ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 383 คนดีมักต้องถูกสวรรค์ทดสอบ
- Home
- All Mangas
- ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
- บทที่ 383 คนดีมักต้องถูกสวรรค์ทดสอบ
บทที่ 383 คนดีมักต้องถูกสวรรค์ทดสอบ
เมื่อหลิวเหิงกลับมาจวน เหยียนซีก็คิดถึงวัตถุดิบที่จะใช้ทำอาหาร เธอเอาพริกที่เพิ่งซื้อมาปรุงเป็นอาหารรสเผ็ดเล็กน้อย
ยิ่งมีรสเผ็ดก็ยิ่งช่วยชูรสชาติของอาหารให้อร่อยมากขึ้นไปอีก
เดิมทีชายหนุ่มกินข้าวเพียงสองชาม แต่สุดท้ายก็เพิ่มเป็นชามที่สาม
หลังอาหารเย็นเขาออกไปที่สำนักงานในที่ว่าการ เพื่อจัดการงานบางอย่างและดื่มชาไปอีกสองสามถ้วย
ชายหนุ่มรู้สึกอึดอัดมาตั้งแต่เช้า ไม่นานก็เริ่มอาเจียนและท้องร่วง
เหยียนซีตกใจมาก พร้อมคิดว่าอาจจะเป็นเพราะท้องของอีกฝ่ายไม่คุ้นเคยกับอาหารที่ปรุงด้วยพริก หญิงสาวกังวลมากจนส่งคนไปตามหมอมา
หลิวจงเซี่ยวได้รับคำสั่งจากหลิวเหิงแล้วเมื่อคืนนี้ ดังนั้นจึงส่งคนไปรับท่านหมอที่ตกลงกันไว้ให้มาที่จวน
หลังจากที่หมอชราตรวจชีพจรของชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นว่าไม่เป็นอะไรมากนัก “แค่เกิดจากการกินอาหารที่ผิดปกติเล็กน้อยเท่านั้นขอรับ ข้าน้อยจะสั่งยาให้เอง เพียงแค่ดื่มยาตามนี้ทุกอย่างก็จะเรียบร้อย”
ท่าทางมั่นใจเช่นนั้นของอีกฝ่ายทำให้เหยียนซีถอนหายใจอย่างโล่งอก หญิงสาวลุกขึ้นเชิญท่านหมอไปที่โต๊ะเพื่อเขียนใบสั่งยา
หมอชรากำลังจะก้มหน้าเขียนใบสั่งยา ทว่ากลับเงยหน้ามองเหยียนซีก่อนแล้วเอ่ยทักขึ้น “ฮูหยิน ท่านมีอาการระดูมาไม่ปกติหรือไม่ขอรับ” เขาถามอย่างตรงไปตรงมา และขยับเข้าไปมองนางอย่างใกล้ชิด
นางยังดูเป็นเด็กสาว ดวงตาสดใส ใบหน้างดงามและดูสง่า แต่คิ้วค่อนข้างหนาเล็กน้อย ภายนอกคล้ายจะเป็นคนอ่อนโยน แต่ภายในกลับแข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัด นางสวมเพียงชุดกระโปรงสีเขียวอ่อนอันเรียบง่าย และปักผมด้วยปิ่นประดับลูกปัดสองสามเม็ดบนศีรษะ เสื้อผ้าเรียบง่ายเช่นนี้ดูธรรมดาเกินกว่าจะเป็นฮูหยินของเจ้าเมืองแห่งเมืองนี้ เขาไม่คาดเลยว่าสตรีตรงหน้าจะเป็นฮูหยินของเจ้าเมืองคนใหม่
เมื่อเขาถูกพาตัวมาที่จวนเจ้าเมือง หมอชราก็เพิ่งรู้ตัวว่าคุณชายที่หล่อเหลาและดูสง่างามคนนั้น คือเจ้าเมืองหลิวที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่ของเหลียวโจว
เพียงแค่มองดูก็รู้เลยหรือว่ามีระดูผิดปกติ
ก่อนที่เหยียนซีจะเอ่ยตอบ ภรรยาของหลิวจงเซี่ยวที่รออยู่ก็เดินเข้ามาพูดขึ้น “ท่านหมอ ฮูหยินของข้าเพิ่งจะมีระดูครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วเจ้าค่ะ…”
หญิงสาวพยักหน้า คนยุคปัจจุบันก็พอจะรู้ว่าปีถึงสองปีแรกประจำเดือนมักจะมาไม่ปกตินัก
แพทย์อาวุโสพยักหน้ายืนยัน “ระดูมาไม่ปกตินั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจ ข้าน้อยรู้สึกว่าผิวของฮูหยินค่อนข้างซีด เกรงว่าจะรู้สึกปวดท้องและระดูมาน้อยใช่หรือไม่ขอรับ ท่านอยากให้ข้าน้อยตรวจอาการหรือไม่ เพื่อที่จะได้สั่งยารักษาให้ได้”
หลิวเหิงที่นั่งอยู่บนเตียงตอบขึ้นมา “ท่านช่วยตรวจอาการให้ฮูหยินข้าด้วย”
หญิงสาวมีอาการปวดท้องน้อย แต่ไม่นับว่ารุนแรงมากนัก มีเพียงครั้งแรกเท่านั้นที่ปวดหนักมาก ทว่าหลังจากนั้นก็เป็นอาการปวดที่พอทนได้ ในฐานะที่เป็นสตรี เรื่องระดูของตนเองจะไม่รู้ได้อย่างไร เดิมทีอยากจะปฏิเสธ แต่หลังจากได้ยินว่าหลิวเหิงเห็นด้วยจึงไม่สามารถปฏิเสธได้ เธอนั่งลงวางมือที่หมอนให้หมอตรวจชีพจร
หมอชราดูนิ่งสงบราวกับหินผา เขาวางนิ้วสามนิ้วบนจุดตรวจชีพจรของเหยียนซีอยู่พักหนึ่ง
เหยียนซีรู้สึกว่าแขนของตนเริ่มชา ดังนั้นจึงถามขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “ท่านหมอ อาการที่ข้าเป็นร้ายแรงงั้นหรือเจ้าคะ”
ทันใดนั้นท่าทีของหลิวเหิงก็เปลี่ยนแปลงไปในทันที เขารีบพูดเสียงดังแล้วมองไปทางหมอ “ท่านหมอ มีอะไรผิดปกติอย่างนั้นหรือ!” ชายหนุ่มเกือบจะตัวสั่นระหว่างที่ถาม
ในที่สุดหมอชราก็เอามือออก เขาเก็บหมอนตรวจชีพจรและของอย่างอื่นใส่กลับเข้าไปในกล่องยา จากนั้นก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ฮูหยิน ท่านแข็งแรงดีขอรับ ทว่าอาจจะเพราะเคยจับไข้เพราะความเย็นตอนยังเด็ก ทำให้ปวดท้องเพราะเลือดลมไหลเวียนไม่สะดวกเท่านั้น”
เลือดลมไม่ไหลเวียนเพราะความเย็นงั้นหรือ?
“ภายในก็เย็นด้วยหรือ มันจะส่งผลต่อการมีทายาทหรือไม่เจ้าคะ” เมื่อได้ยินถึงความเย็น หญิงสาวก็เริ่มคิดถึงเรื่องที่คนยุคใหม่หลายคนมีบุตรยาก พวกเขาต่างก็บอกว่าเกิดจากความเย็นภายใน ดังนั้นมันจึงทำให้เธอกังวลเล็กน้อย
หมอชราเหลือบมองหญิงสาวแล้วส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยขึ้น “ฮูหยิน ว่ากันตามตรงแล้วอายุของท่านยังน้อยนัก ข้าจะสั่งยาบางอย่างเพื่อบรรเทาอาการปวดให้ มันจะทำให้ท่านรู้สึกทรมานน้อยลงขอรับ” หลังจากพูดแล้วเขาก็เหลือบมองหลิวเหิงอีกครั้ง และพูดต่อว่า “ใต้เท้าหลิว อาการของฮูหยินไม่ได้มีปัญหาขอรับ เพียงแต่ต้องดื่มยาต้มที่ข้าสั่งให้เท่านั้น และท่านอาจจะต้องให้คนกลับไปกับข้าเพื่อรับยา”
เพียงแค่ชายชรามองแวบเดียวหลิวเหิงก็รู้สึกเย็นเยียบราวกับถูกน้ำสาด แม้ว่าตอนนี้จะเพิ่งต้นฤดูร้อน แต่เขากลับหนาวสั่นไปทั้งร่าง ชายหนุ่มเหยียดตัวตรง ซ่อนมือไว้ใต้ผ้าห่ม และบีบเนื้อต้นขาของตัวเองแน่น ก่อนจะทำท่าทางโล่งใจ “ท่านหมอโปรดแนะนำด้วย ข้าจะให้พ่อบ้านตามไปรับยามา”
เขาพูดคำเหล่านี้ออกมาคำต่อคำ ท่าทางไม่ต่างจากศพเดินได้ ราวกับเป็นการท่องจำประโยคนี้มาว่าต้องพูดเช่นนี้
เหยียนซีรีบออกไปส่งท่านหมอที่หน้าประตู ชายชราหันมามองนางอีกครั้ง หลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าวเขาก็หันกลับมาแล้วโค้งคำนับ “ฮูหยิน ข้าละอายใจเหลือเกินขอรับ…”
นับตั้งแต่เจ้าเมืองหลิวเข้ารับตำแหน่ง เขาก็ได้ยินมาว่าฮูหยินเจ้าเมืองเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของอดีตเจ้าเมืองเหยียน ทั้งเจ้าเมืองเหยียนและฮูหยินเป็นคนดี เขาเปิดร้านหมอที่อิงเฉิงมามากกว่ายี่สิบปี ทว่าไม่เคยได้พบเจ้าเมืองที่ดีกับราษฎรเช่นนี้มาก่อน
คราวนี้เมื่อได้พบเจ้าเมืองหลิวแล้วก็รู้สึกว่าเจ้าเมืองคนนี้เป็นขุนนางที่ดีคนถัดมาของอิงเฉิง ตนรู้สึกประทับใจในความทุ่มเทเพื่อรับใช้ราษฎรของชายหนุ่มเช่นกัน เขาเคยเห็นใต้เท้าหลิวเดินทางท่ามกลางหิมะในฤดูหนาว อีกฝ่ายสวมรองเท้าหุ้มข้อที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งเกาะเดินทางไปพบชาวบ้าน
ทุกคนล้วนเป็นคนดี แต่เหตุใดเรื่องเช่นนี้กลับต้องเกิดขึ้นกับคนดี ๆ ด้วย
เขาเพียงเสียใจที่ไม่มีความสามารถเพียงพอ และไม่อาจรับประกันได้ว่าจะสามารถดูแลฮูหยินจนหายดีได้
หลิวจงเซี่ยวนำยาห่อหนึ่งกลับมาให้หลิวเหิงดื่ม นอกจากนี้ยังมียาอีกหลายห่อที่เป็นของเหยียนซี
เมื่อหญิงสาวเห็นจำนวนยาแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเปรียบเทียบขึ้นมาอย่างเย้ยหยัน “เดิมทีข้าเรียกหมอมาให้ดูแลท่าน แต่ตอนนี้กลายเป็นข้าที่ต้องดื่มยาขม ๆ จำนวนมากแทน”
หลิวเหิงยิ้มแล้วขอให้ภรรยาของหลิวจงเซี่ยวไปเอายาต้มให้เหยียนซีก่อนเอ่ยปลอบใจนาง “ดื่มไปสักสองถึงสามห่อก็จะลืมความขมนั่นไปได้เอง ไม่งั้นข้าจะเรียกหมอคนอื่นมารักษาเจ้าในภายหลัง”
“ข้ายังจะต้องดื่มอีกหลายครั้งหรือเจ้าคะ ต้องดื่มยาไปอีกนานแค่ไหนกัน” เธอคิด “ข้าเคยได้ยินมาว่าระดูผิดปกติอาจจะส่งผลต่อการตั้งครรภ์ ท่านหมอไม่ได้บอกความจริงกับข้าใช่หรือไม่”
“ไร้สาระ มันจะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร เมื่อหมอรักษาคนป่วยย่อมต้องแจ้งทุกอย่างเป็นธรรมดา เขาจะมีเหตุผลอะไรให้โกหก ระดูของเจ้าก็เพิ่งจะมาเป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วเอง แต่เมื่อเจ้ามีอาการปวดท้องก็จำเป็นจะต้องรักษา”
“เข้าใจแล้วเจ้าคะ ไม่เจ็บปวดก็ดีกว่าจริง ๆ” หลังเหยียนซีคิดตามแล้วก็รู้สึกว่าไม่เป็นปัญหา เพราะตอนนี้เธอเองก็อายุเพียงสิบหกปีเท่านั้น และท่านหมอก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการปิดบัง อีกทั้งตนยังเป็นถึงฮูหยินของขุนนาง หากอีกฝ่ายโกหกก็เท่ากับทำให้เขาเสียความน่าเชื่อถือ
เธอมองข้ามความกังวลแล้วมองรอยยิ้มของหลิวเหิง เขากำลังกลบเกลื่อนความไม่สบายใจอะไรบางอย่างที่ไม่กล้าบอกตนอยู่ใช่หรือไม่
“ทายาทจะมาเองในเวลาที่เหมาะสม เรื่องนี้เป็นไปตามจังหวะเวลา จะเร่งให้เกิดขึ้นก็คงไม่ได้”
เหยียนซีพยักหน้า ใช่ การตั้งครรภ์เป็นอะไรที่ไม่แน่นอนจริง ๆ ในบรรดาเพื่อนร่วมงานยุคใหม่ของเธอ บางคนเพิ่งจะตั้งครรภ์หลังจากแต่งงานไปแล้วสี่ถึงห้าปี ตอนนี้ตนต้องยอมกินยาขม ๆ ถึงจะไม่ต้องการก็ตาม แต่หากยานี่สามารถแก้อาการปวดท้องได้จริงก็คงคุ้มค่าที่จะดื่ม
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวคลายกังวลแล้ว หลิวเหิงก็รีบตรงไปที่ร้านของท่านหมอในวันรุ่งขึ้น
ทันทีที่หมอชราเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามาด้านใน เขาก็รีบคุกเข่าลงแล้วกล่าวขึ้นว่า “ใต้เท้าขอรับ ข้าน้อยละอายใจเหลือเกิน …ข้าน้อยไร้ความสามารถเกินไป”
หลิวเหิงเห็นว่าดวงตาของชายชราแดงก่ำ ใบหน้าซีดเซียว มีตำราแพทย์อยู่เต็มโต๊ะ และในห้องก็แทบจะไม่มีที่ว่าง เขาอ่านตำราเหล่านี้ทั้งหมดตลอดคืนอย่างนั้นหรือ
“ท่านหมอโปรดบอกข้ามาก่อนเถอะ อาการป่วยของภรรยาข้า…” หลิวเหิงอยากจะถามต่อให้จบ แต่ก็รู้สึกจุกแน่นในคอ และไม่สามารถเอ่ยออกมาอีกได้