เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 622 ผมมีพ่อใหม่แล้ว
บทที่ 622 ผมมีพ่อใหม่แล้ว
หวังชุ่ยผิงไม่ได้สนใจว่าเจียงจื้อกังจะมีบ้านเป็นของตัวเองหรือไม่ แต่เจียงจื้อกังก็ยังไม่สบายใจ
กู้หนานเข้าใจนิสัยของเขาดี แม้ว่าเขาจะดูเป็นคนเก็บตัว แต่ก็เป็นคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีไม่น้อย
เธอเลยเสนอ “อยู่ที่นี่กันไปก่อน พร้อมแล้วค่อยหาที่อยู่ใหม่ หรือค่อยปล่อยบ้านหลังนี้แล้วไปเช่าบ้านสักหลังอยู่ก็ได้”
เจียงจื้อกังยอมใจอ่อน “ถ้าอย่างนั้นอยู่ไปก่อนสักพัก เราค่อยมาคุยเรื่องนี้กันอีกครั้งก็แล้วกัน”
หลังจากที่เขาได้เงินเดือนแล้ว ชายหนุ่มตั้งใจจะหาบ้านใหม่ เขาจะปรึกษากับหวังชุ่ยผิงด้วยว่าเธอชอบหรือไม่
ตอนนี้ละครกลางคืนจบลงแล้ว กู้หนานจึงเอ่ยกับพวกเขา “นี่ก็ดึกแล้ว พวกพี่ไปพักผ่อนเถอะค่ะ พรุ่งนี้เราค่อยคุยกันใหม่”
ทันทีที่กู้หนานพูดจบ เจียงจื้อกังก็มองไปทางหวังชุ่ยผิงอย่างไม่แน่ใจ จากนั้นก็กลับมามองกู้หนาน
กู้หนานกลอกตา “พี่คิดอะไรอยู่เนี่ย แต่งงานกันแล้วทำไมยังจะต้องไปนอนห้องคุณปู่อีก”
เจียงจื้อกังเกาหัวด้วยความลำบากใจ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินตามหวังชุ่ยผิงเข้าไปในห้อง
กู้หนานมองตามหลังพวกเขาด้วยรอยยิ้มก่อนที่ประตูจะปิดลง
เถี่ยตันนอนไปแล้ว เพื่อไม่ให้เด็กน้อยตื่น ทั้งสองจึงปิดประตูอย่างเบา ๆ แล้วเข้าไปในห้องนอนใหญ่
ทันทีที่เปิดไฟห้องนอน ทั้งคู่ก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น
พวกเขาเกือบจะคิดว่ากำลังเข้ามาผิดห้อง
ทั้งห้องถูกตกแต่งไปด้วยสีแดงสด เครื่องนอนทั้งหมดถูกเปลี่ยนเป็นเครื่องนอนสำหรับห้องหอ
มีผ้านวมซาตินลายเป็ดแมนดารินเล่นน้ำ หมอนสีแดงสดสองใบ และคำว่าสุขสันต์ติดอยู่ที่ตู้เสื้อผ้า
ห้องดูได้รับการจัดใหม่ทำความสะอาดอย่างเรียบร้อยสวยงาม มีริบบิ้นผูกที่หัวเตียงด้วย
หวังชุ่ยผิงปวดหัวตาขึ้นมาแล้ว
เธอถอนหายใจแล้วบ่นพึมพำ “ต้องเป็นฝีมือหนานหน่านแน่นอน”
เจียงจื้อกังประทับใจห้องหอนี้มาก นอกจากกู้หนานคงไม่มีใครอื่นอีกแล้ว
การที่เขามีน้องสาวเช่นเธอถือว่าเป็นพรที่ได้รับจากสวรรค์แล้วจริง ๆ
คู่แต่งงานใหม่สบตากันด้วยรอยยิ้ม เกิดความอบอุ่นเกินบรรยายขึ้นในหัวใจของทั้งคู่
ช่างสวยงามและมีคุณค่าเหลือเกิน
…
เช้าวันต่อมา ทันทีที่เถี่ยตันตื่นขึ้นมา เขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากในครัว เด็กชายรีบไปที่ห้องครัว
มีคนทำอาหารอยู่ที่นั่น เขาเห็นแล้วรีบเรียกอย่างตื่นเต้น “น้าจื้อกังหรือ”
เจียงจื้อกังกำลังสวมผ้ากันเปื้อนทำซุปไข่ เมื่อหันไปเห็นเด็กชายผู้ร่าเริง เขาก็ทักทายด้วยรอยยิ้ม “เถี่ยตัน ตื่นแล้วหรือ น้ากำลังทำอาหารเช้าอยู่”
“น้าจื้อกัง ดีจังที่น้ากลับมาแล้ว ผมคิดถึงทุกคนมาก” หลังจากที่พูดจบเถี่ยตันก็ถามต่อ “แล้วแม่ไปไหนครับ”
เจียงจื้อกังตอกไข่ลงไปในหม้อด้วยท่าทางสบาย ๆ พลางตอบ “แม่เขายังหลับอยู่เลย”
เถี่ยตันบ่นขึ้นมาทันที “ทำไมแม่ขี้เซาจังเลย”
หวังชุ่ยผิงเพิ่งเดินออกมาด้วยร่างกายอ่อนล้า ใบหน้าขึ้นสีทันทีที่ได้ยินคำถามของลูกชาย
เธอเอามือสางผมแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เถี่ยตัน แม่ตื่นแล้วลูก”
เด็กชายหันกลับไปเห็นแม่ของตัวเองก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที “แม่ครับ ในที่สุดแม่ก็กลับมาสักที”
หวังชุ่ยผิงจับลูกชาย บีบแก้มเบา ๆ แล้วเริ่มถาม “แม่ไม่อยู่เป็นเด็กดีหรือเปล่า”
เถี่ยตันพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ใช่ ผมทำการบ้านเสร็จตรงเวลาทุกวัน กินข้าวหมดด้วย ไม่งอแงอะไรเลย”
หวังชุ่ยผิงลูบหัวกลม ๆ ของลูกชายไปมา “เก่งมากจริง ๆ”
เถี่ยตันมองหวังชุ่ยผิงด้วยสายตาแบบผู้ใหญ่แล้วถามขึ้น “เมื่อคืนน้าจื้อกังกับแม่นอนที่ไหนกัน”
“คือ…” หวังชุ่ยผิงรู้สึกเขินอายเล็กน้อย ไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้กับลูกอย่างไร
จากนี้ไปเจียงจื้อกังจะเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ ลูกเคยบอกว่ารับได้ แต่ในรูปแบบสามีภรรยามันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เธอจำเป็นต้องอธิบายอย่างละเอียด จะได้ไม่ต้องรู้สึกอึดอัด
ขณะที่หวังชุ่ยผิงกำลังจะเอ่ยปาก เถี่ยตันก็พูดขึ้นมาอย่างรวกเร็ว “ผมรู้ทุกอย่างแล้ว คุณน้าบอกผมว่าแม่กับน้าจื้อกังแต่งงานกันแล้ว จากนี้ไปจะเป็นสามีภรรยากัน แล้วเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันด้วย”
เถี่ยตันโตเร็ว พูดจาแบบผู้ใหญ่เป็นแล้ว
หวังชุ่ยผิงแปลกใจ “คุณน้าหรือ”
“ใช่แล้ว น้าหนานหน่านของผม” เถี่ยตันเอ่ยเสียงนุ่ม
“เด็กคนนี้ รู้จักพูดจริง ๆ”
หวังชุ่ยผิงไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรกับลูกเลย ดูท่าว่ากู้หนานจะอธิบายทุกอย่างให้เด็กชายเข้าใจอย่างชัดเจนทั้งหมดแล้ว และเถี่ยตันก็เข้าใจทุกอย่างได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย
เถี่ยตันมองไปทางห้องครัวอีกครั้ง ลดเสียงลงแล้วพูดกับแม่ “ผมไปเจอพ่อคนเลวมาแล้ว”
เมื่อหลิวไคซานถูกพูดถึงขั้นมา ใบหน้าของหวังชุ่ยผิงก็ยับย่น เธอถามลูกชายเสียงเบา “ไปเจอที่ไหน”
เถี่ยตันตอบ “ที่หน้าโรงเรียน เขามาหาผมแล้วก็เอาขนมมาให้ด้วย”
“เขาพูดอะไรกับลูกบ้าง”
คนสารเลวนั่นยังมีหน้ามาเจอลูกอีก
เธอไม่ติดเรื่องที่เขาจะมาเจอลูก จนกระทั่งเขาพาเถี่ยตันออกไปเล่นแล้วเจอกับคนรักของเขาบนถนน เธอก็ไม่เคยยอมให้เขามาเยี่ยมลูกอีก
ยังมีหน้าไปดักรอลูกถึงที่โรงเรียนอีก
เถี่ยตันกล่าวต่อ “เขาถามผมว่าอยากเจอคุณย่าไหม แล้วก็บอกว่ากำลังจะไปที่บ้านเกิด ผมอยากจะไปกับเขาหรือเปล่า”
“ลูกตอบไปว่าอะไร” ใบหน้าของหวังชุ่ยผิงเริ่มตึงขึ้นมา เธอกลัวว่าเถี่ยตันจะถูกคนแบบนั้นหลอกแล้วยอมไปกับเขา
“ผมบอกว่าผมก็คิดถึงคุณย่า แต่ไม่อยากไปกับเขา” เด็กชายเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ “ผมบอกเขาไปด้วยว่าผมมีพ่อใหม่แล้ว พ่อใหม่จะมาเล่นกับผมแล้วก็พาผมไปเอง เราจะไปขุดไข่นกด้วยกัน แล้วก็บอกว่าผมไม่อยากเจอเขาอีกแล้ว”
หวังชุ่ยผิงเหนื่อยใจหลังจากที่ได้ยินเรื่องที่ลูกเล่า
เด็กก็คือเด็ก คำพูดเถี่ยตันสั่นคลอนหัวใจของเธออย่างมาก
ช่วงนี้ไม่ได้เจอหลิวไคซานเลย ไม่รู้ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง หวังชุ่ยผิงกลัวว่าเขาจะมาลักพาตัวลูกไปถ้ารู้ว่าเธอแต่งงาน
เธอเอ่ยกับเถี่ยตันทันที “ต่อไปนี้ เลิกเรียนแล้วรอแม่ที่โรงเรียนนะ แม่จะไปรับลูกเอง”