ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 382 สั่งยาให้ข้าด้วย
บทที่ 382 สั่งยาให้ข้าด้วย
ในค่ำคืนแสนเงียบสงบของทุกคน มีเพียงภรรยาของหลิวจงเซี่ยวและหรูอี้เท่านั้นที่ตัวสั่นเล็กน้อยเมื่อได้พบเหยียนซี
คืนนั้นหลิวเหิงไม่ได้ออกไปทำงานต่อที่สำนักงาน หลังจากที่เขาพาหญิงสาวกลับมาที่จวนแล้วก็อยู่กับนาง ทั้งยังกินอาหารด้วยกัน ช่วยปรนนิบัติตอนอาบน้ำ และยังเอาอ่างแช่เท้าแช่มือจากจี๋เสียงมาให้เหยียนซีอีกด้วย
เหยียนซีเหลือบมองเขาหลายครั้ง จากนั้นก็เข้าไปจ้องชายหนุ่มอย่างใกล้ชิด “ท่านกำลังปิดบังอะไรบางอย่างจากข้าใช่หรือไม่เจ้าคะ”
“หา?”
“การที่จู่ ๆ ท่านก็เข้ามาดูแลข้าดีผิดปกตินั้น เป็นสัญญาณว่ากำลังปกปิดความผิดบางอย่างเอาไว้ ฮึ่ม! วันนี้ท่านใส่ใจข้าเป็นอย่างมาก บอกมาตามตรงเถิดเจ้าค่ะ ท่านทำความผิดใดไว้ต่อข้าใช่หรือไม่” เหยียนซีแสร้งทำเป็นภรรยาจอมจับผิด
ทว่าชายหนุ่มกลับดึงนางเข้าไปกอดไว้แนบอกอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันไม่ให้หญิงสาวเห็นดวงตาแดงก่ำของตนเอง “ข้าเพียงแค่… แค่รู้สึกว่าซีเอ๋อร์ของข้าต้องทนลำบากและทุกข์ทรมานมากมายจากการแต่งงานกับข้าเหลือเกิน”
“โอ้… ปล่อยก่อน… อย่ากอดแน่นนักสิเจ้าคะ ข้าจะหายใจไม่ออกแล้วนะ” เหยียนซีถูกเขากอดแน่นอย่างไม่ทันระวัง และรู้สึกว่าแขนที่บีบรัดนั้นทำให้เธอหายใจแทบไม่ออก
วันนี้มีบางอย่างไม่ปกติ เหยียนซีก้มหน้าลงล้างเท้าและคิดไปด้วย เป็นไปได้หรือไม่ว่าการได้เห็นบุตรของตู้กู้ทำให้เขารู้สึกอ่อนไหวขึ้นมา
ในคืนนั้นเหยียนซีรู้สึกว่าหลิวเหิงปฏิบัติต่อนางอย่างดีมาก แม้จะเป็นเรื่องดี แต่ก็ดูผิดปกติเกินไปสำหรับตน
เช้าวันรุ่งขึ้น หลิวเหิงเตรียมตัวที่จะกลับไปยังตัวเมือง
แต่เหยียนซีวางแผนว่าจะอยู่ที่ชุมชนการค้าจนกว่าจะได้รับส่งมอบม้าที่สั่งมาจนครบถ้วนก่อน
ทว่าชายหนุ่มกลับปฏิเสธ “หากไม่กลับจวนเลยคงจะเงียบเหงา และข้ากลับไปคนเดียวไม่มีใครคอยเตรียมอาหารให้…”
เจ้าเมืองที่สง่างามผู้นี้มีคนงานคอยดูแลจวนอยู่เป็นจำนวนมาก เช่นนั้นจะไม่มีคนเตรียมอาหารให้กินได้อย่างไร
“เช่นนั้นก็ให้ภรรยาหลิวจงเซี่ยวกลับไปกับท่าน…” เดิมทีเหยียนซีต้องการให้เขาพาภรรยาหลิวจงเซี่ยวกลับไปก่อน แต่เมื่อได้มองดวงตาเว้าวอนของหลิวเหิงก็เริ่มทนไม่ได้ด้วยเหตุผลบางประการ
“เพื่อนร่วมงานของข้าทุกคนล้วนมีภรรยาคอยอยู่เคียงข้าง หากกลับจวนและภรรยาของพวกเขามาเยี่ยมเยือนแล้วไม่เจอเจ้า ข้าจะต้องเหงามากอย่างแน่นอน”
เมื่อได้ยินเสียงบ่นของอีกฝ่าย เหยียนซีก็รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย ความจริงแล้วเธอไม่ได้สบายนักเมื่ออยู่ในฐานะฮูหยินของเจ้าเมือง เพราะรู้สึกว่าตนเองไม่ได้มีความสำคัญอะไรนักตอนที่อยู่ในจวน หรือท่ามกลางวงสังคมในอิงเฉิง เธอชอบอยู่ที่ชุมชนการค้าชายแดนเพราะจะได้เจรจาการค้า และพบปะพูดคุยกับผู้คนมากกว่า
เธอคิดเสมอว่าจะออกหน้าในวงสังคมเฉพาะเวลาที่หลิวเหิงต้องการช่วยเหลือเท่านั้น และแม้ตอนอยู่ที่นี่ตนจะไม่ได้มีหน้าตาอะไรมากนัก แต่มันก็ยังเป็นสิ่งที่เหยียนซีชื่นชอบ เมื่อได้พูดคุยเรื่องการค้ากับเหล่าพ่อค้า เธอก็จะสามารถลืมไปได้ว่าตนกำลังอยู่ในยุคที่บุรุษเหนือกว่าสตรี และรู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ในการควบคุมของตนเอง
แต่ในแวดวงขุนนางและเหล่าข้าราชการทั้งหลาย สตรีที่มักวิ่งวุ่นออกจากจวนเช่นนางต้องถูกมองเป็นส่วนเกินอยู่แล้ว
นับว่าเป็นเรื่องดีที่ชาวเป่ยหูไม่เลือกปฏิบัติต่อสตรีที่ทำการค้า และโชคดีเหลือเกินที่หลิวเหิงอดทนกับความชอบนี้ของตน ทั้งยังไม่เคยพยายามจะควบคุมให้อยู่ในโอวาท แต่เธอก็ไม่อาจจะละเลยความต้องการของอีกฝ่ายเพียงเพราะเห็นว่าอดทนได้ดีได้
เธอลอบคิดเช่นนั้นในใจแล้วพยักหน้า “ข้าจะกลับเข้าไปในเมืองกับท่าน และเตรียมอาหารอร่อย ๆ ให้เองเจ้าค่ะ”
ทั้งสองกลับเข้าเมืองด้วยรถม้า และหลิวเหิงก็ยืนกรานว่าจะเอาที่นอนผ้านวมใส่เข้าไปด้านใน เหยียนซีคิดว่าเขาคงหนาวจึงตามใจพร้อมปล่อยให้ทำ
เมื่อกลับมาในเมือง ชายหนุ่มก็ลงจากรถม้าระหว่างทางและบอกว่าต้องไปหารองเจ้าเมืองหวัง พร้อมให้หญิงสาวล่วงหน้ากลับจวนไปก่อน
เมื่อรถม้าผ่านหัวมุมถนนไปแล้ว หลิวเหิงก็เดินไปทางโรงหมอโดยไม่ต้องมีคนนำทาง เขาขอให้ภรรยาของหลิวจงเซี่ยวช่วยหาหมอที่เชี่ยวชาญเรื่องโรคสตรีและเด็กที่เก่งที่สุดในอิงเฉิงให้
เมื่อเข้าไปด้านใน หลิวเหิงก็อธิบายอาการของเหยียนซีอย่างละเอียดและถี่ถ้วน
หมอชราฟังอย่างตั้งใจและลูบเคราขาว “ระดูเพิ่งจะมาเมื่ออายุสิบห้างั้นหรือขอรับ”
“ถูกต้อง เช่นนี้จะมีปัญหาอะไรหรือไม่ขอรับ”
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกขอรับ ข้าน้อยเคยพบสตรีที่มีระดูเมื่ออายุสิบหกหรือสิบเจ็ดเช่นกัน แต่ท่านบอกว่าฮูหยินของท่านตัวเย็นและไม่ค่อยเป็นไข้ ระดูก็มาไม่ตรงเวลาปีกว่าแล้ว เช่นนี้คงจะสรุปจากการบอกเล่าได้ยากและต้องตรวจดูเท่านั้น หากพานางมาก็จะสามารถตรวจรักษาอย่างตรงจุดได้ขอรับ”
หลิวเหิงตะลึง เขาจะใช้ข้ออ้างอย่างไรในการพาซีเอ๋อร์มาตรวจเพื่อรับการรักษา ซีเอ๋อร์ของเขาหลักแหลมมาก นางคงคาดเดาเรื่องราวทั้งหมดได้แน่หากไม่แนบเนียนพอ ชายหนุ่มอดคิดถึงสายตาจับผิดของหญิงสาวเมื่อคืนไม่ได้ มีสตรีไม่น้อยที่จากไปหลังคลอดบุตร นางตั้งใจที่จะมีลูกกับเขามาก และเต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะเป็นมารดา หากนางต้องการมีทายาทโดยไม่สนใจว่าตนเองจะเป็นอันตราย …เขาจะเสียนางไปหรือไม่
หลิวเหิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ จากนั้นก็ตัดสินใจได้ “พรุ่งนี้ข้าจะขอให้ท่านไปพบที่จวน เมื่อไปถึงที่นั่นช่วยหาข้ออ้างตรวจชีพจรฮูหยินได้หรือไม่”
หมอชราไม่คิดว่าจะต้องระมัดระวังอะไรถึงเพียงนั้นเพื่อทำการรักษา แต่เมื่อมองดูสีหน้าของชายหนุ่มแล้ว เขาก็พยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยต่อ “มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยขอรับ ฟังจากที่ท่านเล่าแล้ว หากฮูหยินของท่านป่วยจริง ๆ อาการจะแสดงออกมาทั้งภายในและภายนอก อย่างผิวซีด ปากซีด มือเท้าเย็น…”
หมอชรากล่าวถึงอาหารหลายอย่างขึ้นมา เมื่อหลิวเหิงได้ยินว่ามีอาการปวดเกร็งที่ท้องและใบหน้าซีดเซียว เขาก็รู้สึกผิดขึ้นมาอีกครั้ง ซีเอ๋อร์ปวดท้องไม่ใช่หรือ… ทุกครั้งที่นางมองเขาด้วยรอยยิ้ม แต่สามีเช่นตนกลับไม่สังเกตเลยได้อย่างไร
ตั้งแต่มาที่อิงเฉิงเขาก็ยุ่งอยู่กับงานทั้งวันจนแทบไม่มีเวลาได้คุยกับเหยียนซีเลย “พรุ่งนี้ข้าจะส่งคนมารับท่าน หากอาการของภรรยาข้าไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ ข้าอยากให้ท่านสั่งยาและแนะนำนางด้วยตนเอง แต่ว่า…” เมื่อคิดถึงสถานการณ์เลวร้ายที่สุดแล้วเขาก็เอ่ยขึ้นอย่างช้า ๆ “หากอาการร้ายแรง ได้โปรดเก็บเรื่องนี้เป็นความลับจากนางและเขียนใบสั่งยา จากนั้นก็มอบคำแนะนำนั้นให้แก่ข้าแทนได้หรือไม่”
นี่เป็นครั้งแรกที่หมอชราได้พบสามีเช่นนี้ หากพบว่าภรรยาของอีกฝ่ายมีอาการภายในจริง ๆ การมีบุตรของนางนั้นย่อมยากลำบาก บุรุษทั่วไปมักจะให้ความสำคัญกับการมีทายาท เมื่อฝ่ายชายพบปัญหาเช่นนี้เขาต้องพยายามจะทำให้นางมีบุตรให้ได้ ทว่าชายตรงหน้ากลับดูไม่ได้กังวลเรื่องนั้นเลย
เขาแทบไม่อยากจะเชื่อ และเริ่มสงสัยขึ้นมาแล้วว่าภรรยาของชายผู้นี้เป็นคนเช่นไรกันแน่ ดังนั้นจึงได้ตอบตกลง “คุณชายไม่ต้องกังวลไปหรอกขอรับ”
“ท่านหมอ ท่านช่วยสั่งยาให้ข้าด้วย…”
“คุณชาย ท่านเพียงแสร้งปวดหัว…” หมอชราสะดุ้ง ต้องทำให้ทุกอย่างสมจริงถึงเพียงนั้นเชียวหรือ!? เขาถึงต้องแสร้งดื่มยาเพื่อแกล้งป่วยด้วย
“เผื่อไว้ก่อนน่ะขอรับ ท่านควรจะจ่ายยาให้ข้าด้วย” หลิวเหิงยิ้มและยืนกราน
หากเขาไม่มีอาการใด ๆ เลยคงไม่อาจปกปิดเรื่องทั้งหมดจากซีเอ๋อร์ได้