ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 437 ผลลัพธ์เช่นเดิม
บทที่ 437 ผลลัพธ์เช่นเดิม
เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของแพทย์ชรา เหยียนซีก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา และถามว่าร่างกายเธอมีอะไรผิดปกติหรือไม่
หลังจากที่เขาตรวจชีพจรของหญิงสาวแล้วก็จ้องมองใบหน้าของเธออย่างระมัดระวังอยู่นาน แล้วถอนหายใจออกมา “ฮูหยิน ท่านถูกความเย็นจนร่างกายมีปัญหาเรื่องเลือดลมภายในมานานแล้ว ข้าเองก็จนปัญญา เกรงว่าจะไม่สามารถรักษาอาการเช่นนี้ได้เช่นกันขอรับ”
“ความเย็นภายในงั้นหรือ” เหยียนซีตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เธอเคยได้ยินคนพูดถึงเรื่องนี้มาก่อนในยุคปัจจุบัน แต่ไม่แน่ใจเรื่องผลของมันนัก “ท่านหมอ หากเกิดความเย็นภายใน ผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไรเจ้าคะ”
“ฮูหยินไม่ทราบเรื่องนี้เลยหรือขอรับ หมอคนอื่น ๆ น่าจะบอกท่านบ้างแล้ว อาการเย็นภายในจะส่งผลเกี่ยวกับการมีทายาทอย่างรุนแรงได้ เมื่อข้าน้อยตรวจอาการของฮูหยินดูแล้วก็คาดว่าน่าจะเป็นมานานมาก มันไม่อาจทำให้ดีขึ้นได้ด้วยการสั่งยาเพียงไม่กี่เทียบ และสามารถสั่งยาเพื่อบรรเทาอาการบางอย่างได้เท่านั้น ตอนนี้ยังไม่มีทางรักษาให้หายขาด ฮูหยิน หากท่านต้องการมีทายาท ข้าเกรงว่าเรื่องนั้นคงสุดแต่สวรรค์จะประทานแล้ว” หมอชราอดไม่ได้ที่ถอนหายใจเมื่อเห็นสีหน้าไม่อยากจะเชื่อของเหยียนซี นางยังดูอายุไม่มาก แต่กลับต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องการมีบุตร น่ากลัวว่าชีวิตครอบครัวของนางจะต้องลำบากมาก
เหยียนซีเข้าใจทุกคำพูดของท่านหมอ แต่เมื่อประติดประต่อเรื่องราวรวมกันแล้ว ดูเหมือนว่าตนจะมีข้อสงสัยและเรื่องที่ไม่เข้าใจอยู่มากมาย รักษาไม่ได้อย่างนั้นหรือ? จะมีทายาทได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับสวรรค์ …เป็นไปได้อย่างไร
“ท่านหมอ สามีของข้าบอกว่า… ท่านหมอบอกว่าเขาอาจจะมีบุตรยากเพราะความเย็นเช่นกัน…”
“ในฤดูหนาวมือเท้าอุ่นหรือไม่ ปากสีซีดหรือแดงปกติ แล้วเรื่องบนเตียงเล่าเป็นอย่างไร” หมอชราถามคำถามสามอย่างติดต่อกัน
หัวใจของเหยียนซีราวกับจมลงสู่ก้นหุบเหว “ปกติแล้วแทบไม่เป็นหวัดเลยด้วยซ้ำ ข้าไม่ได้กินยาอะไรมาตลอดหลายปี …มันจะเป็นไปได้อย่างไร …คือ” เธอไม่รู้ว่าเรื่องที่พูดขึ้นมานั้นเป็นการกล่าวว่าคนอื่นหรือตนเอง เพียงแค่พึมพำขึ้นมาเบา ๆ
เมื่อจี๋เสียงและหรูอี้เห็นใบหน้าของนางซีดลงและดูหวาดกลัวจึงเข้ามาช่วยพยุงทันที “ฮูหยิน ฮูหยิน ท่านต้องระวังด้วยเจ้าค่ะ หากใต้เท้ารู้ว่าเป็นเช่นนี้จะยิ่งเป็นห่วงแย่…”
หลิวเหิง?
“ข้าต้องการกลับไปถามเขาให้รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่” เหยียนซีลุกขึ้นด้วยความสิ้นหวัง พร้อมเดินอย่างรีบเร่งและเข้าไปในรถม้า “กลับเมืองหลวง กลับเมืองหลวงเดี๋ยวนี้!”
หลังจากเห็นอาการเช่นนั้นของเหยียนซี ผู้จัดการโรงน้ำชาก็ไม่กล้าเอ่ยถามอะไรออกมา เขาวางเงินสิบตำลึงแล้วหันหลังกลับไปพร้อมฮูหยิน
เหยียนซีนั่งอยู่บนรถม้าด้วยความรู้สึกหนาวเย็นไปจนถึงกระดูก เธอนึกถึงตอนที่หมอมาตรวจชีพจรที่อิงเฉิง และตอนที่หมอหลวงเดินทางมาตรวจที่จวน
อาการมีบุตรยากที่ท่านหมอเฉินพูดถึง… หลิวเหิงไม่มีอาการอย่างที่ท่านหมอถาม ไม่น่าแปลกใจเลยที่หมอหลวงจะบอกว่าสามารถสั่งเพียงยาบำรุงร่างกายให้เขาได้เท่านั้น ในเมื่อชายหนุ่มไม่ได้ป่วย …อีกฝ่ายจะสามารถสั่งยาเพื่อรักษาโรคให้เขาได้อย่างไร
หญิงสาววางมือลงบนหน้าท้อง ดวงตาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ทำไม? …เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ร่างกายของเธอแข็งแรงดีมากจริง ๆ อีกทั้งยังกินอิ่มและนอนหลับเป็นอย่างดี ไม่มีแม้แต่อาการไอ นอกจากมือและเท้าเย็นมากกว่าคนทั่วไปก็ไม่มีอะไรผิดปกติเลย …เธอมีอาการภายในจริงหรือ?
ไม่! เธอยังเชื่อเรื่องนี้ไม่ได้จนกว่าจะกลับไปถึงเมืองหลวง แล้วถามหลิวเหิงให้รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หลังจากที่รถม้ากลับไปถึงโรงน้ำชาอวี่เซิ่น ผู้จัดการก็เข้ามาเพื่อจะถามเธอว่าต้องการพักที่โรงเตี๊ยมในเติงโจวหรือพักที่โรงน้ำชา แต่เหยียนซีกลับส่ายหน้า “กลับเมืองหลวง กลับเดี๋ยวนี้”
ใบหน้าของนางซีดขาวราวกับกระดาษ จี๋เสียงและหรูอี้ก็ไม่กล้าเกลี้ยกล่อม ดังนั้นพวกเธอจึงสั่งให้ทุกคนเตรียมเดินทางกลับเมืองหลวงทันที
ระหว่างทางมาที่เติงโจว เหยียนซีจอดพักอยู่สองสามครั้ง แต่ตอนกลับไปเมืองหลวงเป็นการเดินทางที่แสนเร่งรีบ หากไม่ใช่เพราะกลัวว่าม้าจะต้องเหนื่อยล้ามากจนเกินไปและผู้ติดตามขอให้หยุดพักก่อน หญิงสาวก็อยากจะเดินทางรวดเดียวกลับไปเลย หรือบินขึ้นฟ้าหากทำได้ เธอยังมีความเห็นใจผู้อื่น และไม่ต้องการให้ทุกคนเดินทางฝ่าความหนาวยามค่ำคืนไปพร้อมกับตนเอง ดังนั้นจึงทำได้เพียงให้ทุกคนแวะพักที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งระหว่างทาง แต่ก็พยายามเดินทางให้เร็วกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
เหยียนซีกลับมาที่เมืองหลวงอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ลงจากรถม้า เธอก็สั่งให้คนไปตามท่านหมอหลวงที่เคยมารักษามาที่นี่
เมื่อภรรยาของหลิวจงเซี่ยวเห็นหน้าของจี๋เสียง นางก็ลอบคร่ำครวญอย่างเบา ๆ แล้วขอให้หลิวจงเซี่ยวไปตามท่านหมอหลวง และยังให้คนไปยังกรมคลังเพื่อรีบตามหลิวเหิงกลับมาโดยเร็ว
หมอหลวงผู้นี้เคยได้ยินข่าวลือของทั้งเหยียนซีและหลิวเหิง เมื่อเขารู้ว่าหญิงสาวเรียกตนไปพบก็รู้สึกจนใจขึ้นมา
“ร่างกายของข้าเป็นอย่างไรกันแน่ มีปัญหาเรื่องความเย็นภายในใช่หรือไม่ ไม่สามารถรักษาได้จริง ๆ หรือ” เหยียนซีจ้องมองหมอหลวงแล้วถามตามตรง
หมอหลวงรู้สึกขมในปาก จักรพรรดิรับสั่งกับเขาอย่างเด็ดขาดว่าต้องทำตามคำสั่งของหลิวเหิง หากขัดคำสั่งก็จะผิดฐานขัดพระบัญชา แต่ในฐานะหมอก็เฝ้าถามตัวเองเช่นกันว่าจะสามารถหลอกผู้ป่วยว่านางแข็งแรงดีต่อไปได้อย่างไร
ขณะนี้สีหน้าว่างเปล่าของเหยียนซีดูน่าเวทนามาก จี๋เสียงและหรูอี้ต่างลอบก้มหน้าลงเพื่อปาดน้ำตา ตอนนั้นเองที่ภรรยาของหลิวจงเซี่ยวเอ่ยขึ้นมาว่า “ฮูหยิน” แต่ก็อับจนหนทางจะปลอบโยนเช่นกัน
หมอหลวงมองเหยียนซีแล้วคุกเข่าลง พลางก้มศีรษะอย่างนิ่งเงียบ
เหยียนซีมองเขาผ่านดวงตาที่พร่ามัว น้ำตาไหลออกมาจากหางตา เธอคิดว่าการเป็นคนยุคใหม่ที่มีอิสระกว่าคนโบราณจะสามารถทำให้ตนเพียงยิ้มรับแล้วตอบออกไปว่าไม่เป็นไรได้ แต่ความจริงแล้วกลับไม่เป็นเช่นนั้น หัวใจของตนบีบรัดอยู่ในอก การไม่สามารถมีลูกได้เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังเหลือเกิน
เธออยากจะพูดว่าตนเองไม่ได้ชอบเด็กขนาดนั้น แต่ก็ขยับปากเอ่ยสิ่งใดออกมาไม่ได้ เหตุใดจึงมีบุตรไม่ได้? เลือดลมมีปัญหางั้นหรือ? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะห่อตัวลงราวกับความเย็นจากภายในแผ่กระจายไปทั่วร่าง ไหล่บางสั่นเทาไปหมด
เมื่อหลิวเหิงทราบเรื่องที่เหยียนซีไปพบหมอที่เติงโจวแล้ว และกำลังตามหมอหลวงไปที่จวนก็รีบรุดกลับมา เขาขี่ม้าออกมาอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้พูดอะไรเลย ทันทีที่เข้ามาในจวน ชายหนุ่มก็พบว่าจี๋เสียงและหรูอี้ยืนอยู่ที่หน้าประตู ส่วนเหยียนซีนั่งอยู่คนเดียวในโถง “ซีเอ๋อร์ มันหนาวมากนะ เหตุใดเจ้าไม่ขอให้คนเอาอ่างถ่านมาตั้งเพิ่มสักสองสามใบเล่า” เขายิ้มแล้วเดินเข้าไปอย่างปกติ แล้ววางมือบนไหล่นาง
เหยียนซีมองสีหน้าอ่อนโยนและหล่อเหลาของคนตรงหน้า วันที่ตนถูกนางหวังซื้อตัวเข้ามาอยู่ในตระกูลหลิว เมื่อได้พูดคุยกันเธอก็เคยคิดว่าหลิวเหิงเป็นคนเจ้าเล่ห์มาก และตอนนี้เขาก็ดูไม่ได้ต่างจากเวลานั้นเลย “ระหว่างเราสองคน ใครกันแน่ที่มีลูกไม่ได้เจ้าคะ”
“ข้าเอง” หลิวเหิงตอบอย่างไม่ลังเล
“พูดมาตามตรงว่าเป็นเพราะใครกันแน่”
“ข้าเอง” ชายหนุ่มมองเหยียนซีและยังคงตอบอย่างหนักแน่น
“ท่านโกหกข้า! เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าคนที่มีลูกไม่ได้คือข้าต่างหาก เป็นข้าเอง!” เหยียนซีรู้สึกขุ่นเคืองอยู่ในใจ เธอระเบิดอารมณ์ออกมาด้วยการตะโกนใส่หลิวเหิง จากนั้นก็วิ่งตรงเข้าหาเขาเหมือนคนเสียสติ พลางทุบหน้าอกชายหนุ่มไปมาอย่างไร้เหตุผล “เป็นข้าเอง! ข้าต่างหากที่มีลูกให้เราไม่ได้ …ข้าต่างหาก”
เธอร้องไห้อย่างสิ้นหวัง หลิวเหิงรู้สึกราวกับมีมีดพุ่งเข้ามาแทงเข้าที่หน้าอก มีดเล่มนั้นค้างอยู่ภายในและบิดไปมา พร้อมตัดหัวใจของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแหลกเป็นชิ้น ๆ ชายหนุ่มกอดเหยียนซีแน่น และกดนางแนบอกด้วยอ้อมแขนอันแข็งแกร่ง “ซีเอ๋อร์ จะเป็นข้าหรือเจ้าแล้วต่างกันอย่างไร ท้ายที่สุดแล้วผลลัพธ์ก็เป็นเช่นเดิมคือเราจะไม่ได้มีลูกด้วยกัน”
“จะเหมือนเดิมได้อย่างไร… มันไม่เหมือนกันเลย” เหยียนซีพึมพำโต้ตอบ เธอรู้ว่าชายและหญิงควรจะเท่าเทียมกัน และรู้ว่าผลลัพธ์มันเหมือนกันอย่างที่เขาว่าจริง ๆ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจและผิดหวังเมื่อคิดถึงเรื่องที่หลิวเหิงถูกดูถูกว่าเป็นหมัน อีกทั้งยังเสียใจเมื่อคิดว่านางหวังคงจะตั้งตารอหลานของนางอยู่อย่างตื่นเต้น