ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 381 ตั้งใจมีทายาทอย่างขันแข็ง
- Home
- All Mangas
- ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
- บทที่ 381 ตั้งใจมีทายาทอย่างขันแข็ง
บทที่ 381 ตั้งใจมีทายาทอย่างขันแข็ง
อีกด้านหนึ่งของฉากกั้น เมื่อทุกคนได้ยินว่าจะไปดื่มสุราฉลองวันเพ็ญแรกของปีที่จวนเจ้าเมืองในปีหน้า เหล่าสตรีที่นั่งอยู่ก็พากันหัวเราะออกมา
ในฐานะคนจากยุคใหม่ เหยียนซีที่แต่งงานมาหนึ่งปีแล้วไม่ได้มีความเขินอายใด ๆ เธออุ้มทารกในอ้อมแขนอย่างเพลิดเพลิน กลิ่นเด็กเล็ก ๆ ให้ความรู้สึกหอมละมุน ตนไม่ได้เป็นคนชอบเด็กเป็นพิเศษ แต่เมื่อได้อุ้มเจ้าก้อนแป้งนิ่ม ๆ ไว้ในอ้อมอก ได้กลิ่นหอมผิวเด็ก และสัมผัสมือป้อม ๆ อันเล็กจิ๋วนี้ ภายในใจของหญิงสาวก็พลันอ่อนยวบ หากมีลูกชายของตนเอง หลิวเหิงคงจะสอนเขาเรียนรู้เรื่องการอ่านเขียน ลุงของเขาก็จะสอนเรื่องการต่อสู้ และเธอจะสอนเขาทุกเรื่องเกี่ยวกับการใช้ชีวิต แต่หากเป็นบุตรสาว เธอจะสอนงานเย็บปักถักร้อยที่ท่านป้าเคยสอนให้ จากนั้นก็ค่อยให้นางเรียนรู้ที่จะทำอาหารอร่อย ๆ เมื่อเป็นเช่นนั้นทักษะชีวิตต่าง ๆ ของบุตรสาวคงจะดีไม่น้อย
เมื่อนึกถึงเด็กตัวเล็ก ๆ ที่วิ่งตรงเข้ามาเรียกเธอว่าท่านแม่ เหยียนซีก็หอมทารกในอ้อมแขนของตนเองอีกครั้ง ตนคงจะไม่มีวันปล่อยให้ลูก ๆ ต้องทนทุกข์ และเลี้ยงดูให้พวกเขาได้รับความรักจากบิดามารดาอย่างเต็มที่…..
“ฮูหยินหลิวอุ้มเด็กเก่งมาก ปีหน้าจะต้องมีบุตรอ้วนท้วนแข็งแรงแน่ ๆ เจ้าค่ะ” สาว ๆ เริ่มหัวเราะเมื่อเห็นว่าเหยียนซีชอบทารกมากจริง ๆ
อีกด้านของฉากกั้น เกิ่งฉางกุ้ยเห็นว่ามือของหลิวเหิงสั่นมากจนทำจอกสุราตก เขาจึงยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น “เมื่อเห็นว่าใต้เท้าหลิวตื่นเต้นถึงเพียงนี้ พวกเราพี่น้องคงต้องเตรียมตัวเดินทางไปแสดงความยินดีกับท่านในปีหน้าแล้วล่ะขอรับ”
อีกคนเอ่ยพร้อมหัวเราะ “พี่ตู้โชคดีมากที่มีทั้งภรรยาและลูกแล้ว ในที่สุดก็มีครอบครัวอบอุ่นอีกครั้ง วันนี้มาดื่มฉลองกันเสียหน่อยเถิด”
ตู้กู้หัวเราะเสียงดังเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาเอาจอกสุราขึ้นมาจิบอย่างมีความสุข “ข้ารู้สึกสะท้อนใจเหลือเกิน ก่อนหน้านี้ต้องสูญเสียทุกสิ่ง หมดสิ้นทั้งความหวังต่อบ้านเมืองและแม้แต่ครอบครัวก็แหลกสลาย เมื่อพวกกบฏเริ่มก่อความวุ่นวายก็ต้องพรากจากภรรยาและลูก ๆ อีกทั้งบิดามารดาที่ชราแล้วก็เสียชีวิตจนหมด ชีวิตพบแต่ความโศกเศร้า แต่ตอนนี้กลับมามีลูกชายอีกครั้ง มีทายาทสืบทอดตระกูลตู้ และยังมีเกียรติในหน้าที่การงาน พร้อมสามารถบูชาบรรพบุรุษได้อย่างไม่ขายหน้า หากต้องตายตอนนี้ ข้าก็สามารถไปพบทุกคนได้อย่างสมภาคภูมิแล้ว”
“พี่ตู้อย่าเพิ่งพูดเช่นนั้นเลย ตอนนี้เรารับใช้ราชสำนักแล้ว วันคืนแห่งความสำเร็จของท่านจะยังเพิ่มมากขึ้นอีกอย่างแน่นอน”
“ถูกต้อง พี่ตู้ถ่อมตนเกินไปแล้ว”
เกิ่งฉางกุ้ยและสหายชวนให้เขาร่วมดื่มอวยพร
ตู้กู้ดื่มสุราหนึ่งจอกแล้วหันไปอวยพรหลิวเหิงบ้าง “ใต้เท้าหลิว ข้าขอดื่มจอกนี้ให้ท่านด้วย อย่างที่ข้ากล่าวไปก่อนหน้านี้ หากไม่ใช่เพราะท่าน ในวันนี้พี่น้องของเราก็คงไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะเป็นเช่นไร ข้าขอให้ท่านรุ่งเรืองและมีทายาทมากมายนะขอรับ”
“ใช่แล้ว ใต้เท้าหลิว ท่านเป็นคนมีความสามารถมาก ย่อมต้องให้กำเนิดบุตรที่มีความสามารถเช่นกันอย่างแน่นอน!”
