เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 593 เธอไม่เหมาะสม
บทที่ 593 เธอไม่เหมาะสม
กู้หนานพาซุนเฉิงเข้าไปเยี่ยมชมฐานผลิต เพื่อตรวจสอบคุณภาพของเสื้อผ้าเหล่านี้
หลังจากเดินเข้าไปโรงงานแล้ว เห็นว่าบรรดาพนักงานต่างทำงานกันอย่างเป็นระเบียบ ต้องบอกว่าตั้งแต่โรงงานได้รับการปฏิรูปใหม่ ภาพรวมก็มีความเรียบร้อยขึ้นกว่าเดิมมาก
ในระหว่างเวลาทำงาน ไม่ค่อยมีใครพูดคุยกระซิบกระซาบกันอีกต่อไป
ที่สำคัญคือ สถานการณ์น่าปวดหัวอย่างการที่พนักงานจงใจยักยอกผ้าของโรงงานมาตัดเสื้อผ้าของตัวเองไม่เกิดขึ้นอีกต่อไปแล้ว
แน่นอน กู้หนานยังจัดทำระบบปฏิบัติการพิเศษมากมายสำหรับพนักงานอีกด้วย
ตัวอย่างเช่น เศษผ้าและเสื้อผ้าคัดทิ้งจากโรงงาน จะถูกแจกจ่ายให้กับพนักงานเพื่อเป็นของขวัญในช่วงวันหยุดต่าง ๆ
ส่วนที่เหลือฉินเฟิงก็จะนำไปจัดการต่อในราคาต่ำ
ถ้ารอบไหนฉินเฟิงไม่ได้มารับซื้อไป กู้หนานก็จะสั่งให้ทางโรงงานนำสินค้าที่มีข้อบกพร่องไปวางไว้หน้าจุดบริการลูกค้า จากนั้นก็ติดราคาขายในราคาถูกกว่าปกติ จำหน่ายให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมา
ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินตรวจตราในโรงงาน กู้หนานก็หยิบเสื้อผ้าที่เพิ่งเย็บประกอบเสร็จมาให้ซุนเฉิงลองตรวจสอบดู
ซุนเฉิงตรวจเช็กอย่างละเอียด
กู้หนานถามด้วยรอยยิ้ม “หัวหน้าซุน งานเป็นยังไงบ้างคะ?”
หลังจากที่ซุนเฉิงตรวจสอบเสร็จแล้ว เขาก็ยื่นเสื้อผ้าตัวนั้นให้กับคนที่อยู่ข้าง ๆ พร้อมกับพยักหน้า “ดีเลยครับ ขอให้ทำงานโดยคงมาตรฐานนี้ไว้เป็นพอ ไม่ว่าจะเป็นปลายด้ายหรือกระดุม ต้องควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อให้ชิ้นงานออกมาดีที่สุด เนื่องจากธุรกิจของเราเป็นเสื้อผ้าส่งออก มูลค่าย่อมสูงมาก เรายินดีป้อนคำสั่งซื้อทีละมาก ๆ ได้ถ้าพวกคุณรับประกันคุณภาพอย่างดี”
หัวหน้าแผนกตรวจสอบยืนยันว่า “หัวหน้าทั้งสองไม่ต้องกังวลเลยค่ะ เราจะควบคุมและตรวจสอบอย่างเข้มงวด”
กู้หนานเดินออกจากฐานผลิต พูดกับซุนเฉิงว่า “หัวหน้าซุนคะ สโคปงานของโรงงานเราเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ทางเราก็เลยอยากหารือกับคุณ ว่าเราพอจะขยายขนาดหรือสร้างโรงงานสาขาอื่นเพิ่มขึ้นได้ไหม นอกเหนือจากการผลิตเสื้อผ้าส่งออกต่างประเทศแล้ว เราก็ควรให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศด้วย ต้องยอมรับว่าประเทศของเรามีฐานประชากรขนาดใหญ่ หมายความว่าต้องมีตลาดใหญ่รองรับเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่เราผลิตแน่นอน ก่อนหน้านี้เราก็เคยทำเสื้อผ้าราคาถูกขายมาก่อน ถึงตอนนี้คำสั่งซื้อจากตลาดต่างประเทศจะมากขึ้น เราก็ยังทิ้งตลาดในประเทศไม่ได้”
“โรงงานสิ่งทอของเรายังมีแผนจะผลิตผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน ปลอกผ้านวม รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสิ่งทอ ตอนนี้พอมีคำสั่งซื้อพวกนี้เข้ามาบ้าง แต่คำสั่งซื้อส่งออกมีมากกว่า ฉันก็เลยอยากว่าจ้างผู้ที่มีความสามารถด้านการขายในระดับมืออาชีพมาเปิดตลาดในประเทศค่ะ”
กู้หนานแนะนำต่อไปว่า “ถ้าเราสามารถขยายสาขาโรงงาน เปิดสายการผลิตใหม่ แล้วแยกการผลิตทั้งสองด้านออกจากกัน เราสามารถจ้างพนักงานขายมืออาชีพให้มาช่วยดำเนินการ แล้วพัฒนาการสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง”
หลังจากฟังแนวคิดของกู้หนานแล้ว ซุนเฉิงก็บอกว่า “ผมเห็นด้วยครับ เดี๋ยวเราค่อยไปหารือกับหัวหน้ากู้อีกที เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมและมีเงินทุนเพียงพอแล้ว เราสามารถเปิดโรงงานสาขาใหม่ได้ ตลาดในประเทศถือเป็นเค้กก้อนใหญ่ ถ้าเราหาจังหวะคว้าโอกาสเอาไว้ได้ เราอาจครอบครองอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า”
เมื่อเห็นว่าซุนเฉิงเห็นด้วยกับความคิดของเธอ กู้หนานก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า “งั้นพวกเรามาทำงานกันให้หนักกันเถอะค่ะ”
“ที่จริงแล้วความสามารถของฉินเฟิงด้านธุรกิจการค้าก็ไม่เลวเหมือนกันนะ”
กู้หนานบอกว่า “ฝีมือเขาไม่เลวก็จริง แต่ตอนนี้เขามีธุรกิจเป็นของตัวเองแล้ว ประเภทขายส่งสินค้าปลีกย่อยต่าง ๆ จากในเมืองกระจายไปยังชนบท รวมถึงพวกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เขาคงไม่ว่างมาร่วมงานกับเราแน่”
ไม่กี่วันที่ผ่านมา กู้หนานได้ยินจากกู้หลันว่าเธอเองก็อยากทาบทามให้ฉินเฟิงย้ายไปอยู่ที่ปินเฉิงเพื่อรับผิดชอบฝ่ายขายของบริษัทเช่นเดียวกัน
ในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ฉินเฟิงสามารถเปิดตลาดการค้าในชนบทและสร้างรายได้อย่างมหาศาลด้วยการขายส่งสินค้าปลีกย่อย ความสามารถของเขาเป็นที่ประจักษ์แก่ทุกคน
ซุนเฉิงตอบกลับ “งั้นไว้ค่อยคุยกันทีหลัง อาจจะมีบางคนที่น่าสนใจไม่แพ้เขา”
“ค่ะ”
กู้หนานและซุนเฉิงกำลังพูดคุยกันอยู่นอกโรงงาน ทันใดนั้นรองหัวหน้าแผนกหนึ่งภายในโรงงานที่เดินจ้ำอ้าวผ่านพวกเขาก็หันมาทักทาย “สวัสดีค่ะรองหัวหน้ากู้ หัวหน้าซุน”
กู้หนานพยักหน้าเล็กน้อย “อืม รองหัวหน้าจาง คุณรีบร้อนอะไรขนาดนั้นคะ?”
รองหัวหน้าจางตอบว่า “วันนี้ฉันมีนัดกับกลุ่มพนักงานใหม่ที่เพิ่งผ่านคัดเลือกค่ะ ว่าจะนัดพวกเขามาที่โรงงานเพื่อดูงานและเริ่มฝึกอบรมในวันพรุ่งนี้เลย”
“อ้อ งั้นไปเถอะค่ะ”
แต่ในขณะที่กู้หนานและซุนเฉิงกำลังจะเดินไปที่ห้องทำงาน พวกเขาเหลือบไปเห็นพี่สาวจางจากแผนกบุคคลกำลังนำพนักงานใหม่ที่เพิ่งผ่านการคัดเลือกไปทางฐานผลิต
ทันใดนั้น พวกเขาพลันเห็นร่างที่คุ้นเคยแทรกอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน
เธอและซุนเฉิงรีบหันมองหน้ากันทันที
ต่างฝ่ายต่างทำหน้าแปลกใจ
โลกนี้ช่างกลมจริง ๆ เลย
กู้หนานมองไปยังบุคคลผู้ไม่พึงประสงค์ในกลุ่มคน ก่อนจะขอความเห็นจากซุนเฉิง “หัวหน้าซุนคะ ให้ฉันจัดการเรื่องนี้เลยดีไหม?”
“ครับ” ซุนเฉิงพยักหน้า
อีกหน่อยเขาอาจจะต้องแวะมาที่โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าบ่อย ๆ เพื่อตรวจเช็กเสื้อผ้าสำเร็จรูป แน่นอนว่าเขาไม่อยากเห็นหน้าคนที่เขาไม่ควรพบเจออีกต่อไป
ในอนาคตจะได้ไม่มีปัญหารบกวนใจ
กู้หนานจึงหันไปเรียกพี่สาวจางที่รับผิดชอบการสรรหาบุคลากรเข้ามา
พี่สาวจางเดินเข้ามาหาเธอ ถามว่า “รองหัวหน้ากู้ คุณมีอะไรอยากแนะนำหรือเปล่าคะ?”
“ในบรรดาพนักงานที่คุณคัดเลือกเข้ามามีคนชื่อเหมาฟางหรือเปล่า?” กู้หนานถามอย่างตรงไปตรงมา
พี่สาวจางคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า “มีค่ะ มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อเหมาฟาง พูดจาไพเราะ ดูเป็นคนอัธยาศัยดี”
“เธอไม่เหมาะกับโรงงานเราค่ะ” กู้หนานพูดตรง ๆ
พี่สาวจางทำท่างุนงง “ไม่เหมาะหรือคะ? แต่เธอดูฉลาดมากเลยนะ”
“ที่ฉันบอกว่าเธอไม่เหมาะสม ก็เพราะว่าฉันมีเหตุผลส่วนตัวของฉันค่ะ”
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของกู้หนานค่อนข้างจริงจัง พี่สาวจางก็ไม่กล้าถามคำถามไปมากกว่านี้ ได้แต่พยักหน้าด้วยความเคารพ “เข้าใจแล้วค่ะรองหัวหน้ากู้”
หลังจากที่พี่สาวจางออกไปแล้ว กู้หนานก็พูดกับซุนเฉิงว่า “เราเข้าไปนั่งในออฟฟิศกันเถอะค่ะ”
ทั้งสองคนไม่มีความคิดริเริ่มที่จะกล่าวถึงคนไม่สำคัญคนนั้นอีก
หลังจากเข้าไปในห้องทำงาน กู้หนานรินน้ำให้ซุนเฉิง แต่ซุนเฉิงรีบเอื้อมไปคว้ามันไว้ “เดี๋ยวผมทำเองครับ ตอนนี้คุณไม่ค่อยสะดวก อย่าทำเรื่องพวกนี้เลย”
กู้หนานยิ้มพร้อมพูด “ค่ะ รบกวนคุณทำเองแล้ว”
ทั้งสองนั่งลง จากนั้นซุนเฉิงก็คุยกับเธออย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการก่อตั้งโรงงานสาขาใหม่ “รองหัวหน้ากู้ คุณเพิ่งบอกว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เราจะเปิดตลาดในประเทศและสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่เราต้องคำนึงถึง คือดีไซเนอร์ต้องมองการณ์ไกล สามารถออกแบบดีไซน์ที่ตอบโจทย์สุนทรียภาพของประชาชน เรามีโรงงานผลิตสินค้าเองก็จริง แต่ในด้านรูปแบบ เราต้องคิดนวัตกรรมที่ได้เปรียบในตลาดการแข่งขัน เพื่อที่สินค้าของเราจะติดตลาดอย่างรวดเร็ว”
กู้หนานพยักหน้า “ค่ะ ฉันวางแผนว่าจะรับสมัครทีมออกแบบเพิ่มภายในปีนี้”
“ฉันลองโทรหาฉินอวิ๋นแล้ว เธอบอกว่าจะกลับมาที่นี่ในอีกสามเดือนข้างหน้า พอเธอกลับมา เราจะสร้างทีมดีไซน์เนอร์มืออาชีพ สร้างสรรค์ผลงานร่วมกับนักออกแบบรุ่นเก่าในโรงงานของเรา แล้วเริ่มมุ่งเน้นการพัฒนาสไตล์ใหม่ ๆ”
“ลูกพี่ลูกน้องของฉันมีพรสวรรค์และมีฝีมือด้านการออกแบบมาก เธอเคยได้รับรางวัลระดับนานาชาติด้วย แต่เพราะเธอยังไม่จบหลักสูตร รอให้เรียนจบก่อนคุณฉินถึงจะกลับมา” กู้หนานไม่ลืมพูดถึงเจียหาวด้วยความชื่นชมอย่างมากเช่นกัน “จอร์จก็เป็นนักออกแบบที่มีความสามารถมาก ฉินอวิ๋นต้องพัฒนาขึ้นมากแน่ถ้าได้เรียนรู้จากเขา”
เธอไม่รู้ว่าป่านนี้เส้นผมของเจียหาวงอกขึ้นมาใหม่หรือยัง
ไหนจะโรคไตพร่องที่เขาเป็นอยู่…
ครั้งล่าสุดเธอเขียนใบสั่งยาให้เขาอีกครั้งผ่านทางโทรศัพท์ จากนั้นพอสอบถาม เขายังบอกว่ายาขมเกินไป และช่วงนี้งานค่อนข้างรัดตัวมาก จนไม่มีเวลาดื่มอย่างต่อเนื่อง
อยากรู้จริง ๆ ว่าถ้าได้เจอกันครั้งนี้ ผมของเจียวหาวจะขึ้นแล้วหรือยัง
ในขณะที่กู้หนานอยากรู้เกี่ยวกับปริมาณเส้นผมงอกใหม่ของเจียหาว เธอยังเต็มไปด้วยความคาดหวังสำหรับอนาคตของโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า
ด้วยการทำงานหนักและการต่อสู้ของคนหนุ่มสาวเหล่านี้ โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าแห่งนี้จะต้องยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน
หลังจากพูดคุยเรื่องงานแล้ว กู้หนานก็เปลี่ยนมาพูดคุยกับซุนเฉิงถึงเรื่องส่วนตัวบ้าง “ช่วงนี้คุณกับเสี่ยวอิ่งเป็นยังไงบ้างคะ? ฉันมัวแต่เตรียมตัวสอบ ยังไม่ได้สอบถามถึงสถานการณ์ของเธอเลย”
เมื่อพูดถึงเวิ่งอิ่ง คิ้วและดวงตาของซุนเฉิงก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงทันที น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสุข “ตอนนี้อาการของเธอฟื้นตัวดีมาก ช่วงนี้เธอกำลังเตรียมออกหนังสือเล่มใหม่ ไม่ให้ผมเข้าไปรบกวนเธอด้วยซ้ำ บอกว่าอยู่คนเดียวมีแรงบันดาลใจมากกว่า กลางดึกบางทียังลุกขึ้นมาพิมพ์งานเลย”
“จริงหรือคะ?” กู้หนานมีความสุขมากเช่นกันเมื่อได้ยินคำบอกเล่าของซุนเฉิง “อย่างไรก็ตาม คุณยังต้องดูแลเธออย่างใกล้ชิด เตือนให้เธอใส่ใจสุขภาพของตัวเองให้มาก ๆ นะคะ ต่อให้อาการดีขึ้นแล้วก็อย่าเผลอประมาท โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิแบบนี้ยิ่งเจ็บป่วยได้ง่าย อดทนรักษาต่อไปอีกหน่อย รับรองว่าคุ้มค่า”
ซุนเฉิงรับคำ “ผมจะดูแลเธออย่างดีครับ”
“จริงสิ แม่ของรั่วหลินกลับไปแล้ว ครอบครัวคุณรู้เรื่องของคุณกับเสี่ยวอิ่งหรือยังคะ?” กู้หนานอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้