยเหล่าเอ่ยเสียงต่ำ ฟังดูร้อนรนจนรู้สึกได้
ในตอนแรกกู้หนานตั้งใจจะโทรมาเพื่อบอกข่าวดีเท่านั้น แต่เมื่อได้ยินคำถามนั้นจากชายชรา เธอก็เปลี่ยนใจนึกสนุก มองไปทางลู่ฮ่าว กลั้นยิ้มแล้วกรอกน้ำเสียงอ่อนล้าลงในโทรศัพท์ “คุณตาเหมือนมาเห็นทุกอย่างที่นี่เลยนะคะเนี่ย”
[ว่าไงนะ] เสียงเนี่ยเหล่าฟังดูไม่สบอารมณ์ [นี่เธอสอบไม่ผ่านจริง ๆ งั้นหรือ]
กู้หนานยังคงทำเสียงเศร้าต่อไป “พลาดไปนิดเดียวเองค่ะ”
[นี่เธอไม่ได้โกหกฉันใช่ไหม?] เนี่ยเหล่าตั้งความหวังกับเธอเอาไว้สูง ไม่เชื่อว่าคนที่ตัวเองมั่นใจในความสามารถจะสอบไม่ผ่าน
กู้หนานพูดเสียงเบา “หนูไม่ได้โกหกค่ะ ตอนนี้หนูเศร้าจริง ๆ”
หลังจากที่กู้หนานพูดจบ ปลายสายก็เงียบลง
กู้หนานคิดว่านี่เพียงพอแล้วกับการหยอกล้อชายชรา ถึงเวลาต้องบอกความจริงกับเขา แต่ยังไม่ทันจะเฉลย ปลายสายก็เริ่มเอ็ดขึ้นมา [เพราะเธอคิดอะไรเกินตัวว่าจะทำได้ยังไงล่ะ ฉันพาเธอไปแนะนำตัวกับเสี่ยวหลี่ ขอให้เขาช่วยจนได้ไปที่โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนเชียวนะ ทีหลังถ้าความสามารถไม่ถึงก็อย่ามาสัญญาอะไรกับฉัน]
[ฉันอุตส่าห์คิดชื่อคลินิกเอาไว้แล้ว จัดการเรื่องใบสั่งยาเอาไว้ด้วย บอกพวกเพื่อนเก่าให้รู้เรื่องนี้กันหมด ตอนนี้ทุกคนรู้ว่าฉันจะไปช่วยงานที่คลินิกของเธอ บางคนก็แนะนำคนไข้ให้เตรียมมารักษากับเธอแล้ว แต่ตอนนี้กลับมาบอกว่าสอบไม่ผ่าน นี่ล้อกันเล่นงั้นหรือ]
เนี่ยเหล่ารออยู่นาน แต่กลับได้รับผลที่น่าผิดหวังจึงทำให้โกรธมาก
ยิ่งคาดหวังมากก็ยิ่งผิดหวังมาก
ถ้ารู้ว่าจะเป็นอย่างนั้น เขาไม่มีทางตกลงรับเป็นที่ปรึกษาให้เธอแน่นอน เธอมีดีแค่คำพูด ไม่สามารถทำอะไรได้จริง ๆ
กู้หนานเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะเอ่ย “คุณตาดูท่าทางไม่ได้อยากมาที่คลินิกเท่าไร ฉันคิดว่าคุณตาจะไม่สนใจเรื่องนี้ ไม่คิดว่าจะถึงกับไปบอกเพื่อน ๆ เอาไว้ด้วย แบบนี้แสดงว่าคุณตาจริงจังกับงานนี้มากสินะคะ”
คิกคิก ตอนนี้เธอได้รู้เรื่องที่ไม่คาดคิดเพิ่มขึ้นมาด้วย
ถ้าหากกู้หนานไม่แกล้งเล่น ก็คงไม่รู้ว่าเนี่ยเหล่าจริงจังกับเรื่องคลินิกมากถึงขนาดนี้
เนี่ยเหล่าตอบมาอย่างโกรธ ๆ [ใช่ ฉันเห็นเรื่องการรักษาโรค การช่วยชีวิตคนอื่นเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับฉัน ไม่ได้เหมือนเธอที่เห็นเป็นเรื่องเล่น ๆ]
กู้หนานแอบเสียใจที่เอาเรื่องนี้มาหยอกล้อชายชรา แต่เมื่อบทสนทนามาถึงจุดนี้แล้ว เธอจึงทำได้เพียงแก้ตัว “คุณตาคะ แต่เรื่องการสอบมันไม่มีอะไรแน่นอนเลย”
เนี่ยเหล่าแทบไม่ได้ฟัง ยิ่งฟังจากน้ำเสียง ก็ยิ่งรู้ว่าเขาโกรธกว่าเดิม [มันผิดพลาดตรงไหนกัน ฉันให้เสี่ยวหลี่ช่วยทวนคำถามให้เธอแล้ว เธอได้อ่านก่อนไปสอบข้อเขียนหรือเปล่า มีสอบปฏิบัติด้วย เป็นหมอยาจีนมาก่อน ไม่ได้ทำมันได้ง่าย ๆ หรือไง ฉันสงสัยมากกว่าว่าเธอสอบตกได้ยังไง มันต้องเป็นเพราะเธอยังใส่ใจไม่มากพอน่ะสิ รักษาคนไข้ไม่กี่คนก็คิดทะนงตัวว่าเก่ง แต่การสอบนี่ก็บอกแล้วว่าเธอมันเป็นยังไง เธอก็เป็นแค่พวกหมอบ้านนอก ทั้งขี้เกียจทั้งหลงตัวเองนั่นแหละ]
ในช่วงท้ายสิ่งที่เนี่ยเหล่าพูดเริ่มเป็นการจิกกัดเรื่องส่วนตัวของเธอ
กู้หนานไม่สามารถทนฟังได้อีกต่อไป เธอเริ่มตอบกลับเสียงดังขึ้น “คุณตา คุณจะดุด่าหนูยังไงก็ได้ แต่อย่าเหมารวมคนชนบทแบบนี้ คนบ้านนอกแล้วยังไงคะ แล้วใครที่ขอให้กู้ย่าฮุยไปขอใบสั่งยาถึงบ้านเกิดของเรา”
เนี่ยเหล่ากระแอมขึ้นมาเบา ๆ แล้วพูดอย่างโกรธ ๆ [ฉันผิดเอง คนที่ไม่เอาไหนก็แค่เธอนั่นแหละ]
กู้หนานมองไปทางลู่ฮ่าวที่กำลังกลั้นหัวเราะอย่างทรมาน จากนั้นถอนหายใจออกอย่างเงียบ ๆ “คุณตา หนูเศร้ามากพอแล้ว แต่คุณตากลับพูดแบบนี้ เหมือนเอาเกลือมาทาลงบนแผลของหนูเลย คุณตาทำแบบนี้ได้ยังไงคะเนี่ย”
เนี่ยเหล่าที่ตอนแรกตั้งใจจะบ่นต่อไป แต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ไม่ค่อยดีของกู้หนาน [ฉัน… มันไม่ใช่เพราะฉันคาดหวังกับเธอไว้สูงหรือไงล่ะ]
เนี่ยเหล่าถอนหายใจก่อนเริ่มเอ่ยปลอบใจขึ้นมาแทน [เอาเถอะ ไม่ต้องเสียใจให้มากนักหรอก ตอนนี้เธอก็จะได้ตั้งใจดูแลลูกในท้องอย่างไม่ต้องมีอะไรมาทำให้กังวล ถึงไม่ได้เป็นหมอให้ฉันแต่ก็ยังเป็นแม่ของเหลนฉันอยู่ดี แบบนี้ก็สบายขึ้นหน่อย]
ถือซะว่าเธอกำลังตั้งครรภ์อยู่ ไม่อย่างนั้นเขาอยากจะดุด่าให้มากกว่านี้จริง ๆ
กู้หนานยิ้มแล้วพูดขึ้น “คุณตา เมื่อกี้หนูล้อเล่นค่ะ จริง ๆ หนูสอบผ่านแล้ว เราเปิดคลินิกกันได้เลย”
เกิดความเงียบไปสองสามวินาทีจากปลายสาย
จากนั้นเสียงคำรามของเนี่ยเหล่าก็ดังออกมา [เด็กคนนี้นี่ กลับมาเมื่อไรคอยดูเลยนะว่าฉันจะตีเธอให้ตายได้ไหม]
“โธ่คุณตาคะ ไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลย”
กู้หนานกลัวว่าเนี่ยเหล่าจะยื่นมือมาตีเธอผ่านสายโทรศัพท์เข้าจริง ๆ จึงรีบขอตัว “หนูต้องวางสายก่อน ต้องโทรหาพ่อด้วยค่ะ”
หลังจากวางสาย หญิงสาวก็โยกตัวไปมาพลางระบายยิ้ม
ลู่ฮ่าวมองภรรยาอย่างอ่อนโยน ความสุขในแววตาสะท้อนออกมาชัดเจน
อนาคตลูกสาวของเราต้องเหมือนเธอแน่ ๆ คงทั้งร่าเริงสดใส และคล่องแคล่วว่องไว
กู้หนานหัวเราะเสียงดังก่อนจะต่อสายหากู้เจิ้งอันอีกครั้ง
“พ่อคะ”
กู้เจิ้งอันได้ยินเสียงลูกสาวก็ถามอย่างอบอุ่น [หนานหน่าน ลูกกินข้าวหรือยัง]
กู้หนานตอบ “กินแล้วค่ะพ่อ”
กู้เจิ้งอันจึงถามต่อ [ลูกอยากบอกพ่อเรื่องผลการสอบหรือเปล่า]
“ใช่ค่ะ”
กู้หนานยิ้มถาม “พ่อคิดว่าหนูสอบผ่านไหมคะ”
[ลูกสาวพ่อเป็นคนเก่ง ยังไงก็ต้องผ่านแน่ แต่ต่อให้ครั้งนี้พลาดไปก็ไม่เป็นไร ครั้งหน้าค่อยเอาใหม่ก็ได้]
ความสามารถในการใช้คำพูดของกู้เจิ้งอันแสดงถึงความเป็นนักธุรกิจของเขาอย่างชัดเจน
กู้หนานได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกสบายใจและไม่กดดันแม้แต่น้อย
เธอยิ้มแล้วตอบ “ฟังพ่อพูดแล้วสบายใจทุกครั้งเลย”
“หนูสอบผ่านแล้วค่ะ จะได้ใบประกอบในอีกไม่กี่วันหลังจากนี้ ต่อจากนี้ก็จะมีเอกสารสำหรับรับรองเวลาทำงานแล้ว”
กับคนที่จริงจังอย่างกู้เจิ้งอัน เธอไม่มีความกล้าที่จะมาล้อเล่นจึงบอกผลการสอบไปตามตรง
เมื่อกู้เจิ้งอันได้ยินอย่างนั้น น้ำเสียงของเขาก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที [ลูกสาวของพ่อ ยินดีด้วยนะลูก คืนนี้กลับบ้านมากินข้าวด้วยกันไหม]
“พอดีหนูมีนัดคืนนี้ค่ะ พรุ่งนี้ถึงจะได้กลับไปที่บ้านนะคะ”
จากนั้นกู้หนานก็ขอให้ลู่ฮ่าวโทรหากู้ย่าฮุยและฉินเฟิง
แน่นอนว่าไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องผลสอบครั้งนี้ แต่เป็นเรื่องของการจดทะเบียนสมรสระหว่างเจียงจื้อกังและหวังชุ่ยผิง เธอต้องการจะให้พวกเขามาร่วมในมื้อค่ำวันนี้ด้วยเพื่อฉลองด้วยกัน
พวกเขาทั้งหมดรู้เรื่องความล้มเหลวในชีวิตแต่งงานครั้งแรกของหวังชุ่ยผิงดี และอยู่ในเหตุการณ์ตอนเจ้าตัวถูกหลิวไคซานหลอกลวงมาตลอด ตอนนี้ทุกอย่างดีขึ้นแล้ว หล่อนได้พบกับชีวิตรักที่มีความสุขเสียที
กู้หนานจึงอยากให้ทุกคนได้มาร่วมกันฉลองให้กับทั้งคู่
ลู่ฮ่าวพูดกับปลายสาย “พาครอบครัวมาด้วยสิ”
หลังจากวางสายแล้ว ลู่ฮ่าวก็หันมามองกู้หนานและเสนอขึ้น “เราควรโทรหาซุนเฉิงกับเวิงอิ่งด้วยไหม”
“ได้สิ พวกเขาเป็นเพื่อนเพียงไม่กี่คนที่เรามีที่นี่ โทรตามพวกเขาเถอะ”
วันนี้เป็นวันฉลองของหนุ่ม ๆ สาว ๆ ไม่ได้มีผู้ใหญ่มาด้วย มีเพียงเพื่อน ๆ กันทั้งหมด
หลังจากวางสายจากเพื่อน ๆ แล้ว กู้หนานก็พูดต่อ “เราไปธนาคารแล้วถอนเงินใส่ซองแดงให้พวกเขากันต่อเถอะ”
“เท่าไรดีล่ะ” ลู่ฮ่าวถาม
“ตอนที่เราแต่งงานกัน ทั้งสองคนใส่ซองให้เราด้วยกัน พี่จื้อกังให้ฉันมาสองร้อยหยวน เราก็ให้พวกเขาสักห้าร้อยหยวนกันเถอะ”
ในยุคนี้ เดือน ๆ หนึ่งยังไม่สามารถหาเงินได้ถึงสองร้อยหยวน เจียงจื้อกังยินดีที่จะมอบซองแดงให้เธอมากถึงขนาดนั้น ทำให้คนเป็นน้องสาวรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมาก นั่นเป็นเงินที่เขาเก็บเอาไว้จากการทำงานที่โรงงานแปรรูปยาสมุนไพรทั้งหมด
ลู่ฮ่าวเองก็เห็นด้วย “ดีเลย”
หลังจากไปถอนเงินมาแล้ว ลู่ฮ่าวก็ดูเหนื่อยล้า เปลือกตาของเขาเริ่มกระตุก ร่างกายต้องการการพักผ่อนแล้ว
กู้หนานบอกให้เขากลับบ้านเพื่อไปพักผ่อน ส่วนเธอจะไปคุยเรื่องคลินิกที่บ้านของเนี่ยเหล่า
แน่นอนว่าลู่ฮ่าวมักจะกังวลที่ภรรยาต้องไปไหนมาไหนคนเดียว เขารีบสลัดความง่วงงุนแล้วเอ่ยขึ้น “ไปด้วยกันดีกว่า ฉันจะไปนอนที่บ้านคุณตาแทน”
ทันทีที่มาถึงหน้าบ้านของเนี่ยเหล่า เธอก็ได้ยินเสียงชายชรากำลังสั่งสอนเซี่ยเหวินตงอยู่
“ทุกคนยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว ดูหลานสาวฉันสิ ตอนนี้เธอเปิดคลินิกเองได้แล้ว ส่วนแกจำชื่อยาไม่ได้ด้วยซ้ำ เรียนอะไรไปแล้วเข้าหัวบ้างไหม”
เซี่ยเหวินตงตอบโต้เสียงอ่อน “คุณปู่เนี่ย แต่ละคนก็มีจุดแข็งจุดอ่อนกันทั้งนั้นแหละครับ ผมก็รู้เรื่องการค้าการทำธุรกิจไง”
“แล้วกู้หนานไม่รู้เรื่องการทำธุรกิจหรือไง โรงงานของเธอเปิดแล้ว ตอนนี้ก็กำลังท้อง ยังต้องเตรียมตัวสอบอีก ดูสิว่าเธอเก่งแค่ไหน”