“ใต้เท้าและฮูหยินคงต้องเตรียมเสื้อคลุมทารกสักสองสามตัว เพื่อที่จะได้มีบุตรเต็มบ้าน!”
“ใช่แล้ว อย่างน้อยก็ควรจะมีบุตรชายสักสามและบุตรสาวอีกสอง ฮ่า ๆ!”
หลิวเหิงถือจอกสุราและดื่มด้วยรอยยิ้ม เขาขอบคุณแล้วเอ่ยขึ้น “ยามนี้ราชสำนักมีความคาดหวังต่อเหลียวโจวสูงมาก ข้าแทบจะไม่มีเวลาทำสิ่งอื่นเลย ภรรยาของข้าเองก็เหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน ข้าจะเพิ่มภาระให้นางอีกได้อย่างไร ตอนนี้เพียงหวังจะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของบ้านเมืองทางเหนือให้ได้โดยเร็วเท่านั้น”
“ใต้เท้า อย่าคิดเช่นนั้นเลยขอรับ ไม่ว่าท่านจะอุทิศตนเพื่อราชสำนักเพียงใด แต่ก็ไม่ควรจะชะลอเรื่องการมีทายาทได้”
“ถูกต้องขอรับ โปรดรีบมีบุตรชายโดยเร็ว จากนั้นก็จะได้มีจอหงวนน้อยออกมาอีกอย่างไรเล่า”
หลังจากที่เกิ่งฉางกุ้ยและคนอื่น ๆ ดื่มมากขึ้น ทันใดนั้นก็มีคนยกจอกให้อีกด้านของฉากกั้นแล้วอวยพรขึ้นมา “ฮูหยิน ท่านอย่ายอมใต้เท้าหลิวในเรื่องนี้นะขอรับ”
ฝ่ายหญิงบางคนต่างจับตาดูเหยียนซีอย่างเป็นห่วง ว่านางจะเขินอายที่ถูกพูดถึงอย่างนั้นหรือไม่
หญิงสาวยิ้มและแสดงท่าทีอย่างเปิดเผย ก่อนจะเอ่ยตอบผ่านฉากกั้น “ขอบคุณทุกท่านมากจริง ๆ นะเจ้าคะ หากถึงวันเพ็ญแรกของบุตร ข้าจะเชิญทุกคนมาร่วมอวยพรอย่างแน่นอน”
เป็นเรื่องยากที่จะพบสตรีกล้าเอ่ยเช่นนี้ เกิ่งฉางกุ้ยและคนอื่น ๆ ล้วนมาจากชนชั้นล่าง และสตรีที่เขาแต่งงานด้วยส่วนใหญ่ก็เป็นสาวชาวไร่มาก่อน ดังนั้นจึงไม่ได้เคร่งเรื่องมารยาทอย่างพวกชนชั้นสูง พวกเขารู้สึกว่าใต้เท้าหลิวเป็นคนดี จึงได้อวยพรให้เขารุ่งเรืองและมีทายาทมากมายด้วยความจริงใจ และเมื่อได้ยินเหยียนซีพูดทุกคนก็พากันส่งเสียงชอบใจ พร้อมยกจอกดื่มสุราอย่างมีความสุข
ระหว่างการเลี้ยงฉลองมีคนพูดเรื่องน่าสนใจต่าง ๆ ขึ้นมามากมาย สตรีคนหนึ่งกล่าวว่าเป็นผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายอดทนกับความคับข้องใจรอบด้านเมื่อไม่มีบุตร หลายคนต้องหย่าร้างเมื่อไม่มีทายาทให้สามีหลังแต่งงาน “หากไม่มีบุตรจะมีชีวิตราบรื่นต่อไปได้อย่างไรเล่า”
“ใช่แล้ว ครอบครัวจะมั่นคงได้ก็ต่อเมื่อมีบุตรเข้ามาช่วยค้ำจุน ไม่อย่างนั้นสตรีจะลำบาก และจะอยู่ในครอบครัวได้อย่างไร”
หลังกินเลี้ยงจบลง พระจันทร์ก็ส่องสว่างบนฟ้า เหยียนซีดื่มสุราไปสองถึงสามจอกและรู้สึกว่าร่างกายร้อนขึ้นมาเล็กน้อย เธอปฏิเสธที่จะขึ้นรถม้ากลับ ทั้งยังต้องการเดินเท้าแทน
เมื่อหลิวเหิงเห็นเช่นนั้นจึงรีบบอกลาทุกคนที่บันได แล้วเอาเสื้อคลุมจากมือจี๋เสียงไปสวมให้เหยียนซี ภาพนั้นทำให้เกิ่งฉางกุ้ยและคนอื่น ๆ หัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง
เหยียนซีอึดอัดเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางไม่ระมัดระวังของหลิวเหิง “ข้าสวมเองได้เจ้าค่ะ”
หลิวเหิงยิ้ม เขาไม่สนใจเรื่องการเป็นสุภาพบุรุษอะไรนัก และโอบนางด้วยแขนแกร่งเพื่อที่จะกระชับเสื้อคลุมกันหนาวให้แน่นขึ้น จากนั้นก็กุมมือเหยียนซีแล้วออกเดินไปด้านหน้าอย่างช้า ๆ รถม้าเองก็ไม่ได้รีบตรงกลับไปที่จวนก่อน แต่ขับตามหลังทั้งสองไปตามทาง หากพวกเขาเหนื่อยก็สามารถกลับขึ้นไปนั่งได้
ตอนนี้เป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิและเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว หลังแสงตะวันหมดลง พื้นที่ทางเหนือก็แทบจะไม่รู้สึกถึงความร้อนของฤดูร้อนเลย อากาศของที่นี่ค่อนข้างเย็น มีกลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกไม้โชยมาตามสายลม ไม่แน่ใจนักว่าเป็นดอกไม้ชนิดใด และยังคงมีผู้คนเดินไปมาตามทาง ในชุมชนการค้าชายแดนเช่นนี้ ชาวบ้านจะปิดบ้านช้ากว่าที่อื่นในช่วงค่ำ
ทั้งสองเดินผ่านร้านอาหารเค่อหรูอวิ๋น เมื่อเห็นว่าภายในยังคึกคัก หญิงสาวก็มองหลิวเหิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภูมิใจ
“ซีเอ๋อร์เก่งเรื่องค้าขาย ข้าได้ยินมาว่าเค่อหรูอวิ๋นเป็นร้านอาหารแห่งแรกในชุมชนการค้านี้ และยังได้รับความนิยมมากด้วย” หลิวเหิงชื่นชมนางอย่างไม่ลังเล
เมื่อเหยียนซีได้รับคำชมก็มีความสุขมาก ร้านอาหารแห่งนี้ทำเงินได้มากมายจริง ๆ โดยเฉพาะหลังจากที่เธอได้พริกแดงและพริกไทยดำมา ตนคิดสูตรบะหมี่รสเผ็ด และยังโรยพริกไทยดำกับเกลือลงไปในเนื้อแกะเสียบไม้ย่าง รสชาติของมันทำให้ลูกค้าถูกอกถูกใจ
พ่อค้าต่างถิ่นมีพริกแห้งมาขาย แต่เหยียนซีก็เริ่มปลูกพริกของตนเองแล้ว เมื่อมันออกผลก็จะสามารถทำอาหารอร่อย ๆ ได้อีกหลากหลาย ปลาราดพริก ไก่ย่างแบบเผ็ด เนื้อย่าง หม้อไฟรสเผ็ด… และยังมีอาหารอีกมากรอให้เธอทำขึ้นมาอีก!
ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกัน พวกเขาก็เดินผ่านบ้านหลังหนึ่ง พร้อมได้ยินเสียงของหญิงชราตะโกนขึ้นมา “เจ้ามันเป็นไก่ที่ออกไข่ไม่ได้! โชคร้ายจริง ๆ ที่แต่งเจ้าเข้ามาเป็นสะใภ้… ให้ตายเถอะ!”
เหยียนซีชะงักไปครู่หนึ่ง และได้ยินเสียงร้องไห้อ้อนวอนเบา ๆ จากด้านในบ้านหลังนั้น เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ “ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด สตรีที่มีบุตรยากล้วนต้องพบกับชีวิตที่ยากลำบากสินะเจ้าคะ”
“ข้าควรเรียกให้ใครมาช่วยดูนางหรือไม่” หลิวเหิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเมื่อเห็นสีหน้าของหญิงสาว
“มันเป็นเรื่องยากที่จะเข้าไปยุ่งเรื่องภายในบ้านของคนอื่นนะเจ้าคะ แม้เป็นขุนนาง แต่ท่านจะเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้อย่างไร” เหยียนซีดึงให้เขาเดินต่อไป “ความจริงสตรีคนนั้นต่างหากที่ต้องพยายามยืนหยัดให้ได้ด้วยตนเอง แม้จะร้องไห้อยู่เช่นนั้นก็ไม่อาจมีบุตรได้อยู่ดี ท้ายที่สุดแล้วก็คงต้องทำอะไรสักอย่าง หรือไม่ก็ออกมาจากบ้านเสีย”
ในใจของหลิวเหิงเริ่มหนักมากขึ้น เขากระชับมือนางแล้วยิ้มจาง ๆ ซีเอ๋อร์สุขภาพดีมาโดยตลอด นางไม่ค่อยเป็นไข้หรือปวดหัวตัวร้อน เช่นนั้นระดูของนางมาไม่ปกติได้อย่างไรกัน ปีก่อนนางเพิ่งจะเริ่มมีระดูครั้งแรก ภรรยาของหลิวจงเซี่ยวเองก็พูดว่ามันอาจจะเกิดขึ้นได้มิใช่หรือ…
เมื่อคิดเช่นนั้นเขาก็เริ่มสนใจร้านสมุนไพรที่อยู่ข้างทาง และอดไม่ได้ที่จะกวาดตามอง นอกจากนี้ยังมีร้านหมอชาวเป่ยหูอีกด้วย แต่ทักษะการแพทย์ของหมอชาวเป่ยหูคงไม่ดีเท่าแคว้นเว่ย
เหยียนซีเห็นว่าสามีหยุดนิ่งจึงหันมองตาม และพบว่าเป็นร้านหมอชาวเป่ยหู “หมอชาวเป่ยหูผู้นี้ ข้าได้ยินว่าเก่งมากในเรื่องการรักษาร้อนในและโรคอื่น ๆ แต่ก็ไม่ทราบเช่นกันว่าเขาเลือกใช้สมนุไพรชนิดใด” เธอมองหลิวเหิง “ท่านรู้สึกไม่สบายงั้นหรือเจ้าคะ”
หลังจากได้มาเห็นที่นี่เหยียนซีก็เริ่มคิดขึ้นได้ ว่าหมอจากแต่ละพื้นที่ก็มีทักษะทางการแพทย์และความชำนาญในการรักษาโรคที่ต่างกันออกไป อย่างเช่นชาวฮั่นก็มีแพทย์แผนจีน หมอชาวเผ่าก็จะมีตำรับยาแบบเหมียว ตำรับยาจั้ง และอีกมากมาย ซึ่งต่างก็มีทักษะทางการแพทย์ที่ดี และสามารถรักษาโรคได้ด้วยสมุนไพร
หลิวเหิงส่ายหน้า “เปล่า ข้าเพียงอยากรู้เท่านั้น” หลังจากเดินไปได้อีกไม่กี่ก้าวเขาก็เริ่มถามขึ้นอย่างลังเล “ซีเอ๋อร์ เจ้าอยากมีบุตรหรือไม่”
“ข้าคิดว่าอยากมีนะเจ้าคะ ท่านคงไม่รู้ว่าการได้อุ้มลูกของใต้เท้าตู้นั้นช่างแสนวิเศษ เขาตัวนิ่มมากเลย ปากเล็ก ๆ ก็พ่นฟองออกมา น่าเอ็นดูราวกับเป็นก้อนเต้าหู้นุ่ม ๆ ข้าชอบเขามาก” เหยียนซีตื่นเต้นเล็กน้อยเมื่อคิดถึงเด็ก “หากเรามีลูก ต่อไปก็จะพาพวกเขาไปพบกับท่านพ่อและท่านแม่ในวันเชงเม้ง เด็ก ๆ จะเติบโตอย่างมีคุณธรรมและสง่างาม หากได้สวมชุดขุนนางก็คงจะดีมาก… หากเป็นบุตรสาว ข้าจะทำทรงผมน่ารัก ๆ ให้นาง และซื้อเครื่องประดับผมสีแดงให้ ข้าจะให้นมลูกด้วยตนเอง และท่านจะต้องเรียนรู้วิธีการเปลี่ยนผ้าอ้อมด้วย”
หลิวเหิงมองนางแล้วตอบรับ “ดีเลย” หากเขามีลูกจริง ๆ ไม่เพียงจะช่วยเปลี่ยนผ้าอ้อมเท่านั้น แต่เขาจะฝึกหวีผมและพาไปส่งที่สำนักศึกษาด้วยตนเอง…