ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 434 เลื่องชื่อหลังรบครั้งเดียว
- Home
- All Mangas
- ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
- บทที่ 434 เลื่องชื่อหลังรบครั้งเดียว
บทที่ 434 เลื่องชื่อหลังรบครั้งเดียว
หลังจากที่เหยียนซีไปร่วมงานเลี้ยงในวังหลวง เธอก็เริ่มเลื่องชื่อหลังรบเพียงครั้งเดียว
ทุกคนต่างรู้ว่าหญิงสาวเป็นสตรีที่มีอำนาจมากในจวนตระกูลหลิว และเป็นภรรยาที่ฉลาดซึ่งคอยช่วยเหลือสามีในทุก ๆ ด้าน แต่น่าแปลกที่นางกล้าก่อเรื่องถึงฝ่ายในของวังหลวง
ความจริงแล้วหากเหยียนซีรู้ว่าหลิวเหิงเป็นฝ่ายที่มีสุขภาพดี เธออาจจะใช้หนทางอื่นในการจัดการเรื่องนี้ แต่เมื่อคิดถึงหลิวเหิงและตนที่ต้องดื่มยาทุกวัน ทว่าร่างกายก็ยังไม่ฟื้นตัวขึ้นเสียทีก็รู้สึกเศร้าใจและขุ่นเคือง ดังนั้นเธอจึงต้องการตัดปัญหาด้วยการหาทางออกที่ง่ายดายที่สุดเช่นนี้ นอกจากนั้นความวุ่นวายที่เกิดขึ้นอาจจะกลายเป็นเหตุผลให้เธอใช้การเดินทางออกนอกเมืองหลวงไปพบหมอตามที่ได้ข่าวมาเพื่อหาทางตรวจรักษาได้
หญิงสาวกลัวว่าหากยิ่งมีความหวังมากเท่าไรก็จะยิ่งรู้สึกผิดหวังมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นเธอจึงสืบหารายชื่อหมอที่มีชื่อเสียงเอาไว้อย่างลับ ๆ โดยไม่ให้ชายหนุ่มรู้
ในคืนนั้น เมื่อหลิวเหิงรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงของวังหลวงก็รีบเข้ามากอดเหยียนซีเอาไว้และกล่าวว่าเขาทำผิดต่อนาง
เหยียนซีส่ายหน้า “พี่เอ้อร์หลาง ข้าเกรงว่าต่อไปจะมีคนเช่นนั้นมาถึงจวนเพื่อจู้จี้ถามเรื่องนี้ทุกวัน ข้ายังไม่เคยไปโรงน้ำชาที่เติงโจวมาก่อน และพรุ่งนี้อยากจะเดินทางไปดูที่นั่นว่าจะมีทำเลดี ๆ ไว้พอเปิดร้านสินค้าพิเศษหรือไม่เจ้าค่ะ”
หลังจากพวกเขาออกจากเหลียวโจว ระหว่างเดินทางมายังเมืองหลวง เหยียนซีก็ได้ตั้งร้านขายสินค้าพิเศษจากเหลียวโจวขึ้นในโรงน้ำชาอวี่เซิ่นข้างทางหลักหลายแห่ง
ร้านของสินค้าพิเศษรูปแบบนี้มีรูปแบบคล้ายคลึงกับร้านขายของฝากตามสถานที่ท่องเที่ยวในสมัยใหม่ ที่มีอาหารพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงและรับคำสั่งซื้อสินค้าจากเหล่าพ่อค้าซึ่งอยากนำสินค้าไปขายที่อื่น ๆขบวนสินค้าที่ผ่านมาสามารถหาซื้อสินค้าพิเศษเหล่านี้ไปเป็นของขวัญหรือขายต่อได้
หากมีคำสั่งซื้อในปริมาณมาก โรงน้ำชาอวี่เซิ่นจะเป็นคนกลางที่จะช่วยทำให้ได้กำไรมากขึ้นอย่างน้อยสองถึงสามส่วน ถ้าราคาของสินค้าประเภทใดสูงขึ้น การค้าขายแต่ละครั้งก็ทำให้ได้รับกำไรถึงหลายพันตำลึง
อีกทั้งพ่อค้าท้องถิ่นก็ยินดีที่จะนำสินค้ามาวางขายในโรงน้ำชา เพราะเหล่าพ่อค้าในขบวนสินค้าอาจจะไม่รู้เรื่องสินค้าพิเศษมากนัก หรือแม้ทราบก็อาจจะไม่มีโอกาสเดินทางไปซื้อถึงแหล่งสินค้าในท้องถิ่น การวางขายสินค้าที่โรงน้ำชาจะทำให้สามารถขายสินค้าได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น และผู้ขายก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางออกไปเร่ขายสินค้าตามที่ต่าง ๆ ทว่าก็ยังสามารถทำเงินได้ มันไม่มีวิธีอื่นในการค้าขายที่ง่ายยิ่งกว่านี้อีกแล้ว
เพราะฉะนั้นทุกวันนี้รายได้จากการขายอาหารและชาในโรงน้ำชา จึงยังนับว่าเป็นรองรายได้ของการขายสินค้าพิเศษในโรงน้ำชาและกลายเป็นแหล่งกำไรหลักไปแล้ว
เมื่อหลิวเหิงได้ยินว่าเหยียนซีมีแผนที่จะเดินทางไปดูเรื่องการค้าขายที่เติงโจว เขาคงจะไม่มีทางห้ามหญิงสาวอย่างแน่นอน
“ก่อนหน้านี้ท่านแม่มักจะบอกว่าเจ้าเป็นคนฉลาดมาก อยากรู้เหลือเกินว่าเจ้าหลักแหลมเช่นนี้ได้อย่างไร ไม่เพียงสร้างโรงน้ำชาจำนวนมากที่ริมถนนหลักจนเจริญรุ่งเรือง ทว่ายังหาทางทำให้มันงอกเงยขึ้นได้ด้วย” หลิวเหิงชื่นชมการทำการค้าของเหยียนซีจริง ๆ “กรมคลังควรจะเชิญเจ้าไปเป็นที่ปรึกษาจริง ๆ และหากเจ้าได้เป็นเจ้ากรมคลัง ภายในไม่กี่ปีเกรงว่าพระคลังหลวงจะมีที่เก็บเงินไม่เพียงพออย่างแน่นอน”
เหยียนซีพยักหน้ารับโดยไม่ถ่อมตน “ถูกต้องเจ้าค่ะ หากข้าได้มีส่วนร่วมในกรมคลัง ข้าคงจะสามารถคิดหาวิธีเติมเงินเข้าท้องพระคลังได้ทุกวันอย่างแน่นอน แต่ถึงจะหาเงินเพิ่มได้มากมายเพียงใด แคว้นก็ยังต้องการเงินจำนวนมากเอาไปช่วยเหลือให้ราษฎรอยู่อย่างมีความสุขและสะสมไว้เป็นเงินให้แก่คนรุ่นหลัง เพื่อที่พวกเขาจะได้มีอาหารกินอย่างเพียงพอและมีเสื้อผ้าอบอุ่นสวมใส่อยู่ดี”
“ไม่ว่าคนอื่นจะว่าอย่างไร ข้าก็ยังคงต้องมีภรรยาคอยสนับสนุนอยู่เสมอนะ”
หลิวเหิงกอดภรรยาของเขาแล้วพูดคำหวานออกมาอีกมากมาย ทว่าในใจของชายหนุ่มกลับคิดเกี่ยวกับเรื่องจวนอันติ้งโหวและจวนรองเจ้ากรมโหว มันคงดีหากซีเอ๋อร์เดินทางออกไปนอกเมืองหลวง เพราะทุกวันนี้ภายในเมืองหลวงมีเรื่องนินทาว่าร้ายและข่าวลือมากมายเกี่ยวกับเขาและนาง ตนไม่อยากจะให้หญิงสาวต้องทนฟังเรื่องเช่นนี้
เมื่อเห็นว่าหลิวเหิงไม่ได้มีท่าทีขัดข้อง เหยียนซีจึงพาคนติดตามออกจากเมืองหลวงในวันรุ่งขึ้น จี๋เสียงและหรูอี้เป็นคนเก็บสัมภาระทั้งหมด รวมทั้งยาที่ต้องดื่มให้เธอด้วย
หญิงสาวขมวดคิ้วเมื่อเห็นยาเหล่านั้น “เราไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องต้มยาให้ข้าดื่มเพื่อตบตาคนอื่น ไม่ต้องเอายาไปด้วยหรอก”
ภรรยาของหลิวจงเซี่ยวอ้าปากค้างเมื่อได้ยินเหยียนซีบอกว่าไม่ต้องการ แต่ก็ต้องหุบกลับด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้ความจริง และไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรายงานเรื่องนี้กับหลิวเหิงอีกครั้งเมื่อเขากลับมาจากที่ทำงาน
ชายหนุ่มคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และจำได้ว่าหมอหลวงบอกกับตนว่ายาเหล่านี้มีไว้เพื่อแก้อาการปวดท้องเท่านั้น แต่ไม่สามารถรักษาโรคได้ ในเมื่อนางไม่ชอบดื่ม เขาก็จะไม่บังคับ และปล่อยให้นางคิดว่ายาเหล่านั้นใช้เพื่อตบตาผู้อื่นต่อไป
เมื่อได้ยินว่าเหยียนซีออกไปนอกเมืองหลวงแล้ว บรรดาสตรีชั้นสูงในเมืองหลวงก็พูดคุยกันอย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น บางคนคิดว่านางคงไปซ่อนตัวจากผู้คนเพราะอับอาย บางคนก็ลือว่านางไปพบหมอ และยังมีคนที่บอกว่าหลิวเหิงเป็นคนส่งนางออกไปเพราะความขุ่นเคือง
ขณะนี้มีข่าวลือมากมายหลายประเด็นกระจายออกไป
ก่อนที่ทุกคนจะได้ข้อสรุปที่แท้จริง จู่ ๆ ก็มีเรื่องเกิดขึ้นที่จวนอันติ้งโหวและจวนของรองเจ้ากรมโหว
เช้าวันนั้นที่ท้องพระโรง หลิวเหิง รองเจ้ากรมคลังได้ร้องเรียนว่าครอบครัวของฮูหยินโหวหรือตระกูลเฉียนได้ละเมิดกฎหมายซึ่งเป็นภัยต่อพระคลังหลวง เขาเปิดเผยหลักฐานจำนวนมากเพื่อพิสูจน์ว่าครอบครัวของฮูหยินโหวครอบครองที่ดินทำกินผืนงามอันอุดมสมบูรณ์ไว้ในบ้านเกิดตนเอง และใช้อำนาจในฐานะขุนนางหลบเลี่ยงภาษี อีกทั้งยังใช้ความเป็นจู่เหรินรับเงินสินบน ทำให้เมืองฟูหนิงที่เป็นที่อยู่ของตระกูลเฉียนสามารถเก็บอากรและผลผลิตในฤดูใบไม้ร่วงได้น้อยลงอย่างต่อเนื่องทุกปี
สิบปีก่อนเมืองฟูหนิงเคยส่งผลผลิตฤดูใบไม้ร่วงให้ทางการได้ถึงหกหมื่นตัน แต่ตอนนี้เหลือเพียงไม่กี่พันตันเท่านั้น สำหรับความผิดในครั้งนี้ของตระกูลเฉียน นอกจากใต้เท้าโหวจะไม่ห้ามปรามแล้วยังเรียกรับสินบนจากตระกูลเฉียนเพื่อช่วยปิดบังเรื่องทั้งหมดอีกด้วย
ทุกคนเห็นว่าใต้เท้าหลิวซึ่งดูรูปงามและอ่อนโยนแสดงท่าทีเคร่งขรึมเฉียบคมได้ไม่น้อยกว่าฝ่ายตรวจการ คำพูดทุกคำของเขาล้วนเชือดเฉือนผู้คนจนถึงตายได้ ยิ่งไปกว่านั้น ชายหนุ่มยังน่ากลัวยิ่งกว่าผู้ตรวจการตรงที่หลักฐานที่เตรียมมาทั้งหมด สามารถมัดตัวผู้กระทำผิดได้ราวกับกรมยุติธรรมกำลังขึ้นศาลเพื่อตัดสินคดีอยู่
การยกเว้นภาษีเป็นสิทธิพิเศษที่มอบให้จู่เหริน และยังรวมถึงแรงงานที่อยู่ในที่ดินของจู่เหรินด้วย ดังนั้นเพื่อลดเว้นภาษี ชาวบ้านไม่น้อยจึงขอเข้าไปอยู่ในที่ดินของจู่เหรินโดยมอบเงินให้เป็นค่าตอบแทน
เมื่อหลิวเหิงผ่านการสอบก็มีคนไม่น้อยอยากจะเข้าหาเขาเพราะเหตุนี้ หากไม่ใช่เพราะเกิดเรื่องราวของตระกูลสวีขึ้น เขาก็อาจจะรับคนเข้ามาแล้ว แม้ชายหนุ่มจะไม่ได้รับเงินจากใคร ทว่าขณะนี้ทุ่งนาทั้งหมดในหมู่บ้านหยางซานก็อยู่ในนามของหลิวเหิงเช่นกัน
แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้มากจนเกินจำเป็น ราชสำนักจึงจำกัดพื้นที่ปลอดภาษีเหล่านี้ไว้ตามจำนวนขั้นที่แตกต่างกันออกไปของบัณฑิต การที่ตระกูลเฉียนทำเช่นนี้นับว่าเป็นภัยต่อคลังหลวงของแคว้น
ข้อมูลที่หลิวเหิงเปิดเผยในวันนี้สร้างความตกใจให้แก่ทุกคนมาก
ก่อนหน้านี้เว่ยเฉิงเคยปรึกษากับชายหนุ่มเรื่องปริมาณผลผลิตและเงินที่ลดลงในคลังหลวงมาก่อน และแม้ครั้งนี้เขาจะรู้ว่าหลิวเหิงจงใจเล่นงานตระกูลโหวกับตระกูลเฉียนด้วยเรื่องขัดแย้งส่วนตัวที่ลือกัน แต่เมื่อเห็นหลักฐานทั้งหมดแล้วฝ่าบาทก็ทรงกริ้วเป็นอย่างมาก
แน่นอนว่ามีคนไม่น้อยในที่ประชุมขุนนางนี้ที่เป็นมิตรกับรองเจ้ากรมโหว และต้องการช่วยโต้แย้งว่าหลิวเหิงจงใจแก้แค้นเป็นการส่วนตัว แต่หลักฐานที่เห็นได้อย่างชัดเจนถึงเพียงนี้ก็ยากเกินกว่าจะดิ้นหลุดได้ หากเอ่ยปากพูดสิ่งใดออกไปแล้วตนเองเดือดร้อนจะทำอย่างไร
เมื่อใต้เท้าโหวถูกเล่นงานแล้ว อันติ้งโหวก็มองไปทางหลิวเหิงโดยคิดว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขาด้วยหรือไม่ ขณะนี้ตนอาจจะถูกชายหนุ่มจับตาดูอยู่ พร้อมอดจะรู้สึกโทษฮูหยินผู้เฒ่าในใจไม่ได้ หลังจากได้ยินเรื่องที่ท่านหญิงเหยียนมีบุตรยาก ขุนนางทั้งหลายก็เริ่มตามหาสตรีมาเสนอให้เป็นอนุแก่หลิวเหิงโดยที่ถามอย่างเปิดเผยและกระทำการอย่างลับ ๆ อย่างไรผู้ชายด้วยกันก็ย่อมรู้ดีว่ามีหรือพวกตนจะไม่สนใจสาวงาม แต่น่าเสียดายที่ใต้เท้าหลิวต่างจากบุรุษที่เคยรู้จักมา ชายหนุ่มเป็นคนกลัวภรรยายิ่งกว่าเสือ และเทิดทูนนางดั่งเป็นผู้กุมชะตาของตนเอง
ทุกคนต่างบอกว่าหากต้องการผูกมิตรกับรองเจ้ากรมหลิว การส่งเงินทองให้เขานั้นช่างไร้ประโยชน์ ดังนั้นพวกเขาจึงคิดว่าเป็นการดีกว่าถ้าเลือกเข้าทางภรรยาของอีกฝ่ายอย่างท่านหญิงเหยียน
เขาคิดว่าภรรยาของตนและฮูหยินโหวจะช่วยพูดให้สักสองสามคำ แต่พวกนางกลับไปก่อปัญหาขึ้นเสียได้ ตอนนี้ใต้เท้าโหวต้องตกที่นั่งลำบากเพราะภรรยาของเขาไปทำให้ท่านหญิงเหยียนขุ่นเคือง หลิวเหิงกัดใต้เท้าโหวไม่ยอมปล่อยจนกระทั่งการถูกให้ออกจากตำแหน่งก็อาจจะไม่ใช่เรื่องเกินจริงแล้วในเวลานี้ ปกติแล้วเมื่อมอบสาวงามให้ชายใด มีหรือพวกเขาจะไม่เห็นค่า แต่หลิวเหิงผู้นี้กลับโง่เขลาจนมาขุ่นเคืองกันได้อย่างไร