เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 591 ภาวะมีบุตรยาก
บทที่ 591 ภาวะมีบุตรยาก
“เสี่ยวหลัน ในที่สุดลูกกับเจิ้งอันก็ได้อยู่ด้วยกันตามที่พวกลูกต้องการแล้ว ได้สร้างครอบครัวร่วมกันแบบนี้ แม่ย่อมมีความสุขและยินดีด้วยจริง ๆ แม่ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการแต่งงานของเจ้ารองอีกต่อไป ลูกจะเป็นทั้งลูกสาวและลูกสะใภ้ของแม่ แม่ตื้นตันใจมาก”
“ส่วนตาเฒ่า ตั้งแต่เขาเริ่มปล่อยวางความคิด หลาย ๆ อย่างก็ง่ายดายขึ้นมาก”
“แม่คะ ลูกขอบคุณแม่มากที่แม่ยอมเข้าใจ อดทนกับพวกเรา ทั้งยังสนับสนุนให้พวกเราได้อยู่ด้วยกัน”
“เสี่ยวหลัน ปีนี้ลูกอายุสี่สิบแล้วใช่ไหม?”
กู้หลันพยักหน้า “ใช่ค่ะ”
คุณย่ากู้ถอนหายใจ “ลูกอยู่ที่นี่มาสามสิบเจ็ดปีแล้ว เวลาผ่านไปเร็วมาก”
กู้หลันตอบกลับ “จริงด้วยค่ะ สามสิบเจ็ดปีแล้ว หนูยังจำครั้งแรกที่เห็นพี่เจิ้งอันตอนเขาอายุเจ็ดแปดขวบได้ ตอนนั้นเราเจอกันในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ตอนนี้เขากลายเป็นลุงวัยกลางคนแล้ว เราไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไป”
“เสี่ยวหลัน ความจริงแล้วพวกเธอต่างก็ยังเด็กอยู่”
คุณย่ากู้เหมือนจะมีบางอย่างจะพูดออกมา แต่แล้วก็กังวลว่าตัวเองควรจะพูดออกไปตรง ๆ ดีไหม
กู้หลันเป็นคนฉลาด ทุกสีหน้าท่าทีของหญิงชราอยู่ในสายตาเธอเสมอ เธอสามารถสังเกตเห็นได้ว่าหญิงชรากำลังคิดอะไรอยู่
เธอมองไปที่คุณย่ากู้ ยิ้มพร้อมพูดว่า “แม่คะ แม่มีอะไรในใจหรือเปล่า? ถ้าแม่มีอะไรอยากจะพูด ก็พูดกับหนูตรง ๆ เถอะค่ะ”
“อืม ถ้าอย่างนั้นแม่ก็จะพูดตรง ๆ”
คุณย่ากู้ปรับเปลี่ยนท่านั่งของตัวเอง รวบรวมสติและเตรียมตัวเตรียมใจ มองไปที่กู้หลันด้วยความลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เสี่ยวหลัน แม่อยากบอกลูกว่า ลูกเพิ่งจะอายุเท่านี้เอง ยังพอมีลูกได้”
กู้หลัน “…”
กู้หลันไม่คาดคิดว่าแม้แต่หญิงชราเองก็คิดเกี่ยวกับประเด็นนี้กับเธอเช่นเดียวกัน เธออดแปลกใจไม่ได้
เธอเขินอายเกินกว่าจะมองหน้าคุณย่ากู้ กลั้นยิ้มพลางพูดว่า
“แม่คะ พูดอะไรกัน? หนูอายุสี่สิบแล้ว จะมีลูกได้ยังไง?”
“อายุสี่สิบไม่ถือว่าแก่เกินไปซะหน่อย เธอยังจำลูกพี่ลูกน้องในครอบครัวของเราได้ไหม? ที่คลอดลูกชายตอนอายุสี่สิบสองน่ะ”
คุณย่ากู้จับมือกู้หลันไว้ จากนั้นก็เริ่มเล่าให้เธอฟังเกี่ยวกับความน่าจะเป็นต่าง ๆ ของการคลอดบุตรหลังจากที่ผู้หญิงอายุเลยสี่สิบไปแล้ว
ในยุคนั้นยังไม่มีการทำหมัน หรือการคุมกำเนิด รัฐบาลยังสนับสนุนให้ชาวจีนเพิ่มจำนวนประชากรอีกด้วย หลายครอบครัวถึงได้มีลูกเจ็ดถึงแปดคน กล่าวได้ว่าตราบเท่าที่ผู้หญิงสามารถท้องได้ พวกเขาก็จะยังมีลูกกันไปเรื่อย ๆ
คุณย่ากู้ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยในตอนแรก แต่คำพูดของเนี่ยอวี้ฮว๋าเมื่อวานนี้กระตุ้นเธอ
เทียบจากวัยของกู้หลัน เธอยังสามารถมีลูกได้จริง ๆ
คนสองคนแต่งงานกัน ถ้าไม่มีลูกสักคนเป็นของตัวเอง แน่นอนว่าชีวิตคู่อาจไม่ถูกเติมเต็ม
แม้ว่ากู้หนานจะยินดีเรียกกู้หลันว่าแม่อย่างเต็มใจก็ตาม แต่กู้หนานก็แต่งงานแล้ว และกำลังจะมีครอบครัวเป็นของเธอเอง
ในอนาคตพวกเขาไม่มีทางว่างมาเยี่ยมเยียนเธอบ่อย ๆ
ถ้าเธอกับเจิ้งอันมีลูกด้วยกัน ชีวิตคู่คงจะมีชีวิตชีวามากกว่านี้
แต่สำหรับคำถามดังกล่าว กู้หลันไม่ได้เตรียมใจมาตอบจริง ๆ
ระหว่างมื้อค่ำของเมื่อวานนี้ เธอคิดว่าเนี่ยอวี้ฮว๋าแค่หยอกล้อเล่น เธอจึงไม่ได้คิดจริงจังกับมันนัก
เพราะกู้เจิ้งอันก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องการมีลูกเลย แผนชีวิตในอนาคตของครอบครัวเรา มีเพียงพวกเขาสองคนและกู้หนาน
กู้หนานแยกตัวออกไปมีครอบครัวเล็ก ๆ ของตัวเองแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้พวกเขามาดูแลอีก
กู้เจิ้งอันมักจะจินตนาการกับเธออยู่บ่อยครั้ง ว่าถ้าบริษัทเริ่มดำเนินกิจการไปได้ถูกทางแล้ว จนผู้บริหารอย่างพวกเขาไม่ต้องคอยเฝ้าจับตาดูด้วยตัวเองต่อไป พวกเขาตั้งใจว่าจะไปเที่ยวเล่นที่ต่างประเทศสักหน่อย นอกจากเพื่อพักผ่อนหย่อนใจแล้ว ยังเป็นการพาเธอไปเปิดหูเปิดตา
“แม่คะ หยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ว หนูไม่ได้อยากมีลูกซะหน่อย” กู้หลันพูดกับหญิงชราตามความจริง
คุณย่ากู้ได้ยินคำพูดนี้ก็แสดงสีหน้าอ้ำอึ้ง ก่อนจะพยายามเกลี้ยกล่อมอีกที “ถ้าลูกไม่คิดถึงเรื่องนี้จริง ในอนาคตลูกจะต้องเสียใจภายหลังแน่ ลูกกับเจิ้งอันยังเด็ก ถ้าไม่ได้คิดหน้าคิดหลังให้ดี แก่ตัวจนอยู่ในวัยเดียวกันกับแม่ ลูกคงไม่พ้นต้องทนเหงาคนเดียวในบ้าน”
เมื่อกู้หลันได้ยินคำพูดของหญิงชรา เธอชะงักไปชั่วครู่ แล้วพูดอย่างเฉยเมยว่า “พวกเรามีหนานหน่านแล้วไงคะ แถมเธอก็ตั้งท้องอยู่ด้วย ยังไงบ้านเราก็ไม่เงียบเหงาหรอกค่ะ”
“ลูกของหนานหน่านต้องใช้แซ่ลู่ตามพ่อของเขา ปู่กับย่าทางฝั่งนั้นเขาต้องเห่อหลานคนใหม่ของเขาอยู่แล้ว ลูกไม่ได้อยู่ในจุดที่จะช่วยพวกเขาเลี้ยงลูกอีกต่อไป อีกอย่าง ยุคสมัยนี้การจะมีลูกสักคนไม่ได้มีเงื่อนไขอะไรยุ่งยากมากมาย ตราบใดที่เรามีกำลังเลี้ยงไหว จะมีสักกี่คนก็ได้ ตอนนี้มีระเบียบการวางแผนครอบครัวออกมาอีก คู่สมรสหนึ่งคู่ต้องมีลูกอย่างน้อยหนึ่งคน ครอบครัวถึงจะมีชีวิตชีวา”
คุณย่ากู้แสดงความเห็นแก่ตัว คาดหวังว่ากู้หลันและกู้เจิ้งอันจะพยายามมีลูกเป็นของตัวเอง
กู้เจิ้งอันโชคดีที่มีลูกสาวคือกู้หนานอยู่แล้ว
แต่ทางด้านกู้หลัน เธอยังไม่เคยมีลูกเป็นของตัวเองมาก่อน เมื่อถึงจุดหนึ่งของชีวิต เธอจะต้องรู้สึกเสียใจแน่
หญิงชราเองก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ในทรรศนะของเธอแล้ว ถ้าผู้หญิงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแม่คนสักครั้งในชีวิต ชีวิตนี้ไม่มีทางสมบูรณ์
คุณย่ากู้กลัวว่าถ้ากู้หลันไม่คิดมีลูกในเร็ววันนี้ อีกหน่อยอยากมีก็ยากแล้ว
เธอจึงจงใจเกลี้ยกล่อมให้ผู้เฒ่ากู้ออกไปนอกบ้าน เพื่อที่จะหาโอกาสพูดคุยกับกู้หลันเกี่ยวกับเรื่องนี้
เมื่อเห็นท่าทีของหญิงชรา กู้หลันเห็นแล้วว่าอีกฝ่ายมีความคาดหวังกับเรื่องนี้ค่อนข้างสูง พอเรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้ เธอไม่มีทางเลือกนอกจากต้องบอกความจริงกับแม่ตนเอง
กู้หลันมองเธอ นิ่งเงียบเป็นเวลานาน ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงขึงขัง “แม่คะ ร่างกายของหนูไม่แข็งแรงพอที่จะมีลูกได้”
ทันทีที่คุณย่ากู้ได้ยินแบบนี้ แก้มเหี่ยวย่นของเธอก็กระตุกด้วยความตกใจ “อะไรกัน? มีลูกไม่ได้? ทำไมถึงจะมีลูกไม่ได้?”
กู้หลันเห็นประกายแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของอีกฝ่าย จึงอธิบายไปตามความจริงว่า “แม่คะ ที่หนูหย่ากับสามีเก่า เป็นเพราะหนูมีลูกให้เขาไม่ได้”
“เธอเคยไปให้หมอตรวจดูแล้วหรือ?” คุณย่ากู้ชำเลืองมองที่ท้องของอีกฝ่ายแล้วถาม
กู้หลันส่ายหน้า
เมื่อก่อนเธอมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก เธอจะมีปัญญาแบกตัวเองไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลได้ยังไง?
หลังจากแต่งงานมาปีกว่า แต่เธอกลับไม่ตั้งท้องเลย แค่นี้ก็เดาไม่ยากว่าเธอต้องมีปัญหาทางสุขภาพแน่ ๆ
ในเวลานั้นผู้ชายที่เธอแต่งงานด้วยยังหนุ่มยังแน่น ทั้งยังมีทรัพย์สินมากมาย จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะหาผู้หญิงคนใหม่
หลังจากนั้น ตั้งแต่เธอหย่าร้าง เธอก็อยู่คนเดียวมาหลายปี ไม่ได้ตัดสินใจไปตรวจสุขภาพแต่อย่างใด
“ในเมื่อยังไม่ได้ไปตรวจแล้วจะแน่ใจได้ยังไง?” คุณย่ากู้นางยังแอบมีความหวังในใจ เพราะไม่เชื่อว่าลูกสาวคนนี้จะมีปัญหาทางร่างกายจริง ๆ
เพราะต่อให้มีปัญหา แต่วิวัฒนาการทางการแพทย์ในยุคก็พัฒนาไปไกลกว่าเมื่อยี่สิบปีก่อนมาก
“โธ่เอ๊ย ลูกรัก ที่ผ่านมาชีวิตของลูกคงยากลำบากมากสินะ แม่เข้าใจดี”
คุณย่ากู้จับมือลูกสาวไว้ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความทุกข์
ย้อนกลับไป หลังจากที่กู้หลันย้ายไปอยู่ชนบทได้ไม่กี่ปี กู้หลันเคยบอกว่าตั้งแต่ตัวเองแต่งงานและมาอยู่ในชนบท เธอมีชีวิตที่ค่อนข้างลำบากมาก ด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ ทำให้เธอไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้
พอลองมานึกดูอีกครั้ง ตอนที่กู้เจิ้งอันแต่งงานกับซุนหว่านหรู ตอนนั้นกู้หลันก็ไม่ได้มีชีวิตที่ดีเลยตั้งแต่ตัวเองตัดสินใจไปแต่งงานกับชายคนนั้น
หลังจากหย่า เธอให้เหตุผลกับพวกเขาแค่ว่าตัวเองกับสามีมีบุคลิกที่แตกต่างกันเกินไป แต่ไม่เคยบอกว่าเป็นเพราะฝ่ายชายหมดรัก และหย่าร้างกับเธอเพราะภาวะมีบุตรยาก
คุณย่ากู้มองไปที่เธอ แนะนำด้วยความคาดหวัง “ถ้าอย่างนั้น เราลองไปตรวจที่โรงพยาบาลดูดีไหม?”
กู้หลันปฏิเสธโดยตรง “แม่คะ ลืมมันไปเถอะ หนูไม่ได้รู้สึกแย่อะไร ไม่จำเป็นต้องไปตรวจหรอก ปล่อยทุกอย่างเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็นเถอะค่ะ”
ถ้าสุขภาพร่างกายของเธอแข็งแรงดีจริง ๆ สวรรค์คงประทานลูกให้เธอสักวัน และเธอจะมีลูกเป็นของตัวเองได้อย่างแน่นอน
ทว่าอีกฝ่ายยังคงไม่ยอมแพ้
“งั้นลองขอให้หนานหน่านจับชีพจรให้ก็ได้ เราจะได้รู้สาเหตุที่แท้จริง หนานหน่านจับชีพจรแม่นยำจะตายไป”
เมื่อได้ยินสิ่งที่หญิงชราพูด กู้หลันรีบส่ายหน้าแล้วตอบกลับ “แม่คะ อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลย”
เธออธิบายให้อีกฝ่ายฟังว่า “ลูกเพิ่งแต่งงานใหม่ได้แค่วันเดียว วันนี้จะแล่นไปขอให้หนานหน่านช่วยคลำชีพจรให้ซะแล้ว หนานหน่านจะคิดยังไง? ดูจากวัยของกู้หนาน เธอคงไม่อยากมีน้องหรอกค่ะ”
“ตอนนี้หนานหน่านเองก็ตั้งท้องอยู่ด้วย คงรับไม่ได้แน่ ๆ ถ้าตัวเองกำลังจะมีน้องชายหรือน้องสาวที่อายุน้อยกว่าตั้งสองรอบ ลูกไม่อยากสร้างช่องว่างระหว่างตัวเองกับหนานหน่านค่ะ”