ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 389 ชี้แจงด้วยข้อเท็จจริง
บทที่ 389 ชี้แจงด้วยข้อเท็จจริง
เหยียนซีอยู่เคียงข้างหลิวเหิงและคอยช่วยเหลือเขามาเป็นเวลานาน เธอรู้ดีถึงความทะเยอทะยานของอีกฝ่าย ดังนั้นตนจะทนให้เขาละทิ้งมันไปได้อย่างไร อีกทั้งความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมาของเขาก็จะต้องสูญเปล่า หญิงสาวคาดเดากับตนเองว่าเขาอาจจะกลัวเรื่องการมีบุตรยากนี้ มันคงเป็นความลับที่เขาไม่อยากจะให้รั่วไหลออกไป เพราะนี่เป็นเรื่องที่ไม่ว่ายุคไหน ๆ ต่างก็รู้สึกยากที่จะเปิดเผย
ดังนั้นหลังจากคิดเรื่องนี้แล้ว เธอก็คิดว่าหากสมควรแก่เวลา ตนก็เพียงต้องยอมรับกับคนอื่น ว่าเป็นตัวเองที่มีบุตรไม่ได้เพื่อช่วยรักษาหน้าของเขา เพราะถึงอย่างไรสตรีที่มีบุตรไม่ได้จะต้องทนทุกข์เพราะแม่สามีจะดุด่าและไม่พอใจ แต่เธอไม่มีทั้งบิดา มารดา แม่สามี และพ่อสามี ตราบใดที่หลิวเหิงไม่ผลักไส มันก็ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องกังวลแล้ว
หลังจากเกลี้ยกล่อมหลิวเหิงแล้ว เหยียนซีก็ตัดสินใจกับตนเองว่าหากทั้งคู่ถูกลิขิตมาแล้วว่าไม่อาจมีลูกเป็นมรดกสืบทอดได้ พวกตนก็จะต้องให้ผู้อื่นยกย่องในความสำเร็จในหน้าที่ขุนนางของหลิวเหิงแทน
ชายหนุ่มไม่ได้รู้ว่าเหยียนซีคิดเช่นนี้ เขาเพิ่งจะได้ฟังแผนการของอีกฝ่าย และมองว่านั่นเป็นทางออกที่ดีมาก ตอนนี้หากบอกทุกคนว่าเป็นเขาที่มีบุตรยาก มันก็ไม่มีใครสามารถมาตำหนิได้ ทั้งยังไม่มีใครกล้ามาว่าร้ายซีเอ๋อร์ แม้แต่จะเป็นผู้อาวุโสในตระกูลหลิว ตนก็ไม่มีทางยอมปล่อยให้เป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน
ทั้งสองต่างผ่อนคลายจากความกังวลในใจลงได้ และเริ่มคิดเรื่องที่ฝ่าบาททรงส่งจดหมายลับมาแจ้งก่อนหน้านี้ นั่นคือการหาทางปกป้องตนเอง
นี่นับว่าเป็นโอกาสที่ได้รับมา ชายหนุ่มมีโอกาสชี้แจงเรื่องราวต่าง ๆ ว่าตนเองทำความผิดจริงหรือไม่ และหากมีหลักฐานอะไรที่จะใช้ล้างมลทิน ตนก็สามารถเปิดเผยออกมาได้
หลังจากนั้นหลิวเหิงก็ไปพบรองเจ้าเมืองหวัง และขอให้เขาช่วยจัดการเรื่องเอกสารสำคัญ ส่วนเหยียนซีพาจี๋เสียงและหรูอี้ไปตรวจสอบบัญชีทั้งหมด ไม่กี่วันต่อมา คำชี้แจงของชายหนุ่มก็ถูกส่งเข้าเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว เขาไม่ต้องเขียนอะไรให้มากความ นอกจากส่งสมุดบัญชีและรายการทำงานทั้งหมดของที่ว่าการเหลียวโจวไป มันราวกับต้องการบอกขุนนางคนอื่น ๆ ว่าให้หยุดพูดเรื่องไร้สาระซะ และให้พูดคุยกันด้วยข้อเท็จจริง
ในรายการทั้งหมดที่ส่งมานั้นมีแผนการพัฒนาเหลียวโจวที่หลิวเหิงเตรียมเอาไว้ และยังเขียนลงไปด้วยว่าสิ่งใดดำเนินการลงไปแล้ว ทั้งยังวางแผนจะทำสิ่งใดต่อไป มันระบุว่าจะต้องใช้เงินแค่ไหน กำลังคนเพียงใด และระยะเวลาเท่าไหร่อย่างละเอียด
สมุดบัญชีนั้นหนาและไปด้วยรายรับรายจ่ายที่ทำอย่างละเอียดตั้งแต่วันแรกที่หลิวเหิงรับตำแหน่งนายอำเภอซินเย่ รายการเงินที่รับมานั้นรวมถึงเงินที่ได้มาจากพ่อค้าเกลือ เรื่อยมาจนถึงรายได้จากการจัดชุมนุมกวีครั้งล่าสุดที่อิงเฉิง ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็มีทั้งค่าใช้จ่ายที่เขาใช้ไปกับการพัฒนาอำเภอซินเย่ ค่าแรงที่จ่ายให้กับแรงงานทุกคน รวมถึงแรงงานเกณฑ์ และต้นทุนในการซ่อมแซมเขื่อน รายรับและรายจ่ายทั้งหมดสามารถอธิบายได้ถึงสิ่งที่ชายหนุ่มทำได้ นอกจากนี้มันยังมีรายละเอียดการใช้จ่ายของหลิวเหิงหลังได้รับเงินเดือนมาอีกด้วย
บัญชีเหล่านั้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ารายจ่ายมีมากกว่ารายรับ และเห็นด้วยว่าเงินที่ใช้เติมเข้าไปนั้นเป็นเงินส่วนตัวของเหยียนซี
บัญชีทั้งหมดถูกส่งไปแล้ว และหลิวเหิงก็ยังต้องทำหน้าที่ของตนเองต่อไป
ตอนนี้เดือนเจ็ดเดินทางมาถึงแล้ว เพื่อเพิ่มผลผลิตให้ได้มากกว่าปีที่ผ่านมา พวกเขาช่วยกันรวบรวมเมล็ดพันธุ์จากชาวนาอาวุโสทั่วทุกพื้นที่ และทำการเพาะกล้าอย่างจริงจัง ทั้งยังขุดคูน้ำเพิ่มหลายสาย ทำให้ผลผลิตที่เหลียวโจวเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แม้ทุกพื้นที่จะได้ผลผลิตมากถึงสี่ร้อยจินต่อหมู่ แต่ผลผลิตที่ได้ก็อยู่ราว ๆ สามร้อยจินต่อหมู่ มันนับว่าเป็นปริมาณผลผลิตที่มักจะเก็บเกี่ยวได้จากพื้นที่ที่มีดินอุดมสมบูรณ์
แต่ปีนี้พื้นที่หนึ่งหมู่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตเพิ่มขึ้นได้ถึงสองหรือสามจิน นับเป็นความสุขอันเปี่ยมล้นของชาวนา
นอกจากนี้หลิวเหิงยังกระตุ้นให้ทุกครอบครัวปลูกหัวไชเท้าและผักต่าง ๆ หลังเกี่ยวข้าว และปลูกผลไม้จำพวกแตงที่พอจะปลูกให้เติบโตต่อไปได้ในครึ่งปีหลังก่อนหน้าหนาวจะมาถึง ผักเหล่านี้ก็สามารถทำให้อิ่มท้องได้เช่นกัน
ถึงไม่อาจรู้ว่ารายได้และผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในปีนี้นั้นเป็นเพราะสวรรค์เมตตาด้วยหรือไม่ แต่ความพยายามในการแก้ปัญหาการขาดแคลนผลผลิตด้วยวิธีต่าง ๆ และหารือกับชาวไร่ชาวนาผู้มีประสบการณ์ พร้อมถ่ายทอดความรู้ไปทั่วทุกอำเภอของหลิวเหิงในที่สุดก็เห็นผลเป็นรูปธรรม เขาไม่ได้ใช้จ่ายเงินจำนวนมากไปอย่างเปล่าประโยชน์
หลังจากรายงานปริมาณผลผลิตฤดูใบไม้ร่วงจากอำเภอสุดท้ายของเหลียวโจวจบลง ที่ว่าการเมืองอิงเฉิงก็เต็มไปด้วยบรรยากาศชื่นมื่นของความยินดี ปีนี้เหลียวโจวเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากที่สุดในรอบยี่สิบปีตามบันทึกของที่ว่าการ
หลังจากชาวบ้านจ่ายภาษีฤดูใบไม่ร่วงเป็นเมล็ดข้าวแล้ว พวกเขาก็ยังมีอาหารเหลือเพียงพอไว้กินต่อ ทุกบ้านแทบจะร้องไห้ด้วยความดีใจและพากันคำนับไปทางอิงเฉิง
สวรรค์ประทานพรแก่เราแล้ว! ในที่สุดเหลียวโจวก็มีเจ้าเมืองดี ๆ อีกคนมาคอยปกป้องไม่ให้ราษฎรต้องอดตายในฤดูหนาว
หลังผ่านความยากลำบากและภัยสงครามมาหลายปีติดต่อกัน ความคาดหวังในการชีวิตของชาวบ้านที่นี่ก็เริ่มลดต่ำลง พวกเขาต้องการเพียงข้าวสารหยาบ ๆ ที่เหลือติดบ้านสักห้าถังหลังจ่ายภาษีไว้พอประทังชีวิตเท่านั้น เพียงได้กินครบสามมื้อและอิ่มท้อง พร้อมไม่ต้องอดมื้อเย็นก็ถือว่าเป็นชีวิตที่ดีแล้ว
แน่นอนว่าความสำเร็จนี้ไม่อาจเก็บไว้ชื่นชมกันเองได้ หลิวเหิงร่างฎีกาอีกฉบับและแนบสำมะโนประชาการในเหลียวโจว ปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น และข้อมูลอื่น ๆ ไปด้วย โดยรวบรวมข้อมูลทั้งหมดจากชาวบ้าน เพื่อที่จะส่งไปยังเมืองหลวงให้เร็วที่สุด
ฎีกานี้เดินทางไปถึงเมืองหลวง หลังจากส่งคำชี้แจงก่อนหน้าตามลำดับ
ชายหนุ่มบอกเหยียนซีด้วยความภาคภูมิใจว่า “ในที่สุดงานหนักที่พยายามทำมาก็ไม่สูญเปล่าแล้ว และปีนี้ผู้คนก็ดูจะมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิมมาก” จากนั้นเขาก็เอาจดหมายลับที่ถูกคัดลอกออกมาถือ “ซีเอ๋อร์ เจ้าลองเดาดูสิว่าผู้เขียนจดหมายฉบับนี้เป็นใคร ข้านั้นสืบจนเจอต้นตอแล้ว” การที่ฝ่าบาททรงส่งจดหมายลับฉบับนั้นให้แก่เขา ก็เพื่อให้เขาออกตามหาคนที่เขียนมันขึ้นมา นี่อาจจะเป็นการทดสอบจากพระองค์ด้วย
เหยียนซีกำลังเตรียมอาหารและสุราอย่างดี เมื่อเธอดูจดหมายนั่นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มขึ้น “พี่เอ้อร์หลาง ขอบคุณที่ท่านทำงานหนักเพื่อทุกคนมาโดยตลอดนะเจ้าคะ ท่านไม่ต้องกังวลกับคนร้ายผู้นี้หรอก ส่งให้ทางการดำเนินการตามกฎหมายเถิดเจ้าค่ะ”
ในอดีต เมื่อต้องเผชิญหน้ากับตระกูลสวีที่มีอำนาจมาก พวกเขาทำได้เพียงกล้ำกลืนความโกรธแค้นเอาไว้เท่านั้น แต่ตอนนี้พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงคนตัวเล็ก ๆ ที่ไร้ทางสู้อีกต่อไป และไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนดั่งหนูในรางน้ำอีกแล้ว
ด้วยอำนาจของโรงน้ำชาอวี่เซิ่นและสำนักนายหน้า จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะทราบว่าใครเป็นผู้ส่งจดหมายนี้จากหน่วยงานไปรษณีย์ไปยังเมืองหลวง
ข้อความลับเช่นนี้ต้องส่งด้วยคนใกล้ตัวของเจ้าของจดหมาย และช่วงเวลาที่ผ่านมาก็มีเพียงคนใช้ของฮูหยินผู้ตรวจการจ้าวที่ขี่ม้าออกไปส่งจดหมายนี้
ผู้ตรวจการจ้าวมีหน้าที่ดูแลและสืบสวนคดีความต่าง ๆ ในเมือง บางครั้งเขาก็รู้สึกว่าตนเองถูกละเลย หรือเป็นหลิวเหิงที่ทำให้เขารู้สึกว่ารองเจ้าเมืองหวังเป็นคนโปรดของอีกฝ่ายมากกว่า เมื่อไม่สามารถเอาชนะได้ และรวมกับเรื่องที่ฮูหยินจ้าวเอาแต่ดูถูกเหยียนซี ว่าเป็นเพียงเด็กสาวชาวนาแต่มาทำให้นางต้องลำบาก นางสร้างโรงครัวแจกโจ๊ก มอบเงินช่วยเหลือทางการ และซื้อวัสดุต่าง ๆ มากมายให้นับไม่ถ้วน ทว่าชาวบ้านก็ยังมองเห็นเพียงฮูหยินเจ้าเมือง และยกย่องว่านางเป็นคนดีช่วยเหลือชาวบ้าน ทั้ง ๆ ฝ่ายนั้นที่ไม่ได้ช่วยออกเงินมากสักเท่าไหร่
ดังนั้นสองสามีภรรยาจึงรวมหัวกันสร้างหลักฐานนั่นเป็นจดหมายลับแล้วส่งไปยังเมืองหลวง แต่ไม่คิดว่าแผนการจะล้มเหลว
หลังจากเว่ยเฉิงได้รับบัญชีทั้งหมดมา เขาก็ตรวจสอบทั้งหมดด้วยตนเอง และสะดุดเข้ากับส่วนสุดท้ายของบัญชีที่กล่าวว่า ท่านหญิงได้มอบเงินช่วยเหลือไปทั้งหมดสองแสนตำลึงเงิน และข้าวสารอีกกว่าแสนตัน
เขาแทบจะโยนสมุดบัญชีนั้นต่อหน้าขุนนางทั้งหลาย “ข้าไม่รู้เลยว่าคลังหลวงว่างเปล่าถึงขั้นต้องให้สตรีผู้หนึ่งนำเงินสินสอดของนางออกมาช่วยเหลือราษฎร ซ่อมแซมเขื่อนและขุดคูน้ำ!”
“กราบทูลฝ่าบาท กระหม่อมคิดว่าเราควรจะส่งคนไปที่เหลียวโจวเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ หากรายงานทั้งหมดเป็นความจริง ใต้เท้าหลิวก็สมควรที่จะได้รับความดีความชอบพ่ะย่ะค่ะ” เฉินฟู่หลี่แสดงจุดยืนของเขาทันที
เว่ยเฉิงพยักหน้าตามเล็กน้อย ตอนนี้เขาต้องใช้ไหวพริบและสติเป็นอย่างมากในการแสดงท่าที
เมื่อเฉินฟู่หลี่เห็นจักรพรรดิพระราชทานโอกาสแก่หลิวเหิง ในการชี้แจงและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองต่อหน้าขุนนางในท้องพระโรง หลังการประชุมนุมจบลงเขาก็สั่งให้เฉินโหย่วฝูส่งจดหมายให้แก่หลิวเหิงในฐานะสหายเก่า เพื่อเป็นการแจ้งข่าวล่วงหน้าว่าจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบสถานการณ์ตามบัญชีที่รายงานมา มันเป็นการบอกให้อีกฝ่ายเตรียมตัวก่อน
เว่ยเฉิงออกคำสั่งอย่างเร่งด่วน และสั่งคนจากกรมคลังไปตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีทันที