เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 592 พยายามเข้าหา
บทที่ 592 พยายามเข้าหา
“เอาล่ะ งั้นแม่คงไม่เรียกร้องอะไรอีกแล้ว ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติเถอะ”
ตอนแรกคุณย่ากู้ต้องการเกลี้ยกล่อมกู้หลันให้กู้หนานลองมาตรวจสุขภาพดู ถ้ามีปัญหาใด ๆ จะได้แก้ไขได้ทันเวลา
แต่หลังจากได้ยินคำพูดของกู้หลัน เธอก็รู้ทันทีว่าการกระทำของตัวเองประมาทเกินไป
จริงด้วย เธอลืมนึกถึงความรู้สึกของกู้หนานไปซะสนิท ขืนพวกเขาขอให้เธอมาจับชีพจรดู แล้วถ้าในใจกู้หนานไม่ได้รู้สึกยินดีด้วยล่ะ มันจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวหรือเปล่า?
คุณย่ากู้จึงบอกว่าจะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ถึงอย่างนั้นก็ยังครุ่นคิดว่าควรจะเกลี้ยกล่อมกู้เจิ้งอัน หรือสอบถามความเห็นของกู้หนานเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไงดี
กู้หลันอายุสี่สิบแล้ว ไม่สามารถผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย ๆ ได้ ถ้าจะมีลูกต้องมีตั้งแต่ตอนนี้เลย
กู้หลันขนสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวของเธอเองออกจากบ้านหลังเก่า แล้วกลับไปที่อาคารหลังเล็กฝั่งตรงข้าม
กู้เจิ้งอันยุ่งกับงานมาก จนกระทั่งถึงเวลาอาหาร เขาถึงโทรหาเธอ นัดแนะชื่อร้านอาหารให้เธอรู้ แล้วขอให้กู้หลันออกมารับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน
พวกเขาเพิ่งแต่งงานกันเมื่อวาน กู้เจิ้งอันแทบไม่อยากอยู่ห่างกับเธอนานจนเกินไป
กู้หลันสวมเสื้อกันลมสีเบจ มัดผม สวมรองเท้าส้นสูง ใส่กางเกงขาบาน ขับรถไปยังสถานที่นัดหมาย พอลงจากรถคาดิลแลคไม่ต้องพูดถึงว่าความสวยและความหรูหราดึงดูดความสนใจจากผู้คนรอบข้างมากขนาดไหน
กู้เจิ้งอันยกรถซานทาน่าให้กู้หนานขับ ส่วนเขาใช้รถของโรงงานเพื่อเดินทางไปทำงานโดยตรง
ตอนที่เขาออกมากินข้าวมื้อเที่ยง เขาก็เดินทางมาโดยรถแท็กซี่
ทันใดนั้นเอง ทันทีที่รถแท็กซี่ขับเข้าไปจอดเทียบ กู้เจิ้งอันก็เห็นว่ารถคาดิลแลคที่คุ้นตาจอดอยู่ข้างถนน หญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ข้างรถคันนั้น นอกจากเธอแล้วยังมี…
ชายหัวโล้นคนหนึ่งที่พยายามจะเข้าหากู้หลัน
ชายหัวโล้นคนนั้นสวมเสื้อโค้ทตัวสั้นสีดำ เหน็บกระเป๋าหนังเอาไว้ใต้รักแร้ ดูเหมือนเป็นนักธุรกิจรายใหญ่
กู้เจิ้งอันรีบยื่นเงินสิบหยวนให้คนขับแท็กซี่ พร้อมกับบอกว่าไม่ต้องทอน จากนั้นเปิดประตู ก้าวขายาว ๆ ลงจากรถอย่างไม่รอช้า
เขาเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว ได้ยินคำพูดของชายหัวโล้นจากระยะไกล
“คุณผู้หญิง ผมเองก็ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เหมือนกัน มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าคุณคงประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานไม่ต่างจากผม พวกเราลองมาทำความรู้จักกันดีไหมครับ?”
ชายหัวโล้นยื่นมือออกไปข้างหน้า สายตามองกู้หลัน คาดหวังว่าจะจับมือกับเธอ
กู้หลันพยายามหลีกเลี่ยง ประสบการณ์เกี่ยวกับการทำธุรกิจ ทำให้เธอไม่สามารถปฏิเสธนักธุรกิจที่เข้ามาทักทายได้ง่าย ๆ ถึงอย่างนั้นเธอสังเกตดูแล้ว ชายคนนี้ไม่ใช่นักธุรกิจจริง ๆ หรอก
“คุณคะ ฉันไม่ใช่นักธุรกิจหรอกค่ะ”
“เป็นไปได้ยังไง? ดูรถที่คุณใช้ขับสิ การแต่งตัวของคุณก็ดูสวยมาก จะไม่ใช่นักธุรกิจได้ยังไงกัน?” ตอนมองกู้หลัน ดวงตาของชายหัวโล้นเป็นประกาย ดวงตาของเขาสดใสยิ่งขึ้นเมื่อมองไปที่รถคาดิลแลคข้าง ๆ
คิ้วของกู้หลันย่นเข้าหากัน ตั้งท่าว่าจะก้าวเข้าไปนั่งในรถเพื่อหลบเลี่ยง ทันใดนั้นกลับมีเสียงที่น่าเกรงขามดังขึ้น “ผมเป็นคนซื้อรถคันนั้นให้เธอเองผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาของผม”
กู้หลันหันศีรษะไปมอง เห็นชายผู้มีออร่าสง่างาม เดินตรงมาหาเธอด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
กู้เจิ้งอันเหยียดแขนยาวของเขาไปโอบไหล่ของกู้หลันไว้
เมื่อชายหัวโล้นเห็นชายอีกคนปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับแสดงความเป็นเจ้าของ เขาก็ยิ้มเจื่อนแก้เขิน “โอ้ ที่แท้คุณผู้หญิงก็มีแฟนแล้วนี่เอง”
กู้เจิ้งอันถามด้วยใบหน้าที่มืดมน “คุณยังอยากรู้จักเธออยู่ไหม?”
“ไม่แล้ว ไม่แล้ว”
ชายหัวโล้นวิ่งหนีไปพร้อมกับกระเป๋าในมือ
เมื่อมองตามแผ่นหลังของชายหัวโล้นที่วิ่งจากไป ทั้งสองคนก็หัวเราะเบา ๆ
กู้เจิ้งอันหันมองเธอพลางพูดว่า “จากนี้ไป ฉันน่าจะต้องคอยตามติดเธออย่างใกล้ชิดซะแล้ว”
“ฉันอายุปูนนี้แล้ว ใครจะสนใจมองฉันกันล่ะ?” กู้หลันดูไม่ใส่ใจอะไร เอื้อมมือไปตบรถคันงามของตัวเองแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “สิ่งที่เขาสนใจจริง ๆ คือรถคันนี้ต่างหาก”
“หลังจากนี้ถ้ามีใครมาชวนคุย เธอก็ไม่ต้องไปคุยกับเขา”
กู้เจิ้งอันพาเธอเข้าไปในร้านอาหาร
หลังจากเข้ามาแล้ว เขาก็หาที่นั่งและนั่งลง กู้เจิ้งอันหยิบเมนูขึ้นมาพลางบอกให้กู้หลันเป็นคนสั่งอาหาร “เที่ยงนี้พวกเรากินอาหารผัดง่าย ๆ ไปก่อน ตอนเย็นเราค่อยไปทานอาหารตะวันตกด้วยกัน”
เขายังไม่ลืมนัดทานอาหารตะวันตกกับกู้หลัน
อาจเป็นเพราะเขาเคยได้ยินจากกู้ย่าฮุยว่าการทานอาหารตะวันตกระหว่างคู่รักนั้นโรแมนติกมาก
ขณะที่รออาหารมาเสิร์ฟ กู้หลันก็ดื่มน้ำก่อนจะพูดอย่างสบาย ๆ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น “พี่เจิ้งอัน คุณแม่เรียกฉันไปคุยด้วย”
“แม่เรียกเธอไปคุย? เรื่องอะไรหรือ?” กู้เจิ้งอันถาม
กู้หลันถือแก้วน้ำไว้ ใบหน้ายังปรากฏรอยยิ้ม แต่น้ำเสียงค่อนข้างติดขัดราวกับไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นยังไงดี จากนั้นก็ถอนหายใจพูดออกไปตรง ๆ “ท่านบอกว่าเราสองคนต่างก็อายุประมาณหนึ่งแล้ว เลยอยากให้พวกเราวางแผนเรื่องการมีลูก”
หลังจากที่เธอพูดจบ สีหน้าก็เต็มไปด้วยความประหม่า จากนั้นก็ใช้หางตามองไปที่กู้เจิ้งอัน สังเกตปฏิกิริยาของเขา
เมื่อกู้เจิ้งอันได้ยินแบบนี้ สีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจไม่แพ้กัน แต่ยังคงนิ่งเงียบเพราะไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี
กู้หลันยังคงพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการวางแผนครอบครัวต่อไป “ฉันบอกเธอแล้วว่าเราสองคนไม่ต้องการมีลูก พวกเรามีแค่หนานหน่านก็เพียงพอแล้ว หนานหน่านโตถึงขนาดมีหลานให้เราอุ้มด้วยซ้ำ แล้วเราจะมีลูกไปทำไมกัน”
“อันที่จริงแม่ก็พูดถูกนะ” กู้เจิ้งอันแสดงความเห็นทันที
ดวงตาของกู้หลันสั่นไหวเล็กน้อย เธอมองหน้าเขา “คุณเองก็คิดแบบเดียวกันกับคุณแม่หรือคะ?”
กู้เจิ้งอันยิ้มให้เธอ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ฉันเคารพในการตัดสินใจของเธอเสมอ เพราะฉันรู้ดีว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง ให้ความสำคัญกับงานเป็นอันดับหนึ่ง เธอคงไม่อยากมีลูกเหมือนผู้หญิงคนอื่น ดังนั้นฉันจะไม่บังคับหรือกดดันเธอเรื่องนี้แน่”
คำพูดของกู้เจิ้งอันทำให้กู้หลันรู้สึกอบอุ่นไปทั่วทั้งหัวใจ
การได้ใช้ชีวิตคู่กับผู้ชายที่รู้จักตัวตนของเธอและเคารพการตัดสินใจของเธอถือเป็นพรวิเศษจริง ๆ
คนสองคนเชื่อมโยงกัน หลายสิ่งหลายอย่างไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความ เขากลับพร้อมที่จะทำความเข้าใจ และให้การสนับสนุนเธอได้เสมอเมื่อเปิดอกคุยเป็นครั้งแรก
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ทำไมกู้เจิ้งอันถึงได้คิดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง และมุ่งความสนใจไปที่อาชีพการงานเพียงอย่างเดียวกันล่ะ?
เธอแต่งงานมีครอบครัวแล้ว เธอต้องให้ความสำคัญกับครอบครัวมากกว่าอยู่แล้วสิ?
เธอยิ้มพร้อมกับตั้งคำถาม “แล้วถ้าในอนาคตฉันท้องล่ะคะ?”
“ถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็วิเศษเลยน่ะสิ” กู้เจิ้งอันตอบกลับอย่างรวดเร็วโดยแทบไม่ต้องคิดเลย
ปฏิกิริยาของเขาทำให้กู้หลันรู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง
ตอนแรก เขาเพิ่งบอกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง และเคารพการตัดสินใจเธอทุกอย่าง
แต่พอลองหยั่งเชิงถาม เขากลับยอมรับได้อย่างง่ายดาย
สิ่งนี้ค่อนข้างขัดแย้งกันอยู่สักหน่อย หรือว่าใจจริงพี่เจิ้งอันเองก็อยากมีลูกกับเธอเหมือนกันหรือ?
กู้หลันแย้งว่า “แต่เราสองคนอายุเยอะกันแล้วนะคะ”
“อายุเยอะแล้วยังไง? ครอบครัวเรามีเงินกินใช้สุขสบาย จะเลี้ยงเด็กสักคนไม่ได้เชียวหรือ?”
ทันทีที่เขาพูดจบ บริกรก็นำอาหารมาเสิร์ฟ กู้เจิ้งอันจึงกระแอมเบา ๆ หยุดการสนทนาเอาไว้ชั่วคราว
รอจนกระทั่งบริกรออกไปแล้ว กู้หลันก็พูดอย่างเป็นกันเองว่า “ถ้าพวกเรามีลูกด้วยกันจริง ๆ หนานหน่านเขาจะคิดยังไงคะ?”
“เธอเป็นเด็กดี เธอต้องเข้าใจเราสองคนแน่”
กู้เจิ้งอันจับมือกู้หลัน มองสบตาเธอพร้อมกับพูดออกมาอย่างจริงใจว่า “เสี่ยวหลัน ตอนที่ฉันแต่งงานกับเธอ ฉันอาจไม่เคยคาดหวังว่าเราจะมีลูกด้วยกันก็จริง แต่ถ้าในที่สุดเธอตั้งท้อง ฉันก็ถือว่าเขาเป็นของขวัญจากสวรรค์ ถึงเวลานั้นพวกเราต้องมีความสุขมากแน่ ๆ ฉะนั้นปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็นเถอะ”
กู้หลันมองหน้าเขา พยักหน้ารับเบา ๆ “ค่ะ”
“พอเราปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไป คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาแล้ว”
กู้เจิ้งอันไม่เคยพิจารณาเรื่องนี้มาก่อน แต่เมื่อเขามีโอกาสได้พูดคุยกับกู้หลันในเวลานี้ ภายในหัวใจของเขากลับเต้นระรัว ไม่สงบเหมือนที่ปรากฏบนสีหน้าภายนอก
ทันทีที่ความคิดว่าตัวเองควรมีลูกกับกู้หลันผุดขึ้นมา เขาก็รอคอยสิ่งนั้นจากก้นบึ้งของหัวใจ
เขาไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูกู้หนานด้วยตัวเอง เจียงย่าเจี๋ยเองก็ไม่ได้สนิทกับเขามากนัก เขาพยายามอย่างยิ่งเพื่อเข้าใกล้อีกฝ่ายให้มากขึ้น แต่แล้วก็จบลงด้วยความล้มเหลว
เจียงย่าเจี๋ยหวาดกลัวเขา ทั้งยังไม่กล้าเข้าใกล้เขา เขาไม่เคยสัมผัสกับความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมในการเป็นพ่อคนเลยสักครั้ง
เขาสามารถประคองชีวิตอยู่มาจนถึงตอนนี้ แต่กลับไม่เคยรู้สึกถึงความสุขในการเลี้ยงลูกเลย
นี่ถือเป็นความเสียใจที่ฝังรากลึกอยู่ในห้วงคำนึงมาโดยตลอด
เขารู้สึกผิดต่อลูกสาว แต่สิ่งเดียวที่เขาสามารถชดเชยให้เธอได้ในตอนนี้ คงมีเพียงด้านวัตถุเท่านั้น
กู้หนานแต่งงานแล้ว มีคนรักและครอบครัวเป็นของตัวเอง เธอคงไม่ต้องการให้พ่อเข้าไปทำตัวยุ่มย่ามวุ่นวายในชีวิตอีกต่อไป
พูดตามตรง จู่ ๆ เขาก็มีความรู้สึกอยากเป็นพ่อคนขึ้นมาอีกครั้ง
…
หลังมื้ออาหาร กู้หลันขับรถกลับไปที่โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าของกู้เจิ้งอัน เธอบังเอิญเจอกับกู้หนานและซุนเฉิงพอดี
ซุนเฉิงแวะมาที่โรงงานเพื่อตรวจสอบสถานะการผลิตของคำสั่งซื้อในวันนี้
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการตรวจสอบปัญหาคุณภาพ
เมื่อเธอลดกระจกลง กู้หนานก็โบกมือพร้อมกับตะโกนทักทายคนในรถ “พ่อ แม่ เพิ่งออกไปข้างนอกกันมาหรือคะ?”
“ใช่ เราเพิ่งกลับจากทานอาหารกลางวัน”
ซุนเฉิงได้ยินกู้หนานเรียกใครบางคนว่าแม่ ก็แสดงสีหน้าประหลาดใจพลางมองเข้าไปในรถ
เขาเห็นผู้หญิงวัยกลางคนที่มีออร่าสง่างาม หน้าตาสะสวยนั่งอยู่ฝั่งข้างคนขับ
กู้หนานบอกพวกเขาว่า “หนูกำลังจะพาหัวหน้าซุนเข้าไปดูไลน์ผลิตค่ะ”
กู้เจิ้งอันถามว่า “ให้พ่อไปด้วยไหม?”
กู้หนานโบกมือ “ไม่เป็นไรค่ะพ่อ เดี๋ยวหนูจัดการตรงนี้เอง”
เมื่อรถค่อย ๆ ขับผ่านพวกเขาไป ซุนเฉิงก็หันมองกู้หนาน พร้อมกับถามด้วยความสงสัยว่า “ผู้หญิงคนนั้นใช่แม่เลี้ยงของคุณหรือเปล่า?”
กู้หนานตอบกลับ “ใช่ค่ะ พ่อฉันแต่งงานใหม่แล้ว”
เมื่อได้ยินคำอธิบายจากกู้หนาน ซุนเฉิงก็รู้สึกกระดากอายเล็กน้อย เพิ่งมาฉุกคิดขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ควรถามแบบนั้นออกไป
แต่เมื่อเห็นว่าการแสดงออกของกู้หนานยังคงเป็นปกติ เขาจึงเดาได้ไม่ยากว่าเธอไม่คิดอะไร
เธอต้องสนับสนุนการแต่งงานใหม่ในครั้งนี้ของผู้เป็นพ่ออย่างแน่นอน
ชายหนุ่มเลยถามต่อ “ทำไมคุณไม่บอกผมสักนิดว่าหัวหน้ากู้แต่งงานแล้ว? ผมจะได้มอบของขวัญให้เขา”
กู้หนานอธิบาย “พวกเขาแค่จดทะเบียนสมรสกันเท่านั้นค่ะ ไม่ได้จัดงานแต่ง”