เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 623 ชื่อคลินิกก็คิดไว้แล้ว
บทที่ 623 ชื่อคลินิกก็คิดไว้แล้ว
เจียงจื้อกังทำอาหารเช้าเสร็จก็เสิร์ฟมันให้กับหวังชุ่ยผิงกับเถี่ยตันกินก่อน จากนั้นจึงนำอีกชามมาให้กู้หนาน
ลู่ฮ่าวลงจากเวรกลางคืน มาถึงหน้าประตูแล้วเช่นกัน
เขาถือถุงซาลาเปา ดวงตาอิดโรยจากความง่วง ทว่าพอเห็นเจียงจื้อกังก็ยิ้มทักทาย “กลับมากันแล้วหรือครับ”
“กลับมาแล้ว”
เมื่อเจียงจื้อกังเจอลู่ฮ่าว เขาก็ยังรู้สึกประหม่าขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ เขามองซุปไข่ในมือตนเองแล้วเริ่มพูดต่อ “ฉันเอาอาหารเช้ามาให้หนานหน่าน เดี๋ยวจะเอามาให้นายอีกชาม”
“ขอบคุณครับ”
ลู่ฮ่าวเอาชามซุปเข้าไปในห้อง
จากนั้นไม่นานเจียงจื้อกังก็กลับมาพร้อมกับซุปชามที่สอง
ทันทีที่กู้หนานตื่นขึ้น เธอก็กินซุปร้อน ๆ อย่างมีความสุขแล้วพูดกับเจียงจื้อกังว่า “พี่ชาย บอกพี่ชุ่ยผิงด้วยว่าลู่ฮ่าวกับหนูจะเลี้ยงข้าวมื้อค่ำนี้”
“มื้อค่ำหรือ” เจียงจื้อกังถามอย่างสงสัย
กู้หนานยิ้มแล้วพูดต่อ “ใช่ พี่แต่งงานแล้ว ในฐานะน้องสาวหนูก็ต้องเลี้ยงอาหารสิ ไปที่ร้านจุ้ยเซียงตอนหกโมงเย็น เลิกงานแล้วก็ไปรับเถี่ยตันมาด้วยกัน”
เจียงจื้อกังรู้สึกเกรงใจ “เป็นเราต่างหากที่ต้องเลี้ยงเธอ”
เมื่อคืนเขาคุยกับหวังชุ่ยผิงว่าจะไม่จัดงานเลี้ยง แต่ควรจะเชิญกู้หนาน ลู่ฮ่าว และเพื่อนสองสามคนมาทานอาหารร่วมกัน
“ให้หนูเลี้ยงเถอะ” กู้หนานพูดต่อ “วันนี้หนูจะไม่ได้เข้าไปที่โรงงาน เดี๋ยวโทรหาพี่จางฝ่ายบุคคลให้แจ้งพี่นะ”
“เข้าใจแล้ว”
ลู่ฮ่าวส่งซาลาเปาสองสามลูกให้เจียงจื้อกังกลับไปด้วย จากนั้นเจียงจื้อกังก็ออกจากห้องไปตามปกติ
ทันทีที่เจียงจื้อกังออกไป ลู่ฮ่าวก็ยิ้ม ถามกู้หนานว่า “พวกเขาอยู่ด้วยกันแล้วหรือ”
กู้หนานพยักหน้า “ใช่แล้ว มีทะเบียนสมรสแล้วก็ต้องอยู่ด้วยกันได้สิ”
“ดีแล้วที่ไม่มีเรื่องวุ่นวายอะไรอีก” ลู่ฮ่าวล้างมือก่อนมาชิมซุปไข่ของเจียงจื้อกังซึ่งอร่อยกว่าของหวังชุ่ยผิง
เขาเป็นคนเรียบง่าย โชคดีที่หวังชุ่ยผิงและลูกชายจะมีเจียงจื้อกังมาช่วยดูแล
ลู่ฮ่าวเอาซาลาเปานึ่งให้กู้หนาน เอาอีกอันขึ้นมาถือเอง ก่อนจะเอ่ยปากกับเธอ “ภรรยา เดี๋ยวกินเสร็จแล้วฉันจะเข้าไปนอนสักหน่อย ช่วงเที่ยงค่อยปลุกฉันนะ แล้วเราจะได้ดูผลสอบ”
เมื่อพูดถึงผลสอบ ซาลาเปานึ่งที่อยู่ในปากกู้หนานก็รสชาติเฝื่อนลงทันที
เธอประหม่าเกี่ยวกับเรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ทั้งคาดหวังทั้งกังวล อารมณ์ผสมปนกันไปหมด
เธอสบตาลู่ฮ่าวแล้วเริ่มงอแงเหมือนเด็ก ๆ “ฉันกังวลไปหมดแล้ว ถ้าไม่ผ่านขึ้นมาล่ะ”
ลู่ฮ่าวลูบหัวของเธอแล้วตอบอย่างหนักแน่น “เธอผ่านอยู่แล้ว”
“ถ้าไม่ผ่าน ฉันทำยังไงดี” กู้หนานมีความหวาดกลัวอยู่ในใจ เรื่องการสอบแบบนี้ใครจะรับประกันอะไรได้
“สอบไม่ผ่านก็สอบครั้งหน้าได้ ระหว่างนั้นก็อยู่บ้านเลี้ยงลูกก่อน”
ลู่ฮ่าวไม่ได้พูดออกมา แต่ก็มีส่วนลึก ๆ ในใจที่แอบหวังว่าเธอจะสอบไม่ผ่าน ภรรยาจะได้อยู่กับลูก ไม่ต้องเหนื่อยจนเกินไป
ตอนนี้ว่าที่คุณแม่ท้องโตขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน ถ้าได้ใบประกอบวิชาชีพแพทย์ จะต้องทำงานที่คลินิกไม่ได้หยุดแน่นอน
เนี่ยเหล่าแม้จะปากแข็ง แต่ความเป็นจริงแล้วกระตือรือร้นมากกว่าใคร ๆ เขารอให้กู้หนานสอบผ่านได้ใบรับรองมาเปิดคลินิก จะได้ไปช่วยเป็นที่ปรึกษา
แม้แต่ชื่อคลินิกก็คิดเอาไว้แล้ว
ยังไม่ทันที่จะได้ตัดสินใจเลือกชื่อเหลน แต่ชื่อคลินิกกลับถูกเลือกเอาไว้แล้ว
กู้หนานเหลือบตามองสามี “ไม่ต้องพูดแบบนั้นเลย ฉันต้องสอบผ่านสิ”
ลู่ฮ่าวไม่กล้าพูดเรื่องนั้นต่อ เขาก้มหน้าก้มตากินโจ๊กเงียบ ๆ
ช่วงนี้กู้หนานอยากอาหารดีขึ้นมาก เธอทานซาเปาลูกใหญ่สามลูกและโจ๊กอีกหนึ่งชามแล้วออกไปหาหวังชุ่ยผิง
ลู่ฮ่าวเข้านอนหลังกินมื้อเช้า พอหวังชุ่ยผิงและเจียงจื้อกังออกไปพร้อมกับเถี่ยตัน กู้หนานก็ทำได้เพียงออกกำลังกายเบา ๆ แก้เบื่ออยู่ในห้องเพียงลำพัง
เวลาเพียงพักเดียวกลับรู้สึกเหมือนผ่านไปแล้วเป็นปี
กู้เจิ้งอันโทรมาหาเธอและถามเกี่ยวกับผลการสอบ
“พ่อคะ วันนี้ผลจะออกแล้วแต่หนูยังไม่ได้ไปดูเลย”
กู้เจิ้งอันให้กำลังใจเธอ [ไม่ต้องกังวล ลูกสอบผ่านแน่นอน]
“เข้าใจแล้วค่ะ หนูต้องวางสายก่อน เดี๋ยวทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจะโทรหาอีกครั้งนะคะ”
ทันทีที่วางสายจากพ่อ เนี่ยเหล่าก็โทรมาอีก
แน่นอนว่าต้องเป็นคำถามเกี่ยวกับการสอบ
กู้หนานบอกว่ายังไม่รู้ผล น้ำเสียงของเนี่ยเหล่าก็ไม่ค่อยอ่อนโยนเท่าไร “ฉันพร้อมที่จะเปิดคลินิกแล้ว อย่าทำให้ผิดหวังล่ะ ชื่อคลินิกก็คิดรอไว้แล้ว”
ยิ่งเนี่ยเหล่าพูดแบบนั้น กู้หนานก็ยิ่งกังวลมากขึ้น
“คุณตา ไม่ต้องกังวลนะคะ รอฟังข่าวดีได้เลย”
กู้หนานรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องรับสายหลายสาย เธอจึงปิดโทรศัพท์แล้วเข้าไปที่ห้องนอน นอนลงข้าง ๆ ลู่ฮ่าวแล้วผล็อยหลับไป
ลู่ฮ่าวตื่นขึ้นมาพบว่าภรรยามานอนอยู่ข้าง ๆ
เขายกมุมปากของตัวเองขึ้น ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะหน้าผากอีกฝ่าย แน่ใจว่ากู้หนานสบายดีถึงค่อยโล่งใจ
เขาลุกขึ้นนั่งแล้วปลุกเธอเบา ๆ
กู้หนานหลับไปตอนไหนไม่รู้ เธอขยี้ตาพลางถามสามีว่า “นี่กี่โมงแล้ว”
“สิบโมงกว่าแล้ว” ลู่ฮ่าวตอบพลางยิ้ม “เธอนอนไม่หลับจริง ๆ หรือ”
“ให้ทำยังไงได้ ฉันกังวลจนต้องหนีมานอน”
“ลุกขึ้นเถอะ เราไปกันดีกว่า”
ลู่ฮ่าวสวมรองเท้าให้เธอ จากนั้นเอาเสื้อโค้ทขนสัตว์มาให้สวม หลังจากหวีผมเปลี่ยนเสื้อผ้า ทั้งสองก็ขับรถออกไปที่สำนักงานมาตรฐานสาธารณสุข
เมื่อทั้งสองไปถึงก็พบว่ามีผู้คนมากมายกำลังรออยู่ที่สำนักงาน
หลังจากที่รายชื่อถูกติดประกาศที่ป้ายหน้าทางเข้า ผู้คนก็ไปแออัดกันอยู่ที่นั่น ลู่ฮ่าวหันไปเห็นว่ามีเก้าอี้อยู่จึงให้กู้หนานนั่งรอ ส่วนเขาจะเข้าไปดูผลการสอบให้
กู้หนานขยับตัวไปมาไม่สะดวกนัก เธอปล่อยให้ลู่ฮ่าวเข้าไปดูผลแทน
หลังจากรอประมาณห้านาที สามีของเธอก็กลับมาพร้อมกับสีหน้าขรึมจริงจัง