บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 429 เข้าเฝ้าพระมเหสี

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
  4. บทที่ 429 เข้าเฝ้าพระมเหสี
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 429 เข้าเฝ้าพระมเหสี

หลังจากที่ทุกอย่างผ่านไป ทุกคนในขบวนของเหยียนซีก็เดินทางด้วยความสบายใจมากยิ่งขึ้น

ปลายเดือนเก้า อากาศเย็นลงมากพร้อม ๆ กับที่ทุกคนเดินทางกลับมาถึงเมืองหลวงในที่สุด

แคว้นเว่ยต่อสู้กับเป่ยหมานมานานหลายปี และตอนนี้พวกเขาก็กลับมาพร้อมชัยชนะด้วยการออกรบอย่างไม่ยืดเยื้อครั้งเดียว เว่ยเฉิงยินดีกับชัยชนะในครั้งนี้มาก และออกมารอต้อนรับกองทัพด้วยตนเอง

ดังนั้นเหล่าทหารจึงตั้งค่ายพักนอกเมืองก่อน โดยที่โจวหง เหยียนเฟิง กับคนอื่น ๆ ต้องรอให้กรมพิธีการเตรียมพิธีฉลองชัยชนะ ขบวนต้อนรับกองทัพ พิธีพระราชทานรางวัล และถวายความเคารพจักรพรรดิอีกด้วย

ดังนั้นเหยียนซีและเหยียนหลิ่วจึงต้องเดินทางเข้าเมืองกันเองก่อน

หลิวเหิงเข้ารับตำแหน่งได้พักหนึ่งแล้ว ตอนนี้เขารับตำแหน่งรองเจ้ากรมคลัง เมื่อรู้ว่าเหยียนซีจะกลับมา เขาก็ได้ขอลาราชการกับใต้เท้าราชอาลักษณ์ และมารอรับหญิงสาวอยู่ที่ประตูเมืองด้วยตนเอง

เขาสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินไพลิน เมื่อเห็นว่ารถม้าของเหยียนซีเดินทางใกล้เข้ามาก็รีบวิ่งไปรับอย่างมีความสุข ชายหนุ่มได้พบเหยียนซี เหยียนหลิ่ว และฉินซีรั่วในรถม้าของเหยียนซี พวกนางรับหลิวเหิงขึ้นรถม้าและเข้าไปในเมืองด้วยกัน

การทำสงครามกับเป่ยหมานในครั้งนี้ประสบความสำเร็จได้ก็เพราะการสนับสนุนจากหลิวเหิง ระหว่างที่เขาเป็นเจ้าเมืองเหลียวโจว เว่ยเฉิงพอใจในผลงานของอีกฝ่ายมาก ดังนั้นจึงพระราชทานรางวัลแก่เขาเป็นการส่วนตัว เป็นจวนที่อยู่ติดกับจวนมหาราชครูของตระกูลเหยียน หลังจากชายหนุ่มเดินทางมาถึงเมืองหลวง เขาก็พบว่ามีหลายอย่างต้องจัดการเกี่ยวกับงานทางการ ดังนั้นจึงมอบหมายให้หลิวจงเซี่ยวเป็นผู้ดูแลจัดเตรียมจวนให้เรียบร้อยรอเหยียนซีกลับมา

จวนที่ได้รับพระราชทานมานั้นอยู่ในทำเลที่ดีมาก มันน่าจะเป็นทรัพย์สินที่ถูกยึดมาจากขุนนางสักคนเมื่ออันอ๋องถูกปราบปราม และครอบครัวของสวีถิงจือทุกคนถูกจับ

หลิวจงเซี่ยวทาสีกำแพงทั้งหมดใหม่ รอบ ๆ รั้วมีต้นอวี้หลานและจินกุ้ยออกดอกอย่างสวยงาม ซ้ำยังส่งกลิ่นหอมไปทั้งลานบ้าน อีกทั้งเรือนหลักที่หลิวเหิงและเหยียนซีอาศัยอยู่ยังปลูกดอกหอมหมื่นลี้ ดอกโบตั๋น และต้นทับทิมขนาดใหญ่สองต้น เมื่อดอกทับทิมสีแดงบานก็ดูคล้ายดวงไฟสุกสว่าง และเมื่อมันเริ่มออกผลก็ยังสื่อความหมายของความอุดมสมบูรณ์ มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง

เหยียนซีรู้สึกว่าจวนได้รับการดูแลเป็นอย่างดี แม้ตัวเรือนพักรับรองจะไม่ได้รับการปรับปรุงใหม่ แต่ของเดิมก็ยังดีอยู่มาก ดังนั้นสองพี่น้องตระกูลฉินจึงสามารถใช้เรือนพักรับรองเป็นที่พักได้

วันต่อมา กองทัพของโจวหงก็เข้าพิธีฉลองชัยชนะ กองทหารเดินทัพเข้ามาในเมืองเพื่อพบกับชาวบ้านที่รอต้อนรับตามทาง เหยียนซีเองก็ออกไปรอดูขบวนของเหล่าทหารด้วยเช่นกัน

น่าเสียดายที่มีคนมากเกินไป และขบวนของทหารก็ยิ่งใหญ่มาก แม้เธอจะนั่งอยู่ที่ภัตตาคารริมถนนหลักกับเหยียนหลิ่วและฉินซีรั่ว แต่พวกตนก็ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้มากนัก เมื่อราชรถของจักรพรรดิเสด็จผ่าน มันมีความยาวตั้งแต่ต้นทางจนสุดทางถนน ขบวนเสด็จประกอบด้วยร่มสีทองตรามังกรซึ่งปกคลุมพื้นที่เอาไว้อย่างแน่นหนา แต่มันก็ยังพอจะสังเกตเห็นว่าเหยียนเฟิงและหลิวเหิงอยู่ในขบวน

น่าเสียดายที่มีคนเยอะมากและเสียงดังจอแจไม่หยุด คนด้านล่างจึงไม่ได้ยินเสียงเรียก แม้จะตะโกนเสียงดังเป็นเวลานานก็ตาม

เหยียนซีวางแผนจะพูดคุยเรื่องการแต่งงานอยู่สองสามครั้งแล้ว แต่เนื่องจากฉินซีฉือกำลังตั้งใจกับการเตรียมสอบ มันไม่เหมาะที่จะมีเรื่องอื่นเข้าไปรบกวน ดังนั้นเธอจึงแค่ทาบทามไว้ก่อนเท่านั้น

หลังจากฉินซีรั่วได้ยินความตั้งใจของเหยียนเฟิง นางก็รู้สึกกลัวว่าตนเองจะทำให้เขาต้องขายหน้า แม้เหยียนซีกับเหยียนหลิ่วจะช่วยปลอบใจ ทว่าก็ยังไม่เป็นผล แต่หลังจากที่ชายหนุ่มได้พูดคุยบางอย่างกับนางเป็นการส่วนตัว คนทั้งสองต่างก็เป็นความสบายใจให้แก่กัน และเข้าใจความกังวลของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี ความกังวลใจของฉินซีรั่วไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าเรื่องของความเหมาะสม หากปราศจากเรื่องเหล่านั้น นางก็ย่อมเต็มใจที่จะแต่งงานกับเขา

เมื่อเหยียนซีเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว เธอก็เริ่มนึกถึงสุขภาพของหลิวเหิงขึ้นมา และต้องการจะสอบถามเรื่องหมอให้เขา แต่ตนก็ยังกังวลว่าจะต้องไปที่สำนักแพทย์หลวงอย่างไรไม่ให้คนอื่นรู้เรื่องเหล่านี้และทำให้หลิวเหิงต้องอับอาย

ระหว่างที่คิดหาหนทางอยู่นั้นก็มีรับสั่งจากพระมเหสีให้เหยียนซีไปเข้าเฝ้าที่วังหลวง

เธอมีบรรดาศักดิ์เป็นท่านหญิงขั้นที่สอง ดังนั้นจึงควรจะเดินทางไปที่วังหลวงเพื่อถวายพระพรพระมเหสี ทันทีที่มาถึงเมืองหลวง เหยียนซีก็ส่งหนังสือถวายพระพรไปที่วัง แต่พระมเหสีทรงเกรงว่านางเพิ่งจะมาถึงเมืองหลวง และอาจจะต้องการพักผ่อนอยู่ที่จวนเสียก่อน พระองค์จึงรับสั่งให้คนมาเรียกตัวหญิงสาวไปเข้าเฝ้าหลังจากนั้นสองวัน

นี่เป็นครั้งแรกที่เหยียนซีได้เดินทางเข้าไปในวังหลวง เธอควบคุมท่วงท่าให้อยู่ในอาการสำรวม หลังจากผ่านประตูฝ่ายในเข้าไปแล้ว นางกำนัลคนสนิทของพระมเหสีก็มานำทางตนไปยังตำหนักคุนหนิง

แม้ตอนนี้จะเข้าฤดูหนาวแล้ว แต่วังหลวงก็ยังมีต้นไม้สีเขียวชอุ่มและดอกเบญจมาศบานสะพรั่งตลอดทาง มันไร้ซึ่งวี่แววของความแห้งแล้ง

หญิงสาวถูกนำให้เดินตามไปยังโถงของตำหนัก ทันทีที่เหยียนซีคุกเข่าลง นางกำนัลก็กล่าวรายงานว่าพระมเหสีเสด็จ

เมื่อเหยียนซีลุกขึ้นยืน เธอก็ถือโอกาสนี้เงยหน้าขึ้นมอง พระพักตร์ของพระมเหสีฉู่นั้นสง่างามมาก ฉลองพระองค์ปักลายหงส์แสดงถึงฐานะอันสูงส่งของพระนางได้เป็นอย่างดี

“ข้าได้ยินเรื่องของท่านหญิงมาตลอด ว่าเป็นทั้งภรรยาที่ดูแลบ้านได้ดี และยังหลักแหลมงานนอกบ้านจนได้รับการยกย่องจากผู้คน แต่เพิ่งจะได้พบหน้ากันในวันนี้เอง” พระมเหสีทรงยกย่องเหยียนซีอย่างให้เกียรติไม่น้อย

“ความสามารถของหม่อมฉันเล็กน้อยนักเมื่อเทียบกับพระมเหสี สตรีทั้งใต้หล้าควรจะยกย่องพระมเหสีเป็นแบบอย่างเพคะ”

เห็นได้ชัดว่าพระมเหสีฉู่ชื่นชอบคำยกย่องนี้มากเพียงใด

ตระกูลฉู่ส่งคนเดินทางไปถึงโรงม้าที่เหอถิงเพื่อติดต่อซื้อม้า ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณจากพระมเหสีว่าทรงต้องการสร้างไมตรีกับตน เหยียนซีจำเป็นต้องตอบแทนน้ำพระทัยของพระนางด้วย คำยกย่องให้สมกับที่ส่งเงินไปให้ถึงหลายพันลี้

ทั้งสองพูดคุยกันสักพัก ระหว่างนั้นก็มีผู้คนมากมายเดินทางเข้ามาเพื่อกราบทูลรายงานเกี่ยวกับกิจการต่าง ๆ ของฝ่ายใน เหยียนซีจึงถือโอกาสนั้นกราบทูลลาและขอตัวกลับ

พระมเหสีฉู่พระราชทานรางวัลแก่เธอ ก่อนจะรับสั่งให้นางกำนัลส่งเหยียนซีกลับไป

เมื่อเดินออกจากตำหนักคุนหนิง ระหว่างผ่านไปทางอุทยานหลวง นางกำนัลที่พาเหยียนซีเดินออกมาก็เห็นบุรุษผู้หนึ่งเดินออกมาจากอุทยาน นางรีบคุกเข่าลงเพื่อถวายความเคารพทันที “ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ”

เธอบังเอิญได้พบกับจักรพรรดิอย่างนั้นหรือ? เหยียนซีรีบคุกเข่าลงริมทางตามนางกำนัลที่อยู่ด้านหน้า แต่เว่ยเฉิงเอ่ยขึ้นก่อนที่ตนจะคุกเข่าลงถึงพื้นว่า “ท่านหญิงเหยียนลุกขึ้น ตามสบายเถิด”

เหยียนซีกำลังลังเลว่าจะคุกเข่าลงไปดีหรือไม่ ทว่าก็มีขันทีผู้หนึ่งเดินเข้ามาพยุงให้เธอยืนขึ้น “ท่านหญิงเหยียนขอรับ ฝ่าบาททรงรับสั่งไม่ให้ท่านหญิงคุกเข่าลง”

มันเป็นการดีกว่าที่ไม่ต้องคุกเข่าสัมผัสพื้นหินเย็น ๆ ดังนั้นเหยียนซีจึงถือโอกาสนี้ลุกขึ้นยืนและย่อกายถวายความเคารพฝ่าบาทแทน ก่อนหน้านี้ตอนที่เขายังเป็นท่านอ๋อง เธอยังกล้าที่จะพูดคุยและหัวเราะอย่างสบาย ๆ กับพระองค์ แต่เมื่อเว่ยเฉิงเป็นจักรพรรดิแล้ว เหยียนซีกลับไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดออกมา

หลังจากเว่ยเฉิงรับการทำความเคารพจากเหยียนซีแล้ว เธอก็ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาอย่างนอบน้อม ชายหนุ่มจึงเอ่ยถามขึ้นว่า “เจ้าเพิ่งกลับมาจากเหลียวโจวใช่หรือไม่ ผู้คนที่นั่นเป็นอย่างไรกันบ้างล่ะ”

เสียงของเว่ยเฉิงฟังดูสง่างามมากยิ่งขึ้น แต่ก็แฝงความเหนื่อยล้าเอาไว้ด้วยเช่นกัน

เหยียนซีอดไม่ได้ที่เงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ของฝ่าบาท แน่นอนว่ามันมีความเหนื่อยล้าอยู่ด้วย “พวกเป่ยหมานไม่สามารถรบกวนชายแดนทางเหนือได้อีกต่อไปแล้วเพคะ ราษฎรล้วนยินดีกับเรื่องนี้มาก เมื่อไม่มีสงคราม ทุกคนก็สามารถทำมาหากินได้อย่างราบรื่นสงบสุข หม่อมฉันคิดว่าอีกไม่นานชีวิตของพวกเขาจะดีขึ้นเพคะ”

เหยียนซีเล่าเกี่ยวกับเหลียวโจว ขณะที่เว่ยเฉิงไม่ได้มองนาง แต่มองไปรอบ ๆ ราวกับไม่ได้สนใจสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดนัก แต่เมื่อหญิงสาวหยุดพูด เขาก็เอ่ยถามให้นางเล่าต่อไป

ทั้งสองอยู่ที่นั่นด้วยกันนานเกือบสองก้านธูปเพื่อพูดคุยและตอบคำถาม เหยียนซีรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะคิดว่าหลิวเหิงน่าจะรายงานเรื่องเหล่านี้ในฎีกาแล้ว แต่เหตุใดเขาจึงยังมาถามตนเช่นนี้อีก

เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เอ่ยขึ้นว่า “ฝ่าบาทเพคะ ม้าที่โรงม้าเหอถิงล้วนเป็นม้าชั้นดีจากเป่ยหมาน ตอนนี้มีตัวแทนจากหลายกองทัพเข้ามาซื้อ…”

“ข้ารู้” เว่ยเฉิงขัดจังหวะก่อนที่นางจะกล่าวจนจบ “เมื่อสองปีก่อนข้าได้รับสูตรชานม หลังจากให้คนลองทำดูแล้วก็คิดว่ารสชาติใช้ได้ทีเดียว แต่ก็ยังมีความคิดว่ารสชาติของนมยังมากเกินไปเสียหน่อย…”

“เมื่อชงชานมควรจะใช้ชาดำดีกว่าเพคะ เพราะจะช่วยย่อย…” เหยียนซีเอ่ยแนะนำ แต่ก็ไม่ได้เล่าว่าเป็นตนหรือไม่ที่ทำชานมส่งไปที่วังหลวง

เว่ยเฉิงไม่พูดอะไรอีกต่อไป เขามองตรงไปด้านหน้า แต่เมื่อหันกลับมามองเหยียนซีก็พบว่านางยังยืนอยู่ข้าง ๆ เมื่อเทียบกับสามปีก่อน ตอนนี้นางตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ และขณะนี้ยังดูอ่อนน้อมถ่อมตนน้อยลงมา แต่หลังลองคิดดูแล้ว หลิวเหิงที่เป็นเจ้าเมืองเหลียวโจวและนางที่เป็นท่านหญิง ตอนที่อยู่เหลียวโจวก็ไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้ใคร ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องมารยาทมากนัก

เขายังนึกสงสัยอยู่เลยว่าท่าทางการทำความเคารพของนางวันนี้ดูต่างออกไป มันน่าจะเป็นเพราะเพิ่งกลับมาเมืองหลวงไม่นาน ดังนั้นการเคลื่อนไหวจึงได้ดูแข็งทื่อเช่นนั้น

เมื่อเว่ยเฉิงพูดถึงชานม เขาก็ยังสงสัยว่านางไม่ได้เป็นคนทำแล้วส่งมาจริง ๆ อย่างนั้นหรือ เขาฟังเหยียนซีพูดอะไรมากมายโดยไม่ได้บอกว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้อง ทุกอย่างคงเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ ตอนนี้คงจะเป็นเรื่องยากแล้วที่จะได้ทานอาหารรสชาติดีฝีมือของนาง

เมื่อคิดถึงเรื่องที่หลิวเหิงเอาจี้หยกที่ตนเคยมอบให้มาขอร้องให้เขาช่วยส่งหมอหลวงไปที่จวนอย่างลับ ๆ เว่ยเฉิงก็อดไม่ได้ที่จะมองเหยียนซีอีกครั้ง

เดิมทีเขามอบจี้หยกนี้ให้แก่นางเพื่อแทนคำขอบคุณที่เหยียนซีเคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เมื่อเขามอบมันให้นางก็คิดว่านี่คือเครื่องแทนคำมั่นระหว่างตนกับนาง เมื่อหลิวเหิงนำมันออกมาใช้ถ่ายทอดราชโองการลับที่เป็นของปลอมในครั้งนั้น เขาก็ไม่ได้สั่งลงโทษและปล่อยให้ทั้งสองเก็บจี้หยกเอาไว้ต่อไป

ไม่คาดเลยว่าวันที่เขาได้จี้หยกนั้นกลับคืนมา มันจะถูกใช้เพื่อแลกกับการออกคำสั่งลับเช่นนี้

เหยียนซีก้มหน้าลงเล็กน้อย ยามนี้เว่ยเฉิงมองไม่เห็นสีหน้าของหญิงสาว แต่ก็ได้ยินเสียงที่เอ่ยเรื่องราวต่าง ๆ อย่างสงบนิ่ง สุขภาพของนางจะมีปัญหาได้อย่างไร น่ากลัวว่าหมอคนนั้นจะเป็นพวกหลอกลวงจนทำให้ทุกคนเข้าใจผิด หลิวเหิงหลงเชื่อคำของหมอปลอมมาหรือไม่

ความจริงแล้วเขามีเรื่องมากมายที่ต้องการจะถามเหยียนซี แต่ในวังหลวงแม้ไม่มีผู้คนอยู่รอบ ๆ ทว่ากลับมีหูตาอยู่มากมาย หากเขาเริ่มเอ่ยคำพูดหรือแสดงออกอย่างไม่เป็นทางการกับนาง เหยียนซีจะเป็นฝ่ายที่ต้องเดือดร้อนในวันพรุ่งนี้แทน

หลังจากนั้น ในที่สุดเว่ยเฉิงก็เอ่ยปากขึ้นมา “ข้าเห็นว่าหลิวหย่งจวินดูไม่ดีนักเมื่อมาถึงเมืองหลวง และเจ้าก็มาถึงเมืองหลวงแล้ว ข้าจะส่งหมอหลวงไปช่วยดูอาการเขาในวันพรุ่งนี้เสียหน่อย หากตรวจพบอาการใดที่ต้องใช้ยารักษาก็สามารถใช้ยาจากสำนักหมอหลวงได้”

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 429 เข้าเฝ้าพระมเหสี"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf0024
คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ
2023-10-02
c50da64
ย้อนเวลามาครั้งนี้ ฉันขอเป็นนักธุรกิจสาวดาวรุ่งแห่งยุค
2025-05-27
60965443MuDePq1r
เกรียนแบบนี้ ก็ศิษย์พี่ใหญ่นี่แหละ
2022-11-15
novelpdf0054
ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย
2023-12-10

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน