บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 407 สถานการณ์ทางทหารช่วงเทศกาล

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
  4. บทที่ 407 สถานการณ์ทางทหารช่วงเทศกาล
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 407 สถานการณ์ทางทหารช่วงเทศกาล

เจ้าเมืองหลิวกำลังจะต้องเลื่อนตำแหน่งแล้ว

หลังจากเข้าพบผู้แทนพระองค์แล้วก็มีทั้งคนที่หัวเราะและร้องไห้

คนที่หัวเราะย่อมเป็นเพราะยินดีกับเจ้าเมืองหลิว แต่คนที่ร้องไห้นั้นก็เพราะความกลัว

ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาพวกเขาใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบาก และในที่สุดก็มีขุนนางดี ๆ เข้ามาปกครอง เมื่ออีกฝ่ายเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นานชาวบ้านก็เริ่มลืมตาอ้าปากได้ แต่ตอนนี้ใต้เท้ากลับต้องโยกย้ายไปที่อื่นเสียแล้ว …หากเจ้าเมืองคนใหม่เป็นคนฉ้อฉลเล่า

ขบวนรถของติงเสี่ยนจอดอยู่หน้าที่ว่าการเมือง เมื่อคนงานในขบวนสินค้าของเขาทราบข่าวการเลื่อนตำแหน่งเจ้าเมืองหลิว พวกเขาก็ต่างรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า คนเหล่านั้นนั่งลงอยู่หน้าทางเข้าโถงสำนักงานที่ว่าการพลางเอามือกุมศีรษะ สตรีบางคนเอาผ้าขึ้นมาเช็ดน้ำตา ส่วนคนอีกกลุ่มก็เต็มไปด้วยความตะลึง

ในโถงที่ว่าการเมือง ติงเสี่ยนเอาตั๋วเงินจำนวนมากกว่าแสนตำลึงออกมา แต่นายอำเภอทั้งสิบเจ็ดคนกลับมองตั๋วเงินเหล่านั้นด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยเล็กน้อย หากคนไม่รู้คงจะเข้าใจว่าพวกเขากำลังเสียใจเรื่องการแบ่งเงินไปชำระหนี้

หลิวเหิงกระแอมขึ้นมา “ทุกคนอย่าทำหน้าเช่นนั้นกันเลย กว่าข้าจะโยกย้ายก็ปีหน้า เรามาแบ่งเงินให้ทุกคนเอากลับไปใช้เพื่อชาวบ้านในปีใหม่นี้กันเถอะ” หลังพูดเช่นนั้นเขาก็ขอให้เหยียนซีตามคนที่จวนมาช่วยคิดบัญชี

ตามแผนการที่วางเอาไว้ก็คือ ที่ว่าการเมืองจะรับซื้อสินค้าจากชาวบ้าน เพื่อนำมาส่งให้กับขบวนสินค้าของเหยียนซีที่จะขนไปขายในเมืองหลวง หญิงสาวจะรับกำไรสองส่วน อีกแปดส่วนจะมอบให้กับที่ว่าการเมืองไปใช้บริหารเหลียวโจว

ทว่าอำเภอต่าง ๆ ของเหลียวโจวส่วนใหญ่นั้นยากจนมาก พวกเขาไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะซื้อสินค้ามาจากชาวบ้าน ดังนั้นเหยียนซีจึงออกทุนสำหรับการซื้อสินค้ามาขายล่วงหน้าให้ก่อน

ตอนนี้สินค้าทั้งหมดถูกเอาไปขายและได้เงินมามากกว่าแสนตำลึง เหยียนซีหักเงินทุนพร้อมรับเงินกำไรสองส่วนไป ทว่ามันก็ยังเหลือเงินอีกหลายหมื่นตำลึง ทั้งสิบเจ็ดอำเภอมองตั๋วเงินหลายใบและหลายมูลค่าที่อยู่ตรงหน้า ใบที่มากสุดนั้นมีมากกว่าหมื่นตำลึง และใบที่น้อย ๆ ลงมาก็ยังมากถึงสองถึงสามพันตำลึงดัวยซ้ำ

นายอำเภอหนิวหยิบตั๋วเงินมากกว่าสี่พันตำลึงขึ้นมาดู ริมฝีปากของเขาสั่นไปด้วยความดีใจจนไม่อาจบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้ ในที่สุดเหอถิงก็เริ่มหาเงินเก็บไว้ในคลังได้บ้างแล้ว เขาต้องการแบ่งเงินเหล่านี้ออกไปซื้อข้าวก่อน จากนั้นก็สร้างสำนักศึกษา สำนักรับเลี้ยงเด็ก และช่วยเหลือเด็กกำพร้าในอำเภอ อีกทั้งปีหน้าก็จะเอาพื้นที่รกร้างมาสร้างโรงเลี้ยงม้าเพิ่มขึ้นอีก…

หลังจากคิดคำนวณแล้วก็พบว่าเงินที่มีเหมือนจะไม่เพียงพอนัก ดังนั้นเขาจึงมองไปทางเหยียนซีอย่างกระตือรือร้น “ฮูหยิน ท่านไม่ไปแล้วไม่ได้หรือขอรับ”

หลิวเหิงทำสีหน้าบูดบึ้ง นายอำเภอผู้นี้วางแผนจะลักพาตัวภรรยาเขาต่อหน้าเขาเชียวหรือ

เมื่อหญิงสาวเห็นท่าทางกระตือรือร้นเช่นนั้นของนายอำเภอหนิวก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “นายอำเภอหนิว ข้าจะยังรับผิดชอบเรื่องโรงม้าต่อไป” หากอาต้าและอาเอ้อร์ประสบความสำเร็จในการสร้างความสัมพันธ์กับเหล่าแม่ครัวชาวหู พวกเขาก็น่าจะต้องลงหลักปักฐานอยู่ในเหลียวโจว

มีเพียงชาวเหลียวโจวเท่านั้นที่คุ้นเคยกับการอาศัยอยู่ร่วมกับชาวต่างถิ่น หากพวกนางที่มีใบหน้าแตกต่างจากชาวเว่ยต้องย้ายไปยังเมืองหลวงด้วยคงไม่ดีนัก เพราะอาจจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางเสียหาย และการใช้ชีวิตต่อจากนั้นคงจะไม่มีความสุข แต่หากพวกเขาอยู่ที่นี่ กิจการต่าง ๆ ในเหลียวโจวของตนก็จะฝากฝังให้อาต้ากับอาเอ้อร์ช่วยดูแลได้ พวกเขาจะได้อยู่ที่นี่และใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบาย

เมื่อได้ยินคำมั่นเช่นนั้นของเหยียนซี นายอำเภอหนิวก็รีบพยักหน้าอย่างยินดี จากนั้นเขาก็หันไปมองหลิวเหิงพร้อม ๆ กับที่นายอำเภอคนอื่น ๆ ก็มองชายหนุ่มเช่นกัน

รองเจ้าเมืองหวังเป็นคนช่วยคลี่คลายสถานการณ์นั้นลง “เรามาแบ่งเงินกันก่อนเถิด ชาวบ้านในอำเภอของทุกท่านยังรอให้นายอำเภอกลับไปให้ทันก่อนที่ปีใหม่จะมาถึง”

ทุกคนคล้อยตามก็จริง แต่ก็รู้อยู่เต็มอกว่าแม้ครั้งนี้จะมีความสุขจากเงินจำนวนมาก ทว่าก็ยังคงมีความกลัวสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากเจ้าเมืองหลิวย้ายออกไปอยู่ดี

หลังจากเหล่านายอำเภอกลับกันแล้ว หลิวเหิงก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก อีกไม่นานก็จะเป็นเดือนสิบสองแล้ว ในที่สุดปีนี้เขาก็จะได้ใช้เวลาปีใหม่ร่วมกับซีเอ๋อร์อีกครั้ง

ปีนี้เหลียวโจวมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก

ด้วยเงินสำรองที่มีอยู่ในมือ ชีวิตของทุกคนไม่ได้อับจนอีกต่อไป ในที่สุดก็สามารถซื้อเนื้อสัตว์สักหนึ่งจิน หรือลูกกวาดน้ำตาลสองสามเม็ดมาให้เด็ก ๆ กินจนปวดฟัน หรือซื้อเสื้อผ้าใหม่ ๆ ที่สวยงามและอบอุ่นให้กับผู้อาวุโสสวมใส่ได้

เทศกาลโคมไฟถูกจัดขึ้นในทุกอำเภอ

ในวันที่สิบห้าเดือนหนึ่ง อิงเฉิงสว่างไสวสวยงามไปด้วยแสงของโคมไฟหลากสีสันที่ถูกนำมาประดับประดาไปทั่วทั้งเมือง

หลิวเหิงมีเวลาว่างครึ่งวัน ดังนั้นเขาจึงพาเหยียนซีออกไปเดิมชมโคมไฟ พลางตบอกแล้วพูดอย่างหนักแน่น “ถ้าเจ้าชอบโคมดวงไหนข้าจะซื้อให้เจ้าเอง”

เมื่อหญิงสาวเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อผ้าลำลองสบาย ๆ แล้ว ทั้งสองก็เดินออกมาทางประตูหลังของสำนักงานที่ว่าการและเดินเล่นไปรอบ ๆ ถนนหลัก หลิวเหิงแทบจะไม่มีโอกาสโอ้อวดกับนาง เพราะไม่ว่าทั้งสองจะสนใจโคมดวงไหน ชาวบ้านก็จะถอดมันลงมาแล้วมอบให้ทั้งคู่

ชายหนุ่มมักจะเดินทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อพบปะกับชาวบ้านอยู่เสมอ ทำให้คนส่วนใหญ่ในอิงเฉิงทราบว่าเขาคือเจ้าเมืองของเหลียวโจว

เหยียนซีอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าทางหดหู่ของอีกฝ่าย นี่เป็นสถานการณ์ที่ไม่เอื้อต่อเขาเอาเสียเลย เพียงแค่เห็นหน้าของเขาชาวบ้านก็ไม่ยอมคิดเงิน

หลิวเหิงต้องพูดคุยกับชาวบ้านทุกคนที่ทักทายตลอดทางจนแทบจะไม่ได้เดินไปไหน ในที่สุดเขาก็เห็นร้านขายหมวกผ้าฝ้ายร้านหนึ่ง เหลียวโจวอากาศหนาวเย็น ดังนั้นบางคนจึงสวมหมวกคลุมศีรษะป้องกันความหนาว หลิวเหิงซื้อหมวกสีน้ำเงินเข้มและสีแดงมาอย่างละใบ เขาสวมหมวกสีแดงลงบนผมที่หวีและรวบอย่างเรียบร้อยของเหยียนซีก่อนจะกลัดกระดุมให้นาง จากนั้นจึงสวมหมวกสีน้ำเงินให้กับตนเอง พร้อมดึงปีกหมวกลงปิดหน้าจนแทบมองไม่ออกว่าเป็นใคร ตอนนี้น้อยคนนักที่จะจำชายหนุ่มได้ เมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงรีบพาเหยียนซีไปดูโคมไฟปลาหลี่อวี๋*[1]

ค่ำคืนที่มีการเชิดสิงโตและปลาหลี่อวี๋ตัวใหญ่นี้ทำให้อิงเฉิงเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและสงบสุข

ทว่ากลางดึกคืนนั้นกลับมีเสียงใครบางคนมาเคาะประตูเมืองอิงเฉิง “เปิดประตูเมืองเร็วเข้า มีข่าวเร่งด่วนทางการทหาร!”

รายงานด่วนถูกส่งมาไกลกว่าแปดร้อยลี้จากช่องเขาฮูเหล่า พวกเป่ยหมานค้นพบเส้นทางเล็ก ๆ ในซอกเขาที่ช่องเขาฮูเหล่าอย่างไม่คาดคิด พวกนั้นใช้เส้นทางที่ว่านั่นในการลักลอบเข้ามาในแคว้นเว่ยและบุกปล้นชุมชนการค้าชายแดน

เหตุผลที่เป่ยหมานยกกำลังมาในปีนี้เป็นเพราะมีหิมะตกหนักอยู่นอกช่องเขา ทำให้ทั้งวัวและแกะจำนวนมากที่เลี้ยงเอาไว้แข็งตาย เนื่องจากเป่ยหูทำการค้ากับแคว้นเว่ย ทำให้พวกเขามีการซื้อเมล็ดข้าวและหญ้าสำหรับเลี้ยงสัตว์จากชุมชนการค้าชายแดน เมื่อฤดูหนาวมาถึงชีวิตของพวกเขาจึงดีขึ้นมาก แต่เป่ยหมานไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ แคว้นเว่ยไม่ได้ทำการค้ากับเป่ยหมาน ดังนั้นพวกเขาจึงต้องหันไปพึ่งพาการลักลอบขนถ่ายสินค้าซึ่งก็ถูกชาวเป่ยหูขัดขวางเอาไว้

พวกเขาต้องการบุกปล้นเป่ยหูและเป่ยหรง แต่ที่อยู่อาศัยในฤดูหนาวของทั้งสองชนเผ่านี้อยู่ห่างไกลออกไปมาก ไม่ว่าพยายามจะไล่ตามและค้นหาอย่างไรก็ไม่พบ และอาจจะต้องแข็งตายท่ามกลางหิมะหากยังพยายามออกตามหาต่อไป ทำให้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยายามออกค้นหาทางออกอื่น ๆ ไปทั่วทิศทาง จนในที่สุดก็ค้นพบทางเข้าเล็ก ๆ สู่แคว้นเว่ยโดยบังเอิญ

ชาวเป่ยหมานเหล่านี้เป็นกำลังพลชั้นยอดที่เชี่ยวชาญการขี่ม้า พวกเขาใช้ประโยชน์ในช่วงเวลาที่กองกำลังชายแดนชะล่าใจลอบเข้าไป

หลังจากเกิ่งฉางกุ้ยทราบเรื่องนี้ก็รีบยกทัพเข้าไปขัดขวางและจัดการข้าศึกได้บางส่วน ทว่าส่วนใหญ่ก็หนีไปได้พร้อมเงิน อาหาร และผู้หญิง

สิ่งที่น่ารังเกียจที่สุดคือชาวเป่ยหมานจงใจปลอมตัวเป็นชาวเป่ยหูเพื่อผ่านทางเข้ามา หากคนที่ถูกจับได้ไม่ได้ถูกรีดเค้นจนยอมสารภาพ มันอาจจะกลายเป็นว่าชาวเป่ยหูจะไม่รับความไว้วางใจขึ้นมา ยิ่งไปกว่านั้นยังมีช่าวเป่ยหรงบางส่วนอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย

หากเป่ยหมานและเป่ยหรงร่วมมือกันสู้รบ สงครามนองเลือดที่ชายแดนอาจปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

เหลียงอวี่ตงโกรธจัด หากชาวเป่ยหมานสูญเสียวัวและแกะไปจำนวนมากจากความหนาวเย็น กว่าจะถึงฤดูใบไม้ผลิก็คงจะไม่มีอาหารเหลือเพียงพอให้อยู่รอดต่อไปได้ ดังนั้นจึงเป็นเหตุที่พวกนั้นเลือกจะเข้ามาทางชายแดนเพื่อปล้นชุมชนการค้า ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการยกกองทหารไปที่ชายแดนอย่างเร่งด่วน เพื่อจัดการกำราบพวกเป่ยหมานก่อนที่ข้าศึกจะหนีออกไปนอกช่องเขา และจัดการปิดล้อมทำลายที่มั่นศัตรูให้สิ้นซาก

เมื่อข่าวนี้ถูกแจ้งไปยังเมืองหลวง เว่ยเฉิงไม่สนใจว่ามันจะเป็นช่วงวันหยุดของราชการ เขารีบเรียกประชุมขุนนางอย่างเร่งด่วนทันที

ขุนนางบางคนกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของหลิวเหิงที่ริเริ่มชุมชนการค้าขึ้นมาจนทำให้เป่ยหมานบุกเข้ามาได้ง่าย ๆ “หากเป่ยหมานและเป่ยหรงไม่ได้เห็นถึงความรุ่งเรืองมั่งคั่งที่ชุมชนการค้าชายแดน คนพวกนั้นอาจไม่สมรู้ร่วมคิดกัน” เป่ยหมานและเป่ยหรงไม่เคยสมรู้ร่วมคิดกันมาก่อน

โจวหงรู้สึกว่าคนที่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดนั้นสติฟั่นเฟือน ทั้ง ๆ ที่ชายแดนกำลังถูกข้าศึกรุกราน แต่พวกเขาก็ยังไม่รีบคิดหาทางจัดการ และยังพยายามจะหาเรื่องทำลายหลิวเหิงด้วยเรื่องเช่นนี้

เจ้ากรมกลาโหมเอ่ยขึ้นด้วยความกังวลเกี่ยวกับปัญหาในครั้งนี้ “กราบทูลฝ่าบาท แม้กองทัพพิทักษ์ชายแดนที่เหลียวโจวจะนับได้ว่ามีจำนวนกว่าสองแสนนาย แต่ความจริงแล้วมีเพียงแสนกว่านายเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ” หลังจากเกิดกบฏขึ้นกองกำลังพิทักษ์ชายแดนก็ได้รับความสูญเสียไม่น้อย และยังไม่ได้รับการเพิ่มกำลังพลให้แน่นหนาเท่าก่อนหน้า

กำลังคนที่นั่นมีไม่มากและยังกระจายกันอยู่ตามที่ต่าง ๆ หากไม่รีบส่งกำลังเสริมไปช่วยเหลือจะสามารถรับมือกับข้าศึกได้อย่างไร

เว่ยเฉิงไม่ฟังเสียงโต้เถียงกันของบรรดาขุนนางอีกต่อไป เขารีบสั่งให้โจวหงนำทัพไปเสริมกำลังที่ชายแดนเหลียวโจวด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังสั่งให้ฟางหมิงอี้ไปติดต่อกับพวกเป่ยหูที่นอกชายแดน เพื่อขอให้ร่วมมือกันจัดการข้าศึก

[1] หลี่อวี๋ (鲤鱼) ปลาคาร์ป

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 407 สถานการณ์ทางทหารช่วงเทศกาล"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf001
สตรีแกร่งตระกูลไป๋
2024-11-18
84-212×300
พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
2026-06-14
5b001d114125
เย้ารักท่านอ๋องเผด็จการ
2024-02-04
sg576
องค์ชายสาม หยุดไล่ตามข้าเสียที!
2024-08-08

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน