เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 596 ว่าจ้างเนี่ยเหล่า
บทที่ 596 ว่าจ้างเนี่ยเหล่า
“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอตรวจดูอาการเธอหน่อย”
กู้หนานจับชีพจรของเวิงอิ่ง เพื่อตรวจสอบข้อต่อซึ่งเป็นปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดของเธอ
อาการบวมของข้อเข่าเริ่มบรรเทาลงแล้ว เนื่องจากข้อต่อบริเวณข้อเข่าไม่มีการผิดรูปอีกต่อไป อาการบวมจึงดูยังเป็นปกติ
ข้อมือขวาแข็งเกร็งเล็กน้อย ช่วงของการเคลื่อนไหวไม่มากเท่าที่ควร นิ้วนางของมือขวายังคงผิดรูป ไม่สามารถยืดเหยียดให้ตรงได้
กู้หนานบอกว่า “วันนี้ฉันจะออกใบสั่งยาสำหรับทำยาตัวใหม่ให้เธอ นอกจากต้องบดตัวยาเป็นผงแล้ว เราต้องซื้อน้ำมันหอมระเหยมาขวดหนึ่งแล้วผสมเข้าด้วยกัน ใช้ทาส่วนขาที่ยังบวม นอกจากนี้เธอยังสามารถอบสมุนไพรร่วมด้วย เส้นเอ็นจะได้คลาย ทำให้ร่างกายเบาสบายขึ้น”
สำหรับเรื่องที่เกี่ยวกับการรักษาตัวของเวิงอิ่ง ซุนเฉิงมักกระตือรือร้นมากกว่าตัวเวิงอิ่งที่เป็นผู้ป่วยเองเสมอ “ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวอีกสักพักผมจะออกไปซื้อยา”
หลังจากตรวจพบอาการป่วย เฉินหย่าจืออาสาออกไปซื้อยามาให้ ปล่อยให้ซุนเฉิงและเวิงอิ่งอยู่ที่บ้านเพื่อรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน
เฉินหย่าจือเพิ่งอ่านหนังสือนิยายของเวิงอิ่งจบ เธอชื่นชมเวิงอิ่งสุดหัวใจ
ตัวเอกในนิยายเรื่องนี้ต้องเผชิญความอดทนต่อความยากลำบากทุกรูปแบบ ถึงอย่างนั้นก็ยังมีจิตวิญญาณที่เข้มแข็ง ไม่ย่อท้อ นี่สร้างความประทับใจให้กับเฉินหย่าจือเป็นอย่างมาก
เธออดนึกถึงตัวเองไม่ได้ รู้สึกว่าตัวเอกในนิยายกับตัวเองค่อนข้างมีอะไรที่คล้าย ๆ กัน
หลังจากได้รับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของเวิงอิ่ง เธอถึงเข้าใจว่าที่แท้ตัวเอกก็มีต้นแบบมาจากใครคนหนึ่ง ซึ่งก็คือเวิงอิ่งนั่นเอง
หลิวปินอ้างชื่อกู้หนาน โทรศัพท์ติดต่อหากู้เจิ้งอันโดยตรง เขาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องผู้รับเหมาในโครงการก่อสร้างของเมือง
กู้หนานติดต่อเรื่องดังกล่าวไว้ก่อนแล้ว กู้เจิ้งอันจึงแจ้งที่อยู่ไซต์งาน และขอให้หลิวปินไปติดต่อกับผู้รับผิดชอบโครงการด้วยตัวเอง
“หลิวปิน คุณลองไปดูสถานที่ด้วยตัวเองก่อนเถอะ ถ้ามีอะไรให้โทรหาผมอีกรอบหนึ่ง”
หลิวปินรู้สึกซาบซึ้งมากที่กู้หนานสามารถประสานงานให้กับเขา เขาตอบกลับว่า “ขอบคุณมากครับหัวหน้ากู้ ผมจะคว้าโอกาสนี้ เจรจากับพวกเขาอย่างแน่นอน”
เดวิดและเฉินหย่าจือมีแผนจะกลับไปประเทศ Y ด้วยเครื่องบินในวันมะรืนนี้
ก่อนออกเดินทาง เฉินหย่าจือได้พาเดวิดและกู้หนานไปที่บ้านเกิดของเนี่ยเหล่า จุดประสงค์ก็เพื่อบอกกล่าวกับเนี่ยเหล่าว่าเธอและเดวิดกำลังจะไปต่างประเทศเพื่อจดทะเบียนสมรส
เมื่อทุกคนไปถึงบ้านเกิดของเนี่ยเหล่า พบว่าเนี่ยเหล่ากำลังนั่งเล่นหมากรุกอยู่ที่โต๊ะหินคนเดียว ส่วนในสนามมีร่างหนึ่งกำลังใช้จอบขุดดินในสวน
กู้หนานจำได้อย่างรวดเร็วว่าชายคนนั้นคือเซี่ยเหวินตง ลูกศิษย์อีกคนของเนี่ยเหล่า
เมื่อเซี่ยเหวินตงเห็นว่ามีแขกมาที่นี่ เขาก็รีบทิ้งจอบและเดินออกมาจากสวนด้วยรอยยิ้ม แต่ทันใดนั้นเนี่ยเหล่าก็ตะโกนว่า “กลับไปขุดดินต่อซะ”
สายตาของเซี่ยเหวินตงตกอยู่ที่กู้หนานเป็นเวลาสองวินาที จากนั้นก็ทำได้เพียงก้มลงหยิบจอบอย่างหมดความหวัง
กู้หนานยิ้ม “คุณตา เขาเป็นลูกศิษย์ของคุณไม่ใช่หรือคะ? ตอนนี้ร่ำเรียนกันไปถึงไหนแล้วบ้าง?”
เมื่อพูดถึงเซี่ยเหวินตง ใบหน้าของเนี่ยเหล่าก็มืดมน แค่นเสียงตอบอย่างดุดัน “เรียนกับผีน่ะสิ ฉันบอกเหล่าเซี่ยแล้วว่าหลานชายของเขาไม่ใช่คนที่มีหัวทางด้านนี้ แต่เขาก็ยังยืนกรานที่จะต้อนเป็ดขึ้นชั้น*[1] ผ่านไปตั้งหลายวัน เหวินตงยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย”
เหล่าเซี่ยทิ้งเซี่ยเหวินตงไว้ที่นี่ จากนั้นก็ไม่ได้มาสนใจติดตามผล เซี่ยเหวินตงอ่านหนังสือทางการแพทย์ไม่เข้าใจ เขาไม่สามารถท่องชื่อยาได้ด้วยซ้ำ ดังนั้นเขาจึงได้แต่ซื้อซีอิ๊ว*[2] อยู่ที่บ้านของเนี่ยเหล่าไปวัน ๆ
เนี่ยเหล่าได้ยินว่าเซี่ยเหวินตงเปิดร้านไพ่นกกระจอก บางครั้งชายหนุ่มก็มักจะออกไปที่ร้านไพ่นกกระจอกของตัวเองเพื่อเก็บเงิน
กล่าวโดยสรุปก็คือ ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์หรือนิสัยใจคอของเขา ล้วนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแพทย์แผนจีน
เซี่ยเหวินตงยืนพิงจอบ จ้องมองตามแผ่นหลังของกู้หนาน กะว่าจะเข้าไปชวนคุยสักหน่อย แต่เมื่อคิดถึงหมอลู่ที่หน้าไม่รับแขก กับกู้ย่าฮุยที่เอาแต่ทุบตีเขามาตั้งแต่เด็ก เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมแพ้
เฉินหย่าจือมองเนี่ยเหล่าที่กำลังอารมณ์เสีย จากนั้นก็เกลี้ยกล่อมเบา ๆ
“พ่อบุญธรรม อย่าโกรธไปเลยค่ะ เด็กบางคนอาจจะเรียนรู้ช้าก็ได้”
เนี่ยเหล่ายังคงแค่นเสียงตะคอกอย่างเย็นชา “เด็กบ้าบออะไร อายุตั้งยี่สิบเข้าไปแล้ว ชาตินี้เขาคงเรียนวิชาแพทย์ไม่ได้หรอก เสียเวลาเปล่า”
