เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 590 วัยนี้ยังท้องได้
บทที่ 590 วัยนี้ยังท้องได้
ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว พวกเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารค่ำของตระกูลกู้ กู้เจิ้งอันรู้สึกตื่นเต้นมาก เขาขอบคุณทุกคนที่มาแสดงความยินดีกับเขาในวันนี้
เขารินน้ำชาให้พ่อและแม่ผู้ชราของเขาก่อนเป็นอันดับแรก
“พ่อ แม่ ผมทำให้ท่านทั้งสองต้องเป็นห่วงมานานหลายปีแล้ว ขอบคุณที่ทุ่มเททุกอย่างให้กับผม ตอนนี้ผมมีครอบครัวแล้ว อนาคตพวกเราจะมีชีวิตที่สมบูรณ์พูนสุข ไม่ให้พ่อแม่ต้องเป็นกังวลอีกต่อไป”
สีหน้าของผู้เฒ่ากู้เต็มไปด้วยความสง่างามสมวัย ตักเตือนลูกชายด้วยถ้อยคำที่ตรงไปตรงมาว่า “ถ้าแกปฏิบัติต่อเสี่ยวหลันอย่างเลวร้าย ฉันจะหักขาแกทิ้งซะ”
กู้เจิ้งอันยืนยันซ้ำ ๆ ว่า “ผมจะปฏิบัติต่อเธออย่างดีแน่นอนครับ”
ผู้เฒ่ากู้ดื่มชาหนึ่งถ้วยจนหมดในอึกเดียว จากนั้นบอกกู้หลันว่า “เสี่ยวหลัน ในอนาคตถ้าเขาทำผิดต่อลูกให้บอกพ่อตรง ๆ นะ พ่อจะจัดการกับเขาเอง”
กู้หลันพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง “เข้าใจแล้วค่ะพ่อ”
จากนั้นกู้เจิ้งอันก็หันไปหากู้ฉางอันและเนี่ยอวี้ฮว๋า “พี่ชาย พี่สะใภ้ ขอบคุณพวกคุณเช่นกันครับ”
กู้เจิ้งอันรู้ดีว่าทักษะการเจรจาโน้มน้าวของพี่สะใภ้มีบทบาทสำคัญในการทำให้ชายชรายอมประนีประนอมในเรื่องนี้
ฝีปากของเธอตรงไปตรงมา จัดการปัญหารวดเร็ว และมีเหตุผลอย่างยากที่จะปฏิเสธ เทียบกับคนอื่น ๆ ในครอบครัวแล้ว แทบไม่มีคู่ต่อสู้เลย
เนี่ยอวี้ฮว๋าหมุนแหวนอัญมณีขนาดใหญ่บนนิ้วของตัวเอง ตอบกลับอย่างเฉื่อยชาว่า “ด้วยความยินดี เสี่ยวหลันได้มาขอบคุณฉันด้วยตัวเองไปแล้ว ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องยกจอกสุราขอบคุณหรอก”
น้องรองของพวกเขาชักจะพูดขอบคุณบ่อยเกินไปแล้ว
เห็นพวกเขาเป็นคนชอบดื่มสุราหรืออย่างไร?
ตัวเองเป็นนักธุรกิจรายใหญ่ที่มีเงินในมือมากมายแท้ ๆ ถ้าอยากขอบคุณก็ควรขอบคุณด้วยการให้ของขวัญตอบแทนไปเลยดีกว่า
กู้หลันยังรู้ความซะกว่า ครั้งล่าสุดที่เนี่ยอวี้ฮว๋าไปโน้มน้าวใจผู้เฒ่ากู้ได้สำเร็จ กู้หลันถึงกับเสนอมอบรถให้เธอ แต่เธอปฏิเสธไม่รับรถไว้ แต่รับเครื่องประดับพวกแหวน สร้อยคอ และต่างหูเอาไว้แทน
กู้เจิ้งอันมองไปที่แหวนอัญมณีขนาดใหญ่บนนิ้วของเนี่ยอวี้ฮว๋าด้วยสีหน้ายากจะคาดเดา
จากนั้นเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากส่งแก้วไวน์ให้กู้ฉางอัน “พี่ชาย ดื่มเถอะ”
“หนานหน่าน พ่อขอดื่มอวยพรให้ลูกแล้วกัน”
หลังจากถูกเนี่ยอวี้ฮว๋ากลั่นแกล้ง กู้เจิ้งอันก็เริ่มรู้สึกอายเกินกว่าจะกล่าวขอบคุณเพียงปากเปล่า
เขารินเครื่องดื่มให้ลูกสาว พูดอย่างจริงใจว่า “จากนี้ไปพ่อจะขยันทำงานหาเงินให้มาก อีกหน่อยพวกลูกจะได้มีชีวิตที่สุขสบายร่ำรวยด้วยเงินทอง”
กู้หนาน “…”
ชายแซ่กู้คนนี้ใช้ตาข้างไหนมองว่าเธอชอบความสุขสบายอยู่บนกองเงินกองทองกัน?
ป้าสะใภ้ของเธอเป็นตัวแทนของผู้หญิงทุกคนบนโลกเสียเมื่อไหร่?
ยิ่งไปกว่านั้น ป้าสะใภ้ของเธอเป็นคนที่มีรสนิยมดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อครู่พูดแบบนั้นเพียงเพราะตั้งใจจะแกล้งเขาเท่านั้น เพียงเพื่อไม่ให้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังติดหนี้บุญคุณทุกคนหรอก
ถึงอย่างนั้นกู้หนานก็ยังพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณค่ะพ่อ”
กู้ฉางอันยืนขึ้น จากนั้นชูแก้วไวน์ขึ้นสูง “มาเถอะ ทุกคนยกแก้วขึ้นมาดื่มอวยพร ขอให้เจิ้งอันและเสี่ยวหลันจงมีความสุขด้วยกันตลอดจนแก่เฒ่า
“ขอให้ครองรักกันยาวนาน”
“หวังว่านับจากนี้พวกคุณจะมีความสุขด้วยกัน ตลอดจนแก่เฒ่า”
ทุกคนยกแก้วขึ้น กล่าวคำมงคล ก่อนจะลงมือรับประทานอาหารตรงหน้า
วันนี้กู้เจิ้งอันรับรองแขกในครอบครัวอย่างไม่ตระหนี่เลย เขาสั่งอาหารราคาแพงแทบทุกเมนูในร้าน
ขณะที่รับประทานอาหาร กู้หนานมองไปที่จานอาหารบนโต๊ะ จากนั้นก็เริ่มรู้สึกมวนท้องขึ้นมาอีกตลบ เธอหันไปกระซิบกับลู่ฮ่าวว่า “ฉันไม่ค่อยสบายตัวเลยค่ะ”
เธอไม่ได้มีปฏิกิริยาแบบนี้มานานแล้ว อาจเป็นเพราะเมนูหมูตุ๋นบนโต๊ะอาหารในวันนี้ดูมันเยิ้มไปหน่อย
ลู่ฮ่าวรีบตามกู้หนานไปที่ห้องน้ำทันที
ทุกคนไม่ค่อยกังวลเกี่ยวกับปฏิกิริยาของเธอ เพราะรู้ว่าเป็นอาการแพ้ท้องตามปกติ เพียงกำชับให้ลู่ฮ่าวคอยดูแลเธออย่างดี จากนั้นก็พูดคุยและหัวเราะกันต่อไป
เนี่ยอวี้ฮว๋ามองไปยังทิศทางของประตูห้องน้ำ ก่อนจะพูดติดตลกด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวหลัน เธอเองก็ยังสามารถมีลูกได้นะ”
เมื่อได้ยินแบบนี้ กู้หลันมองไปทางพี่สะใภ้ที่อยู่ร่วมโต๊ะอาหารเย็นด้วยสีหน้าลำบากใจ หน้าแดงก่ำ “พี่สะใภ้ อย่าพูดอะไรแบบนั้นสิคะ”
อย่างไรก็ตาม เนี่ยอวี้ฮว๋ารู้สึกว่าหัวข้อนี้ไม่ใช่เรื่องที่ไม่สมควรพูดถึงแต่อย่างใด กู้หลันแต่งงานแล้ว หลังแต่งงานก็ต้องมีลูก ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วพูดคุยเกี่ยวกับการตั้งครรภ์มันผิดปกติตรงไหน?
“สำหรับคนที่อายุแค่สี่สิบปี สุขภาพร่างกายไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอก”
กู้หลันยังคงทักท้วงอย่างไม่สบอารมณ์ “พี่สะใภ้ อย่าหยอกล้อกันเล่นเลย”
เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น การพูดคุยเรื่องพรรค์นี้อย่างตรงไปตรงมานั้นเป็นเรื่องยากที่จะข่มความอายจริง ๆ
แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเรื่องการตั้งท้อง กู้หลันไม่ได้แค่รู้สึกอายเท่านั้น แต่ยังมีอารมณ์ที่ซับซ้อนอีกด้วย
ความทรงจำที่เปื้อนฝุ่นหวนกลับมาอีกครั้ง
ครอบครัวรู้แค่ว่า หลังจากเธอแต่งงานได้ไม่นาน ก็ย้ายไปอาศัยอยู่ในแถบชนบท
สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือชีวิตหลังแต่งงานของเธอก่อนหน้านี้ เหตุผลของการหย่าร้างคือเธอไม่ตั้งท้องสักทีหลังจากแต่งงานได้หนึ่งปี
ครอบครัวสามีพากันเรียกเธอว่าแม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้
ไม่นาน ผู้ชายคนนั้นก็ไปแอบหลงรักหญิงสาวในหมู่บ้านอีกคนหนึ่ง หลังจากที่เธอรู้ความจริง จึงตัดสินใจฟ้องหย่าในที่สุด
แน่นอนว่าเธอเองก็ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง
หลังจากนั้นเธอไม่ได้สนใจใครเลยตลอดหลายปีมานี้ เพราะหัวใจของเธอเหมือนตายด้านไปนานแล้ว
แถมเธอก็คิดว่าตัวเองคงจะไม่ได้แต่งงานอีกแล้วในชีวิตนี้
ก่อนที่กู้หลันจะแต่งงานใหม่กับกู้เจิ้งอัน เธอไม่เคยพูดถึงเรื่องการมีลูกกับอีกฝ่ายเลย
เนื่องจากในจิตสำนึกของเธอ กู้เจิ้งอันมีลูกสาวอยู่แล้วทั้งคน และกู้หนานกำลังจะมีหลานชายให้เขา เขาจึงไม่จำเป็นต้องขอร้องให้เธอมีลูก
หลังจากได้ยินคำพูดของเนี่ยอวี้ฮว๋า ดวงตาของคุณย่ากู้พลันสว่างขึ้น
แต่เพราะกู้ย่าฮุยและคนอื่น ๆ ต่างก็อยู่ร่วมโต๊ะเดียวกันทั้งหมด เธอจึงไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากเหมือนเนี่ยอวี้ฮว๋า
ทางด้านเฉินรั่วหลิน เมื่อเห็นว่าท้องของกู้หนานเหมือนมีบางอย่างขยับเขยื้อนอยู่ภายใน เธอก็แอบสัมผัสท้องของตัวเอง
ความกดดันในใจยิ่งทวีคูณมากขึ้น
ช่วงที่ผ่านมานี้กู้ย่าฮุยพยายามร่วมกับเธอหนักมาก แต่จนถึงตอนนี้แล้ว ทำไมยังไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย?
ถ้าเหตุการณ์ยังคงดำเนินอย่างนี้ต่อไป เธอจะอธิบายยังไงเมื่อแม่ของเธอเดินทางมาที่หลันเฉิงอีกสิบเดือนข้างหน้า?
ในไม่ช้า กู้หนานก็กลับมาจากห้องน้ำพร้อมกับลู่ฮ่าว จากนั้นก็จิบน้ำ รู้สึกไม่สบายท้องเล็กน้อย
ส่วนจานหมูตุ๋นที่ทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้และอึดอัดนั้น ถูกทุกคนจัดการจนหมดเกลี้ยงแล้วตั้งแต่ก่อนที่เธอจะกลับเข้ามา
ในฐานะเจ้าบ่าว กู้เจิ้งอันดื่มไวน์ไปหลายแก้วเพื่อระงับความตื่นเต้นพลุ่งพล่านในใจ
กู้ย่าฮุยเห็นว่าเขาดื่มมากเกินไปแล้ว จึงรีบบอกให้อีกฝ่ายหยุดดื่ม
“อารอง อาดื่มเยอะเกินไปแล้ว วันนี้เป็นวันดี มีฤกษ์ยามมงคล อย่าลืมดูแลและรักษาสุขภาพตัวเองไว้ด้วย”
เนื่องจากเขาเริ่มมีอายุแล้ว กู้ย่าฮุยจึงให้คำแนะนำอย่างสงวนท่าทีมากขึ้น
วันนี้วันอะไร แม้แต่ตัวเองยังลืมไปแล้วหรือ?
ขืนดื่มมากเกินไปเดี๋ยวก็เสียโอกาสอันดีในชีวิตไปหรอก?
เมื่อได้ยินแบบนี้ กู้เจิ้งอันก็รีบวางแก้วไวน์ลง “โอ้ ได้ งั้นฉันไม่ดื่มต่อแล้วก็ได้”
การปรับปรุงบ้านใหม่ของกู้เจิ้งอันยังไม่ได้เริ่มลงมือทำ ข้าวของในห้องนอนไม่ได้ถูกขนย้ายไปไหน เขายังอาศัยอยู่ที่เดิม
หลังจากกินอาหารกันเสร็จแล้ว ครอบครัวก็พากันกลับบ้าน และจอดรถไว้ที่ประตูบ้านหลังเก่า
กู้เจิ้งอันลังเลใจอยู่นาน โดยไม่รู้ว่าจะบอกพ่อแม่ยังไงดีเพื่อให้พวกเขายอมปล่อยกู้หลันให้ไปอยู่กับเขา
แต่ลูกชายที่สองชราเลี้ยงดูมาแต่อ้อนแต่ออก ต่อให้อีกฝ่ายจะไม่พูดอะไรสักคำ หรือไม่แม้กระทั่งแสดงสีหน้า แต่คุณย่ากู้ก็สามารถเข้าใจความกระวนกระวายของเขา
คุณย่ากู้มองเขา พลางทำทีเป็นครุ่นคิดเล็กน้อย แสร้งถามลองเชิงไปว่า “แกคงไม่นอนค้างที่นี่หรอกใช่ไหม?”
กู้เจิ้งอันพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ครับ พอดีห้องนอนยังไม่ได้ปรับปรุงใหม่”
ได้ยินแบบนั้นคุณย่ากู้ก็โบกมือให้กู้หลัน “ถ้าอย่างนั้น เสี่ยวหลันก็ช่วยไปอยู่เป็นเพื่อนเขาหน่อยเถอะ”
พูดจบแล้ว เธอก็เดินกลับเข้าไปในประตูบ้านหลังเก่าโดยไม่หันหลังกลับมามอง
กู้กหลันรีบตอบรับ
“ได้ค่ะแม่”
กู้หลันช่วยพยุงกู้เจิ้งอันที่อยู่ในสภาพมึนเมา ทันทีที่พวกเขาเข้าไปในบ้านและปิดประตูลง กู้เจิ้งอันก็หันไปอุ้มเธอขึ้นจากพื้น
กู้หลันตกใจมากที่จู่ ๆ เขาก็อุ้มเธอ “พี่เจิ้งอัน ปล่อยฉันลงเลยนะ เดี๋ยวก็ล้มกันหมดหรอก”
“ฉันไม่ได้ดื่มเยอะเกินไปสักหน่อย” กู้เจิ้งอันวางแก้วไวน์ลงตั้งแต่ได้รับคำเตือนจากกู้ย่าฮุยแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่ดื่มอีกเลย
ตอนนี้การทรงตัวของเขาค่อนข้างมั่นคงทีเดียว
พวกเขาขึ้นไปชั้นบน เปิดประตูห้องนอนออก ดวงตาของกู้หลันเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ห้องเต็มไปด้วยริบบิ้นหลากสีสัน กระดาษที่มีถ้อยคำมงคลแปะอยู่บนผนังหลายแผ่น ผ้าปูที่นอนและผ้าห่มนวมล้วนเป็นสีแดงสดใหม่เอี่ยม
ห้องนอนในตอนนี้ได้รับการตกแต่งเข้ากับโอกาสพิเศษ
เธอเพิ่งมาทำความสะอาดที่นี่เมื่อวานนี้ จำได้ว่าของพวกนี้ยังไม่มีเลย
นี่เขาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเลยหรือเนี่ย?
“พี่เจิ้งอัน…”
กู้หลันมองเขา พร้อมกับเรียกชื่อเบา ๆ ด้วยท่าทางที่แปลกไป
“เสี่ยวหลัน ฉันจัดงานแต่งแบบใหญ่โตเหมือนคนอื่นไม่ได้ โปรดอย่าถือสาฉันเลย”
“ฉันไม่ถือสาหรอกค่ะ แค่ได้อยู่กับพี่ก็ดีที่สุดแล้ว”
ร่างของทั้งสองกอดกันอย่างแนบแน่น
…
วันรุ่งขึ้นหลังจากแต่งงาน กู้เจิ้งอันไม่ได้เกียจคร้านเลย ตื่นนอนแล้วเขาก็ไปทำงานที่โรงงานทันที
อีกไม่กี่วันกู้หลันก็ต้องกลับไปที่ปินเฉิงแล้ว กู้เจิ้งอันจึงวางแผนว่าจะจัดการงานในโรงงานให้เสร็จ เพื่อไปที่ปินเฉิงกับกู้หลัน ที่นั่นยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่รอให้ไปสะสาง
กู้หลันได้รับโทรศัพท์จากคุณย่ากู้ ขอให้เธอเข้ามาหาหน่อย
กู้หลันรีบเก็บข้าวของ จากนั้นเดินไปที่บ้านหลังเก่า
“แม่คะ คุณพ่อไม่อยู่หรือ?”
กู้หลันเดินเข้าประตูมา เห็นว่าหญิงชราอยู่คนเดียวในบ้าน จึงถามด้วยความสงสัย
คุณย่ากู้ตอบว่า “เขาออกไปเดินเล่นน่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นแม่อยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ?”