บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 613 เงินต่อชีวิต

  1. Home
  2. All Mangas
  3. เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90
  4. บทที่ 613 เงินต่อชีวิต
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 613 เงินต่อชีวิต

คืนนี้เจียงจื้อกังทั้งมีความสุขและทรมานไปพร้อม ๆ กัน

ในช่วงครึ่งแรกของคืน เขานอนไม่หลับ ศีรษะของหวังชุ่ยผิงหนุนอยู่บนแขนของเขา ทำให้ร่างกายเหมือนจะแข็งกลายเป็นหิน แต่เขาก็ไม่กล้าขยับเขยื้อน

ชายหนุ่มไม่ยอมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จนกว่าจะได้ยินเสียงหายใจอย่างสม่ำเสมอของหวังชุ่ยผิงดังขึ้นจากข้างกาย

เขาอยากขยับตะแคงข้าง แต่ไม่สามารถบังคับใจได้

ถึงแม้ว่าการข่มไฟในตัวจะทำได้ยากเย็น แต่เขาก็ยังโลภมากสำหรับความรู้สึกที่ได้รับ

หลังจากสู้กับความคิดตัวเองมาได้จนถึงรุ่งสาง พอเสียงไก่ขันแรกดังขึ้นในหมู่บ้าน เจียงจื้อกังรีบลุกขึ้นจากเตียง แต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วออกไป

หวังชุ่ยผิงนอนหนุนแขนเขาตลอดทั้งคืน ทำให้เขาไม่กล้าขยับแขนข้างนี้ ขณะที่สวมเสื้อผ้าจึงรู้สึกถึงความเหน็บชาอยู่บ้าง

เจียงจื้อกังออกไปที่สนามหญ้า บิดขี้เกียจยืดเส้นสายขับไล่ความเมื่อยล้าเล็กน้อย

เมื่อนึกถึงค่ำคืนที่มีความสุขและยาวนานเมื่อคืนที่ผ่านมา แก้มของเขาก็แดงระเรื่ออีกครั้ง

ทั้งหวานและวาบหวามเต็มตื้นในใจ

เจียงจื้อกังตักน้ำเย็นที่มีอยู่ครึ่งโอ่งมาล้างหน้า แล้วเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้า

ในครัวไม่มีอะไรเลยนอกจากบะหมี่ในตู้ เขาค้นไปรอบ ๆ ถึงเจอข้าวฟ่างที่เหลืออยู่ครึ่งถุง

เจียงจื้อกังหาฟืนเดินเข้ามาในครัว แล้วก่อไฟเพื่อทำโจ๊กข้าวฟ่าง

ตอนนี้หวังเซิ่งหลันก็ตื่นแล้วเช่นกัน เธอเห็นควันลอยออกมาจากปล่องไฟในครัว จึงเดินไปที่ประตูครัวเพื่อตรวจสอบ

เมื่อเห็นว่าคนที่ทำอาหารคือเจียงจื้อกัง หวังเซิ่งหลันกล่าวด้วยท่าทางไม่พอใจเล็กน้อย “ทำไมไม่ปลุกหวังชุ่ยผิงมาทำกับข้าวแทนล่ะ?”

เจียงจื้อกังมัวจดจ่ออยู่กับการจุดไฟ จึงไม่สนใจเธอ

หวังเซิ่งหลันมองไปทางห้องด้านข้าง ดูท่าหวังชุ่ยผิงคงยังไม่ตื่น เธอจึงเดินไปหาเจียงจื้อกัง ถามด้วยน้ำเสียงส่อเสียดว่า “จื้อกัง ตอนอยู่ในเมืองแกคงรับใช้หล่อนบ่อยน่ะสิ ฉันจะบอกแกให้ แกจะทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติไม่ได้นะ ลืมหรือไงว่าแกเป็นผู้ชาย ผู้ชายที่ไหนเดินเข้าเดินออกห้องครัวกัน?”

เจียงจื้อกังตอบกลับเบา ๆ ว่า “ก่อนหน้านี้ผมก็เดินเข้าเดินออกห้องครัว หากับข้าวมาให้แม่กินเหมือนกันไม่ใช่หรือ? ผมชินแล้วล่ะ”

พอเจียงจื้อกังพูดออกมาแบบนี้ หวังเซิ่งหลันก็ถึงกับพูดไม่ออก เธอยืนนิ่ง มองไปที่เจียงจื้อกังด้วยความขยะแขยง

เกลียดที่เหล็กไม่สามารถกลายเป็นเหล็กกล้า*[1] นี่จริง ๆ

ดูจากสภาพอีกฝ่าย เจียงจื้อกังคงไม่พ้นถูกหวังชุ่ยผิงครอบงำไปจนตาย

หลังจากที่เจียงจื้อกังรอให้น้ำในหม้อเดือดแล้ว เขาก็เคี่ยวโจ๊กอย่างช้า ๆ จากนั้นยืนขึ้น ถามหวังเซิ่งหลันว่า

“เก็บของครบหรือยัง?”

หวังเซิ่งหลัน “เก็บเสร็จแล้ว ของแม่มีไม่เยอะหรอก”

“งั้นก็เอาสมุดทะเบียนบ้าน บัตรประชาชนกับเงินมาเก็บไว้ที่ผม ผมจะได้เอาเอกสารพวกนี้ไปทำเรื่องที่โรงพยาบาลให้”

เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงจื้อกัง หวังเซิ่งหลันก็แสดงท่าทีลังเลอย่างเห็นได้ชัด

เธอไม่อยากเอาเงินตัวเองฝากไว้ที่เขา

หวังเซิ่งหลันยังคงหวังอย่างริบหรี่ว่าเขาจะช่วยเธอจ่ายค่ารักษาตัวในโรงพยาบาล แล้วเก็บค่าสินสอดของเจียงเหมยเอาไว้เป็นทุนใช้ชีวิตของตัวเองในอนาคต

เจียงจื้อกังมองขาดท่าทางการคิดคำนวณในใจของหวังเซิ่งหลันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ไม่ต้องมารอเงินจากผม ผมไม่มีเงินเลยจริง ๆ ถ้าแม่ไม่ยอมเอาเงินที่มีไปหาหมอ งั้นวันนี้ก็ไม่ต้องไปโรงพยาบาลแล้ว ผมกับชุ่ยผิงจะกลับเข้าเมืองวันนี้”

ต่อให้เขามีเงิน เขาก็ไม่มีวันควักออกมาจ่ายให้ผู้เป็นแม่เด็ดขาด

หลังเข้ารับการผ่าตัด เจียงจื้อกังหยุดพักผ่อนเป็นเวลาสามเดือน ตอนนี้เงินในกระเป๋าของเขาว่างเปล่า แม้แต่ค่าเดินทางกลับก็ต้องอาศัยหวังชุ่ยผิงช่วยจ่าย

ชายหนุ่มเคยสัญญากับหวังชุ่ยผิงว่าในอนาคตจะปฏิบัติต่อเธอและลูกให้ดีที่สุด

แต่ตอนนี้เขาแทบไม่เหลืออะไรแล้ว เขายิ่งกดดันกว่าใคร ๆ

เจียงจื้อกังรู้สึกไร้อำนาจและความสามารถมากในขณะนี้

เขาต้องการความก้าวหน้า ผลักดันตัวเองให้มีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ความจริงแล้วเขายังเป็นคนไร้ประโยชน์อยู่วันยังค่ำ

ครอบครัวไม่สามารถสนับสนุนไม่พอ ยังเอาแต่จ้องมองมาที่เขาตลอดเวลา วางแผนที่จะดื่มเลือดของเขาให้ได้

เจียงจื้อกังอยากหลบหนีจากวังวนอันโหดร้ายนี้ไปให้ไกล แล้วเริ่มเส้นทางชีวิตใหม่กับหวังชุ่ยผิงเสียที แต่เมื่อมองย้อนกลับมาเห็นว่าแม่ป่วยหนัก ความสัมพันธ์ทางสายเลือดทำให้เขาต้องประนีประนอม

เมื่อเห็นว่าเจียงจื้อกังแสดงความตั้งใจแน่วแน่ว่าไม่จ่ายเงินให้ ในที่สุดหวังเซิ่งหลันก็ยอมแพ้ เธอเดินกลับเข้าไปที่ห้องหลักอย่างไม่เต็มใจ หน้าตาบูดบึ้งอย่างยิ่งยวด

เธอหยิบเอกสารและเงินที่เธอรวบรวมไว้เมื่อคืนนี้ออกมา กำลังจะยื่นให้เจียงจื้อกังอยู่แล้ว แต่จังหวะนั้นก็ดึงมือกลับ มองหน้าเจียงจื้อกังอย่างเคร่งขรึมพร้อมกับเตือนเขาว่า “จื้อกัง นี่คือเงินทั้งชีวิตแม่เลยนะ”

เจียงจื้อกังพูดอย่างเย็นชา “ผมไม่หนีไปพร้อมกับเงินหรอกน่า”

แต่เห็นได้ชัดว่าหวังเซิ่งหลันยังคงไม่สบายใจที่จะส่งมอบเงินให้

เจียงจื้อกังมองท่าทางลังเลของเธอ พูดขึ้นว่า “แม่เก็บเงินไว้เองเถอะ แต่เอาสมุดทะเบียนบ้านกับบัตรประชาชนมาให้ผม พอถึงขั้นตอนจ่ายเงินแม่ค่อยหยิบเงินออกมาแล้วกัน”

หวังเซิ่งหลันรีบดึงเงินคืนมาทันที “ได้”

เจียงจื้อกังเตือนเธอว่า “แต่แม่ต้องรับประกันก่อนว่าแม่จะเอาเงินส่วนนี้ออกค่ารักษาเอง เพราะผมไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาตัวในโรงพยาบาลจริง ๆ”

“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวแม่จ่ายเอง”

หวังเซิ่งหลันรีบยัดเงินเก็บกลับเข้าไปในกระเป๋าของตัวเองอย่างรวดเร็ว

เจียงจื้อกังคุ้นเคยกับพฤติกรรมเหล่านี้ของเธอดี หัวใจของเขาชินชากับมันไปแล้ว ตอนนี้จึงไม่รู้สึกเจ็บปวดมากนัก เขาหยิบบัตรประชาชนของตัวเองมา เดินเข้าไปในห้องครัวอีกครั้ง

โจ๊กในหม้อปรุงสุกแล้ว

ทันทีที่ตักโจ๊กใส่ลงในชาม หวังชุ่ยผิงก็ตื่นนอนพอดี

ตรงลานบ้าน ทันทีที่หวังเซิ่งหลันเห็นว่าหวังชุ่ยผิงเดินออกมาจากตัวบ้าน เธอก็เริ่มทำนิสัยเสียทุกประเภท

“ชุ่ยผิง ดูสิว่าเธอน่ะโชคดีแค่ไหน จื้อกังของฉันตื่นนอนแต่เช้าเพื่อลุกมาทำอาหารเช้าให้เธอกิน ฉันขอบอกเลยว่าในหมู่บ้านของเราไม่มีใครแสนดีเท่าจื้อกังอีกแล้ว ถ้าเธอไม่เชื่อฉัน ลองออกไปถามเพื่อนบ้านละแวกนี้ดูก็ได้ ผู้ชายคนไหนในหมู่บ้านบ้างที่รู้จักตื่นมาหุงหาอาหารแต่เช้า? ใครบ้างที่เข้าครัวแทนภรรยา ส่วนภรรยามีหน้าที่ตื่นมากินข้าวอย่างเดียว”

หวังชุ่ยผิงพลิกดูนาฬิกาบนข้อมือตัวเอง เห็นว่ายังไม่เจ็ดโมงด้วยซ้ำ

เธอมักจะตื่นเวลานี้เป็นประจำ ร่างกายเคยชินไปเสียแล้ว ไม่รู้ว่าเจียงจื้อกังตื่นตอนไหน

หวังชุ่ยผิงไม่คิดว่าเจียงจื้อกังจะตื่นนอนแต่เช้าตรู่เพื่อมาทำอาหารเช้าด้วยตัวเอง ถ้าเธอรู้ เธอจะรีบลุกมาช่วยเขาอย่างแน่นอน

หวังเซิ่งหลันยังคงพูดพล่ามเข้าหูหวังชุ่ยผิงต่อไป “ดูสิว่าจื้อกังของฉันดีแค่ไหน ในอนาคตเธอจะได้สามีที่ประเสริฐมาก ฉะนั้นอย่าเปลี่ยนใจจากเขาเลย”

เมื่อคืนที่ผ่านมา หวังชุ่ยผิงบอกว่าเธอเกลียดครอบครัวที่น่าสังเวชของพวกเขา และต้องการพิจารณาความสัมพันธ์ของเธอกับเจียงจื้อกังซะใหม่ ทำให้หวังเซิ่งหลันกังวลตลอดทั้งคืน

เมื่อเห็นว่าพวกเขานอนร่วมห้องเดียวกันเมื่อคืนนี้ หวังเซิ่งหลันถึงได้รู้สึกสบายใจมากขึ้น

สองคนนอนร่วมเตียงกันแบบนี้ ดูเหมือนว่าหวังชุ่ยผิงคงไม่เปลี่ยนใจแล้ว

ในขณะที่พูดพล่ามอยู่แบบนั้น เจียงจื้อกังก็ยกขันน้ำมาให้หวังชุ่ยผิง เพื่อให้เธอใช้ล้างหน้าและแปรงฟัน

เห็นเจียงจื้อกังให้ความสำคัญกับหวังชุ่ยผิงมากขนาดนี้ หวังเซิ่งหลันเริ่มรู้สึกอิจฉาขึ้นมาแล้ว

เธอแต่งงานกับเจียงต้าหมิงมานานหลายสิบปี แต่เธอกลับเป็นฝ่ายคอยรับใช้เจียงต้าหมิงอยู่คนเดียว เจียงต้าหมิงไม่เคยปฏิบัติต่อเธอแบบนี้มาก่อน

อย่างนั้นก็เถอะ พักหลัง ๆ เธอก็หยุดรับใช้เจียงต้าหมิง จนกระทั่งเจียงจื้อกังกับกู้หนานถึงวัยทำงาน เธอเลยสั่งให้พวกเขาทั้งคู่เป็นฝ่ายรับใช้เธอแทน

หวังเซิ่งหลันคิดว่าหวังชุ่ยผิงควรขอบคุณเธอด้วยซ้ำไป

ถ้าเธอไม่ขอให้เจียงจื้อกังหยิบจับงานบ้านพวกนี้ หรือก่อนหน้านี้ไม่ได้ฝึกฝนเขาเป็นอย่างดี หวังชุ่ยผิงจะได้รับการปฏิบัติที่ดีขนาดนี้จากเขาหรือเปล่า?

เจียงจื้อกังเดินออกมาพร้อมกับชามโจ๊ก พูดกับหวังชุ่ยผิงที่กำลังล้างหน้าอยู่

“ชุ่ยผิง ผมทำโจ๊กไว้ให้คุณแล้ว คุณนั่งกินอยู่ที่นี่ก่อนนะ ผมจะไปบ้านเอ้อร์จู้เรียกเขากับเจียงเหมยไปด้วย”

หลังจากพูดจบ เขาก็หันไปพูดกับหวังเซิ่งหลันที่กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างในหัว “ตอนเช้าแม่อย่าเพิ่งกินอะไรลงท้องนะ เผื่อทางโรงพยาบาลให้แม่เจาะเลือดไปตรวจ”

“อืม”

หวังชุ่ยผิงถามเจียงจื้อกังว่า “แล้วคุณกินอะไรหรือยัง?”

“เรียบร้อยแล้ว”

ทันทีที่เจียงจื้อกังออกจากบ้าน หวังชุ่ยผิงก็ถือชามเข้าไปที่ห้องด้านข้าง พอกินหมดแล้วก็จัดการล้างชามโดยไว

จนทุกอย่างเสร็จสิ้น เจียงจื้อกังก็พาเจียงเหมยกับอู๋เอ้อร์จู้มาที่ที่พอดี

เจียงเหมยยืนรออยู่นอกประตู ปฏิเสธที่จะเข้ามา เจียงจื้อกังจึงรีบเข้ามา บอกให้หวังชุ่ยผิงเตรียมเก็บกระเป๋า พวกเขาจะได้เดินทางกลับไปที่หลันเฉิงโดยตรงจากตัวอำเภอหล่งซาน

หวังเซิ่งหลันเดินออกไปพร้อมกับกระเป๋าสัมภาระของตัวเอง ทันทีที่เห็นหน้าเจียงเหมยก็นึกอยากคุยกับเธอ แต่เจียงเหมยกลับเอาแต่มองไปทางอื่น ไม่เต็มใจคุยด้วยแม้แต่คำเดียว

ทุกคนเดินทางเข้าเมืองด้วยกันโดยขึ้นรถสี่ล้อจากในหมู่บ้าน จากนั้นก็เปลี่ยนไปนั่งรถประจำทางจากตัวเมืองไปที่ตัวอำเภอ

ทันทีที่อู๋เอ้อร์จู้ขึ้นไปนั่งบนรถบัส เขาก็หลับตาและเอนตัวนอน เมื่อเจ้าหน้าที่มาเรียกเก็บเงิน เขาก็ลืมตาขึ้น ชี้ไปที่เจียงจื้อกังซึ่งนั่งอยู่ด้านหลัง พูดอย่างเกียจคร้านว่า “เขาจ่าย”

จนกระทั่งถึงโรงพยาบาลประจำเทศมณฑล เจียงเหมยยังคงแสดงสีหน้าเย็นชา ไม่ยอมพูดกับหวังเซิ่งหลัน

อู๋เอ้อร์จู้เฝ้าดูเธออย่างใกล้ชิด ตอนอยู่ที่โรงพยาบาล ขนาดเจียงเหมยขอตัวไปเข้าห้องน้ำ อู๋เอ้อร์จู้ยังรีบตามติด ซ้ำยังอ้างว่าจะไปเฝ้าอยู่หน้าประตูให้

[1] เหล็กไม่สามารถกลายเป็นเหล็กกล้า หมายถึง คนที่ไม่เป็นไปตามที่ตนคาดหวัง

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 613 เงินต่อชีวิต"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

6311cee2FNEFaBp0
ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร
2023-03-05
brownieevc6UgggH
ยัยตัวร้ายกับนายสุดโหด
2025-12-24
aileen4188
เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ
2023-03-05
F2LMpZrq
เจ้าวายร้ายทั้งสาม มาให้แม่เลี้ยงอย่างข้ากล่อมเกลาเสียดีๆ
2024-07-08

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน