เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 597 โรงงานสร้างเสร็จแล้ว
บทที่ 597 โรงงานสร้างเสร็จแล้ว
“นั่นกล่องวีซีดีทั้งหมดเลยหรือ?” กู้หนานอ่านตัวหนังสือบนบรรจุภัณฑ์พลางถาม
“ใช่ ลูกค้าในอำเภอสั่งจองล่วงหน้าไว้สิบแผ่น ฉันก็เลยจะขนกลับไปที่นั่นด้วย มีทีวีสีจอใหญ่ด้วยนะ เจ้าของร้านเสื้อผ้าในตัวอำเภอเขาสั่งไว้”
สินค้าของฉินเฟิงอัดแน่นเต็มกล่องลัง หลังจากขนของขึ้นรถแล้ว กู้หนานกับลู่ฮ่าวก็ย้ายไปนั่งเบาะหลัง แล้วขอให้ฉินเฟิงขับรถแทน
เมื่อรถขับมาถึงถนนชิงเหนียน หลิวปินกำลังรอพวกเขาอยู่ที่ริมถนน
กู้หนานบอกให้ฉินเฟิงหยุดรถ “หัวหน้าหลิว ขึ้นรถเร็วเข้า”
เนื่องจากลู่ฮ่าวและกู้หนานนั่งอยู่ด้านหลัง หลิวปินจึงขึ้นรถไปนั่งตรงฝั่งข้างคนขับ
หลิวปินเห็นลู่ฮ่าวที่เบาะหลัง ก็ทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม “พี่ฮ่าว รอบนี้คุณก็กลับบ้านเกิดด้วยหรือ?”
ลู่ฮ่าวพยักหน้า “อืม ภรรยาฉันกลับบ้านคนเดียวไม่ค่อยสะดวก ฉันเลยกลับพร้อมเธอ”
หลังจากหลิวปินขึ้นรถ ฉินเฟิงก็สตาร์ทรถ
“หัวหน้าหลิว งานเป็นยังไงบ้างคะ? เซ็นสัญญาแล้วหรือยัง?” กู้หนานถาม
ใบหน้าของหลิวปินแดงก่ำ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเมื่อเขาอารมณ์ดี โดยเฉพาะตอนที่เขาได้งานใหม่ดี ๆ แบบนี้ “ผมเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วครับหัวหน้ากู้ ไซต์ก่อสร้างตรงนั้นมีตึกใหญ่สองตึกที่กำลังจะสร้าง ผมทำสัญญาไว้ทั้งหมด ส่วนงานก่ออิฐกับงานโครงสร้าง คนงานที่มีอยู่ตอนนี้อาจไม่เพียงพอ ต้องกลับไปรับสมัครช่างก่ออิฐเพิ่ม พวกเขาจะให้เราเริ่มงานในเดือนหน้า หลังโรงงานสร้างเสร็จ คนของผมส่วนใหญ่บอกว่าจะกลับบ้านไปทำการเพาะปลูกช่วงฤดูใบไม้ผลิ แล้วกลับมาหลังจากนั้น คราวนี้คงใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งปีแน่นอน นี่เป็นโครงการขนาดใหญ่ สัญญามีเนื้อหาสมบูรณ์มาก หลังจากงานเสร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง ทางโครงการจะจ่ายค่าแรงให้ 40% ของเงินทุน ถ้าปีนี้งานออกมาดี เราทุกคนคงล่ำซำกันเยอะแล้ว”
ลู่ฮ่าวที่อยู่เบาะหลังให้กำลังใจเขา “ต้องทำได้ดีแน่”
ฉินเฟิงกำลังขับรถ หลังจากฟังการสนทนาระหว่างหลิวปินและกู้หนาน เขาก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “อำเภอหล่งซานของเราผลิตคนมีพรสวรรค์อีกแล้ว พี่หลิว คุณอายุไล่เลี่ยกันกับผมเลย แต่ก้าวหน้าในอาชีพการงานมาก”
ฉินเฟิงจับพวงมาลัยด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือหนึ่งหยิบนามบัตรออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็กเกตยีนส์
เขาส่งให้หลิวปิน “ผมทำธุรกิจค้าส่ง ถ้าคุณกับเพื่อน ๆ แรงงานข้ามชาติอยากได้สินค้าอะไรเป็นพิเศษในอนาคต สามารถโทรติดต่อผมได้เลย รับรองว่าถูกและดีกว่าราคาตลาดแน่นอน”
“พี่เฟิง คุณค้าส่งอะไรบ้าง?” หลิวปินถาม
ฉินเฟิงขยับแว่นทรงนักบิน จับพวงมาลัยไว้มั่น สายตามองตรงไปข้างหน้า “เรามีสินค้าทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าขนาดเล็กทุกประเภท ข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน ไปจนเครื่องใช้ไฟฟ้าใหญ่อย่างทีวีสี เครื่องเล่นวีซีดี ขอแค่บอกผมจะไปหามาให้”
พอหลิวปินได้ยินว่ามีเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านด้วยก็ถามว่า “ผมว่าจะซื้อตู้เย็นให้แม่สักหลัง คุณพอจะหาให้ผมได้ไหม? พอถึงฤดูร้อน ข้าวที่หุงสุกแล้วมักจะเสียบ่อย ๆ ปีที่แล้วพ่อผมต้องนอนโรงพยาบาลก็เพราะแบบนั้นแหละ”
“ได้ รอบหน้าผมจะลองหาให้นะ”
กู้หนานตั้งครรภ์ได้สามเดือนแล้ว เธอไม่รู้สึกผ่อนคลายตอนนั่งรถเหมือนกลับไปที่บ้านเกิดครั้งล่าสุด
ครั้งก่อนเธอยังขับรถด้วยตัวเองได้อยู่เลย
วันนี้ในระหว่างที่นั่งรถ เธอรู้สึกอ่อนเพลียจนต้องซบพิงแขนของลู่ฮ่าวแล้วหลับตาเพื่อพักสมอง
ลู่ฮ่าวคอยเตือนให้เธอดื่มน้ำเป็นครั้งคราว
ฉินเฟิงคุยกับหลิวปินถึงเรื่องต่าง ๆ จนกระทั่งสังเกตว่ากู้หนานกับลู่ฮ่าวไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย เขาอดถามไม่ได้เมื่อรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ “พี่ฮ่าว พี่สะใภ้ ทำไมวันนี้พวกคุณสองคนเงียบกันจัง?”
ทันทีที่ฉินเฟิงหันศีรษะไปมอง ก็เห็นว่าลู่ฮ่าวกำลังทำท่าเตือนให้เขาเงียบเสียง
ฉินเฟิงจึงเหลือบมองไปที่คนซึ่งนอนหลับอยู่ในอ้อมแขนของลู่ฮ่าว ก่อนจะหันหน้าไปคุยกับหลิวปินด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลง
หลังจากกลับมาถึงอำเภอหล่งซานแล้ว ฉินเฟิงก็ขนของทั้งหลายไปฝากไว้ที่ร้านของแม่ก่อน จากนั้นขับรถพากู้หนานและคนอื่น ๆ กลับไปที่หมู่บ้านจินสุ่ย
ทันทีที่เข้าไปในหมู่บ้าน ทุกคนจะเห็นคนงานเดินพลุกพล่านอยู่ในระยะไกล อาคารโรงงานก่อตัวเป็นแนวยาว
นอกจากนี้ พวกเขายังสร้างอาคารสำนักงานขนาดเล็กบนชั้นสองอีกด้วย
พอทุกคนลงจากรถ หลิวปินก็เริ่มแนะนำพวกเขาว่า “หัวหน้ากู้ พี่ลู่ เห็นหรือยังว่างานก่อสร้างของเรารุดหน้าอย่างรวดเร็วแค่ไหน? ส่วนหลักของอาคารโรงงานเสร็จสมบูรณ์แล้ว อาคารสำนักงานกำลังอยู่ในระหว่างรอเก็บรายละเอียด ผมรอให้พวกคุณกลับมาตรวจดู”
กู้หนานมองไปยังอาคารตรงหน้า ก่อนจะมองไปที่ลู่ฮ่าว “ดูสิคะ ความฝันของฉันกำลังจะเป็นความจริงแล้ว ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าหมู่บ้านจินสุ่ยของคุณ ฉันก็วางแผนแต่แรกแล้วว่าจะสร้างโรงงานแปรรูปวัสดุยา ตอนนี้โรงงานเกือบเสร็จแล้ว คาดว่าคงเปิดดำเนินการได้ภายในปีนี้”
ลู่ฮ่าวรู้สึกประทับใจมากเมื่อเขาเห็นว่าตอนนี้ที่ดินของตัวเองแปรสภาพกลายเป็นโรงงานขนาดย่อม
เขาโอบไหล่ของกู้หนานไว้ มองหน้าเธอพร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ “ใช่ ความฝันของฉันเป็นจริงแล้ว ภรรยาฉันนี่ยอดเยี่ยมจริง ๆ เลย”
ผู้ชายสองคนข้างหลังพวกเขากลายเป็นก้างขวางคอทันที
สวี่เจิงกำลังทำงานร่วมกับคนงาน แน่นอนว่างานหลักของเขาคือดูแลภาพรวม ป้องกันไม่ให้คนงานทำอะไรที่อาจจะเกิดปัญหาหรือเกิดความเสียหายตามมา ถือเป็นงานที่กู้หนานมอบหมายให้เขาก่อนจะจากไปครั้งล่าสุด
แม้ว่าหัวหน้าใหญ่จะทำสัญญากับโครงการอื่นไปแล้ว แต่เขาก็ยังเหลือพนักงานคนหนึ่งให้เฝ้าอยู่ในสถานที่ก่อสร้างเพื่อควบคุมคุณภาพ
ฟางกั๋วผิงไม่สามารถรับผิดชอบงานที่ต้องใช้พลังมากเกินไป เขาจึงมอบงานดังกล่าวให้กับสวี่เจิงเป็นคนดูแล
ทันใดนั้นเอง เมื่อสวี่เจิงเห็นรถซานทาน่ามาจอดอยู่ข้างถนน เขาก็รีบวิ่งออกไปทันที
“พี่ชาย พี่สะใภ้ กลับมากันแล้วหรือ?” สวี่เจิงเห็นพวกเขาจากที่ไกล ๆ จึงตะโกนทักทายพวกเขา
ฉินเฟิงที่ยืนอยู่ด้านข้างเท้าข้อศอกไว้บนไหล่ของลู่ฮ่าว เมื่อเขาเห็นสวี่เจิงวิ่งหน้าตั้งมาทางนี้ ก็หันไปส่งยิ้มแฝงเลศนัยให้กับลู่ฮ่าว “เด็กคนนี้น่าจะอยากผูกมิตรกับนายจริง ๆ งั้นฉันจะเรียกนายว่าพี่ชายบ้าง จะได้ดูสนิทสนมขึ้นมาอีกหน่อย”
พูดจบฉินเฟิงก็มองสวี่เจิงที่กำลังยุ่งอยู่กับการทำงาน เจ้าตัวสวมชุดสีกลมกลืนไปกับตัวอาคาร พอนึกถึงชายหนุ่มที่หน้าตามืดมนก่อนหน้านี้ ฉินเฟิงถึงรู้ว่าอีกฝ่ายแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องดี อย่างน้อยก็ยังรู้จักกลับตัวเมื่อหลงผิดแล้วทำในสิ่งที่ถูกที่ควร
ถ้าเด็กคนนั้นยังทำตัวเหมือนในอดีตต่อไป ลู่ฮ่าวคงไม่เก็บเขาไว้ตั้งแต่ตอนที่เขาวางแผนต่อต้านในวันนั้นแล้ว
ทีมวิศวกรของหลิวปินค่อนข้างมีความเป็นมืออาชีพ แรงงานข้ามชาติทุกคนสวมหมวกนิรภัย สวี่เจิงก็สวมหมวกใบหนึ่งบนหัวของเขาด้วย ตอนที่เขาวิ่งมาถึง พบว่าเหงื่อไหลโซมทั่วตัว “พี่ชาย พี่สะใภ้ ดูสิ อาคารโรงงานของเราเสร็จเรียบร้อยเป็นส่วนใหญ่แล้ว กลุ่มแรงงานข้ามชาติของหัวหน้าหลิวทำงานกันขยันขันแข็งมาก ความคืบหน้าของโครงการก็เลยรวดเร็ว ตอนนี้กำลังรื้อโครง แถมหลังคาโรงงานยังปูเสร็จแล้วด้วย”
สวี่เจิงร้องเรียกพี่ชายอย่างไม่กระดากปาก แต่ลู่ฮ่าวไม่ได้แสดงท่าทีตอบสนองมากเกินไป พอสวี่เจิงมองมา เขาเพียงตอบรับในลำคอเบา ๆ เท่านั้น
“ใช่ ความคืบหน้าค่อนข้างเร็วเลยล่ะ” กู้หนานหันไปพูดกับหลิวปิน “หัวหน้าหลิวคะ เราเข้าไปดูกันเถอะ”
“ผมจะไปหาหมวกแข็ง ๆ มาให้”
สวี่เจิงหยิบหมวกนิรภัยสามใบออกมาจากเพิงพักชั่วคราว
จากนั้นก็บอกว่า “มีแค่สามใบเอง” เขาจึงถอดหมวกนิรภัยของตัวเองออกแล้วส่งให้หลิวปิน “หัวหน้าหลิวเอาไปใส่ก่อนก็ได้”
หลิวปินยิ้มรับพลางตอบกลับ “ไม่เป็นไร ไม่ต้องใส่หรอก เจ้าหน้าที่ระดับสูงไม่ได้มาตรวจงานซะหน่อย”
ทุกคนเข้าไปเยี่ยมชมโรงงานด้วยกัน ทั้งหมดเป็นไปตามที่กู้หนานวางไว้ อาคารโรงงานมีความสมบูรณ์มาก ตั้งแต่ห้องหั่นยาสมุนไพร ไปจนถึงห้องทำความสะอาด ห้องอบแห้ง และห้องบรรจุภัณฑ์
กู้หนานชี้ไปที่อาคารโรงงานที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดแล้วแนะนำพวกเขาว่า “ตรงนี้ใช้เป็นโกดังเก็บวัสดุยาของเราที่บรรจุหีบห่อเสร็จเรียบร้อยแล้วได้นะ”
สวี่เจิงเดินตามกู้หนาน ฟังเธอพูดถึงแผนจัดโครงสร้างพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกภายในอาคารโรงงานไปด้วย ก่อนจะถามว่า “พี่สะใภ้ แล้วเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ จะถูกขนส่งมาถึงที่นี่เมื่อไหร่?”
กู้หนานตอบ “ฉันแวะไปดูที่โรงงานเครื่องจักรมาแล้ว รอให้โรงงานของเราเสร็จพร้อมใช้งานทุกส่วน และสมุนไพรพร้อมต่อการเก็บเกี่ยว ค่อยขนเครื่องจักรเข้ามา”
“หลังจากนั้น โรงงานเราก็จะเปิดดำเนินการได้ภายในปีนี้”
สวี่เจิงผู้มีประสบการณ์ด้านการทำงานในโรงงานแปรรูปยามาก่อน เริ่มมองไปถึงอนาคตข้างหน้า
เขาตั้งตารอวันที่จะได้ทำงานและได้ติดตามกู้หนานเพื่อความก้าวหน้าทางการงานอันยอดเยี่ยม
“ไปเถอะ กลับบ้านไปพักผ่อนกันก่อน เดี๋ยวเราจะกลับมาใหม่ตอนบ่าย”
ต่อให้เขตก่อสร้างจะมั่นคงเพราะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กหรือทราย ลู่ฮ่าวก็คอยประคองกู้หนานตลอดเพราะกลัวว่าเธออาจตกลงไป
“อืม กลับบ้านกันก่อนเถอะ”
หลิวปินบอกว่า “พี่ลู่ หัวหน้ากู้ ผมยังไม่กลับนะ ว่าจะรอที่นี่จนกว่าทุกคนจะเลิกงาน จากนั้นค่อยหารือกับพวกเขาเกี่ยวกับการไปทำงานในหลันเฉิง”
ตอนนี้เขาได้ทำสัญญากับทางโครงการแล้ว เขาควรสรุปจำนวนคนงานที่จะไปทำงานในหลันเฉิงโดยเร็วที่สุด
ด้วยเหตุนี้หลิวปินจึงวางแผนว่าจะพูดคุยกับพี่น้องของเขาในอีกสักครู่
“โอเค ถ้าคุณต้องการอะไรก็แวะมาหาพวกเราที่บ้านแล้วกันนะ”
ฉินเฟิงเร่งเร้าให้ทุกคนขึ้นรถ “ไปเถอะ ไปดูกันว่าอาคารหลังเล็กของพวกนายไปถึงไหนแล้วบ้าง”
ลู่ฮ่าวกับกู้หนานก้าวเข้าไปนั่งในรถ แต่สวี่เจิงกลับยืนอยู่ที่นั่นโดยไม่ขยับ กู้หนานจึงถามว่า “สวี่เจิง นายยังไม่กลับหรือ?”
“ยังครับ ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเลย”
สวี่เจิงมีความรับผิดชอบในฐานะที่เป็นหัวหน้างานมากทีเดียว