ข้อตกลงในการเรียนการสอนที่เนี่ยเหล่าบอกเหล่าเซี่ยไว้คือภายในครึ่งปี รอให้ถึงครึ่งปีเมื่อไหร่ เขาจะรีบส่งอีกฝ่ายกลับไปทันที
“ไปเถอะ เข้าไปนั่งข้างในกันก่อน”
หลังจากเข้าไปในห้องและนั่งลงแล้ว เฉินหย่าจือก็อธิบายจุดประสงค์ของพวกเขากับเนี่ยเหล่า
“พ่อบุญธรรมคะ เรามาที่นี่ในวันนี้เพราะอยากบอกคุณว่าฉันกับเดวิดกำลังจะกลับไปที่ประเทศ Y เพื่อจดทะเบียนสมรสกันค่ะ”
เมื่อได้ยินแบบนี้ เนี่ยเหล่าก็มองเธอและเดวิดด้วยสีหน้าโล่งใจ “ดีแล้ว พวกเธอทั้งสองคนอายุมากขึ้นทุกวัน ควรจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้ถูกต้องเสียตั้งแต่ตอนนี้ จะได้ใช้ชีวิตครอบครัวร่วมกันซะที”
เขามองไปที่เดวิดแล้วพูดว่า “เดวิด ผมรู้ว่าคุณเป็นคนที่น่าเชื่อถือมาก ในอนาคตผมหวังว่าคุณจะปฏิบัติต่อหย่าจือเป็นอย่างดี ผู้หญิงคนนี้ใช้เวลาครึ่งแรกของชีวิตอย่างยากลำบากเกินไป ตอนนี้เธอมีคุณ มีเสี่ยวฮ่าว และมีหนานหน่าน ความลำบากของเธอคงสิ้นสุดลงเสียที”
เดวิดพยักหน้ารับด้วยความเคารพ “ครับลุงเนี่ย ผมจะดูแลเธออย่างดี”
เดวิดและเฉินหย่าจือต่างก็เป็นผู้ใหญ่ มีประสบการณ์การใช้ชีวิตนับไม่ถ้วน หลังจากเฝ้ากังวลเกี่ยวกับชีวิตและความเป็นไปของพวกเขามานานหลายปี ในที่สุดเนี่ยเหล่าก็ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลเกี่ยวกับชีวิตของพวกเขาในภายภาคหน้าอีก
เมื่อเห็นว่าลูกหลานทุกคนมีครอบครัวเป็นของตัวเองแล้ว เนี่ยเหล่าก็มีความสุขมาก ปล่อยวางได้จากก้นบึ้งของหัวใจสักที
วันหนึ่งหากเขาลาลับโลกนี้ไป จะไม่รู้สึกเสียใจเลย
ชายชรามองไปที่กู้หนาน ถามด้วยรอยยิ้ม “เป็นยังไงบ้างสาวน้อย? พร้อมสำหรับการสอบในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้แล้วหรือยัง?”
กู้หนานตอบกลับด้วยความมั่นใจ “หนูเตรียมตัวพร้อมแล้วค่ะคุณตา หัวหน้าหลี่เองก็คอยช่วยเหลืออยู่ห่าง ๆ”
เนี่ยเหล่าอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบทัศนคติของกู้หนานต่อการเรียนแพทย์ กับเซี่ยเหวินตงที่ทำงานอยู่ข้างนอก
ความจริงแล้วแทบไม่ต้องยกมาเปรียบเทียบกันเลย เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าใครจะเป็นผู้สืบทอดวิชาแพทย์แผนจีนในอนาคต
กู้หนานยิ้มพร้อมพูดกับเนี่ยเหล่า “คุณตาคะ ถ้าหนูได้รับใบประกอบวิชาชีพและสามารถเปิดคลินิกการแพทย์แผนจีนได้ หนูขอว่าจ้างคุณไปประจำอยู่ที่คลินิกได้หรือเปล่าคะ?”
