เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 600 ฉากพูดคุย
บทที่ 600 ฉากพูดคุย
บ้านของลู่ฮุ่ยฟางคับแคบไปถนัดตา เนื่องจากวันนี้มีแสงแดดจัด โต๊ะกลมที่ถูกยืมมาสองสามตัวจึงยกเข้ามาตั้งไว้ในลานบ้านแทน
คนงานมากกว่าสิบคนนั่งอยู่เต็มสองโต๊ะ อีกสองโต๊ะที่เหลือเป็นสมาชิกในครอบครัวลู่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ในหมู่บ้าน
ผู้เฒ่าลู่ให้เกียรติเชิญหัวหน้าหมู่บ้านและเลขาธิการพรรคมาร่วมงานเลี้ยงด้วย
แม้แต่เจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านอย่างหลิวฉินก็ถูกเชิญ เธอยินดีมาร่วมอย่างไม่อิดออด
หญิงสาวยอมวางเฉยต่อความคับข้องใจส่วนตัว ในฐานะที่ตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้าน ถือเป็นเรื่องดีที่หมู่บ้านซึ่งตัวเองสังกัดอยู่กำลังจะมีโรงงานอุตสาหกรรม ถ้าโรงงานแห่งนี้มีขนาดใหญ่ขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นในอนาคต สถานะของเธอก็พลอยประสบความสำเร็จตามไปด้วย
ครั้งล่าสุดที่เธอจงใจมาสร้างปัญหา เพราะเธอคิดไปเองว่าตระกูลลู่กำลังทำสิ่งที่ผิดกฎระเบียบ ไม่คาดคิดว่ากู้หนานจะรู้จักกับผู้อำนวยการเขตอยู่ก่อนแล้ว แถมทางอำเภอยังให้ความสำคัญกับโรงงานของพวกเขามาก
คนอย่างหลิวฉินจึงต้องโอนอ่อนผ่อนตามลมโดยสัญชาตญาณ
เป็นเหตุผลที่วันนี้เธอติดตามหัวหน้าหมู่บ้านและคนอื่น ๆ มาที่นี่
สวี่อวี้ฉินเห็นหลิวฉินหยิ่งผยองอยู่ในหมู่บ้านมาสักระยะหนึ่งแล้ว พอรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้าน ก็กลัวว่าหลิวฉินจะหาเรื่อง เธอเลยพยายามหลีกเลี่ยงอีกฝ่ายให้มากที่สุด
เมื่อเห็นว่าหลิวฉินมาที่นี่ สวี่อวี้ฉินจึงกระเถิบไปนั่งอยู่ตรงมุมห้อง พยายามลดการมีตัวตนลงเท่าที่จะทำได้
ผู้ที่มาร่วมงานทุกคนถือเป็นแขก กู้หนานจึงให้การต้อนรับหลิวฉินและคนอื่น ๆ อย่างอบอุ่น
ในการทำธุรกิจ คนเราจะต้องสามารถอยู่ร่วมกับทุกคนในพื้นที่ทำธุรกิจให้ได้
ไวน์ถูกทยอยนำมาวางลงบนโต๊ะ ลู่ฮุ่ยฟางและเจียงผิงยกจานอาหารทั้งหมดแปดจานออกมาเสิร์ฟ ถือเป็นงานเลี้ยงที่ร่ำรวยงานหนึ่งของหมู่บ้าน
บรรยากาศภายในบ้านคึกคักมีชีวิตชีวามาก
กู้หนานพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส “ที่ผ่านมาพวกคุณทุ่มเททำงานกันอย่างหนัก ฉะนั้นวันนี้ดื่มกันให้เต็มที่เลยนะคะ”
ลู่ฮ่าวเริ่มแจกบุหรี่และเครื่องดื่มให้กับพวกคนงาน พวกเขาทุกคนต่างกระปรี้กระเปร่าทันใด
“หัวหน้ากู้ เราไม่ลำบากเลย”
ในช่วงเริ่มต้นงานเลี้ยง หลิวปินหยิบแก้วไวน์ของเขาขึ้นมาชูพลางพูดว่า “วันนี้ผมขอเป็นตัวแทนของเพื่อนแรงงานข้ามชาติทุกคน ขอบคุณหัวหน้ากู้ที่มอบโอกาสแนะนำงานให้พวกเรา ทำให้สหายพี่น้องของผมมีงานทำในปีนี้”
หลังจากโครงการก่อสร้างในหลันเฉิงเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ ทุกคนในที่นี้คงมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ
วันที่หลิวปินกลับมาจากหลันเฉิง เขาเรียกประชุมกับคนงานทั้งหมดเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับไซต์งานใหม่ในหลันเฉิง พร้อมทั้งกำหนดจำนวนคนที่จะไปทำงานในหลันเฉิง สหายพี่น้องเหล่านี้ต่างได้รับโอกาสไปทำงานด้วย
“มา ทุกคนดื่มอวยพรให้กับหัวหน้ากู้กันเถอะ”
ทันทีที่หลิวปินพูดแบบนี้ บรรดาแรงงานข้ามชาติต่างก็ยืนขึ้นพร้อมกับถือแก้วไวน์ไว้ในมือ กล่าวขอบคุณกู้หนานอย่างพร้อมเพรียงกัน “ขอบคุณครับหัวหน้ากู้”
กู้หนานรีบลุกขึ้นยืน หยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นมารับคำขอบคุณ “ด้วยความยินดีค่ะ ด้วยความยินดี ฉันเองก็ต้องขอบคุณทุกคนมากที่ช่วยกันทำให้โรงงานของเราสร้างเสร็จเรียบร้อยในระยะเวลาอันสั้น จากนี้ไป ทุกคนควรตั้งใจทำงานกับหัวหน้าหลิว ชีวิตจะได้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป”
“นั่งลงเถอะค่ะ”
หลังจากหลิวปินนั่งลง เขากับคนงานก็เริ่มกินดื่มกันอย่างสนุกสนาน จากนั้นหัวหน้าหมู่บ้านก็มองไปทางกู้หนานพร้อมกับชูแก้วไวน์ขึ้น “สะใภ้ลู่ฮ่าว เราต้องขอขอบคุณแทนหมู่บ้านจินสุ่ย ในที่สุดที่นี่ก็จะมีโรงงานอุตสาหกรรมเป็นแห่งแรก! ก่อนหน้านี้พวกเราเข้าไปประชุมที่อำเภอ เลขาธิการพรรคฯ ยังชื่นชมคุณอยู่เนือง ๆ ทั้งยังกำชับว่าเราควรสนับสนุนธุรกิจของคุณอย่างเต็มที่ ผมเห็นว่าโรงงานนี้สร้างเสร็จแล้ว ไม่มีจุดที่เราต้องช่วยเหลือเพิ่มเติม แต่ในอนาคตถ้ามีเรื่องอะไร คุณสามารถติดต่อพวกเราได้เสมอ”
กู้หนานยิ้มรับพร้อมตอบกลับ “ขอบคุณมากค่ะหัวหน้าหมู่บ้าน”
หลิวฉินเองก็ยืนขึ้นเช่นกัน มองไปที่กู้หนานแล้วพูดว่า “ใช่ค่ะ โรงงานนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านจินสุ่ยของเรา ทางอำเภอและคณะกรรมการหมู่บ้านยินดีให้การสนับสนุนพวกคุณอย่างเต็มที่ ถ้ามีปัญหาติดขัดใด ๆ ก็ตาม โปรดแจ้งให้ฉันทราบทันที”
กู้หนานรีบขอบคุณ “ขอบคุณมากค่ะเจ้าหน้าที่หลิว”
“ด้วยความยินดีค่ะ ตัดตำแหน่งหน้าที่ออกไป ฉันก็ถือว่าเป็นญาติของพวกคุณ สวี่เจิงเป็นลูกพี่ลูกน้องของฉัน”
จากนั้นหลิวฉินก็ชี้ไปทางสวี่อวี้ฉินที่อยู่อีกโต๊ะหนึ่ง แล้วพูดอย่างเป็นกันเอง “เธอคนนั้นเป็นป้าสะใภ้ของฉันเองค่ะ ก่อนหน้านี้เธออาจจะเกิดความเข้าใจผิดกับครอบครัวของฉัน แต่เราทุกคนต่างก็เป็นคนรุ่นหลัง ความบาดหมางระหว่างคนรุ่นก่อนไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรา ฉันสามารถแยกแยะได้”
ใบหน้าของกู้หนานยังคงมีรอยยิ้มประดับ “เจ้าหน้าที่หลิวพูดถูกค่ะ”
สวี่อวี้ฉิน ลู่เสี่ยวเยว่ เจียงผิง และลู่ฮุ่ยฟางนั่งอยู่ที่โต๊ะอีกด้านหนึ่ง สวี่อวี้ฉินถึงกับกลอกตามองบนเมื่อเห็นรอยยิ้มสดใสเกินเหตุบนใบหน้าของหลิวฉิน
ซ่อนดาบในรอยยิ้มน่ะสิไม่ว่า
เธอไม่มีทางเชื่อว่าลูกสาวของหลิวเฉิงจะเป็นคนมีเหตุผลได้ถึงขนาดนี้
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ตอนนี้หลิวฉินคงไม่กล้าตั้งตนเป็นปรปักษ์กับกู้หนานแน่ กู้หนานรู้จักกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในหมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่เหล่านั้นมีฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาของหลิวฉิน เดาไม่ยากเลยว่าทำไมหลิวฉินถึงได้ประจบประแจงกู้หนานนักหนา
กู้หนานพูดคุยกับหลิวฉินต่อไปอีกสองสามคำ จากนั้นก็ยืนขึ้นแล้วเชื้อเชิญทุกคน “กินกันให้อร่อยนะคะ”
นอกเหนือจากบรรดาแรงงานข้ามชาติ ทุกคนที่อยู่ในงานเลี้ยงล้วนแต่เป็นคนของพวกเขา ระหว่างทานอาหาร กู้หนานจึงหันไปพูดกับหลิวปินว่า
“หัวหน้าหลิว อย่าลืมจัดคนงานสักสองคนมาปูกระเบื้องในอาคารหลังเล็กของฉันด้วยนะคะ”
หลิวปินตบหน้าอกตัวเอง “ไม่มีปัญหาครับ ผมจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าดื่มหนักเกินไปนะคะ ไว้เราจะจ่ายเงินค่าจ้างที่เหลือให้กับทุกคนในภายหลัง”
ก่อนหน้านี้เธอจ่ายแค่เงินมัดจำให้กับพวกเขา แล้วตกลงกันว่าจะจ่ายเงินส่วนที่เหลือหลังจากทำงานเสร็จ ตอนที่ลู่ฮ่าวเข้าไปในตัวอำเภอเย็นเมื่อวาน กู้หนานขอให้เขารวดถอนเงินเพื่อนำกลับมาจ่ายค่าจ้างในวันนี้
คนงานยังคงกินดื่มและพูดคุยกันต่อไป กู้หนานและลู่ฮ่าวปลีกตัวจากงานเลี้ยง เรียกหลิวปินเข้าไปในบ้าน ก่อนจะตกลงจ่ายค่าจ้างที่เหลือให้อีกฝ่าย
หลิวปินแบ่งเงินส่วนหนึ่งออกมา
แล้วพูดว่า “หัวหน้ากู้ ผมขอรับแค่เงินค่าจ้างของพี่น้องคนงานก็พอ ส่วนของผมไม่จำเป็นครับ คิดซะว่าพวกเราทำงานร่วมกันในฐานะเพื่อน”
“ได้ยังไงกันคะ พวกเราไม่ยอมให้คุณทำงานโดยสูญเปล่าหรอก”
ลู่ฮ่าวยังพูดสมทบด้วยว่า “คุณรับเงินทั้งหมดไว้เถอะ ยึดตามข้อตกลงการจ่ายเงินเดิมดีกว่า”
หลิวปินปฏิเสธอย่างจริงจัง “พี่ลู่ เราเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน ส่วนหัวหน้ากู้ก็อุตส่าห์แนะนำให้ผมรู้จักกับงานที่โครงการใหญ่แบบนี้ ภายในสิ้นปีผมคงทำเงินได้อีกมากมาย จะถือว่าผมทำงานอย่างสูญเปล่าได้ยังไงกัน?”
หลิวปินใช้ชีวิตอยู่ในสังคมมาหลายปีแล้ว เขารู้ว่าโอกาสนั้นมีคุณค่าและความหมายแค่ไหน รับมาอย่างนี้ไม่ง่ายเลย
กู้หนานเป็นเจ้านายมีทัศนคติดีมาก เขาหวังว่าตัวเองจะสามารถเป็นเพื่อนกับกู้หนาน และติดต่อทำงานร่วมกันได้อีกเป็นเวลานาน
“ผมขอรับแค่เงินส่วนนี้ เอาไปจ่ายค่าจ้างให้คนงานก็แล้วกัน”
ว่าแล้วหลิวปินก็ยัดเงินจำนวนหนึ่งลงในกระเป๋าของตัวเอง ก่อนจะผลักส่วนที่เหลือกลับไปหาลู่ฮ่าว พร้อมพูดด้วยความจริงใจว่า “พี่ลู่ คุณกับหัวหน้ากู้เก็บส่วนนี้ไว้เถอะ รอให้คุณกลับไปที่หลันเฉิงเมื่อไหร่ ผมจะเลี้ยงอาหารค่ำพวกคุณสักมื้อ”
ในเมื่อหลิวปินยืนกรานหนักแน่นว่าจะไม่รับ กู้หนานและลู่ฮ่าวจึงไม่มีทางเลือกนอกจากเก็บเงินคืนมา
หลิวปินรับเงินมาแล้ว หลังจากคนงานเริ่มอิ่มหนำสำราญตามสมควร เขาก็พาทุกคนไปบอกลากู้หนานและคนอื่น ๆ ก่อนจะจากไป
หัวหน้าหมู่บ้านกับหลิวฉินจึงกลายเป็นคู่สนทนาหลัก
โดยเฉพาะหลิวฉิน เมื่อเทียบกับครั้งที่แล้ว ทัศนคติของเธอที่มีต่อพวกเขาในวันนี้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือแบบหนึ่งร้อยแปดสิบองศา นอกจากนี้ เธอยังขอข้อมูลติดต่อส่วนตัวจากกู้หนานอีกด้วย
ถึงอย่างไรหลิวฉินก็เป็นเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้าน ในอนาคตหลีกเลี่ยงไม่พ้นต้องติดต่อประสานงานซึ่งกันและกัน เมื่อคิดจะทำธุรกิจ แน่นอนว่าต้องเผชิญกับคนทุกประเภท กู้หนานจึงทิ้งหมายเลขโทรศัพท์ไว้ให้หลิวฉินอย่างไม่อิดออด
“เจ้าหน้าที่หลิวคะ ฉันยังมีโรงงานอีกแห่งหนึ่งอยู่ที่หลันเฉิง อีกหน่อยคนที่ดูแลโรงงานนี้อาจเป็นสมาชิกในครอบครัวของฉัน หวังว่าคุณและหัวหน้าหมู่บ้านจะช่วยอำนวยความสะดวกให้พวกเขา”
“แน่นอนค่ะ สวี่เจิงเป็นญาติของฉัน ถ้าวันข้างหน้ามีปัญหาอะไร ก็ให้เขามาแจ้งฉันได้ทุกเมื่อ”
สวี่เจิงเองก็ยืนอยู่ตรงนั้น เขาไม่ได้มองหลิวฉินด้วยสายตาที่ดีขึ้น
ทันทีที่เขาเห็นหลิวฉิน เขาก็หวนนึกถึงวันที่หลิวฉินตรงเข้ามาเปิดฉากโจมตีโรงงานของพวกเขา วันนั้นวางท่าหยิ่งยโส ถ้าเหล่าผู้บริหารไม่ได้บังเอิญแวะมาพอดี พวกเขาอาจไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร
“สวี่เจิง มานี่หน่อยสิ”
เมื่อได้ยินกู้หนานเรียกหาเขา สวี่เจิงก็เดินไปหาอย่างไม่ค่อยเต็มนัก
กู้หนานพูดกับเขาว่า “อีกหน่อยถ้านายเจอปัญหาอะไรระหว่างทำงาน เธอไปหาเจ้าหน้าที่หลิวได้”
สวี่เจิงไม่แม้แต่จะมองหน้าหลิวฉินด้วยซ้ำ เขาพูดกับกู้หนานด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พี่สะใภ้ ก่อนหน้านี้ผู้อำนวยการเขตกับหัวหน้าหลิวก็เคยบอกคุณแล้วไม่ใช่หรือ? พวกเขาบอกว่าตราบใดที่เรามีปัญหา สามารถติดต่อพวกเขาได้ ต่อให้ไปติดต่อที่ว่าการอำเภอโดยตรงก็สะดวกกว่า ไม่จำเป็นต้องรบกวนเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านหรอก”
คำพูดของสวี่เจิงส่อว่าจะต่อต้านหลิวฉินอย่างชัดเจน
ความหมายของเขาก็คือ พวกเรารู้จักกับผู้อำนวยการเขตเป็นอย่างดี ถ้าหลิวฉินคิดจะสร้างปัญหาอีก เราก็จะไปร้องเรียนกับเขาโดยตรง
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลิวฉินแข็งทื่อทันที ความสดใสกระตือรือร้นเช่นก่อนหน้านี้แทบไม่หลงเหลืออยู่
ผู้อำนวยการเขตรวมถึงหัวหน้าประจำสำนักงานเกษตรสนับสนุนการก่อสร้างโรงงานแปรรูปวัสดุยามาก เธอมีความชัดเจนในเรื่องนี้
ตามที่หัวหน้าหมู่บ้านว่าไว้ เลขาธิการพรรคฯ ยังหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดในการประชุมเขตครั้งล่าสุด ขอให้พวกเขาสนับสนุนการก่อสร้างโรงงานแปรรูปวัสดุยาอย่างเต็มที่
เมื่อเห็นว่าตระกูลลู่ไม่ได้หวาดกลัวอำนาจในฐานะเจ้าหน้าที่ราชการเลยแม้แต่น้อย เธอก็รู้สึกเสียใจที่ตัวเองเชื่อฟังพ่อแม่ เลือกบรรจุที่หมู่บ้านจินสุ่ยเพื่อสร้างปัญหาให้กับพวกเขา
นอกจากจะวางอำนาจไม่ได้ ผลร้ายยังย้อนกลับมาหาตัวอีกด้วย
กู้หนานแทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่ได้เมื่อได้ยินคำตอบยอกย้อนของสวี่เจิง
ผู้ชายคนไม่ยอมไว้หน้าลูกพี่ลูกน้องตัวเองเลยสักนิด
กู้หนานแสร้งทำเป็นไม่คล้อยตามคำพูดของสวี่เจิง บอกเขาอย่างเคร่งขรึมว่า “ผู้อำนวยการเขตงานยุ่งจะตายไป ถ้าไม่จำเป็นอย่าไปรบกวนเขาเลย เจ้าหน้าที่หลิวมีหน้าที่ดูแลกิจการในหมู่บ้านของเราโดยตรง ตราบใดที่งานเราราบรื่นเธอก็จะพลอยได้ประโยชน์ไปด้วย ฉะนั้นจำไว้ว่าถ้าเธอมีปัญหา ให้ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่หลิวได้ทุกเมื่อ”
สวี่เจิงพยักหน้าด้วยสีหน้าราบเรียบ “ครับ”
เมื่อเห็นว่าสวี่เจิงมีทัศนคติที่ไม่สู้ดีกับตัวเอง หลิวฉินก็รู้สึกอับอายเล็กน้อย
หัวหน้าหมู่บ้านเดินเข้ามาพอดี เธอจึงพูดตัดบทว่า “งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”