ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 401 รายการเครื่องบรรณาการ
บทที่ 401 รายการเครื่องบรรณาการ
ในคาราวานสินค้าจากเหลียวโจว รถม้าและม้าลากรถม้าล้วนเป็นพาหนะและสัตว์ธรรมดาทั่วไป มันไม่ได้หรูหราสะดุดตาเลยแม้แต่น้อย แต่ผู้คนในขบวนนั้นกลับน่าสนใจกว่ามาก
ทันทีที่เดินเข้าไปในประตูเมืองทางเหนือ พวกเขาก็ดึงดูดสายตาของผู้คนได้ทันที
ก่อนอื่น ทหารคุ้มกันคาราวานสินค้าเป็นทหารที่น่าดึงดูดมาก ทุกคนมีรูปร่างสูงใหญ่และใบหน้าหล่อเหลา มันสมกับที่เหอหมิงเฉวียนหัวเราะเยาะหลิวเหิงซึ่งจงใจเลือกทหารหน้าตาดีเพื่อเรียกความสนใจจากหญิงสาว
เมื่อผ่านเข้าไปในประตูเมืองก็จำเป็นต้องลงจากรถม้าเพื่อรับการตรวจตราก่อน ติงเสี่ยนโบกมือแล้วตะโกนเรียกขึ้น “ลงจากรถม้าก่อน!” คนกลุ่มหนึ่งลงมาจากรถม้าด้วยเท้าที่กระทบพื้นเบา ๆ ชายเสื้อคลุมของพวกเขาถูกเลื่อนลงมาเมื่อยืนขึ้นจนเต็มความสูง คนกลุ่มนั้นดูสง่างามท่ามกลางสายตาของคนอื่น ๆ ซึ่งกำลังจ้องมองอยู่ พวกเขาหล่อเหลามาก จนทำให้ทั้งสตรีและเด็กสาวมากมายที่รายล้อมอยู่หน้าขึ้นสีด้วยความเขินอายและหัวใจเต้นแรง
เมื่อพินิจดูอย่างตั้งใจก็พบว่าคนเหล่านี้ต่างสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้าน รองเท้าหุ้มแข้งที่ไม่ใช่รองเท้าทั่วไป แต่เป็นรองเท้าหนังกวางปักลายเมฆมงคล คนในเมืองหลวงต่างมองขบวนรถม้าถวายบรรณาการนี้ด้วยความสนใจ คนจากทางเหนือเหล่านี้ นอกจากจะดูไม่เหมือนคนบ้านนอกแล้วยังหล่อเหลาและน่าดึงดูดถึงเพียงนี้เชียวหรือ
เหล่าสตรีมองชายหนุ่มรูปงาม ส่วนบุรุษก็มองอาชาชั้นดีที่ทหารคุ้มกันขบวนขี่มา พวกมันล้วนเป็นม้าเจ่าหงขนสีแดงเข้มที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ขนของมันแวววาวตั้งแต่หัวจรดหาง ยามที่พู่หางสะบัดไปมาช่างดูทรงพลัง
“บนอานม้าสลักข้อความว่าโรงม้าเหอถิง มันหมายถึงที่ใดกัน?”
ผู้คนที่ดูอยู่ข้าง ๆ เริ่มเอ่ยขึ้น “เจ้าไม่รู้หรือ ม้าเหล่านี้มาจากโรงม้าในเหลียวโจว อำเภอเหอถิงอย่างไรเล่า”
“ข้าได้ยินว่าม้าที่นั่นได้รับการคัดสรรมาอย่างดีโดยคนต่างถิ่น ดูเกือกม้านั่นสิ ต่อให้วิ่งบนหิมะก็ไม่มีลื่นเลยแม้แต่น้อย”
“ม้าพวกนี้แพงมากหรือไม่”
“ญาติของข้าที่นั่นก็ซื้อเอาไว้เช่นกัน มันไม่ได้แพงมากนัก หากในเมืองหลวงก็ราว ๆ ร้อยตำลึง แต่ได้ยินมาว่าหากซื้อขายกันที่เหลียวโจวจะถูกกว่านั้น มันราว ๆ แปดสิบตำลึงเท่านั้น”
“ฟังดูดีทีเดียว ราคาไม่แพงเกินไปนัก”
ระหว่างที่ผู้ชายสนทนากันเรื่องม้า ผู้หญิงก็สนใจเสื้อผ้าที่ผู้มาเยือนสวมกันแล้ว “ดูสิ คนเหล่านี้ไม่ได้สวมเสื้อกันฝน แต่เสื้อผ้าของพวกเขากลับไม่มีหยดน้ำเกาะเลย”
“เกล็ดหิมะตกลงมาเกาะบนเสื้อผ้าของพวกเขาแล้วก็กลายเป็นหยดน้ำกลิ้งไปมาบนลายเมฆ นั่นผ้าอะไรกัน ผ้าฝ้ายจริงหรือ?”
“มันต้องไม่ใช่ผ้าฝ้ายธรรมดาอย่างแน่นอน ดูเสื้อผ้าของพวกเราสิ หากไม่สวมหมวกไม้ไผ่และถูกหิมะเข้าคงต้องเปียกแน่”
“เจ้าดูนั่นสิ นั่นไม่ใช่กวางเหมยฮวาหรอกหรือ มีกวางเหมยฮวาเป็น ๆ อยู่นับสิบตัวเลยทีเดียว”
“ช่างเป็นสินค้าที่น่าสนใจจริง ๆ มีของน่าซื้อหลายอย่างเลย หากพวกเขานำมาขายด้วย ข้าก็อยากได้เลือดกวางและเนื้อกวางมาทำอาหาร ของพวกนี้มีแต่คนชั้นสูงเท่านั้นที่จะได้กิน”
ด้วยการแนะนำของเหยียนซี หวังชีได้เตรียมการสำหรับตอบรับความคิดเห็นและความสนใจของผู้คนเอาไว้แล้ว เมื่อมีคนตั้งคำถามก็จะมีหน้าม้าที่มีความรู้ตอบขึ้นมาทันที มันยิ่งกระตุ้นความอยากซื้อให้กับผู้คนในเมืองหลวงมากยิ่งขึ้นไปอีก
ชายวัยกลางคนสวมอาภรณ์แพรไหมและมีท่าทางเป็นคนร่ำรวยเอ่ยขึ้นมาอย่างทรงภูมิ “คนเหล่านี้ล้วนมาจากเมืองอื่นใช่หรือไม่ พวกเขาทั้งหมดน่าจะเดินทางมาถวายเครื่องบรรณาการแก่จักรพรรดิ”
“ท่าทางจะมาจากทางเหนือ”
ติงเสี่ยนฟังความคิดเห็นของผู้คนริมถนน จากนั้นก็ยกมือขึ้นโบกไปด้านหลังซึ่งเป็นรถม้าหลายสิบคันพร้อมกับตะโกนขึ้นมา “สิ่งของเหล่านี้เป็นสินค้าพิเศษจากเหลียวโจวที่ส่งมายังเมืองหลวงเป็นครั้งแรก!”
เสียงตะโกนอย่างกะทันหันนี้ทำให้ทุกคนต่างสนใจ
เมื่อติงเสี่ยนเห็นว่ารอบกายเต็มไปด้วยความเงียบจึงยิ้มให้กับผู้คนในเมืองหลวง “ชาวเมืองหลวงทุกท่าน คาราวานสินค้าเหลียวโจวของเราได้นำสินค้าพิเศษมาถึงเมืองหลวงแล้ว ในอีกสามวันข้างหน้าร้านขายสินค้าพิเศษจากเหลียวโจวจะเปิดที่ถนนหม่าฉิง ทุกท่านสามารถแวะเวียนไปชมสินค้าของเราได้นะขอรับ”
หลังจากที่ติงเสี่ยนและหวังชีเอ่ยแนะนำเช่นนั้น ก็มีขอทานกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากริมทาง แต่ละคนมีกระดาษหยาบ ๆ อยู่ในมือ ภายในมีข้อความเขียนว่า ‘สินค้าพิเศษจากเหลียวโจว’ ถูกเขียนเอาไว้ พร้อมกับแผนที่ตั้งร้านในถนนหม่าฉิงอย่างง่าย ๆ ซึ่งมันน่าจะเป็นฝีมือการวาดของนักวาดแคว้นเว่ยสักคน และนำกลับมาลงสีโดยหวังชี สิ่งนี้เป็นใบปลิวตามที่เหยียนซีแนะนำให้พวกเขาทำ
หลังจากที่ขนสินค้าเข้าโรงเก็บเรียบร้อยแล้ว ติงเสี่ยนก็นำหนังสือจากทางการไปที่ว่าการกรมคลังเพื่อจ่ายภาษีและส่งผลผลิตของเหลียวโจว จากนั้นจึงส่งบรรณาการที่จะถวายฝ่าบาทไปด้วย
เนื่องจากหนังสือราชการเหล่านี้เป็นบรรณาการจากท้องถิ่นและถือเป็นเรื่องมงคล หนังสือนี้จึงถูกส่งไปยังราชสำนักอย่างรวดเร็ว เหลียวโจวยากจนมานานหลายปี แต่ละครั้งที่คนจากที่นั่นเดินทางเข้ามาในเมืองหลวงก็มีแต่เรื่องให้ร้องทุกข์ พวกเขาต้องการให้ฝ่าบาทพระราชทานความช่วยเหลือมาโดยตลอด ดังนั้นหนังสือราชการของพวกเขาคราวนี้จึงถูกจัดให้อยู่ในลำดับแรก ๆ
เว่ยเฉิงหยิบมันขึ้นมาอ่านอย่างสบาย ๆ และอ่านผ่าน ๆ ไปก่อน แต่เมื่อรู้ว่าเป็นหนังสือจากเหลียวโจวเขาก็วางพู่กันลงแล้วเอาหนังสือนั่นมาอ่านอย่างตั้งใจ ทั้งยังข้ามส่วนที่เขียนสรรเสริญถวายพระพรด้วยถ้อยคำเดิม ๆ ไปในส่วนที่อธิบายถึงรายการเครื่องบรรณาการที่อยู่ลำดับท้าย ๆ เพียงมองผ่าน ๆ ก็ยังรู้สึกว่าเป็นเครื่องบรรณาการที่น่าตื่นตาตื่นใจ มีของมีค่าหายากอย่าง โสม เห็ดหลินจือ สัตว์มีชีวิตอย่าง กวางเหมยฮวาคู่หนึ่ง เป็ดสีขาวขนาดใหญ่สิบตัว อาชาชั้นดีหนึ่งคู่ และยังมีอาหารทะเลอย่างปลาแห้ง กุ้ง และสาหร่ายทะเลที่เป็นของขึ้นชื่อซึ่งนิยมกันเป็นอย่างมาก ทั้งยังมีสินค้าอีกหลากหลายที่น่าสนใจ อย่างเห็ดป่าหลากชนิดหลายจิน ผ้าฝ้ายเคลือบไขกันน้ำลวดลายสวยงามหลายพับ เสื้อคลุมขนเป็ดหกตัว… และยังมีพืชผักดองอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งหัวไชเท้า ผักกาดดอง และของกินเล่นอย่างเมล็ดสน ถั่วลิสง เมล็ดทานตะวัน ทั้งหมดนั้นทำให้เขาอดยิ้มอย่างพอใจขึ้นมาไม่ได้
นับตั้งแต่ขึ้นครองบัลลังก์เขาก็ได้เห็นรายการเครื่องบรรณาการที่มีค่ามามากมายเช่น เครื่องเงิน เครื่องทอง หยกน้ำงาม เครื่องประดับ ถ้วยชามโบราณต่าง ๆ ที่ล้วนเป็นของประณีต… “เรามีปลาและผักดองแล้ว ต้องให้ห้องเครื่องทำปลาต้มผักดองเป็นมื้อเย็นเสียหน่อย”
“กระหม่อมจะรีบไปแจ้งนางกำนัลห้องเครื่องให้เตรียมเครื่องเสวยตามรับสั่งพ่ะย่ะค่ะ” หัวหน้าขันทีฉวนฝูที่เคยถวายงานรับใช้จักรพรรดิเทียนฉีรีบรับคำ ตอนนี้เว่ยเฉิงครองบัลลังก์แล้ว ทว่าเขาก็ยังคงรับหน้าที่หัวหน้าขันทีอยู่เช่นเดิม เมื่อได้ยินรับสั่งของฝ่าบาทก็รีบค้อมศีรษะลงอย่างรวดเร็ว “เจ้าเมืองหลิวช่างคิดดีจริง เขายังจำเครื่องเสวยที่ฝ่าบาททรงโปรดได้ด้วย”
เขา หลิวเหิง และเหยียนซีก็ไม่ต่างอะไรจากสหายเก่า ทุก ๆ ปีหญิงสาวจะส่งคนเข้าเมืองหลวงเพื่อส่งของขวัญให้ฝ่าบาทผ่านเขาที่เป็นขันทีใกล้ชิด นอกจากนี้ฉวนฝูยังรู้ด้วยว่าเว่ยเฉิงปกป้องหลิวเหิงต่อหน้าพระพักตร์จักรพรรดิผู้ล่วงลับมาก่อน ดังนั้นเขาจึงพูดติดตลกออกมาได้
เว่ยเฉิงยิ้มแล้วส่ายหน้า “หลิวเอ้อร์หลางกำลังวางแผนที่จะให้ข้าช่วยเพิ่มยอดขายให้สินค้าของเขาต่างหาก” จากนั้นเขาก็ส่ายหน้าอีกครั้ง “ไม่ หลิวเหิงไม่ใช่คนที่จะคิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาได้หรอก”
“พ่ะย่ะค่ะ เมื่อพูดถึงทักษะทางการค้าแล้ว กระหม่อมเองก็คิดว่าท่านหญิงเหยียนเป็นคนที่มีความสามารถนี้ในระดับที่สูงมากจริง ๆ แม้จะเป็นเพียงโอกาสเล็ก ๆ น้อย ๆ ท่านหญิงเหยียนก็สามารถคิดหาทางออกเป็นช่องทางทำเงินได้”
เว่ยเฉิงยิ้ม มีเพียงเหยียนซีเท่านั้นที่จะวางแผนอะไรเช่นนี้ขึ้นมาได้ ย้อนไปก่อนหน้านี้ที่ชิงหลง นางให้เขาดื่มชาคลายร้อน นั่นเป็นเพราะนางต้องการจะให้ชาคลายร้อนนั่นเป็นที่นิยมด้วยใช่หรือไม่
“เอาเมล็ดทานตะวัน ถั่วลิสง และของกินเล่นมาลองชิมหน่อยสิ”
เมื่อฉวนฝูที่รออยู่ใกล้ ๆ ได้ยินคำพูดของเว่ยเฉิงก็รีบขอให้ขันทีอีกคนไปหยิบของมา ไม่นานกล่องของว่างแบบแบ่งช่องก็ถูกนำเข้ามา
“เมล็ดสนนี่ปอกแล้วอย่างนั้นหรือ?” เว่ยเฉิงมองถั่วและผลไม้ในกล่อง ลูกสนนั้นหากินได้ยาก เขาเอาเมล็ดสนหนึ่งเม็ดมาบีบแล้วโยนเข้าปาก มันมีรสชาติหวานเค็มเล็กน้อย มีเพียงเหยียนซีเท่านั้นที่จะคิดอะไรเช่นนี้ออกมาได้ ในเรื่องอาหารนั้นนางมักจะคิดของอร่อยใหม่ ๆ ขึ้นมาได้เสมอ ทุกวันนี้โจวหงเองก็ยังคงชื่นชมซี่โครงตุ๋นและข้าวหมากต้มใส่ไข่ของนางอยู่ตลอด
แม้จะเคยกินฝีมือห้องเครื่องมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังพบว่ายังสู้ของหญิงสาวไม่ได้
เว่ยเฉิงค่อย ๆ แกะเมล็ดทานตะวันและเมล็ดสนออกมาพินิจดูและครุ่นคิดอยู่ในใจ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็คว้ามันมาเพิ่มอีกครั้ง จนในที่สุดก็พบว่าของกินเล่นนั้นหมดกล่องเสียแล้ว “สินค้าพิเศษจากเหลียวโจวน่าสนใจจริง ๆ เอากล่องของกินเล่นเหล่านี้ส่งให้ขุนนางอาวุโสสักสองสามกล่องเถอะ” เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดปากแล้วกล่าวกับฉวนฝู
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” ฉวนฝูตอบรับอย่างรวดเร็วและเห็นถึงความสำคัญของหลิวเหิงและเหยียนซีในพระทัยของฝ่าบาทอย่างแท้จริง