บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 433 ครอบครัวข้าไม่ต้องการอนุ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
  4. บทที่ 433 ครอบครัวข้าไม่ต้องการอนุ
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 433 ครอบครัวข้าไม่ต้องการอนุ

เมื่อครู่พระสนมเฉินยืนขวางทางอยู่ ทำให้เหยียนซีเกือบจะชนนางจนทำให้เกิดความขุ่นเคืองขึ้น แต่เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดถึงพระมเหสี นางจึงต้องจำใจหลบทางให้

พระสนมเฉินเป็นเพียงพระสนมขั้นสาม ดังนั้นเหยียนซีจึงไม่จำเป็นต้องอ่อนน้อมต่อนางมากนัก เพียงแค่ค้อมศีรษะเล็กน้อยก็สามารถเดินผ่านไปได้

เมื่อเดินต่อไปเพียงไม่กี่ก้าว เธอก็หันกลับไปทางพระสนมเฉิน “เมื่อครู่พระสนมเฉินทรงได้ยินทุกอย่างด้วยหรือไม่เพคะ หากทรงได้ยินแล้ว เกรงว่าต้องขอให้พระสนมมาเป็นพยานให้หม่อมฉันด้วยเพคะ”

“ข้า… ข้าเพิ่งเดินมา” ใบหน้าของพระสนมเฉินดูแข็งทื่อไปเล็กน้อย แต่นางก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองไปเป็นเครื่องมือของอีกฝ่าย นางได้ยินสิ่งที่ฮูหยินผู้เฒ่าโต้วพูดกับเหยียนซี และสามารถช่วยฮูหยินผู้เฒ่าโต้วยืนยันได้ว่าเหยียนซีหยาบคายต่อผู้อาวุโสเพียงใด

แต่การช่วยยืนยันจะทำให้หลิวเหิงเดือดร้อนไปด้วย …แล้วฝ่าบาทเล่า?

ก่อนหน้านี้ตอนที่เหยียนซีเข้ามาในวังหลวง นางได้เข้าเฝ้าฝ่าบาทโดยบังเอิญและอยู่ที่อุทยานหลวงกับพระองค์เป็นเวลานาน

ไม่ว่าคนอื่นจะรู้เรื่องนี้หรือไม่ แต่นางเข้าใจทุกอย่างดี หากตนเลือกเข้าข้างฮูหยินผู้เฒ่าโต้ว ฝ่าบาทจะต้องขุ่นเคืองในตัวนาง เมื่อครู่นางเพียงยืนมองละครน่าตื่นเต้นอยู่ด้านหลังเท่านั้น ดังนั้นเหตุใดจึงต้องเป็นคนแรกที่เดือดร้อนด้วยเล่า?

เมื่อเหยียนซีได้ยินพระสนมตอบว่าไม่ได้ยินการสนทนาเหล่านั้น จึงไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมและลากตัวฮูหยินโหวไปทางห้องโถง

ห้องโถงนี้ไม่ได้ห่างออกไปนัก และมีประตูเชื่อมกับห้องรับรอง เมื่อฮูหยินโหวส่งเสียงร้องดังขึ้นเล็กน้อยก็สามารถได้ยินมาถึง

พระเหสีฉู่เห็นว่าพระสนมเฉินขอตัวไปที่ห้องด้านข้างนานแล้วแต่ยังไม่กลับมาเสียที และในห้องนั้นก็ยังมีสตรีชั้นสูงอยู่อีกสามคนจึงเริ่มขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วโบกมือให้นางกำนัลไปตรวจดู ส่วนคนอื่น ๆ ที่นั่งอยู่ในงานเลี้ยง แม้จะนั่งหลังตรงอย่างสุภาพ แต่ก็ลอบสงสัยอยู่ในใจว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องรับรองเช่นกัน

ไม่ทันที่นางกำนัลจะได้ไปดู เหยียนซีก็พาตัวฮูหยินโหวเข้าไปในห้องโถงแล้วผลักนางเข้าไป

ฮูหยินโหวสู้แรงไม่ไหวจึงล้มลงกับพื้นแล้วร้องเสียงหลง เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าทุกสายตากำลังจับจ้องมาที่นางอยู่ ตั้งแต่เกิดมานางไม่เคยต้องพบกับความอับอายเช่นนี้มาก่อน จึงรีบร้องต่อพระมเหสีทันที “พระมเหสี! โปรดพระราชทานพระวินิจฉัยแก่หม่อมฉันด้วยเพคะ!” จากนั้นก็รีบปิดหน้าร้องไห้ ในที่สุดฮูหยินผู้เฒ่าโต้วก็เดินตามทั้งสองมาทัน เมื่อเห็นว่าฮูหยินโหวถูกผลักไปนั่งที่พื้นจึงรีบคุกเข่าลงทูลขอให้พระมเหสีช่วย

พระมเหสีฉู่ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องราววุ่นวายเช่นนี้ได้อย่างไร จึงมองไปทางเหยียนซีแล้วเอ่ยถามขึ้น “ฮูหยินหลิว นี่คือ…”

เหยียนซีมองสตรีชั้นสูงในห้องโถงทั้งหมด ก่อนจะถวายความเคารพพระมเหสีแล้วเอ่ยขึ้น “พระมเหสีเพคะ เมื่อครู่นี้หม่อมฉันกำลังนั่งพักให้หายจากอาการเมาสุราอยู่ที่ห้องรับรองด้านข้าง แต่จู่ ๆ ฮูหยินผู้เฒ่าโต้วและฮูหยินโหวก็เข้ามากล่าวกับหม่อมฉัน ว่าต้องการให้บุตรสาวอนุจากตระกูลโหวมาเป็นอนุให้แก่สามีของหม่อมฉัน และยังกล่าวอีกว่าสตรีผู้นี้เพียบพร้อม อีกทั้งยินดีจะแบ่งเบาความกังวลให้หม่อมฉันด้วยเพคะ”

“ทว่าหม่อมฉันยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก จึงถามว่าสตรีตระกูลโหวนั้นเชี่ยวชาญในเรื่องการมีบุตรถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ถึงได้กล้ามาเสนอเรื่องเช่นนี้ด้วยตนเอง ในเมื่อเก่งเรื่องการให้กำเนิดบุตร เหตุใดจึงไม่แต่งงานออกไป แต่ต้องการจะมาเป็นอนุที่จวนของหม่อมฉันเล่าเพคะ”

“สามีของหม่อมฉันเคยกล่าวเอาไว้ว่าครอบครัวของเรานั้นไม่ได้ร่ำรวยจนถึงขั้นสามารถเลี้ยงคนให้อยู่เฉย ๆ ได้ หากมีบุตรก็นับว่าเป็นพรจากสวรรค์ แต่หากโชคร้ายต้องไร้ทายาทก็ถือว่าเป็นชะตากรรมที่ต้องยอมรับ ไม่ว่าบ้านไหนมีบุตรสาวที่ยังไม่ได้ออกเรือน หรือหาคู่ครองไม่ได้แล้วคิดจะส่งมาอยู่ที่จวนของหม่อมฉันก็ขอให้ฝันไปก่อน ต่อให้บุตรสาวจากตระกูลโหวเข้ามาในจวนอย่างไม่ต้องจ่ายสักอีแปะ แต่สามีของหม่อมฉันก็ยังไม่มีความคิดที่จะเลี้ยงใครเพิ่มเติม หรือแม้แต่สุนัขสักตัวก็ยังไม่ต้องการ วันนี้เป็นวันดีที่ฝ่าบาทและพระมเหสีทรงจัดงานเลี้ยงฉลอง ทว่ากลับมีคนฉวยโอกาสมาเสนอขายบุตรีในบ้านของตนเองเช่นนี้ ช่างไม่สมควรจริง ๆ เลยเพคะ”

“เจ้า… พวกเราเพียงแค่หวังดีเท่านั้น” ฮูหยินโหวกังวลใจ หากเรื่องเช่นนี้ถูกลือออกไป บุตรสาวตระกูลโหวอาจจะไม่สามารถหาคู่ครองได้ เหยียนซีช่างเป็นคนปากร้ายและจิตใจหยาบกระด้างจริง ๆ นางไม่สนใจเรื่องหน้าตาตัวเองและใครหน้าไหน พร้อมเปิดปากเล่าทุกสิ่งเพื่อปกป้องตนเอง

“หวังดีอย่างไร? เมื่อครู่นี้ข้าเพิ่งพูดออกไปเอง ในแคว้นเว่ยมีครอบครัวมากมายที่ยังไม่มีบุตร หากท่านหวังดีมากก็ควรจะยอมให้ใต้เท้าโหวมีบุตรมาก ๆ แล้วส่งบุตรพวกนั้นไปตามบ้านของคนอื่น ๆ และหากมีบุตรไม่เพียงพอก็ควรจะยอมให้ใต้เท้าโหวมีอนุเพิ่ม ฮูหยินโหวเป็นภรรยาที่มีคุณธรรมสูงส่ง และเห็นความสำคัญเรื่องการมีทายาทสืบต่อวงศ์ตระกูล ท่านจะต้องยอมให้สามีมีอนุเพิ่มสักสองสามคนอย่างแน่นอน ใช่หรือไม่เจ้าคะ”

เหยียนซีรู้สึกว่าคืนนี้เป็นโอกาสอันดีที่เธอจะแสดงให้ทุกคนเห็นอย่างเด็ดขาด ว่าใครก็ตามที่จะเสนออนุเข้ามาในจวนของตนจะต้องล้มเลิกความตั้งใจนั้นเสีย วันนี้คนที่เข้ามาเสนอเรื่องเช่นนี้ให้ยังมีเพียงฮูหยินของตระกูลขุนนางเท่านั้น ดังนั้นเธอจึงยังสามารถปฏิเสธได้อยู่ แต่ในอนาคตหลังจากนี้ใครจะรู้ว่าพระมเหสี หรือแม้แต่ฝ่าบาทจะพยายามพระราชทานสตรีสักคนมาให้หลิวเหิงหรือไม่ ในประวัติศาสตร์ฮูหยินของฝางเฉวียนหลิง*[1] ก็ไม่ยอมให้สามีแต่งอนุพระราชทานเข้าบ้านจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตเช่นกัน แต่โชคดีที่เธอเพียงถูกจักรพรรดิถังไท่จงลองใจเท่านั้นจึงรอดปลอดภัย และเหยียนซีก็ไม่อยากจะเสี่ยงให้ตัวเองต้องไปเจอเรื่องราวเช่นนั้นด้วย

เธอจะใช้ประโยชน์จากความวุ่นวายในคืนนี้ประกาศให้ทุกคนเห็นพร้อมกัน จากนั้นจะได้ไม่กล้าทำแบบนี้ต่อไปอีก ตนไม่ได้เรียนรู้เรื่องมารยาทในวังมาก่อน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องดีที่จะทำตัวหยาบคายสักหน่อยเพื่อไม่ให้สตรีชั้นสูงเหล่านี้กล้ามาเล่นแง่ใส่อีก

ฮูหยินผู้เฒ่าโต้วไม่รู้จะตอบอย่างไรดี ทั่วทั้งตำหนักตกอยู่ในความเงียบ กล่าวได้ว่าทุกคนในที่นี้ล้วนตกใจและพากันพูดไม่ออกกับความตรงไปตรงมาของเหยียนซี

จะมีสตรีชั้นสูงคนใดกล้าทูลเรื่องเช่นนี้ต่อหน้าพระมเหสีบ้าง

ไม่สิ! ต่อให้เป็นสตรีชาวบ้าน เมื่อแต่งงานแล้วยังไม่มีทายาทก็ไม่กล้าจะพูดต่อหน้าผู้คนมากมายว่า ‘หากโชคร้ายต้องไร้ทายาทก็ถือว่าเป็นชะตากรรม’ เช่นนี้

ผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อมองเหยียนซีที่หยิ่งผยองถึงเพียงนั้น เหล่าสตรีชั้นสูงต่างก็รู้สึกดูแคลนความหยาบคายและไร้ยางอายของนาง แต่ความรู้สึกเช่นนั้นก็ยังแฝงไปด้วยความอิจฉาเล็กน้อย พวกนางไม่มีทางกล้าทำหรือพูดจาอย่างไม่ระวังเช่นนั้น การที่เหยียนซีกล้าพูดจาเช่นนี้ออกมา มันก็หมายความว่าหลิวเหิงยอมตามใจนางมากจริง ๆ

พระมเหสีฉู่มองฮูหยินผู้เฒ่าโต้วและฮูหยินโหวที่กำลังคุกเข่าอยู่ จากนั้นก็หันไปทางเหยียนซีที่กำลังขุ่นเคืองอยู่อีกด้านหนึ่ง ในเวลานี้พระนางเองก็ทรงขุ่นเคืองเล็กน้อยกับการที่ทั้งสามกล้าก่อเรื่องขึ้นมาอย่างไม่รู้จักความละอาย หรือเห็นว่าที่นี่เป็นงานเลี้ยงในวังหลวงบ้าง

ทว่าพระนางก็รู้มานานแล้วว่าตนไม่สามารถเอาชนะเหยียนซีได้ นอกจากอนาคตในราชการของหลิวเหิงแล้ว มันก็ยังมีเหยียนเฟิงซึ่งเป็นพี่ชายบุญธรรมของนางอีกคน ตอนนี้เขาได้รับพระราชทานตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของค่ายทหารฝ่ายเหนือที่ชานเมืองหลวง และตระกูลเหยียนก็ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับโจวหงอีกด้วย ตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่าอำนาจฝ่ายกลาโหมของเมืองหลวงอยู่ในมือของเขาแล้ว

ดังนั้นพระมเหสีฉู่จึงทำได้เพียงขอให้ฮูหยินผู้เฒ่าโต้วลุกขึ้นจากพื้นเท่านั้น “ตอนนี้พื้นเย็นมาก พวกเจ้าอย่าคุกเข่าต่อไปอีกเลย รีบลุกขึ้นไปนั่งเร็วเข้า ใครก็ได้ไปเอาชาร้อนมาให้ฮูหยินผู้เฒ่าโต้วสักถ้วยสิ”

ฮูหยินผู้เฒ่าโต้วยังต้องการจะทูลบางอย่าง แต่นางกำนัลสองคนก็เข้ามาช่วยนางลุกขึ้นด้วยแรงบังคับเล็กน้อย และเมื่อสบพระเนตรของพระมเหสีก็พบเพียงความเย็นชาเท่านั้น การพระราชทานชาร้อนคือการให้นางหุบปากเสียใช่หรือไม่

นางคงจะต้องขอบคุณสามีของตนที่มีตำแหน่งสูง เพราะตอนนี้พระมเหสียังทรงช่วยรักษาหน้าเอาไว้ให้ เมื่อคิดได้เช่นนั้นนางก็ทำได้เพียงเอ่ยขอบพระทัยพระมเหสีและยอมถอยในที่สุด

พระมเหสีมองไปทางฮูหยินโหวแล้วตรัสขึ้น “นางเฉียน ตอนนี้เจ้าดูไม่เรียบร้อยนัก” สกุลของฮูหยินโหวคือสกุลเฉียน การเรียกว่านางเฉียนโดยตรงเช่นนี้เท่ากับตั้งใจจะสื่อความหมายบางอย่าง

“พระมเหสีเพคะ หม่อมฉัน…”

“ใครช่วยไปส่งฮูหยินโหวกลับไปก่อนทีสิ”

ฮูหยินโหวไม่คิดว่าจะได้พบกับผลลัพธ์เช่นนี้ จึงรู้สึกราวกับว่ากำลังจะเป็นลมล้มพับ แต่นางกำนัลของพระมเหสีก็เข้ามาพานางออกไปอย่างไม่ให้เกียรติเท่ากับตอนที่ทำกับฮูหยินผู้เฒ่าโต้ว นางถูกบีบที่แขนจนเจ็บยิ่งกว่าครั้งที่ถูกเหยียนซีลากออกมาเมื่อครู่ ความเจ็บนั้นทำให้นางได้สติขึ้นมาทันที

“ฮูหยินโหว ยังไม่ขอบพระทัยพระมเหสีที่ทรงเมตตาอีกหรือ”

“หม่อมฉัน… ขอบพระทัยพระมเหสีที่ทรงเมตตาเพคะ” ฮูหยินโหวกล่าวก่อนที่จะถูกพาตัวออกไปจากโถง

จากนั้นเหยียนซีก็กลับมานั่งในตำแหน่งของตนเอง คนอื่น ๆ ต่างมองนางอย่างระมัดระวัง พวกนางไม่เกรงคนที่ชอบใช้อุบายเชือดเฉือน แต่กลับกลัวคนตรงไปตรงมาเช่นนี้ ผู้หญิงหยาบกระด้างคนนี้สมกับที่เป็นสาวชาวบ้านจริง ๆ!

[1] ฝางเฉวียนหลิง เป็นแม่ทัพในรัชสมัยของจักรพรรดิถังไท่จง เขาปราบปรามข้าศึกได้สำเร็จ จึงได้รับเงินทองและสาวงามมากมายเป็นรางวัล ทว่าเขากลับไม่รับสาวงามเอาไว้ เรื่องนี้ทำให้จักรพรรดิถังไท่จงสงสัยจนลองสืบดู ก่อนจะพบว่าภรรยาของฝางเฉวียนหลิงขี้หึงเป็นอย่างมาก และไม่ต้องการให้สามีรับอนุ ดังนั้นจักรพรรดิถังไท่จงจึงส่งเหล้าพิษไปให้นางเพื่อทดสอบ ผลปรากฏว่านางหยิบกาเหล้าพิษมาดื่มโดยไม่ลังเล พร้อมพบว่าเหล้าพิษในกานั้นแท้จริงแล้วคือน้ำส้มสายชู ต่อมาจึงมีคนใช้คำว่า ดื่มน้ำสมสายชู แทนการบอกว่าหึงหวงคนรัก

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 433 ครอบครัวข้าไม่ต้องการอนุ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

001c2b01f1browniee
ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลกพร้อมมิติส่วนตัว
2026-04-02
6d-fe53-105
ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที
2026-06-12
62a95ddaZSiEiP4W
ทะลุมิติไปเป็นแม่ของวายร้ายทั้งสาม [穿书后,我成了三个反派的娘]
2024-02-19
brownieebVdHWywlJ
กลับมาง้อคุณสามีในยุค 80
2026-01-22

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน