บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 409 พวกเราไร้ความสามารถ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
  4. บทที่ 409 พวกเราไร้ความสามารถ
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 409 พวกเราไร้ความสามารถ

ค่ายนี้ตั้งขึ้นที่เชิงเขาซึ่งไม่ได้ลาดชันมากนัก และมีโขดหินสองข้างช่วยกำบังจากลมหนาว

เห็นชัดว่าพวกเป่ยหมานซ่อนตัวอยู่ที่นี่มาได้ระยะหนึ่งแล้ว มีกระโจมอยู่ประมาณยี่สิบหลังที่ถูกตั้งขึ้นมา และบริเวณรอบ ๆ ก็มีการตัดไม้มาล้อมเป็นรั้วอีกด้วย

น่าสงสัยว่าคนเหล่านี้คือกลุ่มที่ลงไปปล้นชุมชนการค้าด้วยใช่หรือไม่

เมื่อเหยียนเฟิงและทุกคนเข้ามาใกล้จุดตั้งค่ายก็เห็นว่ามีกลุ่มคนรวมตัวกันอยู่รอบกองไฟ บางคนเมามาย ส่วนบางคนก็อยู่กับสตรีที่ถูกลักพาตัวมา

ผู้หญิงเหล่านั้นพยายามขัดขืนอย่างที่สุด บางคนพยายามวิ่งหนีไปที่โขดหินและใช้แรงที่มีทุบตีศัตรู แต่แค่แรงของสตรีไม่อาจสู้ชาวเป่ยหมานเหล่านั้นได้

เหยียนเฟิงไม่ได้ใช้อาวุธสังหารใครมานานแล้ว ทว่าเมื่อเห็นสภาพอันน่าสังเวชของสตรีที่ถูกกดลงที่พื้น เขาก็รู้สึกว่าโลหิตภายในกายเดือดพล่าน ชายหนุ่มจับดาบขึ้นแล้วพุ่งตรงเข้าไปข้างหน้าอย่างไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง

เขารู้สึกว่าต้องระบายความเจ็บปวดน่าอึดอัดที่คั่งค้างอยู่ในอกนี้ออกไปด้วยการเหวี่ยงดาบสังหารศัตรู

มีพวกเป่ยหมานไม่กี่ร้อยคนที่รวมตัวกันอยู่ที่นี่ ส่วนมากจะอยู่ในชุดโจรและเครื่องแต่งกายอื่น ๆ ที่ไม่ได้พร้อมรบ

แต่จู่ ๆ กองทหารห้าร้อยนายของเหยียนเฟิงก็ปรากฏตัวขึ้น จนทำให้ศัตรูไม่ทันได้ตั้งตัวและไม่มีเวลาที่จะรับการโจมตี พวกมันต้องการจะขึ้นหลังม้า แต่เหยียนเฟิงก็ว่องไวราวกับเงาที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะปรากฏกายขึ้นมาที่จุดใด ไม่ทันที่ทหารเป่ยหมานจะได้ต้านทาน พวกเขาก็ถูกเฉือนคอด้วยดาบไปเสียแล้ว

หัวหน้าระดับสูงของเป่ยหมานพยายามยกดาบขึ้นมาสกัดกั้นชายหนุ่มที่พุ่งเข้ามาโจมตี แต่ใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจก็มีคนตายไปมากกว่าสิบ ดังนั้นเขาจึงรีบตะโกนสั่งให้คนอื่น ๆ ในค่ายแบ่งกันเป็นสองกลุ่มทันที ฝ่ายหนึ่งรับผิดชอบสกัดกั้นการโจมตี ส่วนอีกกลุ่มไปที่กระโจมเพื่อเก็บข้าวของ

“จุดไฟ เผากระโจมของพวกมันซะ!” เหยียนเฟิงออกคำสั่งพรรคพวกที่อยู่ด้านหลัง เมื่อเห็นว่ามีกองไฟอยู่บนพื้น เขาก็รีบเตะฟืนที่สุมไฟอยู่ให้ลอยไปทางกระโจมทันที

กองกำลังเป่ยหมานตั้งกระโจมอยู่ที่นี่มาได้หนึ่งหรือสองวัน กระโจมทั้งหมดสร้างขึ้นจากผ้าสักหลาดเพื่อความอบอุ่น และยังมีผ้าอีกไม่น้อยวางอยู่ในกระโจม ผ้าเหล่านี้มีคุณสมบัติกันไฟได้ เมื่อฟืนติดไฟถูกเตะเข้าไปก็เกิดควันสีดำลอยโขมงขึ้นมา กลุ่มควันที่เกิดจากการลุกไหม้กระโจมลอยขึ้นไปรวมตัวเป็นเมฆสีเทาบนท้องฟ้าเหนือค่าย

แม้ผ้าจะไม่ติดไฟ แต่สิ่งของที่อยู่ด้านในกระโจมกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น มีของหลายชิ้นที่ลุกไหม้ได้ง่าย

ในคราวแรกชาวเป่ยหมานเห็นว่าไฟไม่ลุกไหม้ ดังนั้นพวกเขาจึงหันหลังกลับมาสกัดกั้นการโจมตี แต่เมื่อเห็นว่าไฟลุกไหม้ขึ้นมาที่กระโจมก็เริ่มหวั่นวิตก เพราะเงินและอาหารที่ขโมยมาถูกเก็บไว้ในที่พัก

ชาวเป่ยหมานมีความคิดว่าสตรีไม่สำคัญเท่ากับอาหารและเงิน ดังนั้นจึงรีบขนอาหารและเงินหนีขึ้นม้า พร้อมกับผิวปากส่งสัญญาณเสียงดังไปด้วย

“ท่านแม่ทัพ คนพวกนั้นส่งสัญญาณบอกพรรคพวกแล้ว เราควรจะทำอย่างไรต่อไปดีขอรับ” เมื่อทหารบางคนได้ยินเข้าก็ตกใจเล็กน้อย พวกเขามีพรรคพวกอยู่ห้าร้อยนาย หากเสียงนี้เรียกพวกเป่ยหมานที่อยู่นอกชายแดนเข้ามาเสริม คนเพียงห้าร้อยจะสามารถรับมือได้อย่างนั้นหรือ?

“ไล่ล่าพวกมัน ฆ่าให้หมดก่อนที่จะหนีออกไปนอกป่าได้” เหยียนเฟิงขี่ม้าและเริ่มยิงธนูไปที่พวกเป่ยหมานซึ่งอยู่บนม้าที่กำลังวิ่งหนีด้านหน้า เขาเห็นชายตรงหน้าตัวสั่นสองสามครั้ง ก่อนร่างจะตกลงสู่พื้น “จัดการเป่ยหมานให้สิ้นซาก!”

ลูกศรดอกนั้นกระตุ้นความฮึกเหิมให้กับกองกำลังแคว้นเว่ยทันที

คนที่ยึดม้ามาได้ควบม้าตามหลังเหยียนเฟิงเพื่อไล่ตามข้าศึกไป ส่วนคนที่ไม่มีม้าก็วิ่งฝ่าหิมะในป่าเข้าไปอย่างฮึกเหิม

ชาวเป่ยหมานมีทักษะขี่ม้าที่ไม่เป็นรองใคร แต่ในพื้นที่ป่าเขาเช่นนี้ต่อให้ขี่ม้าเก่งกาจสักเพียงใดความเร็วก็ต้องลดลง อีกฝ่ายต่างจากกองกำลังของแคว้นเว่ยที่คุ้นเคยกับพื้นที่หุบเขาเช่นนี้มากกว่า พวกเขาวิ่งขึ้นลงเขามาตั้งแต่เด็ก หินทุกก้อนกับต้นไม้ทุกต้นสามารถใช้เป็นทั้งอาวุธและกำลังสำหรับการต่อสู้กับศัตรูได้

ชาวเป่ยหมานที่ถูกโจมตีต่างร้องเสียงดังลั่น เหยียนเฟิงไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ สะท้อนออกมาจากสีหน้า เขาดูเย็นชาราวกับหิมะ และจะสังหารทหารเป่ยหมานทั้งหมดที่อยู่ด้านหน้าด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

นี่เป็นครั้งแรกที่เหยียนเฟิงรู้สึกว่าความยากลำบากที่เผชิญมาตลอดในฐานะหน่วยกล้าตายนั้นก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์ เมื่อไล่ตามศัตรูไปตามป่าเขา เขาสามารถค้นหาฝ่ายตรงข้ามเจอได้จากการแกะรอยที่เรียนรู้มา

การไล่ล่าดำเนินไปเรื่อย ๆ จนถึงเวลาเที่ยงคืน เมื่อกองไฟที่ลุกไหม้ค่ายเป่ยหมานเริ่มปรากฏเป็นควันไฟลอยสูงเห็นได้จากระยะไกล ชาวเป่ยหมานคนสุดท้ายที่เหลือมองทางเหยียนเฟิงก็พึมพำอะไรบางอย่างออกมา เขาไร้ซึ่งความสามารถที่จะเหวี่ยงดาบในมือได้อีกต่อไป ก่อนจะล้มลงกับพื้นเสียงดัง

ชายหนุ่มเช็ดเลือดที่เปรอะอยู่บนใบหน้า เขาหอบหายใจพลางลงจากหลังม้า พร้อมนั่งลงบนก้อนหินและเอาถุงบรรจุน้ำขึ้นมาดื่มอย่างต่อเนื่อง

เขาไม่รู้ว่าภาพราง ๆ ที่ปรากฏขึ้นมาในใจก่อนหน้านี้เป็นใคร เมืองทั้งเมืองที่เต็มไปด้วยควัน มีแขนและขาซากศพเกลื่อนพื้น ท่ามกลางศพเหล่านั้นมีเสียงของคนเป่ยหมานหัวเราะชอบใจ และมีสตรีนางหนึ่งตะโกนดังก้อง “วิ่งเร็วเข้า รีบหนีไป!” เป็นไปได้หรือไม่ว่านางจะเป็นมารดาของเขา

แม้จะไล่ล่าศัตรูอยู่ทั้งคืน แต่เหยียนเฟิงก็ยังคิดคำตอบไม่ออก เมื่อเขาหยุดมือลงแล้วก็พบว่าร่างทั้งร่างและเสื้อผ้าที่สวมอยู่ของตนเองแปดเปื้อนไปด้วยโลหิตของพวกเป่ยหมาน ส่วนพรรคพวกคนอื่น ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ก็มีอาการเหนื่อยล้าเช่นกัน

เหยียนเฟิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ และเอาเนื้อตากแห้งสองชิ้นขึ้นมากิน เมื่อเคี้ยวดูแล้วก็ได้รสชาติเผ็ดขึ้นมา เหยียนซีตั้งใจใส่พริกลงไปเพื่อให้ช่วยเพิ่มความอบอุ่น ทำให้ยิ่งกินก็ยิ่งรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น

คนกลุ่มหนึ่งกำลังเก็บกู้และตรวจตราพื้นที่ต่อสู้รอบ ๆ เหยียนเฟิงมองร่างของชาวเป่ยหมานที่นอนกองกันอยู่ แล้วสั่งให้ทหารเอาเสื้อผ้าและสิ่งของออกมาจากตัวคนเหล่านั้น และนำม้าทั้งหมดที่พบกลับลงเขาไปยังที่ราบซึ่งใช้ตั้งค่ายด้วย

ที่ค่ายมีผู้บริสุทธิ์อยู่ที่นั่นจำนวนหนึ่ง สตรีบางคนถูกขืนใจ พวกนางเศร้าโศกจนลงมือปลิดชีพตนเองเสียแล้ว

ชาวเหอถิงที่ช่วยนำทางพวกทหารมาพยายามช่วยพวกผู้หญิงเอาไว้ พวกเขาไม่ได้ตามกองทัพไปต่อสู้พร้อมเหยียนเฟิงและคนอื่น ๆ ทั้งรีบพาสตรีเหล่านี้เข้าไปหลบที่กระโจมหลังหนึ่ง และกลัวว่าพวกนางจะหวาดผวา ดังนั้นจึงช่วยกันยืนเฝ้าที่ทางเข้ากระโจมและกระซิบปลอบขวัญ

“ท่านแม่ทัพ กลับมาแล้วหรือขอรับ” เมื่อเห็นเหยียนเฟิงและคนอื่น ๆ กลับมา พวกเขาก็ดีใจมาก เพราะนั่นหมายความว่าพวกเป่ยหมานที่ชั่วร้ายถูกกวาดล้างไปแล้ว

“พวกนาง เพราะเหตุใด…” เหยียนเฟิงมองสตรีบางคนที่นอนอยู่บนพื้น

ชาวบ้านสูงอายุคนหนึ่งเดินไปหาเหยียนเฟิงแล้วเอ่ยขึ้น “ใต้เท้า พวกนางปลิดชีพตนเอง ด้วยเกรงว่าต่อให้รอดชีวิตกลับไปได้ก็ต้องพบกับความอัปยศขอรับ”

มีสตรีชาวเหอถิงที่ถูกลักพาตัวไปและได้รับการช่วยเหลือเอาไว้ ทว่าบางคนอับอายที่ต้องกลับไปพบครอบครัว นางอาจจะถูกบังคับให้ไปบวชชี หรือต้องตายจากการถูกกดดันโดยคนที่บ้าน

มันเป็นเรื่องยากที่จะผ่านเหตุการณ์เช่นนี้ไปได้โดยที่จิตใจไม่แหลกสลาย หากแต่งงานแล้ว เมื่อกลับไปก็ย่อมต้องถูกครอบครัวสามีดูหมิ่น และบางคนก็ถึงขั้นเสียสติในภายหลัง

เหยียนเฟิงมองสตรีที่นั่งอยู่ในกระโจม แต่ละคนดูมึนงงราวกับกำลังตื่นตระหนกจนไม่อาจร้องไห้ออกมาได้ เขาอดไม่ได้ที่จะถามชาวบ้านขึ้นมา “ครอบครัวของพวกนางจะคิดว่าเรื่องนี้เป็นความผิดของนางงั้นหรือ”

“พวกนางไม่ได้ทำอะไรผิดเลย …แต่คนในครอบครัวก็ไม่อาจยอมเสียหน้าได้เช่นกันขอรับ”

“นี่มันไม่ใช่ความผิดของพวกนางเลยแม้แต่น้อย” เหยียนเฟิงเอ่ยอย่างเย็นชา จากนั้นก็เปิดกระโจม เมื่อสตรีเห็นว่าเขาสวมเสื้อคลุมของพวกเป่ยหมาน พวกนางก็หดตัวหลบด้วยความหวาดกลัว

“อย่าได้หวาดกลัวเลย พวกเจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด” เหยียนเฟิงมองสตรีเหล่านั้นแล้วเอ่ยเสียงเบา

เมื่อพวกนางได้ยินคำพูดเขาก็เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ชายหนุ่มคุกเข่าลง “เป็นพวกเราที่ปกป้องพวกเจ้าไว้ไม่ได้ ทุกอย่างเป็นความผิดของเราเอง”

เมื่อชาวบ้านได้ยินสิ่งที่เหยียนเฟิงพูด พวกเขาก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก

เหยียนเฟิงหันไปทางกลุ่มทหารที่อยู่ด้านหลัง “เราไร้ความสามารถที่ไม่สามารถปกป้องพวกนางได้” ในภายหน้าสตรีเหล่านี้จะพบกับสิ่งใด พวกนางโชคร้ายเหลือเกินที่ต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของเป่ยหมาน

ทหารคนอื่น ๆ เริ่มเข้าใจสิ่งที่เหยียนเฟิงพูด พวกเขามองเหล่าสตรีด้วยสายตารู้สึกผิด พวกตนควรจะทำหน้าที่ปกป้องครอบครัวและบ้านเมืองให้ดี แต่กลับทำให้ผู้หญิงที่อ่อนแอเหล่านี้ต้องถูกข้าศึกฉุดคร่า

เมื่อพวกนางได้ยินคำพูดของเหยียนเฟิง บางคนก็มีสีหน้าเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย จากความมึนงงเริ่มกลายเป็นความเจ็บปวด และบางคนก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้คร่ำครวญอย่างเศร้าโศก ที่มุมหนึ่งของกระโจม มีสตรีคนหนึ่งคุกเข่าลงตรงทางเข้าของกระโจมพร้อมเอ่ยขึ้น “ขอบคุณท่านแม่ทัพที่ช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้เจ้าค่ะ”

สตรีคนนั้นร่างกายมอมแมมและเปรอะเปื้อนไปด้วยมูลม้า อีกทั้งยังมีสะเก็ดเลือดแข็งตัวอยู่บนใบหน้า ร่างกายของนางดูสกปรกไปหมด

เหยียนเฟิงไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจ เขาเอาผ้าเช็ดหน้าที่ทำจากผ้าไหมขึ้นมาส่งให้นาง “เช็ดเลือดบนใบหน้าเจ้าเสียก่อน จากนั้นก็พักผ่อนก่อนสักคืน พรุ่งนี้จะได้กลับบ้านกันแล้ว”

เมื่อได้ยินว่าจะได้กลับบ้าน พวกนางก็ไม่ได้มีท่าทางยินดีแม้แต่น้อย

ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยกับทหาร “ส่งพวกนางกลับเมืองพรุ่งนี้ มอบตัวพวกนางให้แก่ท่านหญิง” เขาไม่แน่ใจว่าจะช่วยพวกนางอย่างไร แต่ซีเอ๋อร์ต้องมีหนทางอย่างแน่นอน

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 409 พวกเราไร้ความสามารถ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

M8WAKd
เข้าสู่โลกนิยายเพื่อไปเป็นแม่เลี้ยงจอมโหดของสามวายร้าย
2024-12-24
cd4e2e8
Almighty Game Designer ใครจะออกแบบเกมได้เทพเท่าผม!
2024-07-08
e7-4d3a
สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน
2026-06-12
j0wEP
สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
2025-10-12

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน