บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 392 ประตูบานใหม่ที่เปิดออก

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
  4. บทที่ 392 ประตูบานใหม่ที่เปิดออก
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 392 ประตูบานใหม่ที่เปิดออก

หลิวเหิงแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานในอำเภอต่าง ๆ จากนั้นนายอำเภอทั้งสิบเจ็ดคนก็ถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม นั้นคือกลุ่มที่มีผลงานและกลุ่มที่ไม่มีผลงาน กลุ่มที่ไม่มีผลงานจะถูกเลือกปฏิบัติ ตอนนี้นายอำเภอคังผิงเริ่มรู้สึกว่าตนเองไม่มีพรรคพวกขึ้นมา

หลังชายหนุ่มพูดจบ เขาก็มองนายอำเภอทั้งหมดแล้วพูดขึ้น “ฝ่าบาททรงมีความคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหลียวโจวของพวกเราจะพัฒนามากขึ้นกว่านี้ ดังนั้นพวกท่านทุกคนก็ต้องกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือแบ่งเบาหน้าที่และความคาดหวังนี้ด้วย ไม่ต้องห่วงว่าข้าจะปล่อยให้พวกท่านพยายามทำงานหนักอย่างโดดเดี่ยว ฝ่าบาททรงเล็งเห็นถึงความตั้งใจในการทำงานของขุนนางท้องถิ่นอย่างเรา นับประสาอะไรกับเพื่อนร่วมงานที่ทุ่มเททำงานอย่างหนักมาร่วมกัน ตอนที่ข้ารับตำแหน่ง ข้าก็ฝันถึงความรุ่งเรืองของเหลียวโจวอยู่เสมอ อีกสามปีข้างหน้า เมื่อการประเมินมาถึงสิ่งที่จะรายงานไปก็คงสุดแต่พวกท่านจะแสดงผลงานแล้ว”

นายอำเภอทั้งหมดที่ฟังอยู่พากันตกใจ แล้วมองไปทางหลิวเหิงเป็นตาเดียว ‘เขาวางแผนจะรายงานผลงานอย่างไรงั้นหรือ’

ชายหนุ่มเอากระดาษที่แจกให้ทุกคนก่อนหน้านี้กลับมา “ข้ารู้ว่าเพื่อนร่วมงานทุกท่านในที่นี้ล้วนแต่เป็นคนที่มีความสามารถ และด้วยการปกครองของท่าน ราษฎรย่อมต้องเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้น สำหรับแต่ละคนแล้วคำว่าความรุ่งเรืองที่ว่าอาจจะต่างกันออกไป มันวัดคุณค่าได้ยาก ดังนั้นต่อไปนี้หลังจากการเก็บภาษีเสร็จสิ้นตามกำหนดเวลา ข้าจะประเมินผลงานของทุกอำเภอด้วยหลักเกณฑ์เดียวกันปีละหนึ่งครั้ง”

หลิวเหิงเอ่ยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ที่จะใช้วัดผลงานของแต่ละอำเภอ และอธิบายหลักเกณฑ์ทั้งหมดอย่างละเอียด

หลักเกณฑ์ของกรมพลเรือนในการประเมินผลงานของขุนนางแต่ละตำแหน่ง จะดูจากความสำเร็จในพื้นที่ใต้บังคับบัญชาของขุนนางคนนั้น จากนั้นก็เปรียบเทียบกับอำเภออื่น ๆ คนที่มีผลงานโดดเด่นจะถูกรับเลือกให้เลื่อนขั้นในปีนั้น ๆ

“เราจะไม่เปรียบเทียบกันเองกับอำเภออื่น ๆ แต่เปลี่ยนเป็นเปรียบเทียบกับผลงานเก่าของตนเอง ตัวอย่างเช่น อำเภอซินเย่ ปีที่แล้วเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ปริมาณเท่าใด ปีต่อมาทำได้มากขึ้นเท่าไหร่ แน่นอนว่าปริมาณผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้มากขึ้นจะต้องมาจากความพยายาม และความเอาใจใส่ในหน้าที่ของทุกคนในการช่วยเหลือกันพัฒนาท้องที่ ส่วนกลางของเหลียวโจวจะจัดลำดับสามอำเภอที่นายอำเภอมีผลงานโดดเด่น แล้วส่งป้ายยกย่องความสามารถไปยังที่ว่าการอำเภอที่ได้รับเลือก เมื่อครบสามปีของการประเมินแล้ว นายอำเภอที่ได้รับป้ายยกย่องทุกคนจะมีโอกาสได้รับการประเมินระดับสูงในการรายงานแก่กรมพลเรือน”

การประเมินของกรมพลเรือนจะแบ่งผลงานของขุนนางออกเป็น ระดับสูงสุด ระดับสูงปานกลาง ระดับสูง ระดับกลางสูงสุด และลดหลั่นกันไปเรื่อย ๆ จนถึงระดับต่ำสุด ตราบใดที่ถูกประเมินออกมาในระดับสูง มันก็มีโอกาสที่จะได้เลื่อนตำแหน่ง ใครจะยอมอยู่ในตำแหน่งขุนนางขั้นเจ็ดจนแก่เฒ่ากันเล่า ข้อเสนอของหลิวเหิงทำให้นายอำเภอทั้งสิบเจ็ดคนแอบลิงโลดในใจ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นจิ้นซื่อ เมื่อพวกเขาได้เลื่อนตำแหน่งก็จะมีโอกาสมากที่จะได้เป็นขุนนางขั้นหก

“แน่นอนว่าผู้ที่ได้รับการประเมินให้อยู่ในลำดับต่ำ ๆ ติดต่อกันทั้งสามปี ก็ต้องถูกรายงานผลงานในระดับต่ำสุดไปยังกรมพลเรือนด้วยเช่นกัน”

ทันทีที่พูดจบ เจ้าหน้าที่ที่ว่าการก็เอาป้ายยกย่องสามใบที่มีตัวอักษรสีทองสลักว่า ‘นายอำเภอยอดเยี่ยม’ ตัวใหญ่ตรงกลาง และตามด้วยตัวอักษรเล็ก ๆ ด้านล่างว่า ‘มอบดวงใจแก่สวรรค์และโลกนี้ สร้างโชคชะตาที่ดีแก่ผู้คน’ มันเป็นป้ายยาวจนอ้าแขนถือไม่ได้ แต่สามารถแขวนไว้ในสำนักงานที่ว่าการและมองเห็นได้อย่างชัดเจน

เหยียนซีคิดถึงการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณอย่างยุคใหม่ในงานสำคัญต่าง ๆ ที่มีโล่และดอกไม้ซึ่งไม่ได้นับว่าน่าดึงดูดใจอะไรมากนัก แต่สิ่งที่ทุกคนสนใจคือหากได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนายอำเภอดีเด่น พวกเขาจะได้รับเงินหนึ่งร้อยตำลึงตอบแทนผลงานมากกว่า

มันเป็นแรงจูงใจที่ผสานกันระหว่างชื่อเสียงและเงินทองอย่างแท้จริง หากนายอำเภอคนนั้นไม่ได้เรียกรับสินบน เงินหนึ่งร้อยตำลึงก็ไม่นับว่าน้อยเลย

นายอำเภอบางคนเป็นเพียงชาวบ้าน พวกเขาเก่งเรื่องการทำงาน แต่ไม่ได้เก่งเรื่องการเจรจา เมื่อได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นจนน้ำตาแทบไหล ผลงานและความตั้งใจของพวกเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้อื่น ทว่าพวกเขาไม่มีใครมาเห็นถึงความพยายามในการทำงาน ทั้งยังไม่รู้ว่าควรจะต้องเข้าหาผู้บังคับบัญชาอย่างไร และไม่รู้ว่าจะต้องเล่นการเมืองแบบไหนอีกด้วย

ทุกครั้งที่มีเจ้าหน้าที่มาประเมินผลงาน คนที่มีเส้นสายจะเริ่มเดินทางไปมอบของกำนัล อย่างนายอำเภอปราการฮูเหล่า เขาอยู่ในตำแหน่งนายอำเภอจนผมเป็นสีดอกเลา และทำงานที่นี่มามากว่าสิบสี่ปี เรียกได้ว่าเป็นดั่งสุนัขเฝ้าป้อมปราการ เขามักยุ่งอยู่กับการป้องกันชายแดนเพราะกลัวว่าจะมีข้าศึกเข้ามารุกราน

หากหลิวเหิงทำทุกอย่างตามที่อธิบายไว้จริง ๆ พวกเขาก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรมในการประเมินอีก

ยิ่งไปกว่านั้น ชื่อเสียงของเจ้าเมืองหลิวทำให้ทุกคนเชื่อว่าคำมั่นของหลิวเหิงไม่ใช่เรื่องไร้สาระ จักรพรรดิทรงยกย่องเขาว่าเป็นขุนนางที่มีความสามารถ อีกทั้งเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางที่เพิ่งเดินทางมาตรวจสอบและกลับไปเมืองหลวงก็ชื่นชมเช่นกัน ใคร ๆ ต่างทราบดีว่าแม้เจ้าเมืองหลิวจะมีชื่อเสียงเรื่องการหาเงิน แต่เงินเหล่านั้นไม่เคยเข้ากระเป๋าเขาเลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งสำคัญคือครอบครัวของเขาไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง เพราะเขามีภรรยาเป็นท่านหญิงที่เก่งกาจเรื่องการค้าขายจนมีรายได้มหาศาล

เจ้าเมืองที่มีภูมิหลังเช่นนี้จะมีใครที่ไม่เชื่อในคำพูดของเขาได้ ตอนที่เขายังเป็นเพียงนายอำเภอขั้นเจ็ดในซินเย่ยังกล้าที่จะเผชิญหน้าและต่อสู้กับคนอย่างอันอ๋อง ขณะนี้ความกล้าของเขาคงเพิ่มมากขึ้นอีก

ต่อให้มีนายอำเภอคนไหนพยายามเข้าหาเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ เพื่อให้การประเมินออกมาเป็นที่น่าพอใจ แต่หากได้รับการประเมินระดับต่ำสุดจากเจ้าเมืองหลิว แล้วจะมีใครกล้าเลื่อนตำแหน่งให้ได้ ท้ายที่สุดก็ไม่มีใครต้องการจะทำลายอนาคตตนเองด้วยเงินเพียงเล็กน้อยเหล่านี้

เช่นนั้นพวกเขาควรทำอย่างไรงั้นหรือ?

ไม่มีทางอื่นนอกจากพยายามสร้างผลงานที่ดีออกมา!

“ตอนนี้ทุกท่านน่าจะเข้าใจเจตนาของข้าแล้ว เราจะยกเอาซินเย่และหวงหลงเป็นตัวอย่าง ต่อไปข้าจะให้นายอำเภอสวีมาอธิบาย ว่าสาเหตุที่ซินเย่มีผลงานที่ดีนั้นเกิดขึ้นจากสิ่งใดบ้าง รองเจ้าเมืองหวังเองก็จะช่วยชี้แนะเรื่องวิธีการเพิ่มผลผลิตของแต่ละพื้นที่ เราได้หารือกับชาวนาที่เชี่ยวชาญเรื่องการทำไร่นาให้ได้ผลผลิตดีแล้ว หลังจากที่ทุกคนได้ฟัง นายอำเภอทุกท่านต้องจดบันทึกและเขียนข้อเสนอแนะออกมา ว่าสามารถนำตัวอย่างเหล่านี้ไปใช้กับอำเภอของตนเองได้อย่างไรได้บ้าง และหากมีหนทางที่คิดขึ้นมาได้เพิ่มเติมจากที่ได้รับการชี้แนะในครั้งนี้ พวกท่านก็สามารถเสนอเข้ามาได้เช่นกัน”

“ผู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยานจะเร่งหาทางออกของปัญหา ส่วนผู้ที่ไร้ความพยายามจะมักคร่ำครวญถึงความยากลำบาก เมื่อรับราชการก็ควรที่จะเรียนรู้ความสำเร็จของผู้อื่นเอาไว้และนำไปปรับใช้กับงานของตนเอง หากทำเช่นนั้นพวกท่านจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้อย่างสมภาคภูมิ และรับเงินเดือนจากราชสำนักด้วยการสนองงานแด่จักรพรรดิอย่างสุดความสามารถ ให้สมกับที่พระองค์ทรงคาดหวังในตัวพวกเรา”

“ขอรับ ข้าจะจำใส่ใจและทำงานเต็มที่!” นายอำเภอทั้งสิบเจ็ดคนตอบรับพร้อมกัน

“เอาละ ข้าจะไม่อ้อมค้อมให้มากความอีก เราหารือกันก่อน พรุ่งนี้ช่วงบ่าย ๆ หากใครมีความคิดเห็นใด ๆ ก็สามารถเสนอมาที่ข้าเพื่อเอาไปหารือกับทุกคนได้” หลิวเหิงพูดก่อนจะลุกขึ้นและจากไปกับรองเจ้าเมืองหวัง เพื่อกลับไปยังสำนักงานของตน เหลือเพียงเหล่านายอำเภอและเจ้าหน้าที่อาลักษณ์ที่มีหน้าที่จดบันทึกสิ่งที่พวกเขาหารือกันในวันนี้

การประชุมครั้งนี้ถูกกำหนดเวลาไว้เพียงสามวันเท่านั้น หมายความว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เหล่านายอำเภอทั้งหมดจะต้องทำการศึกษาพูดคุยกันทั้งวันทั้งคืน และส่งรายงานกับแผนการทั้งหมดก่อนออกเดินทางกลับพื้นที่

มันเป็นครั้งแรกที่เหยียนซีรู้ว่าในยุคโบราณก็มีการทำงานของขุนนางในท้องถิ่นอย่างจริงจัง อีกทั้งพยายามใช้การศึกษามาเป็นตัวช่วยในการพัฒนาบ้านเมือง และดำเนินงานด้วยการระดมทรัพยากรทั้งหมดของท้องถิ่นตนออกมาหาหนทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อย่างมีคุณภาพด้วย

ตอนที่หลิวเหิงเป็นนายอำเภอซินเย่ สวีมู่เจี๋ยเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ในที่ว่าการ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้แบ่งปันเพียงประสบการณ์ของตนเองเท่านั้น แต่ยังสามารถเล่าเรื่องการทำงานของหลิวเหิงตอนที่ยังเป็นนายอำเภอได้อีกด้วย

เรื่องสำคัญที่ถูกนำมาเป็นตัวอย่างคือการพยายามจัดการกับขบวนการค้าเกลือในอดีต มีการอธิบายในที่ประชุมว่าที่ว่าการอำเภอพยายามเข้าไปเป็นตัวกลางในการจัดการระหว่างพ่อค้าและชุมชนอย่างไร เพื่อที่จะสามารถหารายได้ให้แก่ท้องถิ่นของตน จากนั้นก็มีการจัดการรายได้ที่รับมา ก่อนจะกระจายสู่ชาวบ้าน และเอาพวกมันไปสร้างประโยชน์แก่ราษฎร เช่น การนำเงินไปจ้างแรงงานเกณฑ์ หรือนำไปซื้อผลผลิตต่าง ๆ มาขายต่อเพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มมากขึ้น เมื่อมีสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ความมั่นคงในชีวิตของพวกเขาก็ตามมา

ส่วนกลางใช้คำพูดอย่างไรในการเจรจากับชาวบ้านและกลุ่มต่าง ๆ ทำอย่างไรจึงสามารถรับสมัครกลุ่มอันธพาลให้มาทำหน้าที่เป็นหน่วยลาดตระเวนได้ ทุกคนต่างได้ข้อสรุปว่าไม่มีกลุ่มคนใดที่ไร้ประโยชน์ มันขึ้นอยู่กับว่าผู้นำสามารถดึงเอาศักยภาพของพวกเขามาเป็นแรงงานให้อำเภอได้หรือไม่เท่านั้น

หลังจากที่ได้ฟังแล้ว เหล่านายอำเภอต่างก็รู้สึกว่าพวกเขาได้เปิดหูเปิดตาขึ้นมา หากให้บัณฑิตและเหล่าขุนนางมาตัดสิน เหล่าอันธพาลจะนับว่าเป็นคนที่ใช้การได้ดีได้อย่างไร การบังคับเก็บภาษีจากขบวนการค้าด้วยการซื้อขายก็ไม่นับว่าเป็นการรีดไถด้วยกำลัง และพวกเขาก็ยังไม่สามารถคัดค้านได้อีกด้วย คาราวานการค้ายอมจ่ายเงินความสะดวกและผลประโยชน์ของตนเอง ดังนั้นจึงสามารถทำเงินให้ชาวบ้านได้มาก

เมื่อกลับมาย้อนคิดว่าเจ้าเมืองหลิวก็ยังทำเรื่องอื่น ๆ อีก เช่น การจัดชุมนุมกวีเพื่อหาเงิน วิถีทางในการทำงานของเจ้าเมืองหลิวผู้นี้ทำให้นายอำเภอหลายคนในเหลียวโจวรู้สึกราวกับมีประตูบานใหม่เปิดออกมาต่อหน้าตนเอง

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 392 ประตูบานใหม่ที่เปิดออก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

browniee.onlinee1811d354
เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นภรรยาคนโปรดของหัวหน้ากองพัน
2026-06-16
5b001d114125
เย้ารักท่านอ๋องเผด็จการ
2024-02-04
ดาวน์โหลด (1)
ยอดหญิงอันดับหนึ่ง
2022-09-05
84-212×300
พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
2026-06-14

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน