เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 612 เรื่องบนเตียง
บทที่ 612 เรื่องบนเตียง
ทันทีที่ได้ยินว่าหวังชุ่ยผิงบอกให้เขานอนที่นี่ ขาของเจียงจื้อกังพลันแข็งค้างทันทีขณะก้าวไปข้างหน้า เขาได้แต่ยืนหันหลังให้เธอทื่อ ๆ อยู่อย่างนั้น
ชายหนุ่มลังเล “แต่…”
หวังชุ่ยผิงพูดอย่างใจกว้าง “ไม่เป็นไรหรอก เราสองคนกำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้ว นายจะกลัวอะไร”
สภาพของกระท่อมหลังนั้นไม่ใช่ที่ที่คนควรเข้าไปอยู่จริง ๆ
คอของเจียงจื้อกังเริ่มเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ เขายังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่ยอมขยับเขยื้อน ไม่หันกลับมามองด้วย
“ตอนแรกไม่มีใครเชื่อว่าคุณจะมีคนรัก มาตอนนี้ถ้าเราสองคนนอนแยกกันอีก แม่คุณต้องสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนแน่ ๆ เมื่อกี้นี้เธอก็เพิ่งเข้ามาถามคำถามอ้อมโลกมากมาย”
หวังชุ่ยผิงพูดด้วยน้ำเสียงหว่านล้อม
สิ่งที่เธอพูดเป็นความจริงทั้งนั้น เธอไม่กลัวว่าคนอื่นอาจระแคะระคายเรื่องความสัมพันธ์ขนาดนั้นหรอก แค่อยากจะรู้บางอย่างมากกว่า
เจียงจื้อกังไร้เดียงสาจริง ๆ หรือว่าเขาไม่รู้สึกอะไรกับเธอเลยกันแน่?
ตั้งแต่วันที่ทั้งสองตกลงปลงใจสานสัมพันธ์ หวังชุ่ยผิงเป็นฝ่ายเข้าไปกอดเขา เขาเพียงกอดเธอกลับ
แต่หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา พวกเขากลับไม่ได้สนิทสนมใกล้ชิดกันอย่างที่ควรจะเป็น
ในฐานะที่เธอเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง ท่าทีของเจียงจื้อกังทำให้เธอรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองเอาซะเลย
หวังชุ่ยผิงคิดกังวลว่าเขาอาจรังเกียจเธออยู่บ่อย ๆ
คำพูดของหวังชุ่ยผิงได้ผล เจียงจื้อกังที่ตั้งท่าว่าจะออกไปในตอนแรก เปลี่ยนใจเดินกลับมาด้วยท่าทางงุ่มง่าม
“ได้ งั้นก็นอนด้วยกันนี่แหละ” เจียงจื้อกังพูดแบบนั้นแต่เลี่ยงไม่ยอมมองหน้าเธอ ทันทีที่คำว่า ‘นอน’ ถูกเปล่งออกมา เขาก็เหมือนเป็นคนลิ้นเปลี้ยเสียอย่างนั้น
เขาก้าวไปปิดประตูห้อง จากนั้นปีนขึ้นไปบนเตียงอย่างรวดเร็ว หลังถอดแจ็กเก็ตหนังออกก็รีบดึงผ้านวมขึ้นมาคลุมตัว เอนหลังลงนอนโดยที่หันหลังให้กับหวังชุ่ยผิง
หวังชุ่ยผิง “!!!”
บนเตียงมีผ้าห่มนวมแค่ผืนเดียว และเป็นผืนใหม่ที่เจียงจื้อกังเพิ่งไปขอมา ตอนนี้ต่อให้ไปขอผ้าห่มเพิ่มอีกผืนเพื่อใช้แยกกัน ไม่สำคัญว่าเธอจะให้หรือไม่ ที่สำคัญคือยังมีผ้าห่มอีกผืนอยู่หรือเปล่า
หวังชุ่ยผิงมองไปยังชายที่นอนนิ่งอยู่ข้าง ๆ มุมปากของเธอกระตุกเล็กน้อย
ความสงสัยในใจยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ
เธอสงสัยตัวเอง ในขณะเดียวกันก็สงสัยเจียงจื้อกังด้วย
ถ้าเป็นผู้ชายทั่วไป เขาไม่ควรสงบนิ่งถึงขนาดนี้เมื่อมีโอกาสนอนร่วมเตียงกับคนรักสาวสองต่อสอง ต่างกับเธอไม่สามารถบังคับจิตใจตัวเองให้สงบได้เลย เธอเพิ่งจะอายุสามสิบเองนะ
หวังชุ่ยผิงเอนตัวลงนอนโดยที่สวมเสื้อผ้าอยู่ เจียงจื้อกังเมื่อรู้ตัวว่าเธอลงมานอนข้าง ๆ ก็ขยับให้ร่างตัวเองเข้าไปชิดกำแพงมากขึ้นแล้วปิดไฟ
ที่จริงแล้วเวลานี้เร็วเกินกว่าที่จะเข้านอน ตอนที่พวกเขาอยู่ในหลันเฉิง พวกเขามักจะนั่งดูทีวีจนถึงประมาณสี่ทุ่ม ขณะนี้ทั้งสองจึงไม่สามารถข่มตาหลับลงได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ท่ามกลางบรรยากาศคลุมเครือเช่นนี้ ยิ่งแทบไม่มีความง่วงเหงาหาวนอนใด ๆ
หวังชุ่ยผิงนอนอยู่บนเตียงแข็ง ๆ ภายในห้องมืดสนิท เธอรู้สึกอึดอัดมาก
เธอกำลังรอให้เจียงจื้อกังเป็นฝ่ายพูดอะไรบางอย่าง ใครจะคิดว่าผู้ชายคนนี้ไม่ยอมขยับเขยื้อนเลย
ไม่นานหลังจากนั้น หวังชุ่ยผิงก็พลิกตัวตะแคงข้าง พบว่าชายที่นอนอยู่ข้าง ๆ นอนนิ่งไม่ไหวติง ราวกับว่าตอนนี้เขาไม่ได้กำลังหายใจอยู่
เธอเรียกเขาเบา ๆ “จื้อกัง”
“หือ? มีอะไรหรือ?” จื้อกังยังไม่หลับ เมื่อหวังชุ่ยผิงเรียก เขาก็เปล่งเสียงแข็งทื่อแหบพร่ากลับไป
หวังชุ่ยผิงพูดต่อ “ฉันนึกว่าคุณหลับไปแล้วซะอีก”
“ยะ… ยังไม่หลับ”
หลังจากที่เขาตอบอย่างเคอะเขินก็เงียบไปอีกครั้ง
หวังชุ่ยผิง “!!!”
“หนาวหรือเปล่า? ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมอีกหน่อยสิ” ว่าแล้วหวังชุ่ยผิงก็ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้เขาในความมืด
จังหวะนั้นมือของเธอสัมผัสกับลำคอของเขาเข้าพอดี พบว่าคอของอีกฝ่ายร้อนผ่าวเหมือนจะเป็นไข้
ด้วยความที่เธอพอมีประสบการณ์อยู่บ้าง หวังชุ่ยผิงจึงไม่ถามเขาด้วยคำถามที่โง่เขลาว่าไข้ขึ้นหรือ
ดูเหมือนว่าความจริงแล้ว จิตใจของผู้ชายคนนี้ไม่ได้สงบเหมือนที่ปรากฏเลย
ทันทีที่เนื้อตัวของเธอไปถูกตัวเจียงจื้อกังโดยไม่ได้ตั้งใจสัมผัส ทั้งร่างของเขายิ่งแข็งเกร็งมากขึ้น
ชายหนุ่มขยับตัวเข้าไปชิดผนังยิ่งกว่าเดิม
หวังชุ่ยผิงสังเกตเห็นว่าเขาพยายามทำตัวห่างเหินจากเธออีกครั้ง อารมณ์ของเธอจึงค่อนข้างซับซ้อนทีเดียว
ดูเหมือนว่าเขาจะไร้เดียงสาจริง ๆ ด้วย
เธอค่อย ๆ ขยับเข้าไปหาเขาแล้วพูดว่า “มาคุยกันหน่อยสิ”
“คุยอะไร”
“นายไม่เคยเริ่มบทสนทนากับใครมาก่อนเลยหรือ?” หวังชุ่ยผิงถามด้วยความสงสัย
“ไม่เคย”
“แล้วนี่เป็นครั้งแรกที่ได้นอนบนเตียงเดียวกับผู้หญิงหรือเปล่า?”
“ใช่”
คำตอบของเจียงจื้อกังนั้นทั้งสั้นและห้วน
ถึงเธอจะมองไม่เห็นสีหน้าของเขา แต่ก็พอจะคาดเดาได้ว่าตอนนี้เขาเขินอายแค่ไหนเมื่อฟังจากน้ำเสียง
“ถ้าเราสองคนจดทะเบียนกันแล้ว ตอนนอนด้วยกันนายยังจะทำตัวเหินห่างจากฉันขนาดนี้อยู่ไหม?”
ห้องนอนมืดสนิท ต่างฝ่ายต่างมองไม่เห็นสีหน้าของกันและกัน หวังชุ่ยผิงจึงเปิดประเด็นสนทนาถึงเรื่องดังกล่าวอย่างกล้าหาญ
นั่นเป็นเพราะเธอไม่ใช่สาวน้อยไร้เดียงสาอีกแล้ว
“หืม?” เจียงจื้อกังถึงกับชะงักไปเมื่อได้ยินคำถามของเธอ
ชายหนุ่มขยับออกมาจากกำแพงห้องด้วยท่าทางงุ่มง่าม ค่ำคืนที่มืดมิดแบบนี้ เขารู้สึกแค่ว่าใบหน้าของตัวเองร้อนฉ่า ไม่รู้ว่าควรจะตอบคำถามของเธออย่างไรดี
หวังชุ่ยผิงยังคงตั้งคำถามต่อไป “จื้อกัง รังเกียจฉันหรือเปล่า?”
“ผมไม่เคยรังเกียจคุณ” เจียงจื้อกังโพล่งออกมา
จากนั้นก็อธิบายว่า “แต่เราสองคนยังไม่ได้แต่งงานกันเลย”
“แต่งงาน? สังเกตจากทัศนคติของคุณที่มีต่อฉันแล้ว ฉันคิดว่าตัวเองคงต้องตัดสินใจใหม่ว่าจะแต่งงานกับคุณดีไหม?” หวังชุ่ยผิงพูดด้วยเสียงแผ่วต่ำ
“ชุ่ยผิง อะไรกัน?” เมื่อได้ยินว่าเธอต้องการทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาอีกครั้ง เจียงจื้อกังก็หันกลับไป ถูฝ่ามือไปมาอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามอย่างกระวนกระวายใจว่า “คุณหมายความว่ายังไง?”
“ฉันบอกว่าฉันจะตัดสินใจเรื่องความสัมพันธ์ของเราใหม่”
“ผมทำอะไรผิด? ทำไมถึงมาตัดสินใจทบทวนใหม่เอาตอนนี้ล่ะ? เรากำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้วนะ”
เจียงจื้อกังสับสนว่าตนควรทำอย่างไรดี เขาเอื้อมมือไปกระตุกสายไฟ แต่ความร้อนรนทำให้เขาดึงแรงไปจนสายไฟขาด
ชายหนุ่มได้แต่ลุกขึ้นนั่งอย่างกระวนกระวาย ไม่คิดจะเปิดไฟอีก “ชุ่ยผิง อย่าโกรธผมเลย ผมทำอะไรผิดหรือ? ผมปรับตัวได้”
“หัดคิดเองบ้างสิ” หวังชุ่ยผิงพูดแล้วก็พลิกตัวกลับมาหาเขา
เจียงจื้อกังเกาศีรษะ พยายามเค้นสมองคิด ตัวเขาเองไม่ใช่คนโง่เขลา หลังจากแยกแยะคำพูดของเธอได้แล้ว เขาถึงได้เข้าใจว่าหวังชุ่ยผิงกำลังจะสื่อว่าเขาไม่ยอมเข้าใกล้เพราะรังเกียจ
เขาอธิบายเก้ ๆ กัง ๆ “ผมไม่เคยคบผู้หญิงคนไหนมาก่อน เลยไม่รู้ว่าควรเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาและการกระทำยังไง ผมเกรงว่าตัวเองจะทำอะไรผิดพลาด ทำคุณโกรธผมซะแล้ว”
เมื่อหวังชุ่ยผิงได้ยินคำอธิบายของเขา มุมปากของเธอก็ยกขึ้นเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นก็ยังแสร้งทำเป็นแง่งอน
เจียงจื้อกังพูดอย่างระมัดระวังอีกครั้ง “ชุ่ยผิง คุณต้องเป็นครูให้กับผม”
“จะให้ฉันสอนยังไง?”
“คุณเป็นผู้ชายนะ ถึงคุณจะไม่เคยคบผู้หญิงคนไหนมาก่อน แต่คุณก็ดูละครทุกวันไม่ใช่หรือ? คุณไม่สังเกตเลยหรือไงว่าพระเอกกับนางเอกในทีวีเขารักกันยังไง?”
หวังชุ่ยผิงพร่ำบ่นต่อไปด้วยความเสียใจ “คุณใจเย็นเกินไป จนดูเหมือนว่าฉันไม่มีความหมายอะไรกับคุณเลย”
พอหวังชุ่ยผิงพูดถึงละครในโทรทัศน์ เจียงจื้อกังก็พยายามอย่างหนักที่จะนึกถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวละครชายหญิงในละคร
ยิ่งคิดถึงมันใบหน้าก็ยิ่งร้อนผ่าว
นั่นมันละคร พวกเขาสามารถทำตามละครได้จริง ๆ หรือ?
เขานั่งครุ่นคิดอยู่เป็นเวลานาน ทันใดนั้นก็รวบรวมความกล้า เอื้อมมือออกไปในความมืด โอบกอดหวังชุ่ยผิงให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขา
หวังชุ่ยผิงสะดุ้งเมื่อตัวเองถูกสวมกอดโดยไม่ทันตั้งตัว
แม้ว่าทั้งคู่จะสวมเสื้อผ้า แต่หวังชุ่ยผิงก็สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าหัวใจของเขาเต้นรัวเร็วมาก
“นาย…”
“แบบนี้ดีไหม?” เจียงจื้อกังถามเสียงแหบแห้ง
หวังชุ่ยผิง “…”
เธองงงวย เขาถามคำถามแบบนั้นออกมาได้ยังไง? อย่างกับว่าเธอเป็นฝ่ายเรียกร้องอย่างนั้นแหละ
แต่เธอก็เป็นฝ่ายล่อลวงเขาให้ตกเป็นเหยื่อจริง ๆ
หวังชุ่ยผิงหันกลับมา สอดแขนกอดเอวเขาไว้เช่นเดียวกัน
จากนั้นเธอก็ชะโงกไปจูบเขาที่แก้ม
จิตใจของเจียงจื้อกังยิ่งเต้นรัวกระหน่ำเหมือนกลองเพราะจูบของเธอ ขณะนี้สติสัมปชัญญะทั้งหมดของเขาพังทลายลง ลมหายใจเริ่มติดขัดยุ่งเหยิง ฝ่ามือใหญ่ของเขาเริ่มคลำไปตามเรือนร่างของเธออย่างเสน่หา
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสใกล้ชิดกับหญิงสาว ครั้งแรกของเขาเกิดขึ้นตอนที่เขาอายุยี่สิบหกย่างยี่สิบเจ็ด
จิตใจของเขาว่างเปล่าขาวโพลน การกระทำที่เกิดขึ้นเป็นไปตามสัญชาตญาณและความปรารถนาของมนุษย์
กระทั่งเสื้อผ้าของคนทั้งสองค่อย ๆ หลุดเลื่อนออก จนร่างกายของพวกเขาได้สัมผัสกันแบบเนื้อแนบเนื้อ เจียงจี้อกังถึงได้สติกลับคืน…
มือของเขารีบหดกลับจากความอิ่มเอิบและนุ่มนวลตรงหน้า พูดเสียงสั่นด้วยความประหม่า “ผมขอโทษ”
“เรายังไม่ได้แต่งงานกันอย่างถูกต้อง ผมไม่ควรทำแบบนี้” เขารีบคลำหาผ้านวมมาห่มคลุมตัวให้หวังชุ่ยผิง
หวังชุ่ยผิงสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวที่สั่นเทาของเขาในขณะที่เขาห่มผ้าห่มให้เธอ สีหน้าของเธอซับซ้อนจนไม่สามารถบรรยายได้
“ไม่สบายใจที่จะทำหรือ?” เธอถาม
“ผมไม่สบายใจจริง ๆ” เขาพูดโกหก
“ถ้าอย่างนั้นเรานอนกันเถอะ”
ท้ายที่สุดหวังชุ่ยผิงก็เบียดตัวเขาใกล้เขาอย่างน่าทะนุถนอมแล้วนอนหนุนแขนเขา
เธอคิดว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องสงวนท่าทีอะไรอีกต่อไป
นับตั้งแต่แต่งงานครั้งก่อน หลังจากที่เธอคลอดลูก เธอก็เข้าสู่สถานะม่ายมาเป็นเวลาหลายปี
ดังนั้นเมื่อมีโอกาสได้เริ่มต้นความสัมพันธ์เป็นครั้งที่สอง เธอจึงไม่ต้องการอยู่เฉยอีก
เหมือนกับที่กู้หนานเคยบอกไว้ เธอยังสาว เธอไม่ต้องการใช้ชีวิตคู่กับเจียงจื้อกังด้วยความรู้สึกที่เหมือนเป็นหุ้นส่วน เธออยากอยู่กับเขาเหมือนกับที่กู้หนานอยู่กับลู่ฮ่าวกันด้วยความรักและความเสน่หา
ถ้าคนสองคนไม่มีแม้แต่เรื่องบนเตียง พวกเขาจะกลายเป็นสามีภรรยาอย่างสมบูรณ์ได้อย่างไร?