เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 621 ปาทะเบียนสมรสใส่หน้า
บทที่ 621 ปาทะเบียนสมรสใส่หน้า
พอหวังชุ่ยผิงและเจียงจื้อกังกลับไปที่บ้านเกิดของพวกเขา กู้หนานก็พาเถี่ยตันไปฝากไว้ที่บ้านของเฉินหย่าจือ เห็นได้ชัดเลยว่าเถี่ยตันไม่คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตบ้านคนอื่น
สองสามวันที่ผ่านมา กู้หนานและลู่ฮ่าวอยากดูแลเถี่ยตันให้สะดวกจึงอยู่กับเด็กชายที่ห้องพักบุคลากรในตอนกลางคืน
คืนนี้ลู่ฮ่าวต้องไปเข้าเวร พอกู้หนานสอนการบ้านให้เถี่ยตันเสร็จ เธอก็ส่งเด็กชายเข้านอนแล้วไปนั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่โซฟา
ในตอนนั้นเองก็เกิดเสียงดังของอะไรบางอย่างขึ้นมาที่ทางเดิน กู้หนานรู้สึกเหมือนว่าตัวเองจะได้เสียงของหวังชุ่ยผิง
หญิงสาวคิ้วกระตุก ลุกไปที่ประตูเพื่อความแน่ใจ
หลังจากแน่ใจว่าเป็นเสียงของหวังชุ่ยผิงและเจียงจื้อกัง เธอก็เปิดประตูออก
“กลับมากันแล้วหรือคะ”
กู้หนานที่โผล่หน้าออกมาจากประตูทำให้หวังชุ่ยผิงตกใจ
พวกเขาประหลาดใจที่เห็นว่ากู้หนานอยู่ที่นี่ “หนานหน่าน ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่ล่ะ”
กู้หนานตอบด้วยรอยยิ้ม “ก็มาดูแลหลานชายคนโตน่ะสิคะ”
หญิงสาวมองสองคนตรงหน้าที่ดูเหนื่อยล้าแล้วถามขึ้น “ทำไมกลับมาช้าจังคะ นั่งรถไฟมากันหรือคะ”
หวังชุ่นผิงตอบอย่างเหนื่อยอ่อน “ใช่แล้ว เรานั่งรถไฟเที่ยวสุดท้ายของเย็นนี้กลับมาน่ะ”
“เข้ามาข้างในก่อนเถอะค่ะ”
ทันทีที่เข้ามาในห้อง หวังชุ่ยผิงก็ทรุดตัวนั่งลงที่โซฟา
เธอเอ่ยถามกู้หนานขึ้น “เถี่ยตันหลับแล้วหรือ”
“นอนไปแล้วค่ะ” กู้หนานอธิบาย “ฉันส่งเขาเข้านอนหลังจากที่ทำการบ้านเสร็จแล้ว”
“งั้นปล่อยเขานอนไปเถอะ พรุ่งนี้ค่อยเจอกันทีเดียว”
เจียงจื้อกังวางข้าวของลงแล้วบอกหวังชุ่ยผิงว่าจะไปเอาน้ำดื่มมาให้ เขากระหายน้ำมาตลอดทาง
หวังชุ่ยผิงนั่งอยู่ที่โซฟายกมือขึ้นทุบไหล่ของตนเองแล้วบ่นขึ้นมา “โอ๊ย ฉันเหนื่อยชะมัด”
“ทำไมถึงไปหลายวันจังเลยล่ะคะ” กู้หนานถามอย่างสงสัย
หลังจากได้ทะเบียนสมรสมาแล้วก็ไม่รู้ข่าวของพวกเขาอีกเลย หญิงสาวเป็นห่วงทั้งสองคนอยู่หลายวัน
“อย่าให้ต้องพูดเลย” หวังชุ่ยผิงพูดไม่ออกเมื่อนึกถึงการเดินทางไปที่หล่งซานในครั้งนี้
เจียงจื้อกังออกมาจากห้องครัวพร้อมน้ำในมือแล้วเริ่มเล่า “แม่ฉันเพิ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อเช้านี้ เราก็ไปส่งแม่ที่บ้านก่อนจะกลับมาที่นี่”
เจียงจื้อกังเทน้ำสองแก้วแล้ววางไว้ข้างหน้าหวังชุ่ยผิง จากนั้นเอาอีกแก้วให้กู้หนาน
กู้หนานโบกมือ “ฉันยังไม่หิวน้ำ พี่ชายดื่มเถอะค่ะ”
หวังชุ่ยผิงดื่มน้ำทั้งแก้วรวดเดียวจนหมด หลังจากวางแก้วลงก็มองไปที่กู้หนานแล้วเริ่มบ่น “หนานหน่าน เธอจินตนาการไม่ออกแน่ว่าเราเจออะไรกันมา”
หวังชุ่ยผิงมีเรื่องมากมายที่อยากจะเล่าในตอนนี้ “เจียงเหมยนี่แปลกจริง ๆ เด็กนั่นขโมยเงินแม่ของจื้อกังที่โรงพยาบาลแล้วหนีไป”
“ขโมยเงิน?” กู้หนานประหลาดใจ
เด็กคนนั้นยังทำตัวแบบนี้อยู่อีกหรือ
หวังชุ่ยผิงพยักหน้า “ใช่ เธอขโมยเงินสองพันหยวนใต้จมูกของหวังเซิ่งหลันด้วยซ้ำ”
หวังชุ่ยผิงเล่าต่อ “เธอเอาเงินหนึ่งพันคืนให้กับอู๋เอ้อร์จู้ บอกว่าให้ใช้หนี้ตระกูลอู๋ แล้วเอาเงินหนึ่งพันที่เหลือหนีไปที่ไหนก็ไม่รู้”
หลังจากที่พูดจบ เธอก็มองไปที่กู้หนานและเจียงจื้อกังด้วยสีหน้าลำบากใจแล้วก็ถอนหายใจออกมา “ฉันเห็นใจเธอสองคนจริง ๆ ที่ต้องทนเติบโตมาในสภาพแวดล้อมแบบนั้น”
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเติบโตมาอย่างดีในครอบครัวแย่ ๆ โดยไม่ถูกชักนำให้หลงทางไปเสียก่อน
กู้หนานได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกว่าตัวเองปวดขมับขึ้นมา เจียงเหมยยังไม่ยอมแพ้เรื่องหนีอู๋เอ้อร์จู้สินะ
ไม่เคยมีใครสามารถขโมยเงินจากหวังเซิ่งหลันได้ คงมีแค่เจียงเหมยคนเดียว
แต่หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นแล้ว เงินนั่นเป็นทรัพย์สินที่หวังเซิ่งหลันได้รับจากการขายเจียงเหมยให้ตระกูลอู๋ เจียงเหมยขโมยอีกครั้ง นับว่าคนเลวมักเสียเหลี่ยมให้คนแบบเดียวกัน
กู้หนานได้ยินความไม่พอใจอย่างรุนแรงผ่านคำพูดของหวังชุ่ยผิง
แต่หลังจากได้พบกับครอบครัวนั้น หวังชุ่ยผิงก็ยังจดทะเบียนสมรสกับเจียงจื้อกังที่เป็นรักแท้ของตัวเอง
กู้หนานกล่าว “หลังจากนี้ พี่ต้องติดต่อกับคนที่บ้านเกิดให้น้อยลง อาการป่วยของหวังเซิ่งหลันได้รับการรักษาแล้ว ถือว่าเราพยายามช่วยเหลืออย่างดีที่สุดแล้วค่ะ”
กู้หนานตั้งใจพูดกับเจียงจื้อกัง
หากจะรักษาความสัมพันธ์นี้เอาไว้ไม่ให้เกิดปัญหา เขาต้องขีดเว้นแบ่งให้ชัดเจนกับครอบครัวที่เต็มไปด้วยเรื่องแย่ ๆ มากมาย
หวังชุ่ยผิงอดทนกับเรื่องเหล่านี้เพียงครั้งเดียวก็พอ ไม่จำเป็นต้องมีครั้งที่สองอีก
ทันทีที่กู้หนานพูดถึงเรื่องนี้ หวังชุ่ยผิงก็มองไปทางเจียงจื้อกังอย่างมีความหมาย “เรื่องนั้นคงต้องแล้วแต่จื้อกัง”
เธอให้สิทธิ์เจียงจื้อกังในการตัดสินใจ เจตนาที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงและคำพูดจึงไม่สามารถชัดเจนไปมากกว่านี้ได้
แน่นอนว่าเธอไม่อยากคบค้าสมาคมกับคนเหล่านั้นอีก
พอกู้หนานและหวังชุ่ยผิงมองมา เจียงจื้อกังจึงรีบแสดงความคิดเห็นออกมา
“ต่อไปเราจะอยู่ด้วยกันโดยไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาอีก”
“จื้อกังรับปากว่าจะหางานให้ลูกสาวของอารองด้วย” ระหว่างทางกลับมาหวังชุ่ยผิงเอาแต่เป็นห่วงเรื่องนี้ เธอกังวลว่าเจียงจื้อกังจะไม่พอใจถ้าพูดออกไปทันที จึงเก็บเอาไว้พูดต่อหน้ากู้หนานด้วย
คนที่ชื่อเจียงเสวี่ยคนนั้นเธอสามารถรู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่คนดี
ถ้าผู้หญิงคนนั้นถูกพามาที่เมืองนี้จริง ๆ ต่อไปชีวิตของทุกคนคงลำบาก
หลังจากที่ได้ยินเรื่องนี้ กู้หนานก็มองไปที่เจียงจื้อกัง รอคำอธิบายจากเขา
เจียงจื้อกังเห็นแววสับสนออกมาจากดวงตาของหญิงสาวทั้งสอง เขาจึงรีบอธิบาย
“ฉันทำเพื่อให้เจียงต้าไห่ช่วยดูแลแม่ จะไปหางานให้เธอจริง ๆ ได้ยังไงกัน เธอไม่ต่างอะไรกับเจียงเหมยเลย ตอนนั้นฉันก็ปฏิเสธลำบาก”
ระหว่างที่พูดอย่างนั้นชายหนุ่มก็หลุบตาลงอย่างไม่ตั้งใจ
“ยังไงตอนนี้เราก็ได้ทะเบียนสมรสมาแล้ว”
กู้หนานถามทั้งคู่ต่อ “แล้วพี่จะทำยังไงต่อไป ตอนนี้พวกพี่เป็นคู่กันแล้ว ต่อไปมีเรื่องอะไรต้องคุยกันนะคะ”
เจียงจื้อกังพูดต่อ “พรุ่งนี้ฉันจะไปทำงานได้ใช่ไหม”
กู้หนานพยักหน้า “ได้สิคะ มีตำแหน่งเดียวกับที่พี่เคยทำมาก่อนว่างอยู่ ไปทำได้เลยในวันพรุ่งนี้”
“ขอบคุณมากนะหนานหน่าน”
หลังจากปัญหาเรื่องงานได้รับการแก้ไข เจียงจื้อกังก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก
การแต่งงานเป็นเรื่องที่ดี แต่ในขณะเดียวกันก็หมายถึงความรับผิดชอบยิ่งใหญ่ที่ต้องแบกรับด้วย
เขาต้องเลี้ยงดูครอบครัวของตัวเอง ต้องทำงานเก็บเงินให้ได้มาก ๆ
ตราบใดที่ขยันทำงานและรับงานล่วงเวลามากขึ้น ก็น่าจะมีรายได้ถึงสองร้อยหยวนต่อเดือนได้ ซึ่งนั่นจะรับประกันความสะดวกสบายของครอบครัวสามพ่อแม่ลูกได้
เจียงจื้อกังเริ่มเล่าแผนอนาคตของเขาออกมา “ไปเช่าบ้านที่อื่นที่เหมาะกว่านี้กันเถอะ”
หวังชุ่ยผิงค้านขึ้น “อยู่ที่นี่ก็ได้นี่ ทำไมต้องเช่าบ้านใหม่ด้วย ไม่ใช่ว่าเราไม่มีที่จะอยู่ จะเสียเงินเพิ่มไปทำไม”
ชายหนุ่มตอบอย่างไม่สบายใจ “แต่ที่นี่เป็นบ้านของคุณ”
เขามาอาศัยอยู่ในบ้านของชุ่ยผิง ไม่เท่ากับว่าเขาเกาะเธอกินงั้นหรือ
เจียงจื้อกังคิดไม่ตกเรื่องนี้มาตลอด
หวังชุ่ยผิงไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลยแม้แต่น้อย เธอรีบพูดอย่างหนักแน่น “ทำไมนายจะอยู่บ้านฉันไม่ได้ เราแต่งงานกันแล้ว ฉันอยู่ที่ไหนได้นายก็อยู่ได้ เราจะออกจากบ้านของตัวเองไปเช่าที่อื่นอยู่ทำไมกัน”
กู้หนานอธิบายด้วยรอยยิ้ม “พี่ชายกลัวว่าคนอื่นจะนินทาเอาได้ เขาเป็นผู้ชายก็เลยอยากรักษาศักดิ์ศรีน่ะค่ะ”
“ปล่อยคนพวกนั้นไปเถอะ พวกเขาไม่ได้มีผลอะไรกับเรา ไม่ต้องกังวลเลยสักนิด”
หวังชุ่ยผิงได้รับภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่ดีจากเรื่องราวมากมายที่พบเจอมา เธอไม่สนใจสิ่งที่คนอื่นพูดอีกต่อไป
อย่างไรชีวิตนี้ก็เป็นของตนเอง เธอเคยแต่งงานมาก่อน ทั้งเธอและจื้อกังจึงไม่ได้มีชื่อเสียงที่ดีนัก แต่ตอนนี้ทั้งคู่จดทะเบียนกันแล้ว ถ้าใครมานินทาลับหลังอีก เธอจะเอาทะเบียนสมรสไปปาใส่หน้าคนพวกนั้น