เมื่อเนี่ยเหล่าได้ยินแบบนั้น ดวงตาของเขาก็สว่างวาบขึ้นเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นสีหน้าก็ยังราบเรียบราวกับจะสงวนท่าที “เมื่อไม่กี่ปีก่อน โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนก็ติดต่อว่าจ้างฉันเหมือนกัน แต่ฉันไม่ได้ตอบรับ”
กู้หนานจึงเริ่มโน้มน้าวและเชื้อเชิญเนี่ยเหล่าอย่างจริงจัง “คุณตา คิดซะว่าช่วยหนูก็ได้ค่ะ ถ้ามีคุณประจำอยู่ที่คลินิกสักคน ผู้ป่วยต้องกล้ามาใช้บริการแน่ ๆ หนูยังเด็กเกินไป คงมีผู้ป่วยน้อยคนที่จะเชื่อถือ คุณเป็นหมอมากประสบการณ์ อยู่กับคุณแล้วหนูสบายใจกว่าจริง ๆ”
เฉินหย่าจือช่วยเกลี้ยกล่อมจากด้านข้างอีกแรง “พ่อบุญธรรมคะ ช่วยหนานหน่านด้วยเถอะ”
เมื่อเห็นว่าเนี่ยเหล่ายังคงลังเล กู้หนานจึงรีบเสนอเงื่อนไขให้เขา “คุณตาแค่แวะไปที่คลินิกในฐานะที่ปรึกษาทางการแพทย์แค่สัปดาห์ละครั้งก็ได้ ยังไงหนูก็จะจ่ายเงินให้คุณตามมาตรฐานเงินบำนาญในปัจจุบันค่ะ”
เนี่ยเหล่าตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ “เอาล่ะ ไว้เธอเปิดคลินิกได้เมื่อไหร่เราค่อยมาคุยเรื่องนี้กันอีกครั้ง”
เมื่อเห็นว่าเนี่ยเหล่าเริ่มเห็นด้วยกับเธอแล้ว กู้หนานก็พูดอย่างมีความสุข “ถ้าอย่างนั้น คุณตาช่วยพวกเราคิดชื่อคลินิกให้หน่อยสิคะ ส่วนสถานที่ตั้งของคลินิกคงอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลหลันเฉิงค่ะ”
เนี่ยเหล่าตอบว่า “เธอเลือกทำเลที่ตั้งเองเถอะ แล้วจะช่วยคิดชื่อคลินิกให้ ฉันถนัดเรื่องนี้”
“รบกวนคุณตาแล้วค่ะ”
มีเนี่ยเหล่ามาอยู่ที่คลินิกทั้งคน ในที่สุดกู้หนานก็สบายใจไปอีกเปลาะหนึ่ง
ตอนแรกชายชราบอกว่าเขาจะเชิญเนี่ยอวิ๋นให้ไปช่วยที่คลินิกของเธอแทน แต่ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้เนี่ยอวิ๋นกับแม่บุญธรรมของเธอเดินทางไปถึงไหนแล้ว
“คุณตาคะ ช่วงที่คุณแม่กับลุงเดวิดไปต่างประเทศ หนูก็จะกลับบ้านเกิดเหมือนกัน ค่อย ๆ คิดชื่อคลินิกนะคะ ถ้าหนูกลับมาแล้วจะมาเยี่ยมคุณอีกครั้ง”
เมื่อได้ยินว่ากู้หนานจะกลับไปบ้านเกิดอีกแล้ว เนี่ยเหล่าก็ถามด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสบอารมณ์ “กลับไปอีกแล้วหรือ? พักหลังดูเหมือนว่าจะเทียวไปเทียวมาบ่อยซะจริง ๆ”
กู้หนานอธิบายว่า “อาคารโรงงานก่อสร้างเกือบเสร็จแล้วค่ะ ผู้รับเหมากำลังรอให้หนูกลับไปตรวจสอบ ปีนี้เมื่อผลผลิตวัสดุยาพร้อมเก็บเกี่ยว โรงงานแปรรูปยาของหนูก็จะสามารถทำการผลิตได้ทันที”
รอจนกว่าจะกลับมาครั้งหน้า เธอตั้งใจว่าจะเริ่มเปิดตลาดขายยาสมุนไพรจีนหล่งซาน
เนี่ยเหล่าสนับสนุนกู้หนานเสมอเรื่องการสร้างโรงงานแปรรูปวัสดุยา อย่างน้อยธุรกิจนี้ก็เกี่ยวข้องกับอาชีพของเธอโดยตรง ทำงานนี้ย่อมดีกว่าการที่เธอต้องอยู่ในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าของกู้เจิ้งอันทั้งวัน
เขาตอบว่า “ดี รักษาเนื้อรักษาตัวด้วย”
ทั้งสามพักที่บ้านของเนี่ยเหล่าเพื่อรอทานอาหารมื้อเย็น เนี่ยเหล่าสังเกตเห็นว่าสายตาของเซี่ยเหวินตงมักจะจับจ้องไปทางกู้หนานเสมอ ทุกครั้งที่เธอมา เขาก็มักจะหาเรื่องคุยกับเธออยู่บ่อย ๆ เขาจึงไล่เซี่ยเหวินตงกลับบ้าน อ้างว่าให้วันหยุดพักร้อนกับเขา
…
ตอนเย็น หลิวปินโทรมาหากู้หนานด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นเป็นพิเศษ
หลิวปินบอกว่าเขาได้งานรับเหมาของไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่งแล้ว แผนกรับผิดชอบโครงการบอกว่า พวกเขาได้รับการแนะนำมาจากหัวหน้ากู้อีกที จึงเต็มใจที่จะทำสัญญากับเขา
หลิวปินคิดว่าหัวหน้ากู้ที่ผู้รับผิดชอบโครงการพูดถึงก็คือกู้หนาน
พวกเขาจะตกลงราคากันในวันพรุ่งนี้ ถ้าการเจรจาสำเร็จ ก็จะดำเนินการเซ็นสัญญาโดยทันที
น้ำเสียงของหลิวปินเต็มไปด้วยความขอบคุณ “ต้องขอบคุณคุณมาก ๆ เลยครับหัวหน้ากู้”
กู้หนานยิ้ม “ด้วยความยินดีค่ะ จากนี้คุณก็ต้องทำงานในส่วนของตัวเองให้ดี ตราบใดที่คุณทำงานได้เป็นอย่างดี พวกเขาต้องอยากร่วมมือกับคุณอีกแน่นอนในอนาคต”
ความจริงแล้วกู้หนานแทบไม่ได้มีส่วนช่วยอะไรในเรื่องนี้เลย เธออาศัยเส้นสายและการติดต่อจากผู้เป็นพ่อ กู้เจิ้งอันต่างหากที่ทำให้ทุกอย่างราบรื่นลงเอยด้วยดี
ในแวดวงธุรกิจ เส้นสายและความแข็งแกร่งมีความสำคัญไม่แพ้กัน
กู้หนานกำลังจะเตรียมตัวกลับไปบ้านเกิด แต่วางแผนว่าจะรอให้หลิวปินเซ็นสัญญาให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นพวกเขาจะได้เดินทางกลับไปพร้อมกัน
กู้หนานยุ่งอยู่กับการไปที่โรงงานเครื่องจักรเพื่อดูอุปกรณ์ตลอดสองวันมานี้
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหั่น เครื่องล้าง หรือเครื่องอบ ทุกอย่างถูกสั่งซื้อไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ต้องเร่งรีบในการขนส่งเครื่องจักรพวกนี้ ไว้ค่อยทำการขนส่งหลังจากติดตั้งระบบไฟฟ้าและระดับไฮดรอลิกภายในโรงงานเรียบร้อยแล้ว
ลู่ฮ่าวติดต่อฉินเฟิงล่วงหน้า ขอให้เขาเคลียร์ธุระของตัวเอง จะได้กลับไปที่บ้านเกิดพร้อมกันกับพวกเขา เพื่อที่ฉินเฟิงจะได้เปลี่ยนมือกับเขาในการขับรถ
เมื่อฉินเฟิงได้ยินว่าโรงงานสร้างเสร็จแล้ว เขาก็มีความสุขมากไม่แพ้กัน ถึงขั้นกว้านซื้อผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนหนึ่งกลับไปด้วย
ฉินเฟิงขอให้กู้หนานขับรถไปจอดหน้าประตูของเขตชุมชนที่เขาอาศัยอยู่ และรอเขาขนของสักครู่
เมื่อรถเคลื่อนเข้ามาจอด ทุกคนเห็นว่าฉินเฟิงใส่ยีนส์ลำลองทั้งตัว สวมแว่นกันแดดเลนส์ใหญ่เทอะทะ มีกล่องลังกระดาษขนาดใหญ่สองกล่องวางอยู่ข้าง ๆ
[1] ต้อนเป็ดขึ้นชั้น เป็นสำนวน มีความหมายว่า รู้ว่าทำไม่ได้แต่ก็ยังส่งให้ไปทำงานนั้น
[2] ซื้อซีอิ๊ว หมายถึง ลอยชายไปวัน ๆ ไม่ใส่ใจอะไรเป็นพิเศษ