บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 390 มอบหูหลัวปัว

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
  4. บทที่ 390 มอบหูหลัวปัว
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 390 มอบหูหลัวปัว

คนที่ทางการส่งมาตรวจสอบบัญชีนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ระดับห้าจากกรมคลัง และยังมีสกุลที่ดีอย่างสกุลเหยียน

หลังจากหลิวเหิงได้รับจดหมายจากเฉินโหย่วฝู เขาก็ยิ้มกับตนเองด้วยอาการสงบ และเตรียมการทุกอย่างไว้รอผู้ตรวจสอบที่เดินทางมายังอิงเฉิง ชายหนุ่มทำทุกอย่างตามมารยาท เขาพารองเจ้าเมืองหวังและเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ออกมารอต้อนรับ

ก่อนที่เจ้าหน้าที่เหยียนจะเดินทางไปตรวจสอบบัญชี จักรพรรดิก็ทรงรับสั่งให้เขาเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ที่ห้องทรงอักษร และตรัสกับเขาเพียงสั้น ๆ ว่า ‘ตรวจสอบอย่างโปร่งใส’

ดังนั้นเมื่อเขามาถึงอิงเฉิงและพบว่าเจ้าเมืองหลิวรอต้อนรับอยู่ ทันทีที่เขาลงจากรถม้าก็รีบเข้ามาหาชายหนุ่มแล้วกล่าว “เจ้าเมืองหลิว ข้าได้รับคำสั่งให้มาตรวจสอบสถานการณ์และบัญชีที่เหลียวโจว โปรดให้ความร่วมมือในการซักถามครั้งนี้ด้วยขอรับ”

ก่อนที่เขาจะเดินทางมาที่นี่ก็ได้ตรวจสอบหนังสือต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน ทั้งจดหมายลับและบัญชีที่เจ้าเมืองหลิวส่งไปชี้แจงยังเมืองหลวงแล้ว เขาอ่านมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อเดินทางเข้าเขตเหลียวโจวก็ยังสังเกตอย่างใกล้ชิด และพบว่าชาวบ้านที่นี่ยังดูยากจนอยู่ แต่เขากลับเห็นว่าพวกเขาเป็นคนยากจนที่ดูมีความหวังในแววตากว่าชาวบ้านยากไร้ที่เขาเคยพบมาก่อนหน้า

ชาวบ้านทั่วไปในเมืองหลวงและชานเมืองมักจะชอบอวดตัวว่ารู้มาก และในสถานที่เหล่านั้น ผู้ยากไร้ที่ยากจนมีแต่จะต้องลำบากและอดตาย ไม่ว่าจะมองอย่างไรพวกเขาก็จะดูโศกเศร้าเสมอ

แต่สำหรับคนในเหลียวโจว พวกเขาล้วนมีสีหน้าเบิกบาน บางคนกระทั่งร้องเพลงระหว่างอยู่ในทุ่งนา ภาพเช่นนี้บ่งบอกว่าพวกเขามีความหวังว่าชีวิตนี้จะดีขึ้นต่อไป

นอกจากนี้หัวหน้าเหยียนยังรู้สึกว่าการเดินทางมาตรวจสอบครั้งนี้ของเขาจะราบรื่น หากดำเนินการอย่างถ่อมตนไปก่อน

หลิวเหิงทักทายหัวหน้าเหยียน จากนั้นก็ส่งเข้าไปยังที่พักที่เตรียมเอาไว้ให้พลางพูดด้วยรอยยิ้ม “หน้าที่ของหัวหน้าเหยียนคือการตรวจสอบความถูกต้องและความผิดปกติ หากท่านขาดเหลือสิ่งใดสามารถแจ้งกับเจ้าหน้าที่ทุกคนในที่ว่าการได้นะขอรับ” จากนั้นเขาก็หันกลับไปเอ่ยกับรองเจ้าเมืองหวังและคนอื่น ๆ “หากหัวหน้าเหยียนมีข้อสงสัยใด ๆ ทุกคนต้องตอบตามความจริงอย่างตรงไปตรงมา”

ทุกคนยิ้มและรับคำอย่างเป็นธรรมชาติ หัวหน้าเหยียนเองก็รีบกล่าวขอบคุณซ้ำยังเอ่ยติดตลกขึ้นมา “เจ้าเมืองหลิวเป็นคนตรงไปตรงมาเช่นนี้ ดูเหมือนว่าการเดินทางมาถึงที่นี่ของข้าอาจจะไร้ประโยชน์แล้ว”

“จะไร้ประโยชน์ไปได้อย่างไรขอรับ อย่างน้อยก็สามารถใช้โอกาสนี้ที่ท่านมาถึงเหลียวโจวในการดื่มร่วมกันได้” หลิวเหิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “หลังจากเสร็จสิ้นการตรวจสอบแล้ว พวกเราสามารถพาหัวหน้าเหยียนไปชมเขื่อนที่แม่น้ำหุนได้นะขอรับ ตอนนี้ที่เขื่อนกำลังสวยงาม ที่นั่นมีดอกไม้บานสะพรั่งและส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ ทิวทัศน์ตรงนั้นแปลกตาไม่เหมือนที่ใดในเหลียวโจว”

รองเจ้าเมืองหวังยิ้มแล้วกล่าวต่อ “หัวหน้าเหยียนโปรดตรวจสอบอย่างรอบคอบนะขอรับ หากบกพร่องไป ชื่อเสียงของท่านเจ้าเมืองคงจะไม่เป็นที่ประจักษ์”

จากนั้นทุกคนก็หัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน

หลิวเหิงหันไปเอ่ยกับผู้ตรวจการจ้าว “ผู้ตรวจการจ้าว ระหว่างที่หัวหน้าเหยียนตรวจสอบ ข้ามอบหมายให้เจ้าอยู่อำนวยความสะดวกให้แก่เขาตลอดเวลา”

“ใต้เท้า?” ผู้ตรวจการจ้าวตะลึง และอดไม่ได้ที่จะมองหน้าอีกฝ่าย ดวงตาของหลิวเหิงไม่ได้ยิ้มตามใบหน้า เมื่อเขาเห็นดังนั้นจึงรีบค้อมศีรษะแล้วตอบรับทันที “ขอรับใต้เท้า”

หลิวเหิงหันกลับไปมองหัวหน้าเหยียนอีกครั้ง “หัวหน้าเหยียน ขุนนางจากที่ว่าการท่านนี้คือผู้ตรวจการจ้าว เขาคุ้นเคยกับกฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ ของแคว้น และยังเข้าใจความเป็นไปต่าง ๆ ของเหลียวโจวด้วย โปรดให้เขาช่วยอำนวยความสะดวกให้ในการตรวจการครั้งนี้นะขอรับ”

แน่นอนว่าหัวหน้าเหยียนไม่ปฏิเสธ ผู้ตรวจการจ้าวเดินตามอยู่ด้านหลังเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ สีหน้าเขาดูไม่พอใจเล็กน้อยแต่ก็ต้องยิ้มออกมา ตอนนี้หลิวเหิงรู้แล้วว่าเขาเป็นผู้เขียนจดหมายลับนั่น แต่ไม่แน่ใจว่าคราวนี้อีกฝ่ายมีแผนอย่างไร

หลังจากที่ส่งหัวหน้าเหยียนให้เข้าพักที่หน่วยงานไปรษณีย์แล้ว เจ้าหน้าที่ที่มารอต้อนรับก็แยกย้ายกันออกไปโดยไม่มีการเลี้ยงต้อนรับแต่อย่างใด

ในวันรุ่งขึ้น หัวหน้าเหยียนรู้สึกเบิกบานใจ เขาเริ่มพาคนของตนเองไปทำหน้าที่ โดยมีผู้ตรวจการจ้าวเป็นผู้นำทางไปยังที่ต่าง ๆ

หลิวเหิงบอกเจ้าหน้าที่ทุกคนว่าให้เปิดเผยทุกสิ่งแก่หัวหน้าเหยียน และปล่อยให้เขาตรวจสอบได้ทุกซอกมุมโดยไม่ต้องขัดขวาง ทว่าตัวชายหนุ่มเองกลับไม่อยู่ที่อิงเฉิง เขาพาคนสองถึงสามคนออกไปยังชุมชนการค้าชายแดน

หัวหน้าเหยียนตรวจสอบทุกอย่างซ้ำไปซ้ำมา แต่เขากลับพบเรื่องราวไม่กี่อย่าง ตอนที่หลิวเหิงเป็นนายอำเภออยู่ที่ซินเย่ เขาทุจริตจริง ๆ และเมื่อเป็นเจ้าเมืองเหลียวโจวก็เรียกรับเงินและของกำนัลจำนวนมากจากหลายตระกูล อีกทั้งสิ่งที่ร้ายแรงที่สุดคือการรับเงินจากงานชุมนุมกวีที่จัดขึ้น

สิ่งเหล่านี้ถูกบันทึกเอาไว้ทั้งหมด จากนั้นหัวหน้าเหยียนก็เรียกบัณฑิตที่เข้าร่วมการชุมนุมกวีมาซักถาม “เนื่องจากข้าน้อยได้รับคำชี้แนะด้านการเขียนจากใต้เท้าหลิว ทำให้ทัศนคติด้านการเขียนของข้าน้อยเปิดกว้างมากขึ้น เงินเหล่านั้นที่มอบให้เป็นค่าน้ำร้อนน้ำชานับว่าเล็กน้อย เมื่อเทียบกับประสบการณ์ที่ได้รับขอรับ สำหรับทุกคนแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเงินเหล่านี้เลย ตราบใดที่ใต้เท้าหลิวยินดีที่จะมอบคำชี้แนะให้ ต่อให้พวกข้าน้อยต้องจ่ายมากกว่านี้ก็ยินดี”

ทันใดนั้นอีกคนก็คร่ำครวญขึ้นมา “ข้าน้อยรอมาสามเดือนแล้ว แต่กลับยังไม่มีโอกาสเข้าร่วมเสียที ใต้เท้าจะไม่ยกเลิกชุมนุมกวีเพราะถูกตรวจสอบใช่หรือไม่ขอรับ”

หัวหน้าเหยียนคิดกับตนเอง ‘เจ้าเมืองหลิวที่มีชื่อเสียงในเรื่องการหาเงินคนนั้นเลือกใช้วิธีการที่น่าสนใจเช่นนี้เองสินะ’

บัณฑิตที่เข้ามาให้การล้วนมีชื่อและที่อยู่ ซึ่งสามารถยืนยันตัวตนอย่างชัดเจนครบถ้วนได้

เขาเรียกแรงงานเกณฑ์ที่เคยถูกว่าจ้างมาซักถามบ้าง “หากใต้เท้าหลิวไม่รับพวกเรามาเป็นแรงงานเกณฑ์ ในฤดูหนาวพวกเราคงอดตายกันหมดตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วขอรับ”

“ใต้เท้าหลิวสวมเสื้อผ้าเก่ายิ่งกว่าเหล่าคหบดีในอำเภอของเรา ท่านยังจะมองว่าใต้เท้าเป็นขุนนางฉ้อฉลได้อีกงั้นหรือ”

หัวหน้าเหยียนไม่กล้าถามต่อ เขากลัวว่าหากถามต่อไปอีกสักสองถึงสามเรื่อง ตนน่าจะถูกชาวบ้านโกรธเคืองและลงไม้ลงมือ

แต่เขาก็ไม่กล้าละเลยหน้าที่ ดังนั้นจึงตรวจสอบไปถึงเรื่องของท่านหญิงด้วย

เมื่อเหยียนซีได้ยินว่าหัวหน้าเหยียนต้องการตรวจสอบบัญชีของเธอโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า เธอก็ขอให้หลิวจงเซี่ยวนำจี๋เสียง หรูอี้ หลู่ฝู อาโซ่ว และคนอื่น ๆ รวบรวมบัญชีทั้งหมดของการค้าขายที่ตนทำส่งไปให้หัวหน้าเหยียน

เมื่อหัวหน้าเหยียนได้รับบัญชีกองสูงท่วมหัวก็ถึงกับอ้าปากค้าง

เขาใช้เวลาสิบวันในการตรวจสอบบัญชีของที่ว่าการเมืองเหลียวโจว และต้องใช้อีกยี่สิบวันในการตรวจสอบบัญชีของท่านหญิง

กิจการการค้าไม่กี่แห่งของท่านหญิงไม่นับว่าโดดเด่นเมื่อแรกเห็น แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะสร้างรายได้ให้นางอย่างมหาศาล และสามารถนำมาช่วยเหลือราชการของสามีได้จริง ๆ รายได้ต่อปีมีมากกว่าแสนตำลึงเงิน เหยียนซีมอบบัญชีในช่วงสามปีที่ผ่านมาให้ตรวจสอบ และเขายังพบว่ารายได้ของนางสูงขึ้นทุกปี ท่าทางว่าจะมากขึ้นอีกในปีนี้

หลังการตรวจสอบ หัวหน้าเหยียนก็มองไปทางเจ้าเมืองหลิวอีกครั้ง และพบว่าเขาเป็นสามีที่เชื่อฟังภรรยามาก ทั้งยังทำงานอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดี หัวหน้าเหยียนก็เดินทางกลับไป

หลิวเหิงรีบกลับจากการตรวจเขื่อนแม่น้ำหุนเพื่อกล่าวอำลา โดยไม่ถามด้วยซ้ำว่าผลการตรวจสอบเป็นอย่างไร ชายหนุ่มเพียงออกไปส่งตามมารยาท ทว่าไม่ได้จัดงานเลี้ยงแต่อย่างใด

หลังจากหัวหน้าเหยียนไปแล้ว เหยียนซีก็ถามหลิวเหิงขึ้น “ต่อไปชื่อเสียงของเจ้าเมืองหลิวคงจะเป็นที่โจษจันไปทั่วทั้งแผ่นดินแล้วสินะเจ้าคะ”

เขาถอนหายใจ “ต่อไปคงไม่สามารถปิดบังความจริงที่ว่าข้าเป็นสามีหัวอ่อนที่เชื่อฟังภรรยาได้อีกแล้ว”

หญิงสาวหัวเราะออกมาเสียงดัง “สามีไม่ต้องกังวลใจ นับจากนี้ข้าจะรับผิดชอบชื่อเสียงของท่านด้วยการเลี้ยงดูครอบครัวของพวกเราอย่างดีเองเจ้าค่ะ”

หลิวเหิงสำลักอากาศ เมื่อทุกอย่างกลายเป็นเช่นนี้ไปแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะกอดภรรยาตัวเล็กและซุกไซ้นาง

ระหว่างทางกลับเมืองหลวง หัวหน้าเหยียนก็ได้รับจดหมายลับที่กล่าวหาว่าผู้ตรวจการจ้าวแห่งเหลียวโจวรับสินบน บิดเบือนกฎหมาย และไม่สนใจความทุกข์ร้อนของชาวบ้านเมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งที่เติงโจว

ดังนั้นเมื่อหัวหน้าเหยียนกลับถึงเมืองหลวง เขาจึงถวายฎีกาเรื่องนี้ไปด้วย โดยแนบจดหมายลับและหลักฐานนี้

เมื่อเว่ยเฉิงได้รับฎีกาแล้วก็ยิ้มออกมา สามีภรรยาคู่นั้นทำร้ายผู้อื่นด้วยวิธีการใด สุดท้ายก็ต้องถูกเล่นงานด้วยวิธีการนั้น หลังได้รับรายงานเช่นนี้ เขาจึงให้คนไปตรวจสอบเรื่องราวในเติงโจวด้วย

เว่ยเฉิงกล่าวถึงรายงานที่ได้รับจากผู้ตรวจสอบในท้องพระโรง และสั่งให้คนไปพระราชทานคำยกย่องที่เหลียวโจว ตอนนี้ชื่อเสียงของหลิวเหิงถูกยกย่องไปทั่วทั้งแผ่นดินแล้ว

ในแง่ของผลงาน ความดีความชอบที่ชายหนุ่มมีในตอนนี้เพียงพอแล้วที่จะเลื่อนตำแหน่งให้เขา แต่เว่ยเฉิงยังไม่เต็มใจที่จะทำเช่นนั้น ยามนี้ความเป็นอยู่ของชาวบ้านและกิจการต่าง ๆ ในเหลียวโจวกำลังเป็นไปได้ด้วยดี ดังนั้นตนจึงหวังให้หลิวเหิงอยู่ทำงานที่เหลียวโจวต่อไปก่อน และก็ส่งเครื่องแบบขุนนางขั้นสามไปให้แทน

ท่าทีเช่นนี้ของฝ่าบาททำให้คนอื่น ๆ ตาร้อนผ่าวด้วยความอิจฉาริษยา

อย่างมากสุดในสามปี ราชสำนักกำลังจะมีขุนนางขั้นสามที่อายุเพียงยี่สิบ มันนับว่าเป็นการเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็วจนเกินความคาดหมายไปมาก

หลังจากหลิวเหิงรับพระราชทานเครื่องแบบและคำยกย่อง เขาก็มองเสื้อผ้าและสิ่งของที่ได้รับมา ก่อนจะหันไปยิ้มขมขื่นให้กับเหยียนซี “เหลียวโจวเป็นเมืองที่ยากจนมาก การจะเลื่อนขั้นในแต่ละครั้งต้องทำงานหนัก ฝ่าบาททรงเพิ่มความคาดหวังในตัวข้าด้วยการส่งสัญญาณว่าจะเลื่อนตำแหน่งให้งั้นหรือ”

ใช่ ตอนนี้เขายังเป็นเจ้าเมือง ทว่าฝ่าบาททรงบอกเป็นนัยว่าเขาสมควรจะได้เลื่อนตำแหน่ง เช่นนั้นเหตุใดจึงไม่เรียกตัวเขาจากเหลียวโจวเล่า มันไม่ง่ายเลยที่จะได้รับพระเมตตาจากฝ่าบาท เหยียนซีมองว่าฝ่าบาทกำลังแขวนหูหลัวปัว*[1]หลอกล่อพวกเขาอยู่ข้างหน้า พวกตนจะวิ่งเข้าไปกินมันหรือไม่ก็สุดแท้แต่ความต้องการอย่างนั้นสินะ

[1] หูหลัวปัว (胡萝卜) หัวแคร์รอต

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 390 มอบหูหลัวปัว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

browniee.onlinea7172f5c (1)
เมื่อฉันขายตัวให้แฟนเก่า
2026-06-16
browniee.onlinee1811d354
เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นภรรยาคนโปรดของหัวหน้ากองพัน
2026-06-16
book_detail_large
ยอดหญิงแห่งหมู่บ้านถงซาน
2023-04-23
61b47098oSVZSiEC
หมอผีแม่ลูกติด
2024-11-18